Masukดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น
“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”
“วาไปค่ะ”
“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”
“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ
“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม
“ไม่ติดครับนาย ”
“งั้นก็เอาตามนั้น”
เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว
“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”
“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ
“ขอบคุณค่ะ”
“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”
“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”
“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”
“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”
“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”
“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”
“ครับ ไปคุยเรื่องของเรา”
“เรื่องของเรา ยังไงเอ่ย? ”
มิลเลอร์ไม่ตอบ เขาเพียงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยรอยยิ้ม สายตาที่มองคนรักอ่อนโยนกว่าครั้งไหน
“ถ้าอยากรู้ก็รีบกินให้เสร็จสิ”
เดวาหลุบตาลง แอบยิ้มให้กับจานอาหารตรงหน้า ก่อนจะใช้ส้อมจิ้มกุ้งเข้าปากอย่างอารมณ์ดี จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืน
“ขึ้นห้องกัน” มิลเลอร์เอ่ยชวน เมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มตาหวานเยิ้ม จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไป
“วาเดินไม่ไหว....” ศีรษะเล็กถูกไถไปตามแขนแกร่งของแฟนหนุ่ม เพื่ออ้อนให้เขาอุ้มตามนิสัยขี้เกียจ
“ขี้เกียจเดินอีกแล้วสินะ” มิลเลอร์เอ็ดออกมาอย่างรู้ทันความคิด
“ทำไมพี่เลอร์รู้อะ”
“แววตาวาอ่านง่ายจะตาย”
“พี่เลอร์มีความสามารถพิเศษเหรอ ถึงอ่านความรู้สึกคนอื่นทางสายตาได้ด้วย”
“ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น” บางครั้งการดีลงาน หรือคุยธุรกิจมันก็ต้องมีไหวพริบตรงนี้ด้วย อีกอย่างมิลเลอร์ถูกส่งต่อความสามารถนี้ จากผู้เป็นพ่อมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ถ้าเรามีลูกด้วยกัน ลูกเราจะได้ความฉลาดแบบนี้มาจากพี่เลอร์ไหม”
“ได้สิ พี่จะตั้งใจส่งต่อให้เป็นอย่างดี” ยกยิ้มมุมปาก ระหว่างอุ้มกระเตงคนตัวเล็กขึ้นเอวสอบ พาเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน เรียวแขนเล็กคล้องลำคอหนาเอาไว้แน่น สายตาของทั้งสองประสานกันตลอดเวลาระหว่างเดินขึ้นบ้าน
“คำพูดพี่ฟังดูแปลกๆนะคะ กำลังคิดทำมิดีมิร้ายกับวาอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“เมียให้ท่าขนาดนี้ ไม่สานต่อยังไงไหว” แววตาคนตัวเล็กฉายชัดความลามกขึ้นมาชัดเจน
“วาทำแบบนั้นตอนไหนคะ” ซุกหน้าเข้าหาลำคอแกร่ง หลบหนีสายตาแฟนหนุ่มที่รู้ทันเธอไปเสียหมด
“ปากปฏิเสธ แต่ช่วยเก็บอารมณ์หน่อย ที่แนบอยู่หน้าท้องพี่เนี่ยแฉะหมดแล้ว”
“อย่าพูด....” เดวาปรามด้วยความรู้สึกเขินอาย
ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องนอน มิลเลอร์ก็ปล่อยเดวาลงให้อีกฝ่ายยืนกับพื้นห้อง คนตัวเล็กเสียการทรงตัวเล็กน้อยเนื่องจากเมาไวน์ที่ดื่มไป
“ไหวไหม”
“ไหวแหละ”
“ถอดเสื้อผ้าออก เดี๋ยวพี่พาไปแช่น้ำ” เดวาเงยหน้ามองคนตรงหน้า ก่อนจะทำแก้มป่องใส่เขาด้วยความขัดใจ
“สั่งเก่งจังเลยนะคะ”
