Se connecter"อย่างนั้นเหรอจ๊ะ หนูอัยย์ว่าหนูอัยย์ก็มาเร็วแล้วนะจ๊ะ แต่ก็ไม่ทันพี่พันแสงอยู่ดี" หนูอัยย์บ่นพึมพำก่อนจะเดินมานั่งหน้าหงอยโซฟากลางบ้านอยู่สักพักหนึ่ง ดวงตากลมใสหันไปมองปลาดาวที่กำลังขนของบางอย่างไปทางด้านหลังบ้าน ก่อนจะเดินตามไปถามด้วยความสงสัย "พี่หนูดาวกำลังขนอะไรอยู่เหรอจ๊ะ"
"อ่อ นี่เหรอคะ อันนี้เป็นต้นกล้าของดอกกุหลาบค่ะ พ่อเลี้ยงสั่งให้คนมาช่วยเอาลงดินบริเวณด้านหลังบ้านน่ะค่ะ" ปลาดาวบอกพร้อมกับวางต้นกล้าลงพื้นดินอย่างเบามือ
"ลงดอกกุหลาบหรือจ๊ะ? ให้หนูอัยย์ช่วยไหมจ๊ะ หนูอัยย์อยากลองปลูกต้นไม้ดูบ้าง"
ดวงตากลมใสเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นพลางมองไปยังแปลงดินที่ถูกขุดเป็นหลุมเล็กๆ หนูอัยย์ไม่เคยปลูกต้นไม้เลย เธออยากลองปลูกมันดูเพราะถ้าพี่พันแสงชอบดอกกุหลาบ หนูอัยย์คนนี้จะตั้งใจปลูกมันให้เอง!
"มันเยอะมากนะคะ หนูอัยย์จะเหนื่อยเอานะ พี่หนูดาวเป็นห่วง" ปลาดาวบอกกับเด็กสาวที่ดูตื่นเต้นกับการปลูกต้นไม้
"ให้หนูอัยย์ช่วยนะจ๊ะพี่หนูดาว" ดวงตากลมกำลังส่งสายตาอ้อนๆ ให้ปลาดาวจนเธอต้องใจอ่อนยวบยอมให้หนูอัยย์ช่วยลงต้นกล้า
และในตอนนี้หนูอัยย์ก็กำลังตั้งอกตั้งใจเอาต้นกล้าลงดินตามหลุมที่ถูกขุดเตรียมเอาไว้ สองมือเล็กสวมถุงมือค่อยๆ เอาดินกลบต้นกล้าอย่างระมัดระวัง ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับเสียงใสๆ ที่พูดเจื้อยแจ้วกับปลาดาวจะดังขึ้นบริเวณหลังบ้านในยามเช้า
จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเที่ยง ร่างเล็กของหนูอัยย์กำลังปั่นจักรยานคันโปรดไปตามทางของไร่พร้อมกับปิ่นโตใบใหญ่เหมือนเช่นเคย ใบหน้าสวยหันไปมองความงดงามของธรรมชาติ แม้จะมีแดดเปรี้ยงๆ ในตอนเที่ยง แต่เจ้าตัวก็ไม่หวั่นสองขาออกแรงปั่นจักรยานจนมาถึงบริเวณไร่องุ่นตามคำบอกเล่าของคนงานที่บอกว่าพ่อเลี้ยงพันแสงอยู่ที่นี่
สองขาเรียวเดินไปตามทาง รอบนี้หนูอัยย์ไม่ได้วิ่งแล้วเพราะไม่อยากล้มหน้าคว่ำอีก หลังจากครั้งนั้นเมื่อเดือนก่อน กว่าข้อเท้าเธอจะหายใช้เวลาเกือบ ๆ สามอาทิตย์เลยนะ ยิ่งสามวันแรกเธอปวดมากจนร้องไห้ ต้องกินยาแก้ปวดเกือบทุกๆ 4 ชั่วโมงและงดเดินเลยทีเดียว ลำบากพี่พันแสงต้องเรียกหมอมาตรวจให้ถึงบ้าน โชคดีที่ไม่ได้มีเอ็นฉีกขาดหรือกระดูกร้าว สามารถรักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ ซึ่งเธอก็อยู่บ้านพี่พันแสงและได้พี่หนูดาวคอยช่วยดูแลจนหายเป็นปกติเธอถึงได้กลับไปอยู่บ้านตัวเอง
"ลุงเข้มจ๊ะ พี่พันแสงอยู่ไหนเหรอจ๊ะ หนูอัยย์เอาอาหารเที่ยงมาให้น่ะจ้ะ" หนูอัยย์เดินเข้าไปถามลุงเข้มหัวหน้าคนงานที่รับผิดชอบในส่วนของไร่องุ่น พลางกวาดสายตามองหาพี่พันแสงไปด้วย
"หืม? พ่อเลี้ยงบอกลุงว่ามีธุระสำคัญ แกเพิ่งขับรถเข้าเมืองไปก่อนที่หนูอัยย์จะมาถึงเมื่อกี้นี้เอง พ่อเลี้ยงไม่ได้บอกหนูอัยย์ไว้เหรอลูก?”
