LOGIN“ผมว่าเราไปโทรหาเพ่ยหยูด้วยกันก่อนดีไหมคร
เซี่ยเยี่ยนจับมือของเพ่ยหยูเบา ๆ จากนั้นจึงสวมแหวนใส่นิ้วกลางให้เธอ ซึ่งเหมือนกับแหวนวงนี้ทำมาเพื่อเพ่ยหยู เพราะพอสวมเข้าไปแล้วมันกลับพอดีกับขนาดนิ้วของเธอเลย“ชอบไหมครับน้องเพ่ยหยู” เซี่ยเยี่ยนเงยหน้ามองใบหน้าสวยของเพ่ยหยูที่ตอนนี้เขินจนสองข้างแก้มขึ้นสีแดงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำเอาเซี่ยเยี่ยนถึงกับเผลออมยิ้มออกมา“ชอบค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เซี่ย” เพ่ยหยูอ้อมแอ้มตอบ เธอมองแหวนในมือที่มีเพชรเม็ดเล็กประดับอยู่คล้ายกับรูปหัวใจ เพ่ยหยูก็รู้สึกใจเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างอดไม่ได้“น้องเพ่ยหยูอยากไปซื้ออะไรอีกไหมครับ” เซี่ยเยี่ยนเห็นเพ่ยหยูมีท่าทีเขินอายก็ยังไม่อยากพาเธอกลับไปส่งบ้าน เขาอยากอยู่กับเธอต่ออีกนานสักหน่อย“อืม
“หืม? ของขวัญอะไรเหรอคะ ทำไมดูลึกลับจัง” เพ่ยหยูถามด้วยความแปลกใจ ตอนที่เซี่ยเยี่ยนมอบคอมพิวเตอร์ให้กับเธอก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทีประหม่าแบบนี้เลย“เอาไว้พวกเราซื้อของเสร็จก่อนแล้วผมจะมอบให้นะครับ” เซี่ยเยี่ยนยังไม่อยากทำให้สาวน้อยต้องตกใจมากเกินไป เขาไม่รู้ว่าเพ่ยหยูยังอยากซื้อของอีกนานแค่ไหนด้วย“ตกลงค่ะ ฉันยินดีรับของขวัญจากคุณชายเซี่ย” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ เธอเห็นเขาไม่อยากพูดจึงไม่คิดจะเซ้าซี้อีก ยังไงพอเขามอบให้ เพ่ยหยูก็จะรู้อยู่ดีว่าของขวัญนั้นเป็นอะไรไม่นานนัก พนักงานที่นำสร้อยข้อมือไปห่อของขวัญก็กลับมาเรียกเพ่ยหยูให้ไปจ่ายค่าสินค้า ซึ่งครั้งนี้เพ่ยหยูใช้บัตรเงินสดที่มีอยู่รูดจ่ายแทน เธอนำเงินสดติดตัวมาเพียงสองพันหยวนเท่านั้น ก่อนหน้านี้เพ่ยหยูก็จ่า
เมื่อรถทั้งสามคันจอดในลานจอดรถเสร็จ บอดี้การ์ดก็มาเปิดประตูให้เซี่ยเยี่ยนและเพ่ยหยู พวกเขายืนรอให้สองเจ้านายเดินนำไปก่อนจึงเดินตามหลังไปตามหน้าที่ ส่วนคนขับรถทั้งสามคันนั้นรอกันอยู่ที่รถ“คุณหนูฉินอยากดูอะไรก่อนครับ ผมจะได้พาไป” เซี่ยเยี่ยนถึงจะไม่ค่อยได้มาห้างนี้ แต่เขาก็ศึกษาแผนที่ร้านต่าง ๆ มาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้ขายหน้าเพ่ยหยู“อืม...ฉันอยากดูกระเป๋าให้หวังหมิงทงกับเซียวอวี้ตงหน่อยค่ะ พวกเขาใช้กระเป๋าใบเดิมมาหลายปีแล้ว” เพ่ยหยูคิดว่าให้ของขวัญคล้าย ๆ กันกับเพื่อนทั้งสองน่าจะดีกว่า“ตกลงครับ มีร้านกระเป๋าดี ๆ อยู่บนชั้นสอง ผมจะพาไปนะครับ” เซี่ยเยี่ยนมีความจำดีมากจนรู้ตำแหน่งดีว่าร้านแบรนด์ไหนอยู่ส่วนใดของห้าง