“เร็วครับ พี่จะไปเตรียมน้ำให้” มิลเลอร์หายเข้าไปในห้องน้ำนานเกือบยี่สิบนาที ก่อนจะออกมาอีกครั้งในสภาพสวมชุดคลุมอาบน้ำ ต่างจากเดวาที่ยังพยายามปลดชุดออกจากร่างกายด้วยความทุลักทุเล
ทีแรกก็เหมือนจะไม่ค่อยเมา แต่ตอนนี้ทั้งเซ ทั้งห้องหมุนไปหมด
“สภาพเมียกู” มิลเลอร์พึมพำเบาๆ ก่อนจะเข้าไปช่วยเหลือคนตัวเล็ก
“มาพี่ช่วย”
“ขอบคุณค่ะ”
เพียงชั่วครู่ทั้งสองก็มาในห้องน้ำด้วยกัน ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ถูกเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้และเทียนหอมลอยปะปนอยู่กับไออุ่นของน้ำ ทำให้เดวาที่ได้กลิ่นหอมบางเบาสบาย รู้สึกคลายความมึนหัวลงบ้าง
“ว้าว พี่เลอร์เตรียมเองหมดนี้เลยเหรอคะ” เธอมองทุกอย่างตรงหน้าตาลุกวาว ทว่าผนังห้องน้ำที่เป็นกระจกใส ยังมองเห็นวิวท้องทะเลยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟมากมายประดับอยู่
“ครับ ถอดเสื้อผ้าแล้วลงอ่างกัน”
ชุดเดรสสีหวานถูกถอดออกทางศีรษะ ด้วยฝีมือของมิลเลอร์ เหลือเพียงชั้นในตัวบางสีครีมลายลูกไม้เข้าเซตกันที่เดวาสวมใส่อยู่ และมันแทบปกปิดส่วนเล็กส่วนน้อยเดวาเอาไว้ไม่มิดเลย
“เด็กดีสวยจังเลยครับ ” ขยับเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง ใบหน้าคมซุกไซ้ไปตามแก้มลำคอขาวสะอาด ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวเดวาให้เขาได้กลิ่น ทำเอาไรขนอ่อนเดวาลุกเกลียวไปทั่วทั้งตัว
“มะ...ไม่แช่น้ำแล้วเหรอคะ” เดวาถามเสียงกระเส่า เมื่อมือหนาของเขาเริ่มลูบวนไปตามหน้าท้องของเธอ ก่อนที่จะสอดมือลงมาลูบไล้เนินเนื้อใต้ชั้นใน แล้วแหวกกลีบดอกไม้สวยออกช้าๆ พร้อมกับสอดนิ้วเรียวยาวเข้ามาในร่องสวาทของเธอ
“อึก...” เดวากัดริมฝีปากแน่น จนกระทั่งทนการปลุกเร้าไม่ไหว เงยหน้าขึ้นไปรับจูบจากคนด้านหลัง กลายเป็นภาพที่ทั้งสองร่าง กอดจูบกันอย่างนัวเนียนอยู่กลางห้องน้ำใหญ่
“แค่นิ้วร่องเด็กดีก็รัดแน่นแล้วเหรอคะ” นิ้วหนาขยับไหวเข้าออกอย่างถี่รัว
“สะ..เสียวจัง”
“ชอบไหมครับหื้ม...”
“ชะ...ชอบ วาชอบ แรงอีกได้ไหมคะ จะไม่ไหวแล้ว” ริมฝีปากอิ่มครวญครางออกมาอย่างสุขสม พร้อมกับร้องหาสัมผัสเร่าร้อนจากแฟนหนุ่มอย่างลืมอาย
“ตัวเกร็งขนาดนี้เด็กดีจะเสร็จแล้วสินะ” เขาไม่ยอมให้คนตัวเล็กเสร็จก่อนหรอก
“จะจูบวา...” ร่างเล็กเขย่งปลายเท้าสุดความสูง ยื่นหน้าขึ้นไปรับจูบดุดันจากแฟนหนุ่ม ด้วยอารมณ์ที่พวยพุ่งของทั้งคู่ต่างเผลอตัวรุนแรง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งโพลงปาก
ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องล่างของเธอ ก็ถูกนิ้วของเขาที่มันสอดไว้อยู่เล่นงาน กระแทกเข้าออกลึกขึ้น ทั้งคว้าน ทั้งขยับเข้าออกอย่างถี่รัว จนสะโพกอิ่มของเธอเผลอตัวแอ่นรับสัมผัสเร่าร้อนจนลืมอาย
“รอเสร็จพร้อมกันครับ ” มิลเลอร์สลัดชุดคลุมอาบน้ำออกจากร่างกายตัวเอง ชักรูดท่อนลำที่แข็งให้พร้อมใช้งาน ก่อนจะนำมันไปจ่อร่องสวาทคนตัวเล็ก ที่ถูกมิลเลอร์กดตัวให้มือเล็กค้ำยันไปกับขอบอ่าง โก่งสะโพกมนขึ้นเพื่อรับเอาแกนกายเขาเข้าไปในตัวจนสุดความยาว
“อึก! ” ความเสียวซ่านเริ่มอัดแน่นเข้าหา จนเดวาไม่สามารถที่จะส่งเสียงครางออกมาได้
“อ้าขาออกกว้างๆ ครับ” เอ่ยสั่งระหว่างสาดแรงกระแทกเข้าใส่จนสุดแรง บั้นท้ายกลมสวยเด้งรับแรงกระแทกจากเขาไม่มีตก
“อ๊ะ...อ๊า”
“ซี๊ด...”
“โคตรดีเลยวา...” ริมฝีปากหนาครางออกมาด้วยความพึงพอใจ ฝ่ามือหนาฟาดลงบั้นท้ายเดวาหลายครั้งติดจนเกิดเป็นรอยแดง
เพี๊ยะ!
สัมผัสดิบเถื่อนจากมิลเลอร์ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในห้องน้ำ ถูกมิลเลอร์ลากเดวาไปทำจนหมด จวบจนกระทั่งจังหวะห้วงสุดท้าย ที่มิลเลอร์ปลดปล่อยของเหลวมากมายอัดแน่นเข้าหาเต็มร่องสวาท ร่างบางถึงกับหมดแรงอ่อนระทวยคาอ้อมแขนแกร่งที่กอดไว้
เสียงลมหายใจเหนื่อยหอบระหว่างทั้งสอง ค่อยๆ สงบลงเรื่อยๆ
“วาเกือบตาย ”
“ไม่ตายหรอก พี่ไม่ยอมให้วาตายแน่นอน” โน้มตัวเข้าไปจูบขมับบางชื้นเหงื่อ ของคนในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกรัก ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้น แล้วเดินลงไปในอ่างเพื่อแช่น้ำด้วยกัน
“น้ำเย็นหมดเลย”
“ล้างตัวก่อนเดี๋ยวเปิดน้ำอุ่นเข้าใหม่” การกระทำที่แสนใส่ใจของคนตัวโต ทำเอาเดวาหลุดยิ้มออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ดอกไม้สวยจัง” เดวาเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างๆ อ่าง นอกจากเทียนหอมหลายขนาดที่ตั้งเรียงประดับความสวยงามและจุดอยู่ มีช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อหนึ่งวางไว้ ข้างกันมีกล่องกำมะหยี่สีแดงว่างคู่กัน
“นั้นอะไรคะ” ชี้ไปยังกล่องแหวนที่วางอยู่
“เปิดดูสิ” มิลเลอร์ยื่นมือไปหยิบมาส่งให้เดวาเปิดดูด้วยตัวเอง เมื่อเดวาเปิดออกภายในกล่องมีแหวนสองวงอยู่ในนั้น
เดวานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเรียกชื่อคนที่สวมกอดเธออยู่เสียงสั่น
“พี่เลอร์...”
“พี่เคยบอกวาแล้วไง ว่าพี่อยากเป็นผัววาจริงๆ ” เขายกมือของเธอขึ้นมากุมไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ “วันนี้พี่อยากจะขอโอกาส ขออนุญาตเป็นสามีของเธอจริง ๆ วาจะยินดีไหม”
“พะ...พี่...” เดวาหลุดขำกับคำพูดของเขา น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตาของเดวาอย่างห้ามไม่ได้ มันทั้งดีใจสุขใจ ตื้นตัน ความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันไปหมด จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
“แต่งงานกับพี่นะเดวา ต่อไปนี้เราไม่ต้องทดลองเป็นผัวเมียกันแล้วนะ มาเป็นของกันและกันจริง ๆ กันเถอะ ”
น้ำตาของความสุขค่อย ๆ เอ่อคลอขึ้นมา ก่อนเดวาจะพยักหน้ารับคำขอทั้งรอยยิ้ม
“อึก..วาตกลงค่ะ วาแต่ง วาอยากเป็นเมียพี่เลอร์...”
“เด็กดี” มิลเลอร์หลุดยิ้มออกมาด้วยความสุข เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู จากนั้นจึงหยิบแหวนที่เตรียมเอาไว้ออกมา ค่อย ๆ สวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเดวาอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังผูกคำสัญญาสำคัญที่สุดในชีวิตเอาไว้
เดวามองแหวนบนนิ้วตัวเองทั้งน้ำตา ก่อนจะรับแหวนอีกวงมาจากมิลเลอร์ สลับให้เธอแหวนสวมกลับให้เขาบ้าง
“ พรุ่งนี้ก่อนออกไปล่องเรือ เราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ ไว้วาเรียนจบเราค่อยจัดงานแต่งกัน ”
“วารักพี่เลอร์นะคะ รักที่สุดในโลก ”
“ พี่ก็รักวา เด็กดีของพี่”
- เบื่อกันเมื่อไหร่ ก็ต่างคนต่างแยกย้าย -
แต่ดูเหมือนว่าข้อตกลงที่พวกเขาเคยคุยกันไว้ จะสิ้นสุดลงในวันนี้เสียแล้ว ความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นจากคำว่า “ทดลอง” ถูกแทนที่ด้วยความรักที่เกิดจากความรู้สึกจริงๆ และผูกทั้งสองไว้ด้วยสถานะ สามีและภรรยา กันอย่างสมบูรณ์ ไปอย่างนี้ตราบนานเท่านาน....
--จบบริบูรณ์—
BY โลกของปลายฝัน
สุดท้ายนี้ปลายก็ต้องขอกล่าวคำอำลา เมื่อเราเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนจบของเรื่อง ปลายขอขอบคุณนักอ่านทุกๆท่าน ขอขอบคุณทุกๆการสนับสนุนที่มีให้กันเสมอมานะคะ ปลายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่ได้อ่านจะรู้สึกชอบกับนิยายของปลาย หากปลายผิดพลาดตรงไหนไป ต้องกราบขอโทษขออภัยคุณนักอ่านไว้นะตรงนี้ด้วยนะคะ ปลายฝัน💗
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







