Share

เมียคุณราล์ฟ
เมียคุณราล์ฟ
Author: ฅนหลังเขา

ตอนที่ 1

last update Last Updated: 2025-12-31 10:19:08

INTRO

12 ปีก่อน

มูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เป็นมูลนิธิที่คนมีชื่อเสียง คนในวงการบันเทิง คนในวงการไฮโซหรือเซเลปดารามักจะสนับสนุนทุนให้เด็กที่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งตระกูล มิลเลอร์ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิแห่งนี้ด้วย

เพียงแวบแรกที่บิดาของราล์ฟได้วางรูปถ่ายของเด็กด้อยโอกาสบนโต๊ะ เขาก็สะดุดตากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะรีบคว้ารูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติ

เด็กสาววัย 7 ปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ถึงใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตากลับดูเศร้าจนน่าใจหาย อาจจะเป็นเพราะดวงตาเศร้าคู่นั้นที่ทำให้เขาสะดุดตา จนต้องคว้ารูปใบนั้นขึ้นมาท่ามกลางรูปมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัย 22 ปี ก็หยิบประวัติของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา

"แด๊ดครับ ถ้าครอบครัวเราอุปการะเด็กคนนี้จะได้ไหม"

"ฉันเลือกเด็กที่จะอุปการะได้แล้วล่ะ นี่ไง"

"ครบ 20 คนแล้วหรือครับแด๊ด ถ้าเพิ่มคนนี้ไปอีกสักคนได้ไหม"

"ไม่ได้หรอก ฉันเลือกคนที่จะอุปการะแล้ว แล้วทางมูลนิธิก็ไม่ให้รับเกิน 20 คนด้วย เดี๋ยวก็มีคนอื่นรับไปอุปการะนั่นแหละ แต่ถ้าแกอยากจะส่งเสริมเด็กด้อยโอกาสมากขนาดนั้นก็ทำเองเลยสิ แกก็เรียนจบแล้วนี่ กลับมาจากเมืองนอกแค่ไม่กี่เดือนก็ดูแลทุกอย่างแทนฉันได้ดีขนาดนี้ แค่ส่งเสริมเด็กด้อยโอกาสสักคน ขนหน้าแข็งแกคงไม่ร่วงหรอกมั้ง"

"ผมสามารถสนับสนุนได้ด้วยหรือครับ"

"ได้สิ แกก็เรียนจบมีหน้าที่การงานมั่นคงแล้ว ทางมูลนิธิก็อนุมัติให้เป็นผู้อุปการะอยู่แล้วล่ะ"

"งั้นผมขออุปการะเด็กคนนี้นะครับแด๊ด"

"ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากจะอุปการะขึ้นมาล่ะ ปกติแกไม่เคยสนใจเรื่องที่ฉันทำการกุศลหรือช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงต้องเป็นเด็กคนนี้ด้วยล่ะ"

"ไม่รู้สิครับแด๊ด แต่พอผมดูรูปถ่ายแล้ว ผมก็รู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร โดยเฉพาะสายตาที่มองมาคู่นั้น ผมแค่อยากจะสนับสนุนให้ได้รับโอกาสที่ดี อาจจะทำให้เด็กคนนั้นมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้างก็ได้ครับ"

โปรย

ฉันอยากให้เธอพูดว่า "ต้องการฉัน" เหมือนอย่างที่ฉัน "ต้องการเธอ"

#รักต่างวัย #เด็กในอุปการะ #เมียเด็ก

ราล์ฟ (34) x มาลิน (19)

__________________________________

เมื่อ 12 ปีก่อน ราล์ฟในวัย 22 ปี

เขาได้รับอุกปาระเด็กสาวคนหนึ่งในวัย 7 ปี ของมูลนิธิแห่งหนึ่ง

ซึ่งเพียงแค่เห็นรูปถ่ายก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะอุปการะทันที

เพราะความสงสารและอยากจะสนับสนุนให้เด็กคนนั้นได้มีอนาคตที่สดใส

ซึ่งผู้อุปการะและเด็กในอุปการะสามารถพูดคุยกันผ่านทางจดหมายเท่านั้น

จนผ่านไป 12 ปี ความรู้สึกผูกพันก็ก่อเกิดขึ้นมาในใจของเขาโดยไม่รู้ตัว

________________

ที่ผ่านมาเขาคิดมาตลอดว่าใจของตัวเองอาจจะสับสนที่ไปชอบคนที่ตัวเองอุปการะอยู่ ใจของเขาอาจจะแค่รู้สึกผูกพันกับคนที่ตัวเองส่งเสียมาก็ได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นเจ้าของใบหน้าใสที่เขาเฝ้ารอคอยอ่านจดหมายมาตลอดสิบกว่าปี เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่ามันไม่ใช่ความสับสนอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้หัวใจของเขากำลังตื่นเต้นและเต้นแรง

ราวกับตัวเองกำลังกลับไปเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจีบสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน

________________

"งั้นก็ไปกันเถอะ จากนี้ไปก็จงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ แล้วก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฉัน"

มาลินที่ได้ยินคำพูดของผู้มีพระคุณก็แอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทันที ถึงคำพูดที่เอ่ยออกมาจะเป็นแค่คำพูดที่แสนธรรมดา แต่สำหรับหัวใจของเธอที่กำลังเคว้งคว้างในตอนนี้ ก็ทำให้มาลินน้ำตาไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ

'เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ คำพูดเพียงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกมีพลังบวกอยู่เสมอ นี่คือคุณราล์ฟที่เธอเคยคุยกันผ่านจดหมายมาตลอดสิบสองปีจริง ๆ ด้วย'

________________

"งั้นคุณราล์ฟก็มานอนที่เตียงด้วยกันเถอะค่ะ"

"ฮะ?"

"เอ่อ...หนูหมายถึงมานอนคุยกันที่เตียงก็จะได้ไม่เมื่อยไงคะ ไหน ๆ คืนนี้เราก็จะไม่นอนกันแล้ว"

"งั้นเธอก็นอนรอไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อน"

"ค่ะ" มาลินก็รับคำด้วยดวงตาเป็นประกาย เพราะเธอมีคำถามมากมายเหลือเกินที่อยากจะถามผู้มีพระคุณมาตลอด สิบสองปีที่ได้แต่คุยกันผ่านทางจดหมาย วันนี้ความฝันที่เธออยากจะมีโอกาสได้คุยกับผู้มีพระคุณก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว

ราล์ฟก็เดินเข้าไปในห้องห้องน้ำด้วยอารมณ์ปั่นป่วนไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดจะชวนขึ้นเตียงด้วยท่าทีไร้เดียงสาแบบนั้น ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคำเชิญชวนของเธอไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร เพราะเธอก็คงอยากจะชวนเขาพูดคุยบนเตียงจริง ๆ แต่เธอจะรู้หรือเปล่าว่าการชวนขึ้นเตียงแบบนี้มันหมายถึงอะไร

___ตอนที่ 1___

"มึงคือความอัปยศมากที่สุดในชีวิตกู แค่เห็นหน้า กูก็อยากจะบีบคอมึงให้ตาย ๆ ไปซะ"

"คุณแม่!" มาลินในวัย 19 ปี ก็ลุกพรวดขึ้นมาจากฟูกผืนเก่าที่ใช้ปูนอน "ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย นี่เราฝันแบบนี้อีกแล้ว" มาลินรีบลุกขึ้นไปล้างหน้าในห้องน้ำตอนกลางดึก เพื่อไล่ความกลัวที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวเอง

"วันนี้คุณแม่ก็ยังไม่กลับห้องอีกแล้วสินะ" หลังจากที่มาลินเดินไปเปิดประตูที่ห้องนอนของมารดา บนเตียงก็มีแต่ความว่างเปล่า ซึ่งมาลินก็ทราบดีว่ามารดาต้องไปที่บ่อนอีกแน่นอน

มาลินเดินกลับไปห้องของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งแทบจะเรียกว่าห้องไม่ได้เลย เพราะเป็นแค่ห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่มีแต่ของเก่าและเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วเต็มไปหมด ซึ่งที่นอนของมาลินก็มีเพียงแค่หมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืนและฟูกที่ใช้ปูนอนเท่านั้น

ไม่นานหลังจากที่มาลินเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บของ เธอก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของมารดา ที่ตะโกนออกมาดังลั่นตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าห้อง ซึ่งเป็นห้องเช่าเก่า ๆ ที่มีเพียงแค่หนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำเท่านั้น

"มึงออกมาสิวะอีมาลิน กูกลับมาถึงแล้ว ยังไม่รีบเอาน้ำมาต้อนรับกูอีก" มาลี มารดาของมาลินก็เดินโซเซเข้าไปในห้อง พร้อมกับหนีบขวดสุราไว้ที่ใต้รักแร้ด้วย

มาลินก็รีบเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะรีบเตรียมน้ำดื่มไปให้มารดาอย่างรวดเร็ว

"ทำไมถึงชักช้านักวะ มัวแต่โอ้เอ้อยู่ได้!"

"หนูรีบแล้วนะคะคุณแม่ พอคุณแม่เรียก หนูก็รีบเอาน้ำมาให้ทันทีเลยนะคะ"

"มึงนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ เรียนจบม.ปลายแล้วก็ยังทำตัวโง่ ๆ อยู่อีก ตอนนั้นกูน่าจะกินยาขับให้มึงตาย ๆ ไปซะตั้งแต่อยู่ในท้องก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาเกะกะสายตากูแบบนี้"

มาลินก็ไม่กล้าตอบโต้อะไรมารดานอกจากนั่งอยู่เงียบ ๆ แบบนั้น เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอก็ไม่เคยได้ยินมารดาพูดจาดี ๆ กับเธอเลย

"แล้วนี่เรียนจบแล้วยังไม่คิดหางานทำอีกรึไง กลับมาอยู่บ้านตั้งสองเดือนแล้วนะตั้งแต่ที่เรียนจบมาน่ะ พอออกมาจากโรงเรียนประจำก็รีบหางานทำสักทีสิ จะได้รีบ ๆ ออกไปจากที่นี่ กูรำคาญมึงจะตายไม่รู้รึไงวะ ไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งสิบกว่าปี กูนึกว่ามึงจะไปพ้น ๆ จากชีวิตกูแล้วซะอีก มึงยังจะกลับมาอีกทำไม"

"ก็คุณแม่อยู่ที่นี่ จะให้หนูไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ เอ่อ...คุณแม่คะ คือว่าหนูอยากเรียนต่อมหาลัยน่ะค่ะ หนูสอบติดและผ่านเกณฑ์ของทางมหาลัยแล้ว แต่ว่าต้องมีผู้ปกครองไปที่มหาลัยในวันรายงานตัวด้วย เดือนหน้าคุณแม่ช่วยไปที่มหาลัยกับหนูหน่อยได้ไหมคะ"

"จบแค่นี้ได้ก็บุญหัวแล้ว ยังจะไปเรียนต่อมหาลัยทำไมให้เปลืองเงินอีก กูไม่มีเงินให้มึงหรอกนะ"

"หนูพอมีเงินเก็บอยู่ค่ะคุณแม่ ตอนอยู่ที่โรงเรียนประจำ เงินที่ผู้อุปการะส่งให้ใช้ก็แทบไม่ได้ใช้เลย หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนเงินของคุณแม่อย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่หนูมาอยู่ที่นี่ หนูก็ทำงานพิเศษตลอดนะคะ หนูไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ แต่เพราะคุณแม่กลับดึกทุกวันต่างหาก ก็เลยไม่รู้ว่าแต่ละวันหนูทำอะไรบ้าง"

"ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้น ก็เอาเงินนั่นมาตอบแทนบุญคุณกูซะ แล้วเรียนมหาลัยอะไรนั่นมึงจะเรียนไปทำไม เอาเงินมาให้กูใช้ดีกว่าไหม เพราะไม่ว่ายังไง กูก็ไม่มีทางไปมอบตัวไร้สาระกับมึงหรอกนะ"

