แชร์

บทที่ 12 ~ NC**

ผู้เขียน: พริมริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-26 22:00:32

บทที่ 12 ~ NC**

ศศินาพลันตกตะลึงเมื่อพันแสงทำสิ่งที่พูดไว้ทันที ร่างใหญ่โน้มลงกลางหว่างขาที่เธอพยายามถอยหนี ดวงตาเบิกกว้างใช้มือดันศีรษะเขา

“อย่านะ ไม่ได้ มัน พ่อเลี้ยง!”

พันแสงเหลือบมองเธอผ่านเนินเนื้อที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ปรือลงและหิวกระหาย เขาจดจ้องมองเธอ  แลบลิ้นใหญ่ยาวออกมาตวัดลากจากล่างขึ้นบน

กายสาวพลันร่างสะท้าน ลิ้นสากยังลากขึ้นตวัดเอาน้ำปากทางติดลิ้นสากขึ้นมา เธอเห็นสายตาแห่งชัยชนะของเขาที่จดจ้องเธอขณะโลมลิ้นตวัดร่องงาม

มือใหญ่เลื่อนมาจับต้นขาเรียวเล็กดันขึ้นให้พับไปด้านหน้าจนชนอกอิ่ม ลิ้นสากตวัดเลียน้ำหวานเอ่อล้นไหลออก กลีบบางสีสดสวยยังปิดมิดจนเขาต้องออกแรงลิ้นแทรกเข้าแหวกออกแล้วตวัด น้ำฉ่ำรสชาติของสาวใต้ร่างหวานล้ำเคลือบลิ้นยามเขาลากขึ้น

ร่างน้อยสะท้านเฮือก เขาใช้นิ้วหยาบหนาแหวกกลีบออกแล้วสอดนิ้วเข้าไป

“อ่า พ่อเลี้ยง อา”

ร่างใหญ่โตแทรกตัวกลางหว่างขาเรียวขาวเนียนลออ นิ้วใหญ่เปิดสอดใส่เข้าร่องรักฉ่ำน้ำ หงายมือขึ้นให้ปลายนิ้วสัมผัสปุ่มกระสันข้างในแล้วเริ่มชักถี่

ศศินาพยายามดิ้นหนีความปวดร้าวที่กำลังตีขึ้น ร่องรักเธอหน่วงรวดร้าวบางอย่างและเมื่อเขาลงลิ้นบนเม็ดเล็ก ๆ ตรงกลางพร้อมนิ้วที่ยังชักเข้าออก เพียงไม่นานร่างของเธอพลันกระตุก

พันแสงเลียปากครอบเนินสวาทดูดน้ำที่ไหลออกมาอีกยามร่างเล็กถึงจุดสุดยอด กายสาวกระตุกเฮือกและสั่นสะท้าน ช่องสวาทด้านในที่นิ้วสัมผัสช่างนุ่มนวลและรัดตอดเป็นจังหวะ

เขายังจ้องเธอ เฝ้ามองยามศศินาสุขสม ใบหน้างามเงยขึ้นแดงก่ำ ริมฝีปากเผยอค้างครางในลำคอ เขาเลียเบา ๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะดึงนิ้วออกมา ขยับร่างสูงใหญ่เคลื่อนขึ้นหาเธอ จูบปากที่ยังเผยอค้างส่งน้ำรักของเธอเข้าสู่โพรงปาก ศศินาได้รับรู้รสชาติของตัวเองมาพร้อมกับกลิ่นอิสตรีและบุหรี่บางเบา

สีหน้าศศินายังลอยคว้าง พันแสงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะค่อยสอดแท่งใหญ่เข้าแทนที่ ดันหัวเข่าของตัวเขาเองคล้ายนั่งคุกเข่า วงแขนด้านในดันต้นขาเธอไว้ให้แนบลำตัวบอบบาง

ค่อย ๆ ดันลำแข็งปลายหยักมนเคลือบด้วยน้ำของเขาที่ไหลออกมา สอดทีละนิดจ้องเธอไว้

“ชอบไหม เสียวมากไหม”

