LOGINก๊อกๆ
“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู
“เข้ามา”
หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้
“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”
มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ
“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”
มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียที
ช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญ
อุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้
“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”
“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”
“ครับ”
“ส่วนยัยญี่ปุ่นอะไรนั่น แจ้งให้เฮียเอเดนมาจัดการด้วย กูไม่อยากต้องมาทะเลาะกับเมียอีก”
เพทายพยักหน้ารับ ก่อนหลุดยิ้มเล็กน้อย
“เข้าใจแล้วครับ”
“ยิ้มอะไรของมึง”
“เปล่าครับนาย”
“เปล่าก็ไปทำงานสิ”
“ครับ” เพทายรีบเดินออกจากห้อง จนกระทั่งประตูปิดลงอีกครั้ง มิลเลอร์ถึงได้กลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ
เดวาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนพึมพำเสียงงัวเงีย
“พี่เลอร์...”
“หืม...”
“หิวจัง...” เดวาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นท่าทีงัวเงีย ก่อนมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานแฟนหนุ่ม “นี่กี่โมงแล้วค่ะ”
มิลเลอร์ยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดูเวลา
“เกือบเที่ยงคืนแล้ว...”
“นั่นของวาใช่ไหมคะ” เดวาชี้ไปยังถุงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ของเธอ จะกินก็รีบไปกิน”
เพียงได้รับคำอนุญาต ร่างเล็กก็รีบดีดตัวลุกขึ้นมานั่งทันที จากสีหน้าที่เคยงัวเงียเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจะได้กินของอร่อยที่รู้สึกอยากกินมาหลายวัน เธอรีบแกะถุงก๋วยเตี๋ยวจัดการเทลงถ้วยกระดาษ ที่ทางร้านมีบริการให้ด้วย
“หอมมากเลย”
เดวานั่งทานก๋วยเตี๋ยวเรือของตัวเองเงียบๆ แต่เพิ่งนึกขึ้นได้เอาตอนที่กินหมดไปเกือบครึ่งชาม
“อุ้ย...ลืมถาม พี่เลอร์ไม่กินกับวาเหรอคะ”
“ฉันไม่หิวเธอกินเลย”
“แต่พี่ทำงานมาตั้งนานแล้วนะ ไม่อยากเติมพลังหน่อยเหรอ”
“ไม่” มาเฟียหนุ่มส่ายหน้า สายตายังคงกวาดมองตัวเลขของยอดขายของคลับตลอดเวลา
เดวาหรี่ตามองเขา ก่อนใช้ตะเกียบคีบลูกชิ้นขึ้นมาหนึ่งลูก
“อ้าปากค่ะวาป้อน”
มิลเลอร์เงยหน้ามามองลูกชิ้นในตะเกียบ ก่อนมองหน้าคนตัวเล็ก
“เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”
แม้ปากจะบ่นยังไง สุดท้ายก็ยอมโน้มตัวอ้าปากกินลูกชิ้นที่เดวาป้อนให้อยู่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างเดวากับมิลเลอร์ ถึงจะไม่ดูหวือหวาหรือหวานมาก แต่สำหรับเดวาเธอกล้าพูดได้เต็มปาก ว่ามิลเลอร์คือคนที่รักและตามใจเธอไม่ต่างจากพ่อแม่เลย
“ เมื่อวานวาโทรหาคุณแม่ วาเพิ่งรู้ว่าครอบครัวพี่แพรขายบริษัทให้คุณพ่อ แล้วย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกันแล้ว”
“แล้ว....” มิลเลอร์เลิกคิ้วถามคนตัวเล็ก ที่กำลังมองเขาด้วยแววตาจับผิด
“ยังมีหน้ามาถามอีก เงินมากมายขนาดนั้น มันไม่ใช่เงินพี่เลอร์หรือไง วาไม่เชื่อหรอกว่าคุณพ่อจะมีเงินมากมายถึงขั้นไปเทคโอเวอร์ธุรกิจลุงพงศ์ได้”
“พอมีแรงหน่อย ก็หันมาจับผิดผัวเลยนะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” เดวาทำหน้ามุ่ย ก่อนลดเสียงลง “วาแค่อยากถามว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับครอบครัวนั้นใช่ไหม”
“ไม่ได้ทำ แค่ไม่ต่อสัญญาทางธุรกิจ” และขัดขาไม่ให้มีบริษัทไหนกล้าเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ประโยคหลังมิลเลอร์ตอบในใจ
“ก็แล้วไป...” เดวาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เป็นห่วงเขาขนาดนั้น ”
“ไม่ได้เป็นห่วงค่ะ”
“แล้วมันยังไง”
“วาแค่ไม่อยากให้พี่ทำอะไรเกินกว่าเหตุ”
“ฉันรู้ขอบเขต”
“จริงนะคะ”
“อืม” มิลเลอร์พยักหน้า “ถ้าฉันจะจัดการใครสักคน ฉันก็มีเหตุผลของฉันมากพอที่จะทำ...”
“วารู้นะว่าที่ทำไปทั้งหมด ก็เพื่อวา แต่ที่วาถามวาแค่เป็นห่วงพี่ ไม่อยากให้พี่เดือดร้อนตามหลัง”
“ไม่มีใครทำอะไรฉันได้หรอกนอกจากเธอ ยัยเด็กดื้อ...”
หลายวันต่อมา....
“โหยอดขายฝั่งแกแตกแตนมากยัยวา ทำกำไลแซงหน้าฉันไปเกือบห้าล้านแล้วเดือนนี้” เอมิล่าถึงกับออกปากชมในความเก่งของเพื่อน เมื่อมองตัวเลขแสดงผลของยอดขายที่กำลังโชว์อยู่หน้าจอ
“ต้องยกความดีความชอบให้ปูเป้มันด้วยแหละ นางทำคอนเทนต์เก่งชะมัด”
“ก็จริง ยัยนั่นทันเทนต์สุดๆ”
นับตั้งแต่แบรนด์ของทั้งคู่เริ่มเป็นที่รู้จัก ปูเป้ก็แทบจะกลายมาเป็นกำลังสำคัญของเดวาไปโดยปริยาย ไม่ว่าเดวาจะปล่อยคอลเล็กชันไหนออกมา ปูเป้ก็มักจะคิดหาวิธีนำเสื้อผ้าไปทำคอนเทนต์ให้เข้ากับกระแสในช่วงนั้นได้เสมอ
ล่าสุดถึงขั้นพาตัวเองไปเดินป่า เพียงเพราะต้องการรีวิวเสื้อครอปและผ้าโพกหัว
“เดี๋ยวบ่ายๆ ฉันต้องออกไปคุยงานกับโรงงานนะ แกจะไปด้วยไหม” เดวาเอ่ยถามพลางกวาดตามองเอกสารในมือ
จากแบรนด์เล็ก ๆ ที่เคยเริ่มต้นด้วยการนั่งตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเองในเพนต์เฮาส์ วันนี้ เดมิอา ขยับขยายจนมีโรงงานขนาดเล็กเป็นของตัวเองแล้ว
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ เดือนทำให้ชื่อของเดมิอาเริ่มเป็นที่พูดถึงในตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น ยังมีผู้สนับสนุนคนสำคัญที่คอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
และคนนั้นก็ยังคงเป็นมิลเลอร์เช่นเคย
“ไม่อ่ะฉันมีนัดเดตกับสามี” เอมิล่าตอบเพื่อน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ
“ก็ตามนั้น” เดวาตอบสั้น ๆ พลางเก็บเอกสารลงกระเป๋า รอจนกระทั่งเอมิล่าออกไปจากร้าน ถึงได้หันมาคุยกับคุณสาผู้จัดการร้าน ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
“คุณสาค่ะวาสั่งเครื่องดื่มกับขนมไว้ให้พนักงาน รบกวนคุณสาจัดการต่อด้วยนะคะ”
“ขอบคุณนะคะคุณวา แล้วนี่จะกลับเข้ามาที่ร้านอีกไหมคะ”
“ไม่แล้วค่ะ แต่ตอนเย็นปูเป้น่าจะแวะเข้ามาช่วยดู แล้วก็ถ่ายคลิปเสื้อผ้า”
“โอเคค่ะ ไม่ต้องห่วงร้าน เดี๋ยวสาดูแลเอง” คุณสาหันมาส่งยิ้มให้เดวาก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ
นับว่าเป็นความโชคดี ที่คุณแม่ของเอมิล่าช่วยหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยดูร้านให้ และคุณสาก็คือหนึ่งในนั้น
ทันทีที่เดวาเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จ เธอก็ไม่ลืมส่งข้อความไปหามิลเลอร์ เพราะการไปดูโรงงานในครั้งนี้ มาเฟียหนุ่มขันอาสาไปเป็นเพื่อนเธอด้วย
เดวา: วาทำงานเสร็จแล้วค่ะ
เดวา: พี่เลอร์อยู่ไหนคะ
ข้อความถูกส่งออกไปไม่นาน โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้น
มิลเลอร์: รอที่หน้าร้าน
เดวาเลิกคิ้ว ก่อนหันไปมองผ่านกระจกหน้าร้าน เพียงแค่เห็นแฟนหนุ่มที่มายืนรอ รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทันที
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