"แต่หนูอยากเรียนจริง ๆ นะคะคุณแม่"

"กูอุตส่าห์อุ้มท้องมึงมาตั้งเก้าเดือน ตอนนี้อายุสิบเก้าแล้วยังไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณกูอีกหรือไงวะ หรือจะรอให้กูตายก่อนถึงจะคิดได้"

"หนูจะตอบแทนบุญคุณของคุณแม่แน่นอนค่ะ แต่หนูขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหมคะ ถ้าหนูจบปริญญาตรี อย่างน้อยก็มีวุฒิการศึกษา จะได้หางานได้ง่ายกว่าวุฒิมอหกนะคะ"

"มึงอย่ามาพูดมาก จะไสหัวไปไหนก็ไปเลย แล้วก็อย่าหวังว่ากูจะไปมอบตัวอะไรกับมึงนะ ยากจนขนาดนี้ยังจะคิดใฝ่สูงอยากเรียนปริญญาอีก"

"หนูไม่รบกวนคุณแม่จริง ๆ นะคะ หนูจะหางานเสริมทำด้วยระหว่างที่เรียน ขอแค่คุณแม่พาหนูไปมอบตัวก็พอค่ะ"

"มึงไม่ต้องหวังอยากเรียนสูง ๆ หรอก รีบทำงานหาเงินแล้วออกไปจากที่นี่ซะ เวลามึงอยู่ที่นี่แล้ว กูจะพาใครมาที่ห้องก็ไม่ได้ จะทำอะไรก็ไม่สะดวก อย่ามาอยู่ให้เป็นภาระของกูเลย รีบ ๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นสักที คนไร้ค่าแบบมึง ถ้าตายไปก็ไม่มีใครเสียใจหรอก มึงทำลายชีวิตของกูมามากพอแล้ว มึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนที่กูรักต้องหนีจากกูไป กูเกลียดมึงมาก รีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ หน้ากูสักที!"

"ถึงคุณแม่จะเกลียดหนูก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่จะด่าจะว่าหนูยังไงก็ได้ แต่อย่าไล่หนูไปจากคุณแม่เลยนะคะ หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนอะไรคุณแม่เลย จะไม่ทำให้คุณแม่เดือดร้อนด้วย นะคะคุณแม่"

ถึงมาลินจะรู้อยู่แล้วว่าสาเหตุที่มารดาเกลียดเธอเป็นเพราะอะไร ถึงจะรู้สาเหตุมาจากปากของคนอื่น เพราะมารดาไม่เคยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เธอฟัง ถึงแม้ว่ามารดาจะเกลียดเธอมากแค่ไหน แต่มารดาก็อุ้มท้องและทำให้เธอเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้มารดาเกลียดเธอก็ตาม แต่เธอก็ไม่อยากทิ้งให้มารดาอยู่ตามลำพังแบบนี้

"มึงออกไปให้พ้น ๆ หน้ากูเลย จะไปไหนก็ไปเลยไป"

 "ค่ะ" มาลินก็เดินหน้าสลดกลับไปที่ห้องเก็บของ จากนั้นก็หยิบเอาสมุดโน้ตลายสีชมพูหวานออกมากอดเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวที่คอยค้ำชูจิตใจของมาลินมาตลอด เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ

มาลินค่อย ๆ วางสมุดโน้ตลงบนชั้นวางของอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเปิดดูกล่องจดหมายที่ผู้อุปการะตอบกลับเธอทุกฉบับ ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง เพราะไม่เคยส่งรูปมาเลยก็ตาม แต่จดหมายทุกฉบับก็จะตอบเพียงข้อความสั้น ๆ แค่ไม่กี่คำเท่านั้น ซึ่งมาลินก็คาดเดาว่าผู้มีพระคุณจะต้องเป็นคนที่พูดน้อยแน่ ๆ

สมุดโน้ตที่ผู้มีพระคุณส่งมาให้ กลายเป็นสิ่งของล้ำค่าและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจของมาลินไปแล้ว เพราะคนที่คิดว่าจะสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ กลับไม่เคยใส่ใจหรือคิดว่าตัวเธอเป็นลูกเลยด้วยซ้ำ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้รับตั้งแต่ที่ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประจำตั้งแต่อายุเจ็ดปี ก็เป็นการช่วยเหลือจากผู้มีพระคุณของเธอเท่านั้น มารดาของเธอไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมที่โรงเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