ลุงเข้มถามกลับเด็กสาว ก่อนที่ใบหน้าน่ารักจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงว่าไม่รู้เรื่องพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ไม่ได้บอกเลยจ้ะ ว่ามีธุระในเมือง"
หนูอัยย์อยากจะร้องไห้ วันนี้มันเป็นวันอะไร๊ ทำไมหนูอัยย์คลาดกับพี่พันแสงตลอดเลย ตั้งแต่เช้าแล้วนะ!
หงุดหงิดอยู่ในใจเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความปลงตก แล้วหันไปส่งรอยยิ้มหวานให้ลุงเข้มอีกครั้ง
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูอัยย์กลับบ้านก่อนนะจ๊ะ ลุงเข้มก็รีบไปทานข้าวได้แล้วจ้ะ วันนี้แม่ฟ้าทำอาหารหลายอย่างเลย อร่อยอย่างนี้เลยจ้ะ!" นิ้วโป้งเล็กๆ ถูกยกขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสของเด็กสาวจนคนงานในบริเวณใกล้เคียงต้องยิ้มตามด้วยความเอ็นดู
"จ้ะๆ ลุงจะรีบไปทานเลย หนูอัยย์ก็ค่อยๆ ปั่นจักรยานกลับนะ อย่าวิ่งล่ะ เดี๋ยวจะล้มจนเจ็บตัวอีก" ลุงเข้มเอ่ยแซวพลางอมยิ้มขำ จนคนถูกแซวหน้ามุ่ยเล็กน้อย
"ลุงเข้มไม่ล้อหนูอัยย์สิจ๊ะ มันเป็นเพราะดินไม่เรียบต่างหาก ทำให้หนูอัยย์สะดุดหน้าคว่ำ!"
หนูอัยย์อธิบายด้วยสีหน้าจริงจังพาให้คนงานในบริเวณนั้นต้องหัวเราะออกมา สายตาหลายคู่ต่างเอ็นดูเด็กสาวเหมือนลูกเหมือนหลานของตน เรียกได้ว่าหนูอัยย์เป็นลูกรักของเหล่าคนงานในไร่เลยก็ว่าได้
ท้ายที่สุดปิ่นโตใบใหญ่ก็ถูกหิ้วกลับมาบ้านเหมือนเดิม และเป็นหนูอัยย์ที่ลงมือทานเองคนเดียวเงียบๆ ภายในบ้านของพี่พันแสง นัยน์ตากลมคอยเหลือบมองไปยังหน้าบ้านเป็นระยะ รอคอยอีกคนกลับมาด้วยความเงียบเหงาจนถึงช่วงบ่าย เลยตัดสินใจกลับไปช่วยแม่ฟ้าล้างพวกหม้อจานชามหลังคนงานมาทานข้าวที่โรงอาหารเรียบร้อยแล้ว และเธอก็อยู่ช่วยแม่ฟ้ากับแม่ครัวคนอื่นๆ เตรียมวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเย็นให้คนงานต่อด้วยจิตใจที่เริ่มห่อเหี่ยวเพราะวันนี้เธอยังไม่ได้เห็นหน้าพี่พันแสงเลย
อคิราห์ในวัยสิบห้าปีมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกไป ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าอัญรินชอบเขามากกว่าพี่ชายและดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงยังไม่รู้ เพราะแม้อายุของเราจะห่างกันแค่สามปี ซ้ำยังเติบโตมาด้วยกันอีกต่างหาก อาจจะทำให้อัญรินคิดว่าทุกวันนี้เธอเพียงแค่ติดพี่ชายข้างไร่แบบเขา ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยที่อีกคนมอบความรักให้ เขาดีใจด้วยซ้ำไป แต่เพราะว่าอัญรินยังเด็ก ทั้งเขาและเธอยังต้องเติบโตอีกเยอะ เขาไม่อยากให้อีกคนยึดติดมากเกินหากว่าวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไปจมอยู่กับความคิดของตัวเองสักพักหนึ่ง แล้วค่อยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพราะไม่อยากให้ร่างเล็กต้องยืนรอนาน ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ อคิราห์ก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกแล้วก็พบอัญริน เขาจึงได้เอ่ยเสียงอ่อน“เราลงไปข้างล่างกัน”“จ้ะพี่คิน”ร่างเล็กรีบเดินเข้ามาขนาบข้างกับร่างสูงด้วยรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม อคิราห์เหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของคนตัวเล็กกว่า แววตาฉายแววบางอย่างออกมาวูบหนึ่งแล้วก็หายไป“ลงมากันแล้วเหรอลูก น้องอัญทานข้าวเช้ามาหรือยังคะ” เพลงพิณทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินลงมาด้านล่า
เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกน้อย ผมยาวจนถึงกลางหลังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวกำลังปั่นจักรยานไปตามทางจาก ไร่หิรัญโชคทรัพย์ เพื่อไป ฟาร์มอาคเนย์ ที่อยู่ติดกันพร้อมกับหอบหิ้วผลไม้มากมายไปฝาก ‘พี่ชายข้างไร่’ เหมือนอย่างเคยอัญริน หิรัญโชคทรัพย์ ลูกสาวคนเดียวของพันแสงกับหนูอัยย์ ซ้ำยังเป็นลูกสาวที่พ่อหวงมาก มากชนิดที่ว่าพันแสงแทบจะกันผู้ชายทุกคนที่มาเข้าใกล้ลูกสาวไม่ว่าคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ พันแสงก็ไม่สน โดยเฉพาะลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างอาคเนย์ พันแสงถึงกลับสั่งห้ามไม่ให้ไอ้เนย์พาลูกมันมาหาเขาที่ไร่เลยละเรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มในตอนที่น้องอัญอายุได้แค่สองเดือนกว่า วันนั้นเพลงพิณพาลูกชายอย่างน้องคินหรือ ‘อคิราห์’ มาเยี่ยมที่บ้าน เด็กชายวัยสามขวบจ้องตากลมแป๋วของเด็กตัวเล็กที่นอนดุ๊กดิ๊กอยู่ในเบาะสำหรับเด็กทารก เจ้าตัวลองยื่นนิ้วชี้เข้าไปใกล้หวังจะจิ้มแก้มกลม แต่แล้วก็ถูกจับเอาไว้พร้อมกำแน่น ปากเล็กแย้มยิ้มโชว์เหงือกแดงของตัวเองให้ดู ทันใดนั้นเส้นด้ายสีแดงก็ปรากฎขึ้นจากปลายนิ้วก้อยของเด็กสองเดือนก่อนจะลากมาพันกับปลายนิ้วก้อยของเด็กวัยสามขวบจนเจ้าตัวสงสัยจึงกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม
ร่างสูงจอดรถพลางวาดขายาวลงจากรถคันโปรด ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมสีควันบุหรี่เล็กน้อยก่อนจะเสยขึ้นอย่างลวก ๆ เหล่าเพื่อนพ้องต่างวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ ต่างจากคู่แข่งอย่างการันต์ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าโกรธเคือง“มึงขี้โกงไอ้พันไมล์!!” ผลักไหล่หนาอย่างฉุนเฉียว จ้องเขม็งอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ“เฮ้ย ๆ แพ้แล้วอย่าพาลไอ้รันต์” ขุนพลเพื่อนสนิทในกลุ่มของพันไมล์เข้ามาผลักไหล่การันต์ให้ออกห่างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะต่อยเพื่อนของเขา“กูก็บอกแล้วว่าคนอย่างมึง ไม่มีวันชนะกูได้ถ้ามึงไม่พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้ แล้วอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าครั้งนี้มึงใช้วิธีสกปรกอย่างยิงเลเซอร์เข้าตากูตอนเข้าโค้ง” พันไมล์เดินเข้าไปหาการันต์ ดวงตาคมกริบเข้มขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางยกยิ้มมุมปาก “หวังว่าครั้งหน้ามึงจะเป็นมืออาชีพพอไม่ใช้วิธีแบบคนขี้แพ้ ส่วนแฟนสาวของมึง กูขอรับไปก่อนแล้วกัน”ร่างสูงโปร่งพูดจบก็เดินกระแทกไหล่การันต์ไปคว้าข้อมือหญิงสาวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ลงมาทันทีแล้วเดินผ่านหน้าการันต์ไปจนอีกฝ่ายได้แต่กำมือแน่น ความโกรธเกรี้ยวปรากฏชัดบนใบหน้า มองตามหลังทั้งสองเขม็งก่อนจะตะโกนร้องออกมาเสียงดัง หมวกกันน็อกในมื
