ログイン“ฉันจะขอรบกวนเวลาคุณวริศสักนิด” ขวัญดาวขอร้องให้ชายหนุ่มช่วยไปซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาให้ แล้วชี้เข้าไปในรถยนต์ที่มีเด็กน้อยตัวกลมนอนอยู่
“ไม่เป็นไรครับคุณขิง ผมเห็นปากทางเข้าวัดมีร้านสะดวกซื้อเปิดอยู่ เดี๋ยวจะขับรถออกไปซื้อมาให้”
“ขอบคุณคุณวริศมากค่ะ” เธอส่งยิ้มหวานให้เขา
ภาพขวัญดาวยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่อยู่ฝ่ายบุคคล มีใครบางคนไม่ถูกใจสิ่งนี้ แล้วจึงเดินตรงมาที่พนักงานกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังมองออกมานอกศาลาพร้อมซุบซิบกันอย่างออกรส
“ดูสิ ยัยผู้ช่วยเลขาฯ ขยันบริหารเสน่ห์น่าดูเลย”
“เด็กจบใหม่ก็เนื้อหอมเป็นธรรมดา พวกผู้ชายก็แบบนี้แหละ เห็นใหม่ๆ มาแล้วกระดี๊กระด๊า”
คนที่ยืนคุยกันบริเวณลานจอดรถยนต์ไม่รู้ว่ามีสายตาหลายคู่มองมา วริศหน้าเจื่อนไปนิดเมื่อเกิดความสงสัยว่าเด็กที่นอนอยู่บนเบาะผู้โดยสารนั้น ใช่ลูกขวัญดาวหรือเปล่า ขออย่าให้เป็นแบบที่คิดก็แล้วกัน
“เด็กคนนั้นลูกคุณขิงเหรอครับ” ไม่เห็นมีใครในบริษัทพูดว่าผู้ช่วยเลขานุการมีลูกแล้ว มีแต่ลือกันว่าเป็นเด็กจบใหม่ และยังโสด อีกทั้งหนุ่มๆ ทั้งหลายโดยเฉพาะไอ้พวกวิศวกรมันก็ซุบซิบกันว่าดูทรงสาวเจ้าแล้วน่าจะซิงซะด้วย
ขวัญดาวยิ้มแหย “ไม่ใช่ลูกของฉันหรอกค่ะ พอดีญาติของแกกำลังยุ่งอยู่ในงาน” ท่านประธานยังไม่ได้เปิดตัวเด็กน้อยเธอจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก “ฉันเห็นว่าในศาลาบรรยากาศไม่เหมาะกับเด็กค่ะ เลยอาสาเอาเด็กมาดูแลแทน ไม่อยากให้อยู่ในนั้นนานๆ ไหนจะกลิ่นธูป และเสียงเพลงจากวงปี่พาทย์อีก”
“ท่าทางจะเลี้ยงง่ายนะครับ น่ารัก น่าชัง” วริศยิ้มให้หนุ่มน้อยที่นอนอยู่ในรถ “รอเดี๋ยวนะเจ้าหนู”
ตั้งแต่ขวัญดาวถูกเอมอรขอให้เข้าไปช่วยเตชัสรับเด็กมาดูแลแทนไปพลางๆ ก่อน เพราะเห็นว่าท่านประธานกำลังยุ่ง สายตาของหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดยูนิฟอร์มสีเทาเข้มบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นพนักงานออฟฟิศของบริษัทปูนซีเมนต์นครไทยก็ยังไม่หยุดจับจ้องมองมาที่ขวัญดาวและซุบซิบกันอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้ว่ามีใครบางคนอ้าปากค้างจะถามอะไรตั้งหลายครั้ง แต่ไม่ได้จังหวะพูดสักที พวกหล่อนคุยกันแทบจะไม่หยุดหายใจเลยมั้ง
สาวตัวสูงผมสั้นที่นั่งรอฟังพระสวดอยู่แต่สายตามองออกไปนอกศาลาพูดขึ้น “เธอดูนั่นสิ ยัยผู้ช่วยเลขาฯ เอาหน้าชะมัด เสนอหน้าไปช่วยท่านประธานอุ้มเด็กคงเพราะขี้เกียจช่วยเสิร์ฟน้ำแหละฉันดูออก แล้วดูนั่นสิ ไปยืนคุยกับคุณวริศ สงสัยยัยผู้ช่วยเลขาฯ กำลังอ่อยคุณวริศด้วยอีกคน”
สาวผิวสองสีผมหยิกพูดบ้าง “ดูคุณวริศสิ มองยัยขิงตานี่วิบวับๆ”
คนตัวผอมบางผมยาวมองไปยังขวัญดาวที่กำลังยืนคุยกับวริศ แล้วพูดเสริม
“นั่นสิ สงสัยอยากทำคะแนนกับคุณเต แล้วก็อยากให้ผู้ชายในบริษัทเห็นว่าหล่อนเป็นคนรักเด็ก เห็นหน้าใสๆ ที่แท้นางแผนสูงเนอะ”