แม้แต่ตอนที่โรงเรียนปิดภาคเรียนก็ไม่เคยไปรับเธอกลับบ้าน มาลินก็ต้องอยู่อย่างเหงา ๆ ที่โรงเรียนตลอดทุกปี ในขณะที่เพื่อน ๆ ต่างก็มีครอบครัวมารับกลับไปอยู่ที่บ้าน ในชีวิตของมาลินจึงอยู่ในโลกแคบ ๆ เพียงแค่ภายในรั้วโรงเรียนเท่านั้น

"ตั้งแต่ที่เราส่งจดหมายครั้งสุดท้ายถึงผู้มีพระคุณเมื่อเดือนก่อน จนป่านนี้แล้วยังไม่มีการตอบเลย หรือว่าครูที่โรงเรียนยังไม่ได้ส่งให้กันนะ"

มาลินคว้ากระดาษสีชมพูหวานที่ตัวเองมักจะใช้เขียนจดหมายถึงผู้มีพระคุณอยู่เสมอ ก่อนจะลงมือเขียนจดหมายฉบับใหม่ด้วยความตั้งใจ ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้ผู้มีพระคุณรับรู้ตลอด

ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา มาลินมักจะเขียนจดหมายและบอกเล่าถึงชีวิตประจำวันของตัวเองทุกอย่างให้ผู้มีพระคุณรับรู้ผ่านทางจดหมายอยู่เสมอ ซึ่งมาลินก็มีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้เล่าเรื่องของตัวเองให้ผู้มีพระคุณรับรู้ ยกเว้นเรื่องที่มารดาเกลียดเธอเท่านั้นที่ไม่ได้บอกออกไป ซึ่งมาลินก็ไม่อยากทำให้ผู้มีพระคุณรู้สึกไม่ดีกับมารดาด้วย เธอจึงไม่เคยเล่าถึงปัญหาครอบครัวที่ตัวเองต้องเผชิญมาตลอด 

แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับตัวเอง ทั้งของที่ชอบและไม่ชอบ หรือทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับตัวเอง มาลินก็มักจะบอกเล่าทุกอย่างลงในจดหมายให้รับรู้ทุกอย่าง เพราะเขาคือคนที่เธอให้ความเคารพมากที่สุด

หลังจากที่เขียนในสิ่งที่ต้องการบอกแล้ว มาลินก็เขียนปิดท้ายเป็นความรู้สึกของตัวเองที่รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจ ซึ่งมาลินก็มักจะเขียนความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองปิดท้ายจดหมายทุกฉบับ ความรู้สึกที่อยากจะขอบคุณผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนคนให้ชีวิตใหม่กับเธอนั้น ต่อให้จะเขียนคำขอบคุณอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง มันก็คงไม่เพียงพอกับสิ่งยิ่งใหญ่ ที่ผู้มีพระคุณได้มอบความสุขและชีวิตใหม่ให้กับเธอเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 6.2 NC จบบริบูรณ์

    "อ่า...แน่นมาก สุดยอดเลยค่ะที่รัก" ราล์ฟก็สูดปากครางเสียงต่ำด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็เร่งสะโพกแกร่งโหมกระแทกเข้าออกใส่ร่างนุ่มอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเกร็งกระตุกปล่อยน้ำรักเข้มข้นเข้าใส่ร่องสาวอย่างแรง"คะ...คุณราล์ฟอุ้มหนูทำไมคะ""ก็เตียงฝั่งนี้มันเปียกนี่คะ เดี๋ยวเราไปนอนฝั่งนั้นกัน เปียกชุ่มขนาดนี้หนูจะนอนได้รึเปล่า""คะ...คุณราล์ฟล่ะก็""จะเขินทำไมครับ ก็มันเป็นสารแห่งความสุขของหนูไง การที่พี่ได้เห็นหนูเสร็จเยอะขนาดนี้ พี่ก็ต้องดีใจอยู่แล้วสิ เพราะหนูคงจะมีความสุขมาก ๆ จนอดกลั้นมันไว้ไม่ไหวไง จะว่าไปหนูก็เสร็จเอา ๆ ขนาดนี้ พี่ดีใจมากเลยนะที่ทำให้หนูมีความสุขได้ เพราะพี่ก็มีความสุขมาก ๆ เหมือนกันที่ได้ทำแบบนี้กับหนู ทำกันจนเตียงเปียกชุ่มขนาดนี้ ก็คิดถึงตอนคืนแต่งงานเลยนะคะ นั่นเราทำกันจนเกือบโต้รุ่งเลย ถ้าหนูไม่สลบไปก่อน พี่ก็คงจะต่อได้อีกหลายรอบแน่""อย่าพูดถึงเรื่องนั้นสิคะ น่าอายจะตายไป""ทำไมล่ะคะ แต่พี่กลับรู้สึกดีใจมากเลยนะ ที่ทำให้หนูได้เสร็จสมมากขนาดนี้ ยิ่งหนูเสียวเยอะพี่ก็ยิ่งมีอารมณ์ตาม ต่อนี้ไปอีกสองเดือน ก็มาลุ้นกันต่อว่าจะเสกน้องของลูคัสมาได้ไหม แต่พี่คิดว่ายังไงก็ต้องมา

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 6.1 NC

    "สวัสดีครับคุณวิไล วันนี้ก็เหนื่อยหน่อยนะครับ เพราะต้องทำสัญญาหลายฉบับเลย ผมคาดไว้แล้วล่ะ ว่าคงจะยังคุยงานกันไม่เสร็จแน่ ๆ ก็เลยจะมารอรับภรรยาที่นี่เลยน่ะครับ ดีใจที่ได้ร่วมงานกันอีกแล้วนะครับ""แหม...จำฉันได้ด้วยเหรอคะคุณราล์ฟ น่าดีใจจริง ๆ เลย""คุณวิไลพูดแบบนั้นได้ยังไงครับ นี่เราร่วมงานกันมาเกือบสิบปีแล้ว แถมคุณก็ยังซื้อห้องที่โครงการผมทุกโครงการไม่ต่ำกว่าร้อยห้องเลย แถมโครงการล่าสุด คุณก็ยังมาทำสัญญาก่อน ทั้ง ๆ โครงการเพิ่งจะเริ่ม มีลูกค้าที่ไว้วางใจโครงการของเราขนาดนี้ ผมต้องยกให้เป็นลูกค้าวีไอพีอยู่แล้วล่ะครับ""ตอนนี้เซ็นสัญญาใกล้จะเสร็จแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณราล์ฟที่นี่ด้วย ยังไงก็ขออุ้มหลานหน่อยนะคะ เพิ่งเคยเจอกันเลย เคยเจอก็ตั้งแต่ตอนที่คุณมาลินยังตั้งครรภ์ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เพิ่งจะได้เจอตัวเป็น ๆ นี่แหละ น่ารักน่าชังจริง ๆ เลย"ลูคัสก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ได้อย่างน่ารัก ซึ่งวิไลก็เอ็นดูมาก ถึงกับเข้าไปกอดเด็กชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู"งั้นตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะพาลูคัสไปเดินเล่นสักหน่อย" ลูคัสก็เดินไปกอดที่ขาแกร่งของบิดา "เดี๋ยวพี่จะพาลูกไปเดินเล่นก่อนนะคะ ถ้า

