تسجيل الدخولห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของเหล่าชายฉกรรจ์ ทนายความจ้องมองภาพเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมที่หน้าผาก
อ้อนกลั้นใจปลดสายเสื้ออีกข้าง ผ้าเนื้อบางร่วงกราวลงมากองที่เอว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ชูชันท้าสายตา ยอดถันสีหวานระเรื่อแข็งเป็นไตเพราะความหนาวและความหวาดกลัว เธอรีบยกท่อนแขนขึ้นมาปิดบังหน้าอกไว้ด้วยสัญชาตญาณ
“เอามือออก!” เสียงฉลามตวาดลั่น
อ้อนสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือออกแล้วปล่อยแขนแนบลำตัว ยืนเปลือยท่อนบนต่อหน้าผู้ชายหกคน ผิวขาวอมชมพูของเธอตัดกับแสงไฟสีทองในห้องโถง ทำให้เธอดูเหมือนรูปปั้นเทพีวีนัสที่มีชีวิต งดงามและเย้ายวนจนคนมองแทบหยุดหายใจ
“ถอดให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว” ฉลามสั่งต่อโดยไม่เว้นจังหวะให้หายใจ
อ้อนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด มือสั่นๆ เลื่อนลงไปที่สะโพก ค่อยๆ รูดชุดกระโปรงตัวจิ๋วลงมาตามเรียวขา ผ้าเนื้อนิ่มไหลผ่านหน้าท้องแบนราบ ผ่านเนินเนื้อสาวที่ไร้ปราการป้องกัน ลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า
ตอนนี้อ้อนยืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ ร่างกายสาวสะพรั่งวัยยี่สิบปีปรากฏแก่สายตาของทุกคนโดยไร้สิ่งปิดบัง ทุกสัดส่วนโค้งเว้า ความนุ่มนวลของผิวเนื้อ ความงดงามของดอกไม้งามที่ปิดสนิท ทุกอย่างถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น
เธออยากจะแทรกแผ่นดินหนี อยากจะระเบิดตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ ความอับอายมันรุนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำๆ ผิวของเธอแดงซ่านไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความเขินอายแบบสาวน้อย แต่เป็นความอัปยศอดสูที่ถูกกระทำย่ำยีศักดิ์ศรี
ฉลามเดินวนรอบตัวเธอช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังเดินสำรวจเหยื่อ เขาหยุดมองจากด้านหลัง ไล่สายตาตั้งแต่แผ่นหลังเนียนละเอียด ลงมาถึงบั้นท้ายกลมกลึง และเรียวขายาวสวย เขาใช้ปลายนิ้วชี้ลากไล้ที่กระดูกสันหลังของเธอ ทำให้อ้อนสะดุ้งเฮือกและหดเกร็งหน้าท้อง
“ผิวดีหุ่นดีไม่มีรอยตำหนิ” ฉลามเอ่ยกับตัวเอง แต่จงใจให้ทุกคนได้ยิน เขาเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เชยคางเธอขึ้นให้สบตา แล้วหันไปพูดกับทนายและบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงของผู้มีอำนาจเหนือกว่า
“พวกนายเห็นไหม ว่าของเล่นใหม่ของฉันสวยแค่ไหน”
“ครับสวยมากครับนาย” ทนายความตอบเสียงสั่น พยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่จุดกึ่งกลางลำตัวของอ้อนอย่างเสียมารยาท
“สวยครับนาย” บอดี้การ์ดทั้งสี่คนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน เสียงของพวกเขามีแววแหบพร่าจากแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
อ้อนหลับตาแน่น น้ำตาไหลพราก เธอได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของพวกเขา ได้ยินเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกรุมโทรมทางสายตา ถูกปอกลอกด้วยแววตาหื่นกระหายเหล่านั้น
“อ้อน ลืมตาแล้วมองหน้าพวกมัน” ฉลามเรียกชื่อเธอเสียงนุ่ม แต่แฝงความโหดร้าย
อ้อนส่ายหน้า “ไม่ค่ะไม่เอา!”
“ฉันสั่งให้ลืมตา!”