สนามแข่งรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เวลาใกล้จะเที่ยงคืน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา แต่ละคนมีเทสในการแต่งตัวที่ดีเยี่ยมเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ดี โดยเฉพาะร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ผมสีควันบุหรี่ นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งยังเจาะหูด้วยตุ้มหูไม้กางเขนที่ติ่งหูข้างซ้ายยิ่งเสริมให้ พันไมล์ ดูดีมากยิ่งขึ้น“ไอ้เวรการันต์มันนัดกูมา แล้วมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มถามขึ้นหลังเดินเข้ามาด้านในห้องหนึ่งของสนามแข่งรถ ร่างสูงหยุดยืนประจันหน้ากับเหล่าวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง“มึงรอก่อนได้ไหมล่ะ ลูกพี่รันต์ของกูกำลังไปเอาของพนันมาอยู่” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของการันต์บอกกับพันไมล์ “ว่าแต่มึงเถอะ ไหนเงินพนันห้าแสน”“หึ” แค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งทีก่อนจะล้วงเอาเช็คเงินสดจากกางเกงยีนของตัวเอง บนเช็คเขียนตัวเลขไว้ถึงแปดแสนบาททำเอาลูกน้องของการันต์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ จนกระทั่งมีคนเข้ามาใหม่อีกสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง“กูนึกว่ามึงจะขี้คลาดไม่กล้ามาแล้วเสียอีก ไอ้พันไมล์”“กูไม่ใช่มึงที่แข่งแพ้ไปหลายรอบ แ
สองขาเล็กเดินไปตามทางในโรงเรียนเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องอนุบาลสาม ที่มีป้ายห้อยหน้าห้องว่า ‘ห้องเสือน้อย’ สองขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในทันที ภายในห้องมีเพื่อน ๆ มาถึงก่อนแล้วหลายคน พันปีเดินไปถึงโต๊ะของตัวเองพลางถอดกระเป๋าสะพายสีแดงออกแล้วห้อยไว้กับเก้าอี้ ก่อนจะเดินเอาปิ่นโตข้าวกลางวันไปวางไว้บนโต๊ะหลังห้อง“พี่ปีวันนี้เอาอายัยมากินหยอ” เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้าหาพันปี พลางชะโงกมองกระเป๋าสีแดงด้วยความสงสัย“วันนี้แม่อัยทามข้าวคูมเฉือฉามฉีกับคายม้วนล่ะ” เอ่ยบอกด้วยความภูมิใจในอาหารของแม่อัยย์ แล้วหันไปมองกระเป๋าของเพื่อน “แย้วของฉยามล่ะ เอาอายัยมา”“วันนี้แม่ของเลาทามข้าวคูมหมีแยะ น่ากิงมาดเยยนะ” เด็กชายชื่อฉลามบอกให้เพื่อนฟังด้วยความภูมิใจเหมือนกัน“หึ ไม่เห็นจาน่ากิงเยย ของเยาน่ากิงกว่าอีก”แต่แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งพันปีและฉลามหันไปมอง“ทามมายฉิงพูดแบบนี้ ของเยาแม่ทามให้เยยนะต้องน่ากินอยู่แย้ว” ฉลามตัวน้อยเถียงกลับ“พูดจาม่ายเพาะ แม่อัยบอกว่าม่ายน่าลัก” แม่อัยย์บอกพันปีมาแบบนี้ คนพูดจาไม่เพราะเป็นคนไม่น่ารัก พันปีจะเป็นคนน่ารัก ต้องพูดเพราะ ๆ“พี่ปีว่าเยาหยอ เยาน่า
ผ่านมาแล้วหลายปีนับตั้งแต่หนูอัยย์คลอดลูกชายคนโตอย่าง พันปี จนพันปีอายุได้สองขวบงานแต่งงานของทั้งสองก็ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีลูกชายเป็นคนจับมือพาหนูอัยย์มาส่งให้พันแสงเหมือนที่เขาคิดภาพเอาไว้ แน่นอนว่าในงานแต่งครั้งนี้เต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนพ้องของทั้งสองคนรวมถึงมุกดาด้วยที่บินตรงกลับไทยเพื่อมางานของพันแสงกับหนูอัยย์โดยเฉพาะ นอกจากงานแต่งงานของทั้งสองแล้วข่าวดีอีกเรื่องก็คือ อาคเนย์กับเพลงพิณกำลังจะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เมื่อเพลงพิณตั้งท้องได้สองเดือนกว่า เรียกได้ว่าวันนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงานแล้วหนึ่งปีหลังจากงานแต่งหนูอัยย์ก็ได้ตั้งท้องลูกคนที่สองอย่างพันไมล์ ทำเอาพันแสงดีใจร้องลั่นบ้านหลังทราบเรื่องและแน่นอนว่าทั้งสองมีประสบการณ์มาแล้วทำให้ท้องนี้เป็นเรื่องสบายๆ แต่จะมีแค่หนูอัยย์ที่แพ้ท้องแปลกไปหน่อยเพราะหนูอัยย์มักจะชอบแอบไปดมน้ำมันเครื่อง ใช่ ไม่ผิด ตอนหนูอัยย์ตั้งท้องพันไมล์เธอชอบดมกลิ่นน้ำมันเครื่องอีกทั้งยังชอบดูพวกรายการแข่งรถอีกด้วย ต่างจากตอนท้องพันปีที่เธอจะชอบกินผลไม้จากไร่ ดูท่าแล้วลูกชายทั้งสองจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองไว้แล้วตั้งแต่ยั
สิ้นเสียงทุ้มเข้มของพันแสงที่เอ่ยบอก ผู้คนในตลาดต่างตกใจอ้าปากค้าง หยุดชะงักนิ่ง บางคนถึงขั้นทำของที่ถืออยู่ตกพื้นเลยทีเดียวกับสิ่งที่ได้ยิน รวมไปถึงหนูอัยย์เองก็ด้วย ใบหน้าสวยหันไปมองร่างสูงที่เป็นคนพูดด้วยความตกใจเพราะเธอไม่คิดว่าอีกคนจะมาบอกกลางตลาดแบบนี้"อะ อะ อะไรนะจ๊ะ ภรรยาเหรอ" บัวแก้วตาเบิ
พันแสง พาร์ทผม พันแสง หิรัญโชคทรัพย์ ลูกชายคนเดียวของอดีตพ่อเลี้ยงอาทิตย์ ในตอนนี้ผมอายุก็เข้าเลขสามแล้ว บ้านเกิดของผมอยู่ที่เชียงราย หลังจากเรียนจบผมก็เข้ามาช่วยพ่อดูแลไร่หิรัญโชคทรัพย์จนถึงปัจจุบันช่วงวัยเรียนของผมตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาลัย ผมได้ขอพ่อกับแม่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ จนกระทั่งผมได้เจอผู
เช้าวันต่อมาที่บ้านของหนูอัยย์ณ ไร่หิรัญโชคทรัพย์เช้าวันนี้หนูอัยย์ตื่นมาตั้งแต่หกโมง ร่างบางเดินออกมาจากห้องนอนตรงมายังห้องครัว เพราะได้กลิ่นหอมของอาหารลอยคละคลุ้งออกมา เมื่อเดินมาถึงก็พบกับแม่ฟ้าที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่"อรุณสวัสดิ์จ้ะแม่ฟ้า ฟอด~" หนูอัยย์สวมกอดแม่ฟ้าจากด้านหลังก่อนจะหอมแก้มนุ่ม
@สนามบินสุวรรณภูมิช่วงเย็นของวันเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ที่แสนวุ่นวาย ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเดินทางกลับจากการทำงานกันอย่างหนาแน่นทำให้การสัญจรบนท้องถนนนั้นติดขัดเล็กน้อย ร่างบางกำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่พร้อมกับกระเป๋าขนาดกลางอีกหนึ่งใบไปตามทางเดินของสนามบินเมื่อมาถึงได้ทันเวลาพอดิบพอดีสองขาเรี
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