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 5

    สี่ปีผ่านไป"หนูแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะคุณราล์ฟ เอ่อ...ทำอะไรกันอยู่คะสองพ่อลูก คะ...คุณคะ" มาลินที่เดินกลับมาห้องนอนอีกครั้ง หลังจากที่ลงไปดูอาหารเช้าที่แม่บ้านได้เตรียมไว้ให้ เธอก็ถูกสามีสวมกอดจากทางด้านหลัง แล้วโน้มใบหน้าไปหอมแก้มของภรรยาอย่างอดใจไม่ไหว"เมื่อไหร่จะเลิกเรียกพี่ว่าคุณราล์ฟสักทีล่ะคะ จนลูคัสสามขวบแล้วนะเนี่ย""หนูก็ยังให้คำตอบแบบเดิมทุกครั้งนั่นแหละค่ะ ก็หนูอยากจะเรียกแบบนี้มากกว่า เพราะหนูรู้สึกว่าอบอุ่นดี มันทำให้หนูรู้สึกว่าเรายังเป็นเหมือนเดิม ความรู้สึกที่เรามีให้แก่กันมันยังเหมือนที่ผ่านมา ถ้าหนูเรียกคุณราล์ฟว่าพี่เฉย ๆ หนูรู้สึกว่ามันไม่ใช่น่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่ชอบนะคะ แต่การที่หนูได้เรียกคุณแบบนี้ มันทำให้หนูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ รู้สึกว่าคุณราล์ฟดูน่าเกรงขามมากกว่า ไม่รู้สิคะ แต่หนูชอบเรียกแบบนี้ ให้หนูเรียกต่อไปเถอะนะคะคุณสามี อ๊ะ! อีกแล้วนะคะ"ราล์ฟก็เอาแต่กอดหอมคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่แบบนั้น จนบุตรชายที่นั่งอยู่บนเตียง ก็จ้องมองไปที่บิดามารดาของตัวเองตาแป๋วด้วยความสนใจ"แด๊ดดี๊ทำใยหยอ? หอมแจ้มหม่ามี้หยอ?""เห็นไหมคะ คุณราล์ฟชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยเลย หนูไม่ติดนะคะถ้าค

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 4

    สำนักงานใหญ่ มิลเลอร์คอนโดมิเนียม"นี่ ๆ พวกเธอเห็นคุณมาลินรึยัง""เจอแล้ว ฉันเจอตอนที่คุณมาลินมาดูระบบงานในฝ่ายบัญชี นิสัยน่ารักและเป็นกันเองมาก""จริงเธอ ตัวจริงตัวเล็กม๊าก...ผิวก็สวยใสมากเวอร์ เคยเจอแต่ในข่าวทางโซเชียลตอนที่แต่งงานกับบอส แต่เมื่อตอนเช้าตอนที่เข้าบริษัท ฉันเห็นเดินขึ้นลิฟต์ไปกับบอสคือแบบออร่าจับมากเลยล่ะ ขนาดแทบจะไม่แต่งหน้าเลยมั้ง ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบอสถึงได้คลั่งรักขนาดนี้ ขนาดเราเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ยังหลงเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเลยจริง ๆ""น่ารักน่าทะนุถนอมมากจริง จะบอกว่าเมื่อตอนเช้า ผู้ชายที่แผนกฉันพากันเหลียวมองคุณมาลินกันแทบคอเคล็ดเลยล่ะนะ""บอสเราก็ตาถึงจริง ๆ ครองตัวโสดมาตั้งนาน ตอนแรกนึกว่าจะไม่ชอบผู้หญิงซะอีก พวกเราก็ทำงานที่นี่กันตั้งแปดปีแล้วด้วย ถึงจะมีข่าวว่าดูตัวกับผู้หญิงตั้งหลายครั้ง เพราะคุณนายเป็นคนหาผู้หญิงให้บอสมาดูตัวอยู่ตลอดก็เถอะ แต่ไม่ว่าสักกี่คนก็ไม่เห็นบอสจะตกลงใจคุยกับใครเลย""ตั้งแต่ที่บอสแต่งงาน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนที่ผ่านมาแล้วนะ แม้แต่เวลาประชุม ปกติก็จะทำหน้าขรึม ๆ และจริงจังอยู่ตลอด แต่ช่วงนี้ดูหน้าตาสดใสแถมยังยิ้มบ่อย