อ้อนจำใจลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ภาพของผู้ชายห้าคนที่กำลังจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอด้วยสายตาที่เปิดเผย ความรู้สึกเหมือนเป็นสัตว์ในกรงขังที่ถูกนำมาโชว์ตัวในสวนสัตว์แล่นพล่านเข้ามาในอก
ฉลามขยับมายืนซ้อนหลังเธออีกครั้ง วางมือหนาลงบนไหล่เปลือยทั้งสองข้างของเธอ แล้วบีบเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะประกาศก้องด้วยประโยคที่ทำลายกำแพงศักดิ์ศรีของเธอจนพังทลาย
“จำเอาไว้นะอ้อน คนพวกนี้มันเป็นใบ้ ฉันจ่ายเงินเดือนพวกมันให้หุบปาก แต่มันมีตาและฉันอนุญาตให้พวกมันใช้ตามองของเล่นของฉันได้ตามสบาย”
อ้อนสะอื้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ได้แค่สั่งให้เธอแก้ผ้า แต่เขากำลังบอกว่า ร่างกายของเธอคือของสาธารณะในสายตาเขา ถ้าเขาอนุญาต ใครก็มองได้ เธอไม่มีสิทธิ์ปกปิด ไม่มีสิทธิ์หวงแหน
“แต่จำไว้ พวกมันทำได้แค่มองถ้าใครกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะตัดมือมันทิ้ง ส่วนเธอถ้าเธอยั่วพวกมัน หรือแอ่นให้พวกมันดูโดยที่ฉันไม่อนุญาตเธอโดนดีแน่” ฉลามกระชับมือที่ไหล่เธอแน่นขึ้น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บ
มันคือความหวงแหนที่บิดเบี้ยว คือความรักที่แสดงออกด้วยการกดข่ม เขาต้องการโชว์ให้โลกรู้ว่าเขามีของดี แต่ขณะเดียวกันก็ขีดเส้นกั้นไว้ด้วยเลือดและความตาย
“เอาล่ะเซ็นสัญญาได้แล้ว” ฉลามดันหลังเธอ ให้ขยับเข้าไปชิดขอบโต๊ะ
อ้อนก้าวเท้าที่ไร้เรี่ยวแรงเข้าไปจนหน้าท้องเปลือยเปล่าชนกับขอบโต๊ะกระจกเย็นเฉียบ ความเย็นที่บาดผิวทำให้เธอสะดุ้ง เธอก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อจะจรดปากกา ท่าทางนั้นทำให้สะโพกของเธองอนขึ้น และหน้าอกของเธอห้อยระย้าลงมาตามแรงโน้มถ่วง เป็นภาพที่ยั่วยวนจนทนายความต้องถอดแว่นออกมาเช็ดเหงื่อ
มือที่กำปากกาทองคำสั่นระริกจนแทบควบคุมไม่ได้ หยดน้ำตาของเธอร่วงเผาะลงบนกระดาษสัญญา เปียกเป็นดวงๆ
“เร็วเข้าฉันอยากทดสอบสินค้าบนเตียงจะแย่แล้ว” ฉลามเร่งเร้าจากด้านหลัง มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงมาลูบไล้ที่สะโพกกลมกลึงของเธอ บีบขยำต่อหน้าลูกน้อง
อ้อนกลั้นใจ จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปในช่องผู้ขาย วินาทีนั้น เธอรู้สึกเหมือนได้เซ็นชื่อขายวิญญาณให้กับซาตาน เส้นหมึกสีดำที่ปรากฏบนกระดาษคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ซึ่งจะพันธนาการเธอไว้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ไปอีกนานแสนนาน
“ดีมาก”
ฉลามดึงปากกาออกจากมือเธอ แล้วโยนมันทิ้งไปบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี เขาช้อนตัวเธอขึ้นในวงแขนแกร่งทันที ร่างเปลือยเปล่าของอ้อนลอยหวือขึ้นจากพื้น เธอรีบซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขาเพื่อหลบสายตาคนอื่น แม้จะเกลียดเขา แต่ตอนนี้อกของเขาคือที่ซ่อนตัวเดียวที่เธอมี
“พวกมึงไสหัวไปได้แล้ว” ฉลามออกคำสั่งไล่ลูกน้องและทนายความโดยไม่หันไปมอง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ อุ้มอ้อนเดินขึ้นบันไดวนสู่ชั้นสอง มุ่งหน้าสู่ห้องนอนใหญ่ที่เป็นเหมือนกรงขังชั้นดี
ระหว่างทางเดิน อ้อนได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงและหนักหน่วง พอๆ กับเสียงหัวใจของเธอที่เต้นด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้
การเซ็นสัญญาจบลงแล้ว แต่บทลงโทษที่แท้จริงการประทับตราความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง สำหรับนักศึกษาทั่วไป มันคือวันแห่งการเรียนรู้และการพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับอ้อน หญิงสาวผู้ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตานในคราบเทพบุตร เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและลางสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในห้องแต่งตัวขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ อ้อนยืนนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ฉลาม สามีทางพฤตินัยของเธอเป็นผู้จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมือนเช่นทุกวันวันนี้ฉลามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูภูมิฐาน สมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้อ้อนทีละเม็ดอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยสร้างความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอเมื่อคืน กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วันนี้มีเรียนเช้าสินะ” ฉลามเอ่ยถามเรียบๆ ขณะไล่นิ้วขึ้นมาถึงกระดุมเม็ดบนสุด“ค่ะมีควิซตอนเก้าโมง” อ้อนตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาผ่านกระจกเงาฉลามหยิบกระดุมเม็ดบนสุดออกมาจ
ค่ำคืนแห่งงานกาล่าดินเนอร์การกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียนมาถึง งานนี้ถือเป็นงานช้างที่รวมเอาเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศมารวมตัวกัน ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าส่องประกายแข่งกับเพชรนิลจินดาบนเรือนกายของเหล่าคุณหญิงคุณนายที่ต่างจัดเต็มมาประชันโฉมทว่าดาวเด่นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในงาน กลับไม่ใช่ดาราชื่อดังหรือไฮโซสาวคนไหน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มากับฉลาม มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอ้อนปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่แปลกตาและขัดแย้งกับกระแสแฟชั่นที่นิยมความวับๆ แวมๆ โดยสิ้นเชิง เธอสวมชุดราตรียาวกรุยกรายสีเขียวมรกตเข้ม ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่มีน้ำหนักทิ้งตัวสวยความแปลกประหลาดอยู่ที่ดีไซน์ของชุด มันเป็นชุดคอเต่าที่ปิดขึ้นมาจนถึงลูกกระเดือก แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ กระโปรงยาวลากพื้นไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้า ไม่มีส่วนไหนของผิวเนื้อที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นใบหน้าสวยหวานและมือเรียวบางทั้งสองข้างนี่คือคำสั่งประกาศิตของฉลามย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องแต่งตัว“ปิดให้หมด ฉันไม่อยากให้
กลิ่นอายของตัณหาราคะยังคงลอยอวลอยู่รอบกายของหนุ่มสาวทั้งสอง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระว่ายน้ำมาหมาดๆ ทว่าไฟปรารถนาในกายของฉลามกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภาพของอ้อนที่ยืนตัวสั่นระริก ปลดปล่อยน้ำพุแห่งความใคร่ออกมาต่อหน้าชายอื่น กลับยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ลุกโชนโชติช่วงฉลามอุ้มร่างบอบบางของอ้อนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ยังชื้นเหงื่อและน้ำ ทำให้อ้อนต้องซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหาไออุ่น ร่างกายของเธอยังคงอ่อนระทวยและสั่นเทาจากจุดสุดยอดที่รุนแรงเกินรับไหวแทนที่เขาจะพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองตามที่ควรจะเป็น ฝีเท้าของฉลามกลับหยุดลงที่โถงบันไดวนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้านบันไดนี้เปรียบเสมือนหัวใจของคฤหาสน์ ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีสีขาวลายเมฆ ราวบันไดทำจากเหล็กดัดลวดลายวิจิตรปิดทองคำเปลว ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม เหนือศีรษะขึ้นไปคือโคมไฟระย้าคริสตัลชานเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับพื้นหินอ่อ
แสงแดดร้อนระอุยามบ่ายคล้อยของประเทศไทยสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำสีฟ้าใสในสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์หรู ประกายระยิบระยับของเกลียวคลื่นที่ไหวตัวตามแรงลมดูงดงามราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่ถูกโปรยปรายลงมา ทว่าภายใต้ความเงียบสงบและงดงามนั้น กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยกฎเกณฑ์อันบิดเบี้ยวของเจ้าของบ้านอ้อนหญิงสาวร่างบอบบางแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำที่เย็นฉ่ำ ร่างกายของเธอพลิ้วไหวไปตามจังหวะการตีขาและวาดแขนอย่างเชื่องช้า เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับลอยแผ่กระจายอยู่บนผิวน้ำราวกับสาหร่ายทะเลที่งดงาม ผิวพรรณขาวผ่องดุจน้ำนมตัดกับสีฟ้าจัดของกระเบื้องปูสระอย่างโดดเด่น และแน่นอนตามกฎเหล็กของฉลาม เธอไม่ได้สวมใส่ชุดใดๆ แม้แต่ชิ้นเดียวการว่ายน้ำเปลือยกายในตอนกลางวันแสกๆ เป็นสิ่งที่อ้อนไม่เคยคิดว่าจะต้องทำ แต่ในอาณาจักรของฉลาม คำสั่งถือเป็นประกาศิต เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว กำแพงสูงตระหง่านกั้นสายตาจากโลกภายนอก และเวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนที่คนรับใช้ไม่ควรเข้ามาเพ่นพ่าน เธอจึงปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายน้ำ พยายามชำระล้างความคาวโลกีย์ที่เปรอะเปื้อนจิตใจออกไปชั่วคราวทว่าความเป็นส่วนตัวในบ้านหลังนี้ เป็นเ
เข็มวินาทีของนาฬิกาข้อมือเรือนหรูเดินวนไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทว่าสำหรับอ้อนแล้ว ทุกจังหวะการขยับของมันเปรียบเสมือนเสียงนับถอยหลังสู่ลานประหารการจราจรในกรุงเทพมหานครช่วงเย็นวันศุกร์ติดขัดวินาศสันตะโร รถราจอดนิ่งสนิทบนท้องถนนราวกับลานจอดรถขนาดใหญ่ อ้อนนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเบาะหลังของรถลีมูซีน มือบางชื้นเหงื่อกำชายกระโปรงนักศึกษาแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเลขดิจิทัลบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยความหวาดหวั่น18:03 น.“เลยเวลามาสามนาทีแล้ว” เธอบอกกับตัวเองเสียงสั่นเครือ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกกฎเหล็กของคุณฉลามคือต้องถึงบ้านก่อนหกโมงเย็น ห้ามขาด ห้ามสาย แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้“พี่ศักดิ์คะเร็วกว่านี้อีกนิดไม่ได้เหรอคะ” อ้อนร้องถามคนขับรถด้วยน้ำเสียงวิงวอน“รถติดมากเลยครับคุณอ้อน ผมพยายามเบี่ยงออกซ้ายแล้วครับ แต่มันขยับไม่ได้เลย” คนขับรถตอบด้วยน้ำเสียงเห็นใจ แต่ก็จนปัญญาอ้อนกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววอำมหิตของฉลามลอยเข้ามาในความคิด เขาไม่ใช่คนที่จะยอมรับข้อแก้ตัว ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะสมควรแค่ไหนก็ตาม สำหรับ
เสียงประตูรถดูดปิดเข้าหากันสนิท ตัดขาดเสียงอื้ออึงของโลกภายนอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันภายในห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส เครื่องปรับอากาศทำงานเงียบกริบ ส่งลมเย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่กำลังร้อนรุ่มของอ้อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหนังแท้เกรดพรีเมียมผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของฉลาม อบอวลอยู่ในบรรยากาศ เป็นกลิ่นที่อ้อนจำได้ขึ้นใจกลิ่นของอันตรายที่หอมหวานอ้อนในสภาพนักศึกษาแสนเรียบร้อย นั่งคุกเข่าอยู่บนพรมหนานุ่มตรงหว่างขาของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิต ใบหน้าหวานแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกปั่นมาตลอดหลายชั่วโมง เธอมองดูฉลามที่วางแก้ววิสกี้ลง แล้วเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับราชสีห์ที่รอให้เหยื่อคลานเข้ามาหา“เข้ามาใกล้ๆ สิ” ฉลามสั่ง มือหนาตบลงที่หน้าขาของตัวเองอ้อนขยับเข่าเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย มือสั่นเทาค่อยๆ วางลงบนตักแกร่ง สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมาผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแล็ค“ไหนดูซิ”ฉลามยื่นมือมาปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อนักศึกษาของเธอออกอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวลากไล้ผ่านไหปลาร้า ลงมาที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวรุนแรงจากการหอบหายใจ“พะพี่ฉลามห