ศศินานิ่วหน้าเมื่อลำใหญ่แทรกเข้า แม้ว่าจะเคยเสียความสาวไปแล้วให้เขา แต่เวลามันช่างผ่านมาเนิ่นนานจนร่องสาวปิดสนิท

“อือ แน่นมาก โอ๊ย ซี้ดส์”

พันแสงครางออกมาไม่อาจต้านทานแรงเสียวซ่านยามหัวมนผ่านร่องน้ำความสาวแสนแคบ เขาเสียบทีละน้อยจนเข้าไปครึ่งลำ ก้มลงจูบปิดปากสาวน้อยใต้ร่างก่อนขยับสะโพกส่งแรงกระแทกลงจนมิด ศศินาสะดุ้งใช้มือตีแขนเขาทันที

“อือ อือ อา อา”

ท่อนใหญ่ถูกชโลมด้วยน้ำรักสาวร่างเล็ก เขาค่อยขยับสอดเข้าแล้วถอยออกเกือบสุด ดันเอ็นจนมิดแล้วถอนออก เสียวสะท้านเป็นระลอกเมื่อหัวมนผ่านความนุ่มปากทางเข้าสู่โพรงรักที่ตอดแน่น

“แคบและเล็ก ซี้ดส์ จะทนไม่ไหวเอา โอ๊ย”

เขาเริ่มแรงขึ้นถอยออกแล้วกระแทกลง ร่างสูงยืดลำตัวขึ้นจับข้อเท้าเธอให้เปิดออกเพื่อให้ลำใหญ่เข้าสุด เขามองตรงกลางระหว่างเนินเนื้อ จดจ้องลำแข็งสีเข้มของตัวเองมุดเสียบเข้าร่องสาวเปียกชื้น

โพรงสวาทกำลังจะตอดแรงอีกครั้ง เขาจ้องศศินาสาวร่างเล็กที่กำลังร้องครางลั่น เธอกำหมอนข้างบนศีรษะไว้แน่น มือใหญ่เอื้อมออกไปกำเต้างาม ส่งสะโพกสอบขยับถี่ให้เอ็นรูดผ่านปุ่มกระสันเร็วขึ้น

เขาบี้หัวนมเล็กสวยอย่างแรงขณะซอยลำเข้าทางรัก ร่างสูงใหญ่กระแทกแรงจนร่างเล็กของเธอกระดอนกระเด้งขึ้นจากที่นอน

“อา พ่อเลี้ยง อา อ่า”

ศศินารู้สึกถึงลำแข็งใหญ่โป่งพองขึ้น ปลายหัวมนมันที่เธอเห็นก่อนที่จะสอดใส่ข้างในช่องสวาทแข็งชัน เธอรู้สึกถึงน้ำที่ไหลออกจากร่องกลีบอาบลงเตียงนอน มีเสียงพึงพอใจดังบนร่างเธอ

“ลืมตาสิ ศศินา”

ดวงหน้าเล็กส่ายหน้า ตอนนี้เธอสะเทิ้นเขินอายเกินกว่าจะมองเขา ร่างอ่อนแอระทวยเป็นวุ้นเมื่อเขาละเลงด้วยลิ้นและเสียบเสยด้วยลำใหญ่

“ไม่ ลืมตา เดือน มองพี่”

ศศินาปรือตาขึ้น ดวงตากลมโตดั่งกวางร้อนรักหากวางตัวผู้อย่างที่เขาต้องการเห็น

แต่เขาไม่ใช่กวางตัวผู้ที่เธอค้นหา เขาเป็นดั่งนายพรานที่ล่อเธอมาติดบ่วง แล้วยิงตรงเข้าร่องกลีบของเธอไม่ผ่อนปรน เสียบกระแทกส่งเสียงครางอย่างพอใจ