“จะดีเหรอคะคุณชายเซี่ย ฉันไปเองก็ได้ค่ะ” เพ่ยหยูคิดไม่ถึงว่าผู้ชายเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนจะอยากพาเธอไปเดินซื้อของในห้าง“ดีสิครับ ผมว่างอีกหลายวันเลย” เซี่ยเยี่ยนบอกด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอย่างไรเพื่อให้เพ่ยหยูยอมให้เขาไปรับวันพรุ่งนี้ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เซี่ยเยี่ยนชวนผู้หญิงไปห้างสรรพสินค้า อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ยังเป็นคุณหนูฉินอีกด้วย“ไปกับพี่เซี่ยก็ดีนะเพ่ยหยู เธอจะได้คุยเรื่องวิทยานิพนธ์ด้วยยังไงล่ะ” เซียวอวี้ตงไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อได้ยินเซี่ยเยี่ยนชวนเพื่อนของเขาไปเดินห้าง“อืม...ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนคุณชายเซี่ยด้วยนะคะ” เพ่ยหยูไม่กล้าเรียกเซี่ยเยี่ยนอย่างสนิทสนมเหมือนกับเซียวอวี้ตง เธอรู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก
“สวัสดีค่ะคุณชายเซี่ย” เพ่ยหยูยิ้มบางเดินเข้ามาทักทาย เธอดีใจที่วันนี้ได้พบคนที่อยากพบอย่างเซี่ยเยี่ยนพอดี มีหลายเรื่องที่เพ่ยหยูอยากขอคำแนะนำ“สวัสดีครับคุณหนูฉิน ผมว่าพวกเราเข้างานกันก่อนดีไหมครับ” เซี่ยเยี่ยนเห็นว่าตอนนี้เริ่มมีคนมากันอีกกลุ่มใหญ่ด้านหลัง เขาเลยอยากให้ทุกคนไปหาที่นั่งด้านในงานก่อน“รบกวนคุณชายเซี่ยนำทางด้วยนะครับ” ฉินกวงอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปู่ถึงได้ดูไว้ใจเซี่ยเยี่ยนมากขนาดนี้ ทั้งที่ปกติน้องสาวของเขาแทบไม่เคยใกล้ชิดกับชายอื่นนอกจากเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทง“เชิญทุกคนครับ” เซี่ยเยี่ยนภายมือให้พวกฉินจ้วงกับพ่อแม่ของเพ่ยหยูเดินนำไปก่อน ส่วนเขารอเดินไปพร้อมกับเพ่ยหยูอย่างเนียน ๆ“
หลายเดือนต่อมาก่อนจะถึงปีใหม่หนึ่งเดือน ทางการได้มีการติดตั้งโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตในสามมหาวิทยาลัยใหญ่ในเมืองหลวง รวมถึงสถาบันวิจัยต่าง ๆ เพื่อทดลองระบบก่อนเป็นที่แรก ๆ หลังจากได้รับเงินทุนจากธนาคารโลกเพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ เองก็ได้รับประโยชน์มากในการติดตั้งเครือข่ายครั้งนี้ เธอยังใช้โน้ตบุ๊คตัวเก่าที่ได้รับจากเซี่ยเยี่ยนให้เพื่อนสนิททดลองพูดคุยกับชาวต่างชาติในเว็บบอร์ดของต่างประเทศจนมีเพื่อนใหม่หลายคนเลยทีเดียวเมื่อถึงวันหยุดก่อนปีใหม่หนึ่งสัปดาห์ เซียวอวี้ตงก็ไปส่งหวังหมิงทงที่สถานีรถไฟเพื่อให้เขาเดินทางกลับบ้านที่เมืองทางเหนือ ช่วงนี้เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงต่างเริ่มทำวิทยานิพนธ์กันไปพอสมควรแล้วและกำลังเป็นไปด้วยดี ทางเพ่ยหยูพอมีอินเทอร์เน็ตก็เริ่มจะมีความคิดเรื่องการสร้างโค้ดเกี่ยวกับแพลทฟอร์มออนไลน์เข้ามาเช่นเดียวกัน เธ
“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง
จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห







