เข้าสู่ระบบ
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นขึ้นเสียงดังตามจังหวะสะบัดขาของร่างอรชรหุ่นดีราวกับนางแบบ ที่กำลังเดินเข้ามาในตึกเรียน ใบหน้าเย่อหยิ่งละลายหายไปในทันทีเมื่อคลี่ยิ้ม หลงเหลือเพียงรอยยิ้มหวานที่สามารถสะกดสายตาของเหล่านักศึกษาหลายคนที่อยู่ภายในตึกเรียนให้หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว “มิรัน..ทางนี้” เสียงเล็กจีบปากจีบคอของเพื่อนรักอย่างอันนาดังขึ้นมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมากวักเรียกเธออย่างอารมณ์ดี มิรันส่ายหน้าเบาๆ กับท่าทางของเพื่อนรักก่อนจะรีบเดินเข้าไปหา โดยไม่ได้สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่กำลังมองมา...เธอคุ้นชินกับสายตาพวกนั้นแล้ว “จะเกินหน้าเกินตาแล้วนะคะ!” อันนาพูดประชดพร้อมกับใช้มือเขี่ยกระดุมชุดนักศึกษารัดรูปของมิรันเล่นอย่างหยอกล้อ “ดูตัวเองไหม” มิรันปัดมือของอันนาออกจากหน้าอกของตัวเองเบาๆ พร้อมกับมองหาเพื่อนสนิทอีกคนของตัวเอง “แล้วนี่ต้นน้ำไปไหน” “อย่าถามหามันเลย..มันติดสาวไม่เคยเห็นหัวเพื่อนหรอก” อันนาตอบกลับด้วยความหัวเสียเพราะโดนเพื่อนรักอย่างต้นน้ำทิ้งให้นั่งอยู่นี้คนเดียว “โทรตามผัวแกดิ จะมาส่งไหมงาน” มิรันส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับคำตอบของอันนา มันเป็นภาพที่คุ้นชินของเธอไปแล้ว เพราะต้นน้ำกับอันนาเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่กัดกันเลยทีเดียว “ผัวบ้านแกสิ! มั่วแบบนั้นฉันไม่เอามันมาทำพันธุ์หรอกย่ะ” อันนาแหวใส่เพื่อนรักเสียงดัง เมื่อมิรันพูดจาไม่เข้าหู “เร็วๆ ...ฉันมีงานต้องไปทำ” “งานอะไรกันคะ อย่างคุณหนูมิรันนี่ยังต้องทำงานอีกเหรอ” คิ้วเล็กของอันนาเลิกขึ้นอย่างสงสัย บ้านมิรันรวยจะตายยังต้องทำงานอะไรอีก ถึงแม้จะมีกันแค่สองคนกับพี่สาว และพี่สาวก็ทำงานหาเงินอยู่ฝ่ายเดียว แต่พี่สาวของมิรันเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ยังต้องกลัวอะไรอีก “ฉันแค่จะแวะไปหาเลขาพี่รินซะหน่อย เห็นช่วงนี้พี่รินดูแปลกๆ ไป จะถามก็คงไม่ยอมบอก” มิรันตอบกลับไปด้วยความกังวลใจ เธอไม่เคยมีอะไรปิดบังกับอันนาและต้นน้ำอยู่แล้ว ทุกเรื่องของเธออันนาและต้นน้ำย่อมรับรู้ดี เหมือนที่เธอเองก็รับรู้เรื่องทุกอย่างของอันนากับต้นน้ำดีเหมือนกัน “พี่มิรินน่ะเหรอแปลกไป จะห่วงอะไรพี่มิรินแกร่งจะตาย” “ไม่รู้สิ แต่ฉันรู้สึกเหมือนว่าพี่รินกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่” ช่วงนี้พี่สาวของเธอดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเวลาโทรหาก็แทบจะคุยกันนับคำได้ พอจะไปหาก็เลี่ยงตลอด หรือว่าจะโกรธเธอเหรอที่อาทิตย์ก่อนเธอหนีไปเที่ยวที่ต่างประเทศโดยไม่ยอมบอก...แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะยังส่งเงินมาให้เธอเหมือนเดิมโดยไม่หักทำโทษเหมือนที่ผ่านมาเวลาหนีเที่ยว เหมือนพี่มิรินกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างที่ปิดบังไม่อยากให้เธอรู้อยู่เลย “ตัวเองอ่ะคิดมากไปเองรึเปล่าเถอะ” “ก็ฉันเหลือแค่พี่รินคนเดียวไหมล่ะ ไม่คิดมากไม่ห่วงใยกันแล้วจะให้ใครมาห่วง” อย่างที่ว่าเธอเหลือแค่พี่สาวอยู่คนเดียว มันไม่แปลกที่เธอจะเป็นกังวลเพราะเหลือกันเพียงแค่สองคนแล้ว และที่ผ่านมาพี่มิรินก็ตามใจเธอแทบทุกอย่างไม่ว่าอยากได้อะไร พี่มิรินเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเธอไปเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่พากันหนีออกมาจากบ้านตั้งแต่เธออายุแค่สิบขวบและตอนนั้นพี่สาวก็อายุแค่สิบหกเท่านั้น เพราะอยู่ไปก็ไม่ต่างกับอยู่ในคุก เนื่องจากพ่อของตัวเองเอาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในบ้านหลังจากที่แม่ของเธอเสียไปได้แค่เพียงสามวันเท่านั้น แถมยังหอบเด็กผู้หญิงอีกคนที่อายุมากกว่าเธอแค่สองปีเข้ามาด้วย แล้วยังมาบอกว่าเป็นพี่สาวอีกคนของเธออีก ตอนแรกสองแม่ลูกนั้นก็ดีกับเธอและพี่สาวปกติ แต่พอลับหลังพ่อของเธอเท่านั้นแหละ มันไม่ได้ต่างไปจากละครน้ำเน่าเลย ทั้งทุบทั้งตี กลั่นแกล้งกันสารพัด หนักสุดก็ถึงขั้นพี่สาวเธอเป็นลมหมดสติจนต้องห้ามส่งโรงพยาบาล..ใครมันจะไปทนได้ หลายครั้งที่เธอพยายามบอกเรื่องที่โดนสองแม่ลูกนั้นทำร้ายแต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยเชื่อเลย เธอตัดสินใจไม่ผิดเลยที่หนีออกมาตั้งแต่ตอนนั้น @คอนโดของมิรัน เคร้ง!! “กรี๊ดดดด!!” มิรันร้องเสียงหลงขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อกำลังจะเลี้ยวเข้าคอนโดของตัวเองแต่กลับขับไปชนท้ายกับรถยนต์คันอื่นเข้าอย่างจัง เพราะความเหม่อลอยที่ทำให้เธอมองไม่เห็นรถคันข้างหน้า “ขะ...โทษค่ะ ฉันผิดเอง คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะเจ็บตรงไหนไหม” มิรันรีบลงไปจากรถทันทีที่ได้สติ เธอถอนหายใจอย่างหนักใจเมื่อเห็นหน้ารถของตัวเองพังยับเยินไม่เป็นท่าไหนจะท้ายรถของคู่กรณีที่ไม่ต่างจากรถของตัวเองอีก เธอรีบโค้งขอโทษเจ้าของรถด้วยความจริงใจเมื่อเขาเดินลงมาจากรถ “ผมไม่เป็นอะไรครับ แต่ว่าเจ้านายของผมไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ที่คุณขับมาชนท้าย” “ฉันขอไปขอโทษเขาได้ไหมคะ” “อย่าดีกว่าครับ ไม่งั้นคุณจะแย่” “ขะ..เขาอารมณ์ร้อนเหรอคะ” “วุ่นวาย! ...มึงมาได้แล้ว” กระจกรถสีดำเงาถูกเลื่อนลงมาก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าจะได้ตอบอะไรเธอกลับ พร้อมกับน้ำเสียงน่าเกรงขามที่ฟังดูเริ่มจะไม่สบอารมณ์ดังแว่วออกมาจากข้างในรถ มิรันกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกกลัวเพียงแค่เห็นเงาของคนที่อยู่ข้างในรถ ทั้งที่เห็นแค่เงาเลือนรางของเขาแต่กลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างแปลกประหลาด แค่คำพูดของเขาไม่กี่คำมันตอบคำถามของเธอที่ถามร่างสูงตรงหน้าไปเมื่อครู่ได้อย่างดี...ว่าเขาคงจะเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้อนไม่น้อย แถมยังน่าจะเอาแต่ใจอีกด้วย “ผมไม่มีเวลาพอจะมาคุยเรื่องค่าเสียหายเพราะเจ้านายผมมีงานด่วน” “ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง นี่นามบัตรของฉันค่ะ” มิรันไม่ลืมที่จะยื่นนามบัตรของตัวเองให้ร่างสูงตรงหน้าเมื่อเห็นเขาดูเร่งรีบ ถึงแม้จะยังไม่ได้ขอโทษคนที่เป็นเจ้าของรถจริงๆ แต่อย่างน้อยก็ขอให้เธอได้รับผิดชอบของการกระทำของตัวเอง หลายชั่วโมงต่อมา “ผมเอารถไปเข้าอู่แล้วครับ ส่วนใบเสร็จผมส่งไปให้คู่กรณีตามที่เธอให้ที่อยู่แล้ว” นิกเดินเข้ามารายงานเจ้านายของตัวเองพร้อมกับวางนามบัตรของคู่กรณีลงตรงหน้าของมาเฟียหนุ่ม “ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นน้องสาวของผู้หญิงคนนั้นครับ” “หึ! ..” ไม่มีสัญญาณอะไรตอบกลับมานอกจากรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของฟาโรห์...เจ้าของฉายาโหดเหี้ยมไร้หัวใจ “..อวดรวยซะด้วย” “นายจะให้ผมจัดการกับเธอไหมครับ” “พี่มันเป็นคนก่อแล้วทำไมกูต้องไปลงกับน้อง? ...ตราบใดที่มันไม่เข้ามาแส่ก็ปล่อยมันไปก่อน” มาเฟียหนุ่มดันลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาคงไม่ไร้เหตุผลขนาดที่เอาไปลงกับคนที่ไม่ได้ก่อเรื่องขนาดนั้น...แต่หากเข้ามาวุ่นวายเมื่อไหร่ เขาก็กัดไม่ปล่อยเหมือนกันตึก ตึก ตึก คนตัวเล็กในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังชั้นนำของประเทศกำลังเดินย่องเข้าบ้าน ตอนนี้เลยเวลากลับบ้านไปหลายชั่วโมงเพราะแอบแวะไปดูผู้ชายเตะบอลอยู่สนาม เธอไม่ยอมกลับบ้านพร้อมน้องชายโดยให้เหตุผลว่าจะไปเรียนพิเศษ ‘ฟาร์จะไปเรียนพิเศษนะ พายุกับพายัพกลับก่อนเลย’ ‘ก็ไปเรียน จะรอ’ พายัพตอบพี่สาวเสียงนิ่งขณะนั่งอ่านหนังสืออยู่บนรถระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าจะกลับก็ต้องกลับพร้อมกัน เขาเป็นห่วง ‘หึ… มึงเชื่อเหรอพายัพ’ พายุปรายตามองพี่สาวอย่างรู้ทัน ฟาร์ลีนอ้าปากก็มองเห็นถึงลิ้นไก่ ผีเห็นผีก็ว่าได้ ‘นี่! ฟาร์ไปเรียนจริงๆ ไม่ต้องรอกลับก่อนเลย’ ประโยคแรกจิ๊ปากใส่พายุ ก่อนจะพูดกับพายัพน้องชายคนเล็กเสียงอ่อนลง ‘จะทำอะไรก็ทำ จะรอ’ พายัพย้ำเสียงนิ่ง รู้หมดแหละว่าจะทำอะไรโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำไมจะไม่รู้นิสัยพี่สาว แต่ยืนยันคำเดิมว่าต้องกลับพร้อมกันเท่านั้น สรุปสุดท้ายไม่มีใครยอมใคร พี่สาวคนโตมีแผนในหัวยืนยันคำเดิม ก่อนที่ฟาร์ลีนกับพายุจะทะเลาะกันอีก พายัพจึงต้องเป็นคนตัดสินใจปล่อยไป รำคาญเสียงทะเลาะกัน เขาจะกลับก่อนแม่ง แต่ก็ไม่ลืมทิ้งท้ายใส่พี่สาว ‘ดูแลตัวเองด้วย จะทำอะไรก็รับผลที่จะตามมาให้ได้
แปดปีต่อมา “มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ” มาเฟียหนุ่มที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกงลงจากรถยนต์คันหรูของตัวเอง ขมวดคิ้วยุ่งสายตาคมหันไปสบตาเข้ากับลูกชายตัวเองที่ยืนอยู่ข้างโรงจอดรถพอดี ถัดไปเป็นรถบิ๊กไบค์สีดำด้านจอดอยู่มีหมวกกันน็อควางบนตัวรถอีกที บิ๊กไบค์คันนี้เป็นตัวแรร์ของเขาเองสมัยตอนเป็นวัยรุ่น แต่ตอนนี้เปลี่ยนมือไปเป็นของลูกชาย เพราะเจ้าตัวลูกชายชอบรถมากและเอ่ยขอจะดูแลต่อเอง “เข้าบ้านไม่ได้ครับ” พายุรีบตอบทันที ยืนรอคนเป็นพ่อมานานแล้วกว่าพ่อจะถึงบ้าน “หื้มม? เป็นอะไร” คิ้วคมขมวดคิ้วงุนงงกับคำตอบของลูกชาย “คำบัญชาของภรรยาคนสวยพ่อไง” “หึ… ไปทำอะไรให้แม่ไม่พอใจอีกล่ะ” คนเป็นพ่อหัวเราะในลำคอขึ้นมาเมื่อรู้เหตุผล พร้อมกับเดินเข้าไปถามลูกชาย ‘ตัวดี’ ที่ต้องใช้คำว่าตัวดี เพราะคนนี้แหละไม่ธรรมดาเลย วีรกรรมแต่ละวันไม่ซ้ำ ถอดแบบเขาสมัยวัยรุ่นมาเป๊ะๆ เผลอๆ หนักกว่าอีก “ก็ขัดคำสั่งนิดหน่อย ตามภาษาวัยรุ่นเลือดร้อน” “ทำไมกล้าทำ… ขนาดพ่อยังไม่กล้า” “…อ้าว!” พายุมองตาคนเป็นพ่อปริบๆ อุตส่าห์เสียเวลายืนรอกะจะให้ช่วยตั้งนานสองนาน ไหงมาพูดงี้ล่ะ “แล้วใครจะช่วยผม” “แล้วทำอะไรผิดครับ” “เอารถบิ๊กไบ
ตอนวัยเด็กที่สองแฝดอายุได้ขวบสองขวบ สามจิ๋วรักกันมาก เล่นด้วยกันอย่างอ่อนโยน คนน้องไม่ว่าจะโดนพี่สาวจับทำอะไรก็ยอมหมด พี่ก็หวงน้องใครจับไม่ได้และมักจุ้บน้องทุกชั่วโมง นั่งเฝ้าน้องทุกวันหาเพื่อนเล่นบาร์บี้ พอน้องโตขึ้นหน่อยก็จับน้องชายฝาแฝดใส่ที่คาดผมเจ้าหญิง เล่นกันอยู่อย่างนั้น น้องก็ชอบมากพี่ก็แฮปปี้หัวเราะกันคิกคักเป็นภาพที่น่ารักมาก จนต้องถ่ายรูปเก็บไว้มากมายทำเป็นอัลบั้มวางไว้ทั่วบ้าน น่ารักน่าเอ็นดูจนคุณพ่อกับคุณแม่มีแพลนคิดอยากมีคนที่สี่เพิ่ม แต่พอโตขึ้นอีกหน่อยสามสี่ขวบสองแฝดเริ่มมีความเป็นตัวเองมากขึ้น ฉายแววความชอบของตัวเองได้เท่านั้นแหละ ความบันเทิงก็เกิดขึ้นจนมามี้กับปาป๊ากุมขมับไปหลายรอบ มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ทุกวัน อย่างเช่น…. “มามี้ครับ” ลูกชายตัวน้อยในวัยย่างจะสี่ขวบยืนส่ายหัวกับสภาพของพี่สาว ก่อนจะเดินกลับไปหาคนเป็นแม่แล้วปีนขึ้นไปนั่งบนตักเอ่ยถามอย่างจริงจัง… พายัพจะไม่ทนแล้วนะ! “น้องพายัพมีคำถาม…” “ครับน้องพายัพ” มิรันกอดลูกชายไว้หลวมๆ และก้มลงหอมหัว กลิ่นแป้งเด็กมันชื่นใจจริงๆ ยิ่งเป็นแป้งเด็กผสมกับกลิ่นของลูกทำให้หายปวดหัวได้นี่จริงมาก “พายัพไม่อยากได้ฟาร์ลีน
หนึ่งปีกว่าๆ ต่อมา “คริคริ^^” คนตัวเล็กในวัยหนึ่งขวบหกเดือนนั่งหัวเราะชอบใจอยู่บนตักคุณพ่อมาเฟียท่ามกลางห้องทำงาน เล่นคนเดียวได้ขอแค่คนเป็นพ่ออุ้มก็พอใจแล้ว ส่วนคนเป็นพ่อมืออีกข้างอุ้มลูกสาวที่เล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่บนตัก ส่วนอีกมือวุ่นอยู่กับงานเซ็นเอกสารหลายฉบับที่เลขาเอามาให้เซ็น เขาต้องเร่งเวลาเพราะต้องไปตรวจท่าเรือขนส่งสินค้า เช็คของก่อนที่จะถูกส่งออกให้ลูกค้า และหลังจากนั้นต้องพาลูกสาวตัวน้อยไปเรียนว่ายน้ำต่อ “หิวรึยังครับตัวเล็ก” แม้งานจะยุ่งก็ยังใส่ใจกับลูกตลอด “ม่ายหิววเยย ย้องเล่นน” คนตัวเล็กส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กตอบ เด็กวัยเรียนรู้ห่วงเล่นมากกว่ากินนมอยู่แล้ว หลังจากเซ็นเอกสารเสร็จก็อุ้มลูกสาวพาไปกินนมกล่อมนอนอยู่บนโซฟา ฟาร์ลีนเป็นเด็กติดมือเนื่องจากคนเป็นพ่อต้องการให้เป็นแบบนั้น อยากให้ลูกสาวติดเลยอุ้มตั้งแต่เด็กๆ ก่อนนอนเขาก็อุ้มมากล่อม จนถึงตอนนี้ก็เลยติดมือพ่อ เวลานอนต้องอุ้มหรือไม่ก็ต้องนอนบกอกแกร่ง แปะ แปะ~ มือหนาตบตูดลูกสาวที่กำลังกินนมในขวดเพื่อกล่อม ฟาร์ลีนเป็นเด็กเลี้ยงง่ายมาก ไม่งอแง ไม่ดื้อและไม่ซน ให้อยู่แบบไหนก็จะเล่นอยู่แบบนั้น ลูกสามารถอยู่บ้านกับคุณแม่ได้ส
มื้อเย็นของบ้านมาเฟียอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา หัวมุมสุดคือผู้อาวุโสใหญ่สุดนั้นคือเอเดอลาร์ด ถัดมาฝั่งซ้ายมือคือฟาโรห์และมิรัน ส่วนฝั่งขวามือคือโฟริสและเอเดนตามลำดับ แต่วันนี้มีแขกพิเศษร่วมโต๊ะด้วย มีไคและมิรินร่วมถึงตัวเล็กซีลีนร่วมด้วย มื้อเย็นผ่านไปด้วยความสุขคุยกันเรื่องปกติทั่วไป ร่วมถึงหารือเรื่องแต่งงานที่ใกล้จะถึงในสองเดือนข้างหน้านี้ เพราะเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวขอเลื่อนออกไปอีกสองเดือนเพื่อให้เจ้าสาวได้มีเวลาเคลียร์งาน ก่อนจะเปลี่ยนมารับบทภรรยาและคุณแม่เต็มตัว รวมไปถึงคุยกันเรื่องจัดงานเฉลยเพศลูก เรื่องนี้คุณแม่อยากจัดบวกกับคุณย่าชอบดูในโซเชี่ยลบ่อยๆ อยากมีบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้ทราบเพศแล้ว เพราะทางโรงพยาบาลแจ้งมาแล้ว แต่คนที่เปิดดูและจัดงานให้คือมิรินและไค ส่วนครอบครัวมาเฟียรอลุ้นวันเฉลยเพศพร้อมกัน วันนี้คุยกันจึงมีการแยกฝ่ายกันเกิดขึ้น คุณปู่กับคุณพ่อและคุณลุงเอเดนแอบเห็นตรงกันว่าอยากให้เป็นชาย เพราะอยากให้คนแรกสามารถดูแลน้องๆ ได้ มองการณ์ไกลไปถึงอนาคตที่ต้องขึ้นเป็นใหญ่ต่อจากพ่อ แต่คุณย่าที่เคยมีแต่ลูกชายยืนยันว่าขอผู้หญิงก่อน จะเป็นใหญ่อะไรย่าไม่นึกถึงหรอก ค่อยมีอีกคนเป็นผู้ชา
กรี๊ดดดดด!! ปึก ปึก ปึก “นายหญิงเป็นอะไรครับ ผมขออนุญาตพังประตูนะครับ” ทันทีที่ได้ยินเสียงกรี๊ดไม่ใช่แค่อันนาที่ตกใจรีบดีดตัวลุกเดินสับขาไปหาเพื่อนอย่างเร็ว บอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ก็ต่างพากันวิ่งเข้าไปในห้องน้ำด้วย จนลืมไปว่านี่มันคือห้องน้ำผู้หญิง แต่พวกเขาไม่ออกไปถ้าไม่รู้ว่าเจ้านายที่อยู่ข้างในเกิดอะไรขึ้น “ไม่ๆ ไม่เป็นไรค่ะ แอบดูหนังผีเฉยๆ” มิรันตั้งสติรีบตอบกลับอย่างเลิ่กลั่ก ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ถามว่าดีใจไหมก็มาก แต่ก็ยังงุนงงอยู่ มาตอนนี้แล้วงานแม่ล่ะลู๊กกก จะดีใจก็ดีใจไม่สุด เมื่อได้ยินอย่างนั้นบอดี้การ์ดก็โค้งคำนับให้ก่อนจะเดินออกไปรอข้างนอก ผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ในห้องน้ำเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรก็ออกไปด้วย เหลือแต่อันนาที่รู้ว่าเพื่อนตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อันนายืนกอดอกจ้องประตูห้องน้ำเพื่อนทันที “ไม่มีใคร ออกมาได้” อันนาส่งสัญญาณ กรี๊ดแบบนี้ไม่ต้องสืบเลย งานงอกเต็มหัวอันนาแล้วหนึ่ง แอ๊ดด~ มิรันเปิดประตูออกมาช้าๆ พลางมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็รีบยื่นที่ตรวจครรภ์ให้อันนาดู จนอีกคนตาเบิกกว้างไม่ต่างจากเธอที่เห็นตอนแรก สองสาวอารมณ์เดียวกัน จะดีใจก็ดีใจไม่สุ
เนื้อหวานๆ กินยังไงให้อิ่ม เช้าวันถัดมา ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น…คนตัวเล็กไม่ยอมตื่น เขาตื่นมากวนกลางดึกกินไปอีกรอบท่ามกลางเสียงคลื่นซัดเบาๆ เธอก็ไม่ยอมตื่น เขาหลับต่อไม่นานตื่นมาหอมขมับบางอย่างเสียดายแล้วลุกขึ้นแต่งตัวออกไปคุยงานตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้ทั้งวันเขาอัดตารางงานแน่นรวมใส่วันเดียวตั้งแต
“นายใหญ่จะรับอาหารเที่ยงเลยไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้นมาหลังจากคุยงานกับมาเฟียหนุ่มเรียบร้อยแล้ว วันนี้มาเฟียหนุ่มหอบงานมาทำที่บ้านเพราะเขาต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนบินไปภูเก็ต เพื่อลงพื้นที่ดูสถานที่เปิดคาสิโนใหม่ขยับขยายออกไปจากสถานที่เดิมที่มีอยู่ ลูกน้องคนสนิทรับแฟ้มเอกสารมาถือไว้พร้อมกั
“อึก!” คนตัวเล็กยังคงสะอื้นไห้ไม่หยุด แม้บทลงโทษจากเซ็กส์ที่รุนแรงจะจบลงแล้วก็ตาม ร่างกายแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กว่าความเลวร้ายทั้งหมดจะจบลง เขาใช้เวลาลงโทษเธอเกือบสองชั่วโมงโดยไม่ผ่อนแรงเลยแม้แต่น้อยจนรถขับมาถึงคฤหาสน์ของเขา เขาถึงหยุดมันลงเพียงเท่านี้ มาเฟียหนุ่มหยิบสูทที่ตกลงข้างเบาะที่นั่งข้า
“แล้วเธอจะเอาอะไรมาจ่ายเป็นดอกเบี้ย?” “......” มิรันเงียบไปอย่างจนหนทาง แค่เงินต้นยังไม่รู้จะหามาคืนได้รึเปล่า แล้วเธอจะเอาความมั่นใจจากไหนมายืนยันกับเขาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยไหว เงินตั้งสองร้อยกว่าล้านดอกเบี้ยคงจะไม่ใช่น้อยๆ แถมยังเป็นเงินนอกระบบอีก ไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะว่าจะมากมายขนาดไหน เผลอๆ คงเยอะกว่