เธอจ้องดวงหน้าที่บิดเบี้ยวเสียวสะท้าน ความรวดร้าวตรงเนินสาวเริ่มร้อนขึ้นเป็นระลอก ดวงตากวางมองมือใหญ่กดลงตรงเนินสาว ขยี้เม็ดเล็กจากนั้นร่างเล็กของเธอพลันกระตุกเฮือกอีกครั้ง เสียงครางหวานใสร้องลั่น

“กรี๊ด อ่า พ่อเลี้ยง”

พันแสงใกล้สุขสมเต็มทนเมื่อเห็นหญิงสาวใต้ร่างสั่นสะท้าน เธอกระตุกแรง ร่องรักที่เขาสอดอยู่ตอดแน่น นิ้วเขายังบี้เม็ดเล็กแม้ว่าเธอจะสุขสมไปแล้วจนกายสาวกระตุกสะท้านไม่หยุด

ลำแกร่งใหญ่โป่งพองขึ้นรู้สึกถึงน้ำหวานฉีดออกมาชโลมไปทั่ว เสียงน้ำแตกยามเขากระแทกกระทั้น เขาละมือออกมาลูบหน้าท้องตัวเองขณะความเสียววูบวาบ แล้วจุดสุดยอดของเขาก็มาถึง เขาใช้มือกดบนหน้าท้องของตัวเองดันลำใหญ่ให้มิดร่อง เอ็นร้อนกระตุกอยู่ในร่องรัก พ่นน้ำพวยพุ่งด้านในจนเต็มล้นออก ชีพจรเต้นถี่รัวก่อนฟุบร่างสูงลงบนเตียงเล็กข้างกัน ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้

“ต่อไปเรียกพี่แสง ไม่ต้องเรียกพ่อเลี้ยงอีก”

“เรียกพ่อเลี้ยงดีแล้วค่ะ ฉันเป็นแค่เมียบำเรอ คงไม่บังอาจเรียกคุณแบบนั้นได้”

ศศินารู้ว่าเขาเกร็งร่างขึ้น แต่สักพักกลับผ่อนคลายลงแล้วกอดเธอต่อ มือลูบไปทั่วร่าง

“ตอนนี้ยังไม่เรียก เดี๋ยวพี่จะทำให้เรียกเอง”

ศศินาใกล้ผล่อยหลับเต็มทนเมื่อทุกอย่างจบสิ้น การร่วมรักสูบแรงของเธอไปมาก

“อาบน้ำก่อนไหมแล้วค่อยนอน”

“อือ ไม่ค่ะ ง่วงมาก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทพิเศษ 2

    บทพิเศษ 2ใจดวงเล็กทั้งตื่นตระหนก ทั้งตื่นเต้นปะปนคละเคล้ากันไป กายสาวสั่นระริกไปทั่วร่าง สัมผัสแปลกใหม่ทำสาวแรกรุ่นใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งอยากรู้อยากลอง ต้องการเป็นของเขาทั้งตัวทั้งใจ ยินยอมขยับต้นขาเปิดออกให้ปลายนิ้วแทรกลงกลางไรขนอ่อนนุ่มราวผ้าไหม“เดือน อ่า นุ่มมือมาก”หน้าเข้มขยับเลื่อนขึ้นซอกคอสูดกลิ่นกายสาวดูดขบเม้มเนื้ออ่อนใกล้จุดชีพจรแสนอ่อนไหวตรงฐานลำคอนิ้วสัมผัสกายสาวฉ่ำชื้นแทรกลงตรงกลางกลีบแหวกออก ส่งนิ้วชี้ลูบไล้จนกระทั่งพบเม็ดเล็กกลางร่องงาม ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นยามเขากดลงแรงคลึงเม็ด“เดือนจ๋า คนดี พี่ขอได้ไหม”สาวน้อยไร้ประสบการณ์ไม่เข้าใจสิ่งที่พันแสงถาม เธอเอียงหน้าไปอีกทางยามเขาซุกไซ้ลำคอ มือแกร่งด้านล่างยังล้วงลึก อีกมือกอบกุมทรวงงามบีบเคล้นลงแรงเต็มมือ ร่างเล็กนอนระทวยทำได้เพียงแอ่นร่างรับไฟพิศวาสส่งเสียงครางในลำคอ กระทั่งนิ้วของคนด้านบนเริ่มสอดใส่เข้าไปทางร่องรักจึงได้รู้สึกตัว“พี่แสง อ่า ไม่ได้นะ อื้อ อ่า อย่า อย่าสอดนิ้วเข้าไป”เสียงห้ามปรามแผ่วเบาปนกระเส่า น้ำหวานเอ่อล้นสวนทางกลับเสียงร้องทักท้วง นิ้วยาวเรียวส่งเข้าทาง แม้ว่าไม่ถนัดถนี่นักแต่ยังพอเข้าไปได้“โอ้! เด

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทพิเศษ 1

    บทพิเศษ 1หกปีที่แล้ว“มา ๆ หนูเดือน มากินกัน”ศศินารีบวิ่งนำพันแสงมาจากทางเนินเขาหลังบ้านเมื่อได้ยินเสียงคุณน้าระพีร้องเรียกแต่ไกล“พี่แสง เร็ว ๆ สิ เดือนหิวแล้วนะ”เสียงหัวเราะหวานใสบนใบหน้าของเด็กสาววัยสิบเจ็ด พวงแก้มยุ้ยออกเล็กน้อยด้วยโฮร์โมนวัยรุ่น ผมเลยติ่งหูแต่ไม่ประบ่าพันแสงมองตามร่างเล็กในชุดกางเกงยีนส์สีซีดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งลายสก็อตสีแดงตัวเก่งที่ศศินาชอบสวม เธอวิ่งไปหัวเราะไปจนเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินหยอกล้อไปกับเสียงหวานใสผสมผสานเสียงของลมหนาวที่กำลังพัดผ่าน นำกลิ่นใบยาสูบที่บ่มอยู่ในโรงบ่มกำจายโดยรอบบ้านไม้สองชั้นกลางไร่ยาสูบชัยสงคราม“ค่อยเดินสิ ประเดี๋ยวก็ล้ม”“ไม่หรอกค่ะ ฮ่า ฮ่า เร็วสิ พี่แสงเดินอย่างกับคนแก่”“พี่ไม่ใช่คนแก่สักหน่อย”ศศินาหยุดแล้วหันหลังกลับมายืนเท้าสะเอวมองตรงไปทางร่างสูงใหญ่ผิวสีเข้มผิดไปจากคนเหนือทั่วไป เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มใส่ในกางเกงยีนส์คาดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลธรรมดา สวมรองเท้าบูธสำหรับใส่ในไร่สีดำ ผมยุ่งเหยิงจากแรงลมที่พัดไปมารอบตัว ดวงตาสีนิลจ้องตอบเธอเปล่งประกายเจิดจ้ามีความสุขวันนี้พันแสงเรียนจบปริญญาโทดั่งที่ตั้งใจไว้ เขากลับมาอยู่บ้านเพื่

