Se connecter“ฉะ...ฉันยอมแล้ว..ยะ...อย่าใช้ความรุนแรงได้ไหม” ร่างบางอ้อนวอนมาเฟียหนุ่มด้วยความหวาดกลัว แม้จะรู้ดีว่าการอ้อนวอนคนแบบเขามันเป็นการกระทำที่สิ้นคิด แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเลือกให้เธอมากนัก หากมันมีวิธีไหนที่ทำให้ตัวเองหลุดพ้นไปได้เธอก็พร้อมจะทำโดยไม่ต้องคิด“คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกในนิยายอยู่เหรอถึงทำอะไรที่มันสิ้นคิดแบบนี้?” มือหนาเชยคางมนขึ้นมาให้สบตากัน มาเฟียหนุ่มจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาว่างเปล่า สิ่งที่เธอกำลังทำมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันเริ่มทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดขึ้นมาอีกเท่าตัว“อึก...มะ..ไม่เอาแบบนี้!” มิรันดิ้นพล่านไม่หยุดเมื่อโดนมาเฟียหนุ่มแทรกตัวเข้ามากลางหว่างขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว พร้อมกับมือหนาที่เริ่มปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเธอออก เขาใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็สามารถถอดมันออกได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันเป็นเรื่องถนัดของเขา “หึ!” มาเฟียหนุ่มจ้องมองเรือนร่างสั่นเทาของหญิงสาวด้วยความพึ่งพอใจยิ่งเธอพยายามต่อต้านเขามากเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะเอาชนะเธอให้มากขึ้นเท่านั้น “อย่าเล่นตัวให้มันมากนัก..เพราะฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพี่สาวเธอ”“อื้อออ
“แล้วเธอจะเอาอะไรมาจ่ายเป็นดอกเบี้ย?” “......” มิรันเงียบไปอย่างจนหนทาง แค่เงินต้นยังไม่รู้จะหามาคืนได้รึเปล่า แล้วเธอจะเอาความมั่นใจจากไหนมายืนยันกับเขาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยไหว เงินตั้งสองร้อยกว่าล้านดอกเบี้ยคงจะไม่ใช่น้อยๆ แถมยังเป็นเงินนอกระบบอีก ไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะว่าจะมากมายขนาดไหน เผลอๆ คงเยอะกว่าเงินต้นที่เธอต้องหามาคืนด้วยซ้ำ “..ฉันไม่มีจ่ายให้คุณหรอก” “เอาร่างกายของเธอจ่ายแทนสิ” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันกับคำตอบใจกล้าของหญิงสาว เขาคงจะใจดีเกินไปสินะถึงกล้าพูดจาท้าทายออกมาแบบนี้ “คุณ!” มิรันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเมื่ออีกฝ่ายเริ่มพูดจาดูถูก เธอแทบจะไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเจ้าหนี้ของพี่สาวเลย เธอรู้แค่ว่ามิรินเป็นหนี้เขาอยู่สองร้อยห้าสิบล้านเท่านั้น ส่วนข้อมูลอื่นๆ เธอยังไม่ได้ถาม ตั้งใจจะไปคุยกับพี่สาวที่ห้องวันนี้แต่ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน “อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉัน” “อย่าดูถูกฉันด้วยวิธีนี้ ฉันไม่มีทางทำแบบนั้น” มิรันยืนยันเสียงแข็ง เธอยอมหาเงินมาคืนจนตายดีกว่าต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อเอาตัวเข้าแลกให้เขาดูถูก...เธอไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด “ศักดิ์ศร
“พะ...พวกนายจะพาฉันไปไหน” มิรันตะโกนถามด้วยความกลัวเมื่อโดนลากขึ้นรถแล้วโดนมัดมือมัดเท้าเอาผ้าปิดตาไว้ ทำให้เธอไม่สามารถรู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน “ลงมา!” นิกเปิดประตูรถออกก่อนจะกระชากแขนมิรันอย่างแรงเมื่อมาถึงเพ้นท์เฮ้าส์ของฟาโรห์ เขาพาหญิงสาวมาตามคำขอของเธอที่อยากจะคุยกับนายของพวกเขาด้วยตัวของเธอเอง หากไม่ติดว่าฟาโรห์ต้องการบริษัทของพี่สาวเธอเขาคงจัดการตามวิธีของตัวเองไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมลงทุนลากเธอมาถึงที่นี่ให้เสียเวลาหรอก “มัดมือมัดเท้าขนาดนี้จะให้ฉันไปยังไง” มิรันตอบกลับเสียงแข็ง แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นคงจะกำลังทำสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เป็นแน่ “อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนกับเธอ” นิกเดินกลับไปแก้มัดให้มิรันพร้อมกับดึงผ้าปิดตาออกให้เธอ ก่อนจะเดินนำเข้าไปยังด้านใน โดยมีลูกน้องอีกสามคนเดินตามหลังมิรันอีกที “.......” มิรันกวาดสายตามองพื้นที่กว้างขวางรอบๆด้วยความระแวงเมื่อมองเห็นแต่ชายฉกรรจ์ชุดดำยืนอยู่รอบด้านเต็มไปหมด แม้ข้างในจะสวยหรูดูโอ้อ้าแต่มันกลับรู้สึกวังเวงและดูน่ากลัวชอบกล...เธอไม่ชอบที่นี่เลยสักนิด หากไม่ติดว่าต้องมาเคลียร์เรื่องหน
