Se connecter"ลูกสาวของแม่มีความรักแล้วสิ" ฟ้าใสลูบหัวลูกสาวอยู่อย่างนั้น เธอไม่ได้เอ่ยห้ามแต่อย่างใด เพราะเข้าใจดีว่าคงเป็นปั๊ปปี้เลิฟของเด็กสาวในช่วงวัยนี้ "หนูอัยย์จะมีความรักแม่ไม่ว่านะลูก แต่อย่าทิ้งการเรียน รักตัวเองให้มากๆ อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่นนะลูก"
"หนูอัยย์ทราบแล้วจ้ะ แม่ฟ้าไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ หนูอัยย์จะไม่ทำให้แม่ฟ้าผิดหวัง จะรักตัวเองให้มากๆ แล้วก็ไม่ทิ้งการเรียนแน่นอนจ้ะ หนูอัยย์สัญญา"
นิ้วก้อยถูกยกขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นแม่เกี่ยวก้อยทำสัญญากันระหว่างแม่ลูก หนูอัยย์รู้ว่าแม่ฟ้าเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน เธอจะไม่ทำให้แม่ฟ้าผิดหวังอย่างแน่นอน เธอแค่อยากแอบชอบพี่พันแสงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง
"หนูอัยย์แค่มีความสุขในทุกๆ วันแม่ก็ดีใจแล้วลูก"
ฟ้าใสหอมกระหม่อมเล็กของลูกสาว เธอคาดหวังให้ลูกสาวของเธอมีแต่ความสุข อาจจะเพราะตอนเด็กๆ เธอไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าความสุขเลยก็ได้มั้ง และกว่าเธอจะมีลูกได้ก็ใช้เวลานานเพราะร่างกายไม่แข็งแรง เธอเลยไม่คิดที่จะขัดขวาง หากนั่นเป็นความสุขของลูกสาว
"ดึกแล้วแม่ฟ้ากลับห้องไปนอนต่อเถอะนะจ๊ะ เดี๋ยวหนูอัยย์ก็จะนอนแล้วเหมือนกันจ้ะ หนูอัยย์เดินไปส่งแม่ฟ้าดีไหมจ๊ะ" หนูอัยย์รีบลุกขึ้นแต่ก็ต้องนั่งลงที่เดิมเพราะโดนแม่ฟ้ากดไหล่ให้นั่งลง
"ไม่เป็นไรจ้ะ ห้องแม่อยู่ข้างๆ นี่เองไม่ต้องไปส่งหรอก รีบเข้านอนได้แล้วหนูอัยย์ พรุ่งนี้ตื่นสายไปไม่ทันทานข้าวเช้ากับพ่อเลี้ยงจะมางอแงกับแม่ไม่ได้นะ เจ้าตัวแสบ" ฟ้าใสบีบจมูกรั้นๆ ของลูกสาวอย่างมันเขี้ยว
"แหะๆ หนูอัยย์รับทราบจ้ะ จะรีบเข้านอนทันทีเลยจ้ะ!"
