เข้าสู่ระบบหลายเดือนต่อมา...
หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที
“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน
“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น
“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”
“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”
“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม
“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว
“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง
“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่ตัวเองได้ไปน่ะ ระดับหัวจ่ายเชียวนะ”
“ผะ...ผัวอะไร ยะ” เดวาหน้าแดงขึ้นมาทันที “พูดบ้าอะไรของแก!”
เดวามีเอ็ดเพื่อนแก้เขิน ปูเป้ที่รู้เรื่องอยู่แล้วได้แต่ส่ายหน้า และเดินกลับไปทำงานของตัวเอง
“แหม...”
เอมิล่าลากเสียงยาวล้อเลียน ยัยบ้านี่มันคิดว่าเธอโง่จนมองไม่ออกเลยหรือไง ว่านั้นคือพี่ชายของตัวเอง
“กินอยู่กับปาก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
“รู้อะไรของแกไม่มี๊...”
“ก็เรื่องที่แกคบกับพี่เลอร์นั่นแหละ ทำมาเป็นเสียงสูงใส่ฉัน ”
เดวารีบก้มหน้าลงทำทีสนใจแบบเสื้อในมือ ทั้งที่หางตาเหลือบมองเพื่อนอย่างระแวง
“ฉันไม่ได้คิดปิดบังแกสักหน่อย”
“อ๋อเหรอ แต่ก็ช่างเถอะ ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบเสือกเรื่องของเพื่อนอยู่แล้ว ” และเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะตั้งแต่คบกันมาเอมิล่าจะเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องของใคร แต่จะให้ความช่วยเหลือแทนหากเพื่อนมีปัญหา
พูดยังไม่ทันจะได้ขาดคำ คนที่ถูกพูดถึงก็เดินเข้ามาแสดงตัว
“ตายยากจริงๆ ” เอมิล่าพึมพำ
“พี่เลอร์มาทำไมค่ะ” เดวาเงยหน้าขึ้นจากงานมาถาม เมื่อร่างสูงจงใจเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานเธออย่างไม่คิดปิดบัง
“ฉันมารับเธอไปกินข้าวด้วยกัน” ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่มิลเลอร์อ่อนโยนกับเดวา หากแต่เป็นการกระทำของเขาด้วย มือหนายื่นไปลูบศีรษะเดวาเบาๆ
อีกทั้งเขายังเมินเฉยใส่ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่น้องสาวตัวเอง
“ทั้งห้องนี้มีกันแค่สองคนมั้ง” เอมิล่ากลอกตามองบนใส่ ก่อนจะกวักมือเรียกปูเป้ เดินออกไปนอกร้านเพื่อหาอะไรแซ่บๆ ทานตัดความเลี่ยน
“ไปข้างนอกเถอะเป้ อยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังน้ำตาลขึ้นตากันพอดี ”
“น่ารำคาญ” มิลเลอร์บ่นไล่หลังเอมิล่า ก่อนจะขยับเดินเข้าไปหาเดวา ทำให้ร่างเล็กยืนขึ้นอย่างรู้หน้าที่ มิลเลอร์นั่งลงเก้าอี้แทนที่เธอ และเป็นเดวาที่เขาไปนั่งบนตักเขาอีกที
“ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ ถึงได้ว่างมาหาวาได้ ”
“งานไม่ได้สำคัญเท่าเธอ จะทำตอนไหนก็ได้”
“แต่พี่มีงานเยอะไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็เยอะ แต่ไม่สำคัญ” มิลเลอร์ตอบน้ำเสียงผ่อนคลาย ก่อนใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาข้างแก้มเธอออกให้ อย่างเบามือ
เดวากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยิ้มจนแก้มแทบปริ กับคำพูดของแฟนหนุ่มตัวเอง
“พี่เลอร์น่ารักจัง”
“เพิ่งรู้เหรอ”
“ไม่ค่ะ รู้มานานแล้ว” เดวายกมือขึ้นแตะแก้มสากเบา ๆ มิลเลอร์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนก้มลงแตะปลายจมูกเขาลงบนแก้มของเธออย่างเอ็นดู
“ไปกันฉันจองร้านอาหารไว้แล้ว”
“แต่วาอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือ...”
มิลเลอร์ล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกง ออกมาต่อสายหาลูกน้องคนสนิท
[ครับนาย ]
“ตอนเย็นก่อนมึงเข้าไปทำงานที่ผับ ซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือเข้าไปให้กูด้วย”
[นายจะกินเส้นอะไรครับ ]
มิลเลอร์ผละมือถือออกจากหู แล้วเอ่ยถามคนบนตัก
“จะกินเส้นอะไร”
“เส้นเล็กพิเศษลูกชิ้น แล้วก็ กากเจียวหมู 1 เกี๊ยวทอด 1 ขนมถ้วย 1 ค่ะ ”
“ได้ยินแล้วใช่ไหม”
[ครับนาย ]
มิลเลอร์กดวางสายลูกน้อง เมื่อคุยสายเสร็จ
“จะไปกินข้าวกับฉันได้หรือยัง”
“ไปได้แล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่ตามใจตลอด...”
“มีเหตุผลให้ต้องไม่ตามใจ แฟนตัวเองด้วยหรือไง” มีใครบ้างที่จะไม่ตามใจคนรักตัวเอง ยิ่งพ่อของเขานะสปอยล์แม่สุดๆ
เดวาหลุดหัวเราะ ก่อนลุกออกจากตักของเขาแล้วเก็บโทรศัพท์กับกระเป๋า มิลเลอร์ลุกขึ้นตาม ก่อนหยิบกระเป๋าของคนรักมาถือในมือ แล้วเดินออกจากร้านไปพร้อมกัน
21.30 น.
หลังจากพาเดวาไปทานมื้อกลางวันและเดินช็อปปิงที่ห้างต่อจนมืดค่ำ มิลเลอร์เลือกพาเธอแวะเข้ามาตรวจงานที่คลับด้วย มากกว่าที่จะไปส่งเธอกลับเพนต์เฮาส์ก่อน
ทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านใน เสียงดนตรีที่ดังอยู่บริเวณโถงหลักก็ลอยเข้ามาเป็นระยะ เดวามองบรรยากาศรอบ ๆ อย่างสนใจ แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาก็ตาม ก่อนหันกลับมาหาคนข้างตัว
“พี่เลอร์ต้องทำงานต่ออีกนานไหมคะ”
“ไม่รู้สิ อาจจะเกือบเช้า แต่ที่ห้องทำงานฉันมีเตียงเธอสามารถนอนรอได้ ”
“งั้นระหว่างนี้วายังไม่ง่วง พี่เลอร์ให้วารอที่ไหนดี”
มิลเลอร์เหลือบมองเธอ ก่อนยื่นมือไปจับมือเล็กเอาไว้
“ไปกับฉันก่อน”
“ก็ได้ค่ะ” เดวานึกว่าแฟนหนุ่มจะอนุญาตให้เธอ ไปนั่งดื่มรอตรงบาร์แล้วเสียอีก ทั้งคู่เดินผ่านโซนด้านหน้าเข้าไปยังพื้นที่ส่วนตัวด้านใน ซึ่งเงียบกว่าด้านนอกมาก ก่อนหันไปมองคนข้างกาย
“ถ้าเบื่อให้บอก”
เดวาพยักหน้ารับ
“ค่ะ”
“เด็กดี” ยกมือขึ้นลูบศีรษะแฟนสาวเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ เดวาจึงเลือกนั่งลงข้าง ๆ พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างรอ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง จากที่นั่งเล่นอยู่ข้าง ๆ ร่างเล็กก็เริ่มง่วง จนสุดท้ายขยับตัวลงมานอนหนุนตักแกร่งอย่างไม่รู้ตัว
มิลเลอร์ก้มมองคนรักที่หลับตาพริ้ม ก่อนยกมือขึ้นลูบเส้นผมเธอเบา ๆ
ไม่นานลมหายใจของเดวาก็สม่ำเสมอขึ้น เขาจึงถอดเสื้อสูทตัวใหญ่ของตัวเองออก แล้วคลุมให้เธอจนแทบมิดทั้งตัว
มิลเลอร์กลับไปอ่านเอกสารต่อ โดยพยายามไม่ขยับตัวมากเกินไป เพราะไม่อยากรบกวนคนที่กำลังหลับสบาย
แกรก!
เสียงประตูเปิดออกจากผู้มาใหม่ ทำให้มิลเลอร์เงยหน้าจากเอกสารขึ้นมอง ลูอิสปรายตามองภาพตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ร่างเล็ก ซึ่งกำลังนอนหลับหนุนตักน้องชาย โดยมีเสื้อสูทตัวใหญ่คลุมอยู่แทบทั้งตัว
มุมปากลูอิสกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“เฮียมีอะไรหรือเปล่าครับ...”
“เปล่า” ลูอิสเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ “แค่แวะมาดื่ม ระหว่างรอเจ้าลงเวร”
มิลเลอร์เลิกคิ้วขึ้นมองพี่ชาย
“ ปกติไปรอรับที่โรงพยาบาลไม่ใช่? ”
“ เพิ่งไปทำงานมา ”
“อ่อ...” มิลเลอร์พยักหน้าเข้าใจในความหมายของพี่ชายทันที “ ก็เลยแวะมาเติมแอลกอฮอล์เพื่อกลบกลิ่นเลือด ”
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมิลเลอร์
ถ้าเทียบกันตามสีของธุรกิจที่พี่น้องทั้งสองคนทำอยู่ มิลเลอร์ยังพอเรียกได้ว่าอยู่ในพื้นที่สีเทา
แต่ลูอิส...
ดำสนิทจนแทบไม่มีพื้นที่ให้แสงลอดผ่าน หากแต่แฟนสาวอีกฝ่าย กับทำงานในโรงพยาบาลช่วยยื้อชีวิตคน
“งานด่วนหรือไง ทำไมไม่พาเมียไปนอนดีๆ ”
“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว ค่อยรอไปนอนพร้อมกันทีเดียว”
“ อืม... ” พูดคุยแค่เท่านั้นแล้วก็เดินออกจากห้องไป ที่มานี่คงแค่แวะมาให้น้องชายเห็นหน้า เพื่อให้รู้ว่าลูอิสยังไม่ตายก็เท่านั้น
มิลเลอร์ได้แต่ส่ายหน้าตามหลังพี่ชาย...
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