“นายครับ ติดต่อไม่ได้ครับ” นิกมือขวาของมาเฟียหนุ่มเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าของลูกหนี้ที่ตัวเองได้รับผิดชอบ “..มันหนี?” ฟาโรห์หยิบแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมากระดกลงคอราวกับมันคือน้ำเปล่า ดวงตาคมเข้มยังคงนิ่งเรียบเหมือนกับว่ามันคือเรื่องปกติทั่วไป เพราะเส้นทางชีวิตที่เขาเดินอยู่มันไม่ได้ใสสะอาดขนาดนั้น เขาทำทุกอย่างที่มันได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ไม่ว่างานนั้นมันจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม เขาทำมันมาหมดเกือบทุกอย่างแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ค้าประเวณี เขาก็เคยทำมาแล้ว เพียงแค่ตอนนี้เขาเน้นหันมาปล่อยเงินกู้นอกระบบ ค้าอาวุธเถื่อนและลงทุนเปิดคาสิโนมากกว่าซะส่วนใหญ่ เพราะมันได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าการทำเรื่องพวกนั้นหลายเท่าตัว ทุกอย่างที่เขามีได้ในทุกวันนี้เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองโดยไม่ได้พึ่งพาใครหรือทำร่วมกับใคร ถึงแม้ครอบครัวของเขาจะไม่เห็นด้วยที่เขาเลือกเดินเส้นทางนี้...แต่แล้วยังไงล่ะ ถ้าเขาอยากจะทำอะไรสักอย่าง…ใครก็ห้ามไม่ได้“ไม่หนีครับ แต่ขาดการติดต่อไปเลย” หากเป็นลูกหนี้คนอื่นนิกคงลงมือจัดการไปแล้วโดยไม่มาถามเจ้านายก่อน แต่เพราะลูกหนี้รายนี้กู้เงินไปไม่ใช่น้อยและหลักประกันท
“จะทำยังไงดีเนี่ย” มิรันก้มมองใบเสร็จค่าเสียหายที่เจ้าของรถยนต์ที่เธอขับรถชนท้ายส่งมาให้ด้วยความหนักใจ เพราะตัวเลขมันตั้งเจ็ดหลักเลยแหละ บวกกับค่าซ่อมรถของตัวเองอีกก็ปาเข้าแปดหลัก เธอพอจะทำใจบ้างแล้วเพราะดูจากยี่ห้อรถยนต์ของคู่กรณีแล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ธรรมดาแน่นอน และดูเหมือนว่ารถยนต์คันนั้นมันจะมีอยู่ไม่กี่คันในประเทศนี้ด้วยซ้ำ ลำพังแค่ค่าซ่อมของตัวเองเธอมีพอจ่าย แต่ค่าซ่อมของคู่กรณีเธอต้องหาเพิ่มอีกเกือบครึ่งหนึ่งเลย“บอกพี่รินจะโดนด่าไหมนะ” มือบางหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดเข้าเบอร์ของพี่สาวอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกไปในที่สุดตืดดด ตืดดดด(ฮัลโหล..) รอสายไม่นานปลายสายก็ตอบกลับมาทันที“พะ...พี่รินยุ่งอยู่รึเปล่าคะ”(ไม่หรอก...แล้วรีนมีอะไร)“คะ...คือรีนขอตังเพิ่มสักห้าล้านได้ไหมคะ” (........)“คือรีนขับรถชนท้ายรถคนอื่นค่ะ รีนเอาตังตัวเองจ่ายไปแล้วส่วนนึงแต่มันไม่พอ” ไม่แปลกที่พี่สาวจะเงียบไปเพราะเดือนนี้เธอใช้ตังปาเข้าไปเกือบแปดหลักแล้ว ทั้งค่าขนมของเดือนนี้ค่ากระเป๋าใบใหม่ไหนจะค่าที่เธอไปเที่ยวต่างประเทศอีก...หากพี่มิรินจะไม่ให้เธอก็เข้าใจดี(แล้วนี่เป็นอะไรไหม เจ
ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นขึ้นเสียงดังตามจังหวะสะบัดขาของร่างอรชรหุ่นดีราวกับนางแบบ ที่กำลังเดินเข้ามาในตึกเรียน ใบหน้าเย่อหยิ่งละลายหายไปในทันทีเมื่อคลี่ยิ้ม หลงเหลือเพียงรอยยิ้มหวานที่สามารถสะกดสายตาของเหล่านักศึกษาหลายคนที่อยู่ภายในตึกเรียนให้หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว“มิรัน..ทางนี้” เสียงเล็กจีบปากจีบคอของเพื่อนรักอย่างอันนาดังขึ้นมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมากวักเรียกเธออย่างอารมณ์ดี มิรันสายหน้าเบาๆกับท่าทางของเพื่อนรักก่อนจะรีบเดินเข้าไปหา โดยไม่ได้สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่กำลังมองมา...เธอคุ้นชินกับสายตาพวกนั้นแล้ว“จะเกินหน้าเกินตาแล้วนะคะ!” อันนาพูดประชดพร้อมกับใช้มือเขี่ยกระดุมชุดนักศึกษารัดรูปของมิรันเล่นอย่างหยอกล้อ“ดูตัวเองไหม” มิรันปัดมือของอันนาออกจากหน้าอกของตัวเองเบาๆ พร้อมกับมองหาเพื่อนสนิทอีกคนของตัวเอง “แล้วนี้ต้นน้ำไปไหน”“อย่าถามหามันเลย..มันติดสาวไม่เคยเห็นหัวเพื่อนหรอก” อันนาตอบกลับด้วยความหัวเสียเพราะโดนเพื่อนรักอย่างต้นน้ำทิ้งให้นั่งอยู่นี้คนเดียว“โทรตามผัวแกดิ จะมาส่งไหมงาน” มิรันส่ายหน้าน้อยๆให้กับคำตอบของอันนา มันเป็นภาพที่คุ้นชินของเธอ