มือเล็กยกขึ้นในท่าตะเบ๊ะเพื่อรับคำของแม่ฟ้าด้วยความขี้เล่นจนคนเป็นแม่รู้สึกมันเขี้ยวจนต้องบีบแก้มกลมนั่นเบาๆ พร้อมกับฟัดแก้มทั้งซ้ายขวาจนหนูอัยย์หัวเราะเสียงใสออกมา
"ฝันดีนะลูก"
"จ้ะ แม่ฟ้าฝันดีนะจ๊ะ หนูอัยย์ฝากกอดพ่อปราบด้วยนะ"
"จ้ะลูก"
หลังจากล่ำลากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนูอัยย์ก็เก็บกระดาษพับดาวบนโต๊ะทำงานเล็กของตัวเองเข้าลิ้นชักตามเดิม ขวดโหลแก้วที่ภายในมีดาวกระดาษสีสวยอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจพับดาวกระดาษให้เต็มโหลแล้วเอาไปให้พี่พันแสงก่อนที่เธอจะเปิดเทอมอีกครั้ง ซ้ำยังเหลือเวลาแค่เดือนนี้กับเดือนหน้าเท่านั้นเพราะเธอต้องกลับไปอยู่หอและจะไม่ได้เจอพี่พันแสงอีก
ตั้งแต่จำความได้เธอก็มักจะพบกับพี่ชายใจดีที่ชื่อพันแสง ด้วยความที่เธอเป็นลูกคนเดียวทำให้รู้สึกเหงา แต่ทว่าทุกครั้งก็มีพี่ชายใจดีมาเล่นกับเธอทุกๆ วัน พาเธอไปเที่ยวเล่นทั่วไร่ตั้งแต่เด็ก เธอจำได้ว่าทุกครั้งที่พี่พันแสงต้องกลับไปเรียนที่กรุงเทพฯ เธอนั้นร้องไห้งอแงไม่อยากให้พี่ชายใจดีหายไป แต่เพราะพี่พันแสงบอกว่าจะกลับมาหาเธอ เธอก็ทำได้แค่นั่งนับวันรออย่างใจจดใจจ่อเพื่อจะได้เจอพี่ชายใจดีอีกครั้ง
เด็กสาวนอนหลับตาพริ้มกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่พี่พันแสงซื้อในตอนที่เธออายุครบสิบห้าปีเมื่อไม่นานมานี้ ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างมีความสุข ตลอดปิดเทอมนี้เธอจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับพี่พันแสง คอยส่งข้าวส่งน้ำให้พี่พันแสงในทุกๆ วัน ได้เห็นหน้า ได้ช่วยพี่พันแสงเก็บผลไม้บ้างแค่นี้เธอมีความสุขมากแล้วละ
๐๐๐๐๐๐
เช้าวันต่อมา
เด็กสาวร่างเล็กกำลังเดินออกมาจากบ้านในตอนเช้าตรู่ สองขาเรียวในชุดเอี๊ยมขายาวกับเสื้อยืดธรรมดาแต่กลับดูน่ารักน่าเอ็นดู กำลังปั่นจักรยานไปตามทางเพื่อไปยังบ้านของพี่พันแสงเหมือนในทุกๆ วัน
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ ป้าทม พี่หนูดาว"
หนูอัยย์กล่าวทักทายเมื่อเข้ามาด้านในบ้านบริเวณห้องนั่งเล่นพร้อมกับยกมือไหว้เหมือนอย่างเคย
"อรุณสวัสดิ์ค่ะหนูอัยย์" ปลาดาวรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"อรุณสวัสดิ์ค่ะหนูอัยย์ ตามสบายเลยนะคะ ป้าขอตัวขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนก่อน" ป้าลั่นทมรับไหว้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะขอตัวขึ้นไปชั้นสอง
"จ้ะป้าทม แล้วพี่พันแสงออกไปหรือยังจ๊ะ" หนูอัยย์ตอบรับก่อนจะหันมาถามปลาดาวพลางมองไปทางชั้นสองของบ้าน
"พ่อเลี้ยงออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วนะคะหนูอัยย์" ปลาดาวบอกกับเด็กสาวที่ตอนนี้ทำหน้าหงอย เมื่อรู้ว่าพ่อเลี้ยงพันแสงไม่อยู่บ้าน
อคิราห์ในวัยสิบห้าปีมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกไป ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าอัญรินชอบเขามากกว่าพี่ชายและดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงยังไม่รู้ เพราะแม้อายุของเราจะห่างกันแค่สามปี ซ้ำยังเติบโตมาด้วยกันอีกต่างหาก อาจจะทำให้อัญรินคิดว่าทุกวันนี้เธอเพียงแค่ติดพี่ชายข้างไร่แบบเขา ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยที่อีกคนมอบความรักให้ เขาดีใจด้วยซ้ำไป แต่เพราะว่าอัญรินยังเด็ก ทั้งเขาและเธอยังต้องเติบโตอีกเยอะ เขาไม่อยากให้อีกคนยึดติดมากเกินหากว่าวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไปจมอยู่กับความคิดของตัวเองสักพักหนึ่ง แล้วค่อยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพราะไม่อยากให้ร่างเล็กต้องยืนรอนาน ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ อคิราห์ก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกแล้วก็พบอัญริน เขาจึงได้เอ่ยเสียงอ่อน“เราลงไปข้างล่างกัน”“จ้ะพี่คิน”ร่างเล็กรีบเดินเข้ามาขนาบข้างกับร่างสูงด้วยรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม อคิราห์เหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของคนตัวเล็กกว่า แววตาฉายแววบางอย่างออกมาวูบหนึ่งแล้วก็หายไป“ลงมากันแล้วเหรอลูก น้องอัญทานข้าวเช้ามาหรือยังคะ” เพลงพิณทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินลงมาด้านล่า
เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกน้อย ผมยาวจนถึงกลางหลังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวกำลังปั่นจักรยานไปตามทางจาก ไร่หิรัญโชคทรัพย์ เพื่อไป ฟาร์มอาคเนย์ ที่อยู่ติดกันพร้อมกับหอบหิ้วผลไม้มากมายไปฝาก ‘พี่ชายข้างไร่’ เหมือนอย่างเคยอัญริน หิรัญโชคทรัพย์ ลูกสาวคนเดียวของพันแสงกับหนูอัยย์ ซ้ำยังเป็นลูกสาวที่พ่อหวงมาก มากชนิดที่ว่าพันแสงแทบจะกันผู้ชายทุกคนที่มาเข้าใกล้ลูกสาวไม่ว่าคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ พันแสงก็ไม่สน โดยเฉพาะลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างอาคเนย์ พันแสงถึงกลับสั่งห้ามไม่ให้ไอ้เนย์พาลูกมันมาหาเขาที่ไร่เลยละเรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มในตอนที่น้องอัญอายุได้แค่สองเดือนกว่า วันนั้นเพลงพิณพาลูกชายอย่างน้องคินหรือ ‘อคิราห์’ มาเยี่ยมที่บ้าน เด็กชายวัยสามขวบจ้องตากลมแป๋วของเด็กตัวเล็กที่นอนดุ๊กดิ๊กอยู่ในเบาะสำหรับเด็กทารก เจ้าตัวลองยื่นนิ้วชี้เข้าไปใกล้หวังจะจิ้มแก้มกลม แต่แล้วก็ถูกจับเอาไว้พร้อมกำแน่น ปากเล็กแย้มยิ้มโชว์เหงือกแดงของตัวเองให้ดู ทันใดนั้นเส้นด้ายสีแดงก็ปรากฎขึ้นจากปลายนิ้วก้อยของเด็กสองเดือนก่อนจะลากมาพันกับปลายนิ้วก้อยของเด็กวัยสามขวบจนเจ้าตัวสงสัยจึงกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม
ร่างสูงจอดรถพลางวาดขายาวลงจากรถคันโปรด ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมสีควันบุหรี่เล็กน้อยก่อนจะเสยขึ้นอย่างลวก ๆ เหล่าเพื่อนพ้องต่างวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ ต่างจากคู่แข่งอย่างการันต์ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าโกรธเคือง“มึงขี้โกงไอ้พันไมล์!!” ผลักไหล่หนาอย่างฉุนเฉียว จ้องเขม็งอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ“เฮ้ย ๆ แพ้แล้วอย่าพาลไอ้รันต์” ขุนพลเพื่อนสนิทในกลุ่มของพันไมล์เข้ามาผลักไหล่การันต์ให้ออกห่างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะต่อยเพื่อนของเขา“กูก็บอกแล้วว่าคนอย่างมึง ไม่มีวันชนะกูได้ถ้ามึงไม่พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้ แล้วอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าครั้งนี้มึงใช้วิธีสกปรกอย่างยิงเลเซอร์เข้าตากูตอนเข้าโค้ง” พันไมล์เดินเข้าไปหาการันต์ ดวงตาคมกริบเข้มขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางยกยิ้มมุมปาก “หวังว่าครั้งหน้ามึงจะเป็นมืออาชีพพอไม่ใช้วิธีแบบคนขี้แพ้ ส่วนแฟนสาวของมึง กูขอรับไปก่อนแล้วกัน”ร่างสูงโปร่งพูดจบก็เดินกระแทกไหล่การันต์ไปคว้าข้อมือหญิงสาวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ลงมาทันทีแล้วเดินผ่านหน้าการันต์ไปจนอีกฝ่ายได้แต่กำมือแน่น ความโกรธเกรี้ยวปรากฏชัดบนใบหน้า มองตามหลังทั้งสองเขม็งก่อนจะตะโกนร้องออกมาเสียงดัง หมวกกันน็อกในมื
สนามแข่งรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เวลาใกล้จะเที่ยงคืน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา แต่ละคนมีเทสในการแต่งตัวที่ดีเยี่ยมเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ดี โดยเฉพาะร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ผมสีควันบุหรี่ นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งยังเจาะหูด้วยตุ้มหูไม้กางเขนที่ติ่งหูข้างซ้ายยิ่งเสริมให้ พันไมล์ ดูดีมากยิ่งขึ้น“ไอ้เวรการันต์มันนัดกูมา แล้วมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มถามขึ้นหลังเดินเข้ามาด้านในห้องหนึ่งของสนามแข่งรถ ร่างสูงหยุดยืนประจันหน้ากับเหล่าวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง“มึงรอก่อนได้ไหมล่ะ ลูกพี่รันต์ของกูกำลังไปเอาของพนันมาอยู่” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของการันต์บอกกับพันไมล์ “ว่าแต่มึงเถอะ ไหนเงินพนันห้าแสน”“หึ” แค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งทีก่อนจะล้วงเอาเช็คเงินสดจากกางเกงยีนของตัวเอง บนเช็คเขียนตัวเลขไว้ถึงแปดแสนบาททำเอาลูกน้องของการันต์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ จนกระทั่งมีคนเข้ามาใหม่อีกสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง“กูนึกว่ามึงจะขี้คลาดไม่กล้ามาแล้วเสียอีก ไอ้พันไมล์”“กูไม่ใช่มึงที่แข่งแพ้ไปหลายรอบ แ
สองขาเล็กเดินไปตามทางในโรงเรียนเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องอนุบาลสาม ที่มีป้ายห้อยหน้าห้องว่า ‘ห้องเสือน้อย’ สองขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในทันที ภายในห้องมีเพื่อน ๆ มาถึงก่อนแล้วหลายคน พันปีเดินไปถึงโต๊ะของตัวเองพลางถอดกระเป๋าสะพายสีแดงออกแล้วห้อยไว้กับเก้าอี้ ก่อนจะเดินเอาปิ่นโตข้าวกลางวันไปวางไว้บนโต๊ะหลังห้อง“พี่ปีวันนี้เอาอายัยมากินหยอ” เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้าหาพันปี พลางชะโงกมองกระเป๋าสีแดงด้วยความสงสัย“วันนี้แม่อัยทามข้าวคูมเฉือฉามฉีกับคายม้วนล่ะ” เอ่ยบอกด้วยความภูมิใจในอาหารของแม่อัยย์ แล้วหันไปมองกระเป๋าของเพื่อน “แย้วของฉยามล่ะ เอาอายัยมา”“วันนี้แม่ของเลาทามข้าวคูมหมีแยะ น่ากิงมาดเยยนะ” เด็กชายชื่อฉลามบอกให้เพื่อนฟังด้วยความภูมิใจเหมือนกัน“หึ ไม่เห็นจาน่ากิงเยย ของเยาน่ากิงกว่าอีก”แต่แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งพันปีและฉลามหันไปมอง“ทามมายฉิงพูดแบบนี้ ของเยาแม่ทามให้เยยนะต้องน่ากินอยู่แย้ว” ฉลามตัวน้อยเถียงกลับ“พูดจาม่ายเพาะ แม่อัยบอกว่าม่ายน่าลัก” แม่อัยย์บอกพันปีมาแบบนี้ คนพูดจาไม่เพราะเป็นคนไม่น่ารัก พันปีจะเป็นคนน่ารัก ต้องพูดเพราะ ๆ“พี่ปีว่าเยาหยอ เยาน่า
ผ่านมาแล้วหลายปีนับตั้งแต่หนูอัยย์คลอดลูกชายคนโตอย่าง พันปี จนพันปีอายุได้สองขวบงานแต่งงานของทั้งสองก็ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีลูกชายเป็นคนจับมือพาหนูอัยย์มาส่งให้พันแสงเหมือนที่เขาคิดภาพเอาไว้ แน่นอนว่าในงานแต่งครั้งนี้เต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนพ้องของทั้งสองคนรวมถึงมุกดาด้วยที่บินตรงกลับไทยเพื่อมางานของพันแสงกับหนูอัยย์โดยเฉพาะ นอกจากงานแต่งงานของทั้งสองแล้วข่าวดีอีกเรื่องก็คือ อาคเนย์กับเพลงพิณกำลังจะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เมื่อเพลงพิณตั้งท้องได้สองเดือนกว่า เรียกได้ว่าวันนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงานแล้วหนึ่งปีหลังจากงานแต่งหนูอัยย์ก็ได้ตั้งท้องลูกคนที่สองอย่างพันไมล์ ทำเอาพันแสงดีใจร้องลั่นบ้านหลังทราบเรื่องและแน่นอนว่าทั้งสองมีประสบการณ์มาแล้วทำให้ท้องนี้เป็นเรื่องสบายๆ แต่จะมีแค่หนูอัยย์ที่แพ้ท้องแปลกไปหน่อยเพราะหนูอัยย์มักจะชอบแอบไปดมน้ำมันเครื่อง ใช่ ไม่ผิด ตอนหนูอัยย์ตั้งท้องพันไมล์เธอชอบดมกลิ่นน้ำมันเครื่องอีกทั้งยังชอบดูพวกรายการแข่งรถอีกด้วย ต่างจากตอนท้องพันปีที่เธอจะชอบกินผลไม้จากไร่ ดูท่าแล้วลูกชายทั้งสองจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองไว้แล้วตั้งแต่ยั
คำเตือน : มีการกล่าวถึงผู้ที่มีสัมผัสพิเศษที่ 6 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน"คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกันหรอกนะ" เพลงพิณพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศหม่นหมองของหนูอัยย์จนเพื่อน ๆ ต้องหันมามองด้วยความสงสัย"มาแล้วเพลงจิตสัมผัส ครั้งนี้เห็นอะไร" ซีถามขึ้นพร้อมเท้าคางมอง เพื่อนสาวคนนี้เป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษ ตั้งแ
คำเตือน : มีการกล่าวถึงผู้ที่มีสัมผัสพิเศษที่ 6 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านคอนโดของหนูอัยย์ในกรุงเทพฯห้องชุดขนาดกลางของคอนโดแห่งหนึ่ง พื้นที่ภายในถูกแบ่งออกเป็นสัดเป็นส่วนอย่างพอเหมาะ ประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำและห้องนอนจำนวนสองห้องด้วยกันปัจจุบันหนูอัยย์อาศัยอยู่ที่นี่กับเพลงพิณสอง
คำเตือน : มีการกล่าวถึงผู้ที่มีสัมผัสพิเศษที่ 6 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านหนูอัยย์ในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนสนิทอย่างเพลงพิณ ทั้งสองสาวเดินควงแขนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มทำให้เป็นที่สนใจของคนอื่นๆ เพราะเป็นนักเรียนใหม่ที่มาเข้าเรียน ซึ่งต่างจากทุก
"พี่พันแสงแกล้งหนูอัยย์เหรอจ๊ะ!""ก็หนูอัยย์ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แล้วยังซ่อนอะไรไว้ด้านหลังด้วยน่ะ พี่ก็นึกว่าหนูอัยย์เข้ามาแอบหยิบสตรอว์เบอร์รีกินน่ะสิคะ" พันแสงอธิบาย"หนูอัยย์ไม่ได้เข้ามาขโมยสตรอว์เบอร์รีจ้ะ"หนูอัยย์ตอบกลับเสียงแผ่ว พลางเหลือบตามองร่างสูงในชุดเจ้าบ่าวที่ยืนกอดอกพิงสะโพกกับเคาน์เตอร