สาวอวบที่สุดมองแรงไปทางลานจอดรถยนต์ “อย่างยัยขิงไม่ได้แอ้มคุณเตหรอกเชื่อเจ๊สิ ท่านประธานของเราน่ะ ทั้งหล่อ ทั้งรวย โปรไฟล์เลิศขนาดนั้นจะมองยัยขิงเหรอ เรื่องท่านประธานกับเลขาฯ มันมีแค่ในนิยายพาฝัน แนวบอสๆ ประธานๆ อะไรทั้งหลายที่พวกเธอชอบเข้าเว็บอ่านกันตอนพักเที่ยงแค่นั้นแหละ เรื่องจริงผู้ชายรวยๆ ฉลาดๆ เขาเลือกเมียที่โปรไฟล์ดีมีชาติตระกูล เชิดหน้าชูตา และคอยซัปพอร์ตกันได้ทั้งนั้นแหละย่ะ ถ้าผู้หญิงไม่รวยก็ต้องดัง เหมือนแม่พวกดารากับไฮโซหนุ่มทั้งหลายไง”
ดวงตาสีเข้มชำเลืองมองไปยังลานจอดรถในร่มด้านหน้าศาลา เขาควรแสดงตัวให้พวกขาเมาท์รู้ตัวสักทีว่าเขายืนฟังพวกเธอเมาท์กันอยู่นานแล้ว
เสียงเข้มดังขึ้น “พวกคุณนอกจากเป็นพนักงานออฟฟิศแล้ว หลังเลิกงานรับดูดวงด้วยหรือเปล่า ถึงได้เดาเก่งจัง”
พอสาวกลุ่มใหญ่หันกลับไปมองตามเสียงก็เห็นคนที่ยืนกอดอกจับตามองดูพวกหล่อนอย่างพิจารณา
“ท่านประธาน/คุณเต”
สาวช่างเมาท์เงียบเสียง หน้าม่อยกันทุกคน ที่จริงเขาจะทักพวกหล่อนเพราะอยากถามอะไรหน่อย แต่ตอนนี้ไม่ต้องถามแล้ว สองขาจึงก้าวผ่านกลุ่มสาวช่างเมาท์ไปพร้อมกับจำชื่อชื่อหนึ่งไว้ในหัว
‘นายวริศ นายวริศ นายวริศ’
เตชัสตรงไปหาหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าเป็นเป้าให้ขาเมาท์สาดน้ำลายใส่กันสนุกปาก จริงแบบที่พวกเธอว่า เรื่องประธานกับเลขานุการมันน่าเบื่อซ้ำซาก ท่านประธานโปรไฟล์เลิศอย่างเขา จะเหมาะสมกับผู้ช่วยเลขานุการต๊อกต๋อยได้ยังไง
ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ “ขอบใจนะที่ช่วยดูแลปลาวาฬให้” น้ำเสียงที่เริ่มคุ้นชินทำให้ร่างบางที่กำลังอุ้มเด็กน้อยออกมารอคนไปซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้หันกลับมามอง
“ท่านประธาน”
ร่างสูงตรงเข้ามาประชิดขวัญดาว ยื่นสองแขนกำยำเข้าไปจะช่วยอุ้มเจ้าปลาวาฬตัวใหญ่ที่หญิงสาวรับเป็นธุระให้พักหนึ่งแล้ว แต่สำหรับขวัญดาวเหมือนถูกเขากอดไว้หลวมๆ ไปด้วย
“เสร็จธุระแล้วหรือคะ ถ้ายังไม่เสร็จธุระ ฝากน้องปลาวาฬไว้กับฉันก่อนก็ได้ค่ะ อีกอย่างฉันให้คนไปซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาให้แล้ว ตั้งใจจะเปลี่ยนให้แกก่อน”
“งั้นไม่ต้องรบกวนคุณวริศเขาแล้ว คุณช่วยโทรบอกเขาทีว่าไม่ต้องไปซื้อแล้ว เพราะลียาเอาตะกร้าของใช้เด็กมาให้แล้ว ผมให้นายชัยเอาไปเก็บในรถ แต่จะมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กตรงนี้คงไม่สะดวก ผมจะให้นายชัยขับรถพาคุณไปเพนต์เฮาส์ของผม อยู่ห่างจากที่นี่ไปแค่สิบนาที ที่นั่นคุณจะเปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ หรือจะช่วยชงนม ป้อนข้าวให้ลูกชายผมได้สะดวก”
“อะไรนะคะท่านประธาน” เธอแค่ถูกเอมอรขอให้ไปช่วยรับเด็กมาดูแล ไม่ใช่พี่เลี้ยงของเจ้าหนูนี่สักหน่อย ทำไมต้องไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กถึงเพนต์เฮาส์ของท่านประธานด้วย
“อ้าว งง งานของผู้ช่วยเลขาฯ มีอะไรบ้าง” เตชัสซัดคำถามใส่
“ก็เป็นแขนเป็นขาให้เลขาฯ หลัก สนับสนุนช่วยเลขาฯ หลักทำงานทั้งด้านเอกสารและงานอื่นๆ”