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 30  ~ จบบริบูรณ์

    บทที่ 30 ~ จบบริบูรณ์พันแสงหยุดรถกลางทางมองศศินาที่หันจ้องหน้าเขาแววตาสงสัย หน้าคมเข้มยิ้มกว้างยกมือเล็กขึ้นจูบ“วันนี้คนที่บ้านเยอะหน่อยนะ”“อะไรนะคะ คนอะไรกันคะ คนงาน?”พันแสงหัวเราะเบา ๆ ชะโงกหน้าจูบปากหวานจิ้มลิ้มแล้วถอยห่างออกมา“เราจะไปไร่ชัยสงครามกัน”“อ้าว ทำไมคะ เดือนจะกลับบ้านนะ”พ่อเลี้ยงปล่อยมือสาวร่างเล็ก หันไปขับรถต่อแต่เลี้ยวเข้าทางไร่ชัยสงครามปล่อยให้ศศินามึนงงสงสัย กระทั่งเข้ามาถึงปากทางเข้าบ้านจึงเห็นลานบ้านมีแต่โต๊ะงานเลี้ยงและเวทีเล็ก ๆ กลางลาน“มีงานเหรอคะ งานอะไรกัน”ศศินาชะเง้อมองคนงานที่กำลังทำอาหารกันวุ่นวาย มีแขกมาบ้างแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะ“งานแต่งงาน”“หื้อ งานแต่งงานใครคะ”ศศินาเอี้ยวใบหน้าหวานคมกลับมาที่พันแสง เห็นสีหน้ายิ้มกรุ่มกริ่มไม่พูดอะไรแล้วลงจากรถไปเธอรอให้เขาอุ้มร่างเล็กลงรถแล้วประคองเธอเดินตัดผ่านลานบ้านไปยังตีนบันไดขึ้นบ้าน“มากันแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาว”ศศินาทวนคำในใจ เจ้าบ่าวเจ้าสาว เธอมองบนบ้านห้อยทั้งสายสิญจน์และดอกไม้ประดับประดาเต็มเรือน“ไปห้องพี่ก่อน”ศศินาถูกจูงมือแม้เธอจะยังเหลียวหลังมองข้าวของบนเรือน ทั้งบายศรี และยังพานพุ่มดอกไม้เธอก้า

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 29 ~ ได้โปรด

    บทที่ 29 ~ ได้โปรดพันแสงขับรถด้วยความเร็วลงเนินเขา ใจเต้นโครมครามเมื่อนึกถึงใบหน้างาม เขามีเรื่องจะบอกเธอ คำพูดที่เขาติดค้างเธอไว้เมื่อหกปีก่อนชายหนุ่มลดความลงเร็วเมื่อถึงโค้งหักศอกใกล้ตีนเขา สังเกตเห็นรถมูลนิธิข้างทางและรถของฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อีกฝั่งเป็นรถหกล้อบรรทุกรวงข้าวคงกำลังเร่งเพื่อไปให้ทันโรงสีปิดจนเกิดเหตุเขาชะลอรถเพื่อดูรถของผู้เสียหาย แสงอาทิตย์ยามเย็นพาดผ่านเหลี่ยมเขาแมกไม้เป็นเงาทอดยาวสีทองส่องไปยังรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่“ไม่ ไม่ ไม่!!”“เอี๊ยด!!”เขาตบพวงมาลัยเข้าข้างทางกะทันหัน ลงจากรถวิ่งข้ามถนนไปยังรถเกิดเหตุอย่า! ขอเถอะ! อย่าเป็นอย่างที่เขาคิด อย่า! ได้โปรด!ช่วงเวลาช่างยาวนานในระหว่างที่เขากระโดดก้าวข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม หัวใจเต้นถี่รัวและบีบรัดแน่น ช่องท้องมวนขึ้นตีจนจุกถึงลิ้นปี่“ป้อเลี้ยง! มาทำอะไรครับ เดี๋ยวครับ”พันแสงไม่ฟังเสียงห้าม เขาแหวกคนมูลนิธิเข้าไปใกล้รถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่เห็นร่างเล็กในรถ“เธออยู่นี่ครับ”พันแสงมองหน้าคนมูลนิธิ สติยังไม่กลับคืนมา เขามึนจนแยกไม่ออกว่าเสียงที่พูดหมายถึงอะไร“ป้อเลี้ยง ป้อเลี้ยง รู้จักคนในรถเหรอครับ”หน้าคม

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 28 ~ พราวพิลาส

    บทที่ 28 ~ พราวพิลาสมือใหญ่ยังตัดขนมสาคูไส้หมูออกเป็นสองชิ้นก่อนจะใช้ส้อมเล็กจิ้มเข้าปากตามด้วยพริกเม็ดใหญ่และผักสด มองหน้าแม่รอคำถามต่อไป“เรื่องหนูเดือน”“ครับหนูเดือน”“เขาลือว่าเห็นลูกจูบกันกับหนูเดือนที่หน้าร้านเบเกอรี่ที่หนูเดือนเป็นเจ้าของ จริงหรือเปล่า”“ครับ จริง”เขาจิ้มสาคูชิ้นที่เหลือเข้าปากตามด้วยพริกสดและผัก“ฝีมือแม่อร่อยเหมือนเคย แล้วยังไงครับ”“กะ ก็ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ทำไมแม่ไม่รู้”เขาวางส้อมลงแล้วหยิบน้ำขึ้นดื่ม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะวางแก้วน้ำลง“ก็ประมาณสามเดือนครับแม่ ตั้งแต่เดือนกลับมางานศพพ่อเลี้ยงตา”ระพีสะดุ้งตกใจ สามเดือนนั้นมันถือว่านานพอสมควร แล้วลูกชายของเธอก็ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด“ตอนนี้ผมกับเดือน เรา เอาเป็นว่าอยู่ด้วยกันแล้วครับแม่”“ได้ยังไง ก็ ก็ลูกอยู่บ้านตลอด”“ผมจะไปเฉพาะช่วงกลางคืนแล้วค่อยกลับมานอนบ้านครับ”“แสง!!”ระพีร้องอุทาน เธอนึกถึงเด็กสาวอายุสิบเจ็ดร่างเล็กที่เธอเห็นครั้งสุดท้ายในวันเพลิงไหม้ มือเล็กของศศินาประคองร่างเธอไว้ไม่ให้ล้มโดยที่พันแสงยืนชี้หน้าเด็กสาวคนนั้น“แสง แสงบอกแม่สิว่า แสงไม่ได้ทำลงไปเพราะอยากจะแก้แค้น”พันแ

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 27 ~ อดีตยากจะฝังกลบ

    บทที่ 27 ~ อดีตยากจะฝังกลบ“แม่อุ๊”แม่อุ๊ร่างท้วมวางไม้กวาดทางมะพร้าวพิงไว้กับเสาบ้าน เดินไปหาพ่อเลี้ยงพันแสงที่ยืนเสียงอยู่ตรงตีนบันได“เจ้า ป้อเลี้ยง”“ฉันมีเรื่องจะถาม”พันแสงเดินลงมุดเข้าใต้ถุนบ้านที่เตี้ยเกินไปสำหรับเขานั่งลงบนแคร่ไม้ข้างใต้บทที่“ป้อเลี้ยงจะถามหยั่งข้าเจ้า”“เรื่องรอยบนหลังของเดือน”แม่อุ๊สะดุ้งจ้องหน้าเข้มดุเอาเรื่อง นึกสงสัยพ่อเลี้ยงเห็นรอยแผลของคุณหนูได้ยังไง“คุณหนูบ่หื้อผู้ใด๋อู้”“แต่แม่อุ๊ต้องพูด”ร่างท้วมเหลียวมองไปบนบ้านยังได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำแล้วจึงหันกลับมาหาพ่อเลี้ยง“ก็เมื่อปี๋นั้นคืนที่ฉลองงานรับปริญญา ป้อเลี้ยงจำได้ก๋า”พันแสงพยักหน้า เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไรในเมื่อเขาพาสาวน้อยแวะเข้าข้างทางแล้วทำให้เธอต้องเสียสาวเป็นครั้งแรก“ป้อเลี้ยงมาส่งเปิ้นสะค่อนดึ๋ก ป้อเลี้ยงตาเกี้ยดนั่ก[1] เจ๊า[2]มาหื้อคนงานมัดคุณหนูกับเสาพู้น”พันแสงมองตามมือแม่อุ๊ไปที่เสากลมหน้าสุดของใต้ถุนบ้าน หน้าคมเข้มเริ่มเปลี่ยนสี“มัด?”“เจ้า เปิ้นสั่งคนงานมาหันเปิ้นลงแส้ แฮงนั่ก ตะโกนลั่น หื้อจำไว้บ่าต้องแอ่วบ้านป้อเลี้ยงอีก ไม่งั้นเปิ้นจะเผาไฟไร่ชัยสงคราม โอ้ย!ป้อเลี้ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status