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 3.2 NC

    ร่างนุ่มก็อ่อนยวบลงไปบนเตียงสปริงหนานุ่ม แต่ยังไม่ทันไร มือหนาก็พลิกร่างนุ่มของมาลินให้นอนหงายอีกครั้ง ก่อนจะแยกขาเรียวออกจากกันแล้วกางเป็นรูปตัววี แล้วดันแก่นกายเข้าไปโดยที่มาลินยังไม่ได้พร้อมที่จะตั้งรับด้วยซ้ำ"อึก! อ๊า...อื้อ...อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ!"ส่วนมาลินก็สะดุ้งเฮือก เพราะเธอไม่คิดเลยว่าสามีจะสอดใส่เข้ามาอย่างกะทันหันแบบนี้ โดยที่ราล์ฟก็ดันพรวดเข้าไปจนสุดความยาวอย่างง่ายดาย เพราะมีน้ำหวานหล่อลื่นของมาลินที่เพิ่งเสร็จสมไปไม่กี่วินาที ก่อนจะดันแก่นกายหนาแช่ค้างไว้แบบนั้น ซึ่งก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของมาลินจนถึงขีดสุด ร่างนุ่มก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว พลางขยุ้มผ้าปูที่นอนแล้วกำไว้แน่น ท่อนลำใหญ่ที่ดันไว้แบบนั้นก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่อยู่ในตัวของเธอ จนมาลินเสียวแทบทนไม่ไหว ก่อนจะกระตุกปล่อยน้ำสีใสออกมาอีกครั้งติด ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเสร็จสมไปไม่กี่วินาที"อา...พี่ก็จะเสร็จแล้วค่ะคนดี ดีมาก...รัดพี่แน่นขนาดนี้ ก็รับน้ำรักของพี่ไปให้เต็มที่ด้วยนะคะ แล้วเรามามีเบบี้ด้วยกันนะคะ ซี๊ด..."ราล์ฟก็สูดปากครางเสียงต่ำอย่างสุขสม ก่อนจะกระตุกปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นใส่ตัวมาลินอย่างแรง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ขยับเข้า

  • เมียคุณราล์ฟ   ตอนพิเศษ 3.1 NC

    "อึก! อื้อ...ดะ...เดี๋ยวสิคะ หนูยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะ เดี๋ยวเราอาบน้ำก็ค่อยมาทำกันได้ไหมคะ อื้อ..."ริมฝีปากนุ่มของมาลินกำลังถูกรุกรานอย่างหนักหน่วง ลิ้นหนาก็สอดเข้าไปเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน ส่วนมือแกร่งก็รูดชุดแต่งงานออกไปได้จนสำเร็จ ก่อนจะกดตัวภรรยาสาวลงไปบนเตียงนุ่มทันทีจูบที่แสนเร่าร้อน แทบจะทำให้มาลินหลอมละลายจนพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ไม่สามารถทัดทานความเอาแต่ใจของคนตัวสูงได้ ราล์ฟก็เริ่มจูบหนักหน่วงขึ้น โดยที่มือแกร่งก็รั้งท้ายทอยของเธอไว้แน่นใบหน้าคมโน้มเข้าไปซุกที่ซอกคอขาว ส่วนมืออีกข้างก็สัมผัสไปตามแผ่นหลังและเนินอกสวยของมาลินทันที ส่วนมาลินก็เกร็งรับกับการสัมผัสจากมือใหญ่ของสามีและตัวสั่นเล็กน้อย"จะรีบอาบน้ำทำไมล่ะคะคนดี กลิ่นกายของหนูหอมหวานมากขนาดนี้แท้ ๆ ไม่ต้องอาบหรอกค่ะ แบบนี้ก็เสียดายแย่""แต่วันนี้เรามีเหงื่อเยอะมากเลยนะคะ แถมเราก็ตื่นตั้งแต่เช้ามืดและวุ่นกับพิธีแต่งงานทั้งวัน หนูเหนียวตัวและอยากจะอาบน้ำก่อนน่ะค่ะ""จะอาบทำไมคะ เดี๋ยวก็เหงื่อออกอยู่ดี เราจู๋จี๋กันเสร็จ ก็ค่อยอาบน้ำก็ได้ อย่าให้การอาบน้ำมาเป็นอุปสรรคในคืนแต่งงานของเราสิคะคนดี"มือแกร่งก็ลื่นมือ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status