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย
คุณธัญวดีหน้าสลดลง เพราะก็จริงอย่างที่ลูกชายคนโตบอก นางไม่ควรพูดเรื่องแต่งงานตอนนี้ แต่นางเห็นเป็นจังหวะดี ไหนๆ หลานชายก็กำพร้าขาดพ่อ การแต่งงานจึงน่าจะดีกับทุกฝ่าย แต่เมื่อครู่นี้นางหุนหันพลันแล่นรีบพูดไปหน่อย เพราะเกิดไม่ไว้ใจแม่ผู้ช่วยเลขานุการนั่น เพราะฝ่ายนั้นหน้าตาสะสวยมาก อีกทั้งดูจากสายตาของลูกชายนางก็บอกได้ว่าชอบพอมากทีเดียว นางไม่สบายใจที่เห็นแบบนั้น หากไม่ติดว่าอยู่ในช่วงงานศพของฉัตรเทพนางจะต้องคุยเรื่องแต่งงานให้รู้เรื่องให้ได้ ลูกชายนางเหลือคนเดียว แล้วยังเนื้อหอมมีผู้หญิงมาแย่งชิงกันอย่างกับอะไรดี“ตกลง แม่จะยังไม่พูดตอนนี้ ไว้ให้ผ่านงานตาฉัตรไปก่อนก็ได้”คุณธัญวดีเดินนำออกไปด้วยความไม่สบายใจเท่าไรนัก ส่วนคนที่เดินตามหลังนั้นหันมาทางร่างสูงพร้อมกับยกมือไหว้ “รินกลับก่อนนะคะพี่เต” แล้วก็เหมือนเดิม เตชัสไม่เคยมองเธอด้วยสายตาอย่างอื่นเลยนอกจากน้องสาวเท่านั้น“ดูแลคุณแม่ให้ถึงบ้านดีๆ นะริน พี่ฝากด้วย ตอนเย็นเจอกันที่วัด” เตชัสบอกกับคนที่เขามองว่าเป็นน้องเสมอมา เขาไม่มีทางคิดกับปารารินเป็นอย่างอื่นได้เลย เพราะ
“ขิงขอดูน้องหน่อยค่ะ” ขวัญดาวอุ้มปลาวาฬออกมา “น้องคงหิวค่ะ เพราะแกยังกินไม่อิ่ม ให้ขิงอุ้มไปป้อนข้าวก่อนดีกว่านะคะ” ขวัญดาวได้โอกาสเลยรีบหาทางเลี่ยง แต่ไม่คิดว่าจะทำให้คนในวงนั้นหันมามองเธอตาปริบๆ แล้วคุณธัญวดีก็กรีดเสียงสูงขึ้นมา“นี่เธอเลี้ยงหลานฉันยังไง ทำไมปล่อยให้หิวจนร้องไห้แบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หลานฉันไม่ใช่เด็กข้างถนนนะจะได้เลี้ยงให้อดได้น่ะ”“ไม่ใช่แบบนั้นครับคุณแม่” เตชัสรีบห้ามเพราะเรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “ขิงเขาก็ป้อนซุปให้ปลาวาฬกินอยู่ แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยตอนที่ป้อน ขิงเลยพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ก็อย่างที่คุณแม่เห็นตอนเข้ามานั่นแหละครับ ขิงพาไปอาบน้ำมา”“เข้าข้างกันเชียวนะเต”“ผมไม่ได้เข้าข้างครับ แต่ผมพูดความจริง คุณแม่จะให้รินเขาพาไปป้อนอาหารก่อนไหมล่ะครับ จะได้ดูว่าปลาวาฬหิวจริงหรือเปล่า”เตชัสก้มมองเสื้อทำงานตัวเอง “ก่อนคุณแม่มาก็ป้อนซุปไปแล้ว แต่เจ้าปลาวาฬมันกินดุมาก ผมเผลอนิดเดียว เอาช้อนไปตักซุปเอง จนเละไปทั้งตัว ดูเสื้อผมส
คุณธัญวดีถอนใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าเสียลูกชายไปแต่กลับได้หลานมาแทน “อืม ไม่ต้องตรวจก็ได้ แม่ก็คิดแบบนั้น แล้วแม่ของเจ้าหนูเป็นใครกัน เตรู้ไหม”“ผมถามจากลียา เห็นว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ฉัตรแอบรักมานาน ผมกำลังติดต่อครอบครัวของแม่ปลาวาฬอยู่ครับ เพื่อทำเรื่องขอรับรองปลาวาฬเป็นลูกผมแทน”“เรื่องใหญ่ทีเดียว ทางนั้นเขารู้หรือยังว่ามีหลานชายอีกคนเข้ามาเป็นสมาชิก”“น่าจะทราบแล้วครับ เพราะแม่ปลาวาฬเสียตั้งแต่ตอนคลอด บ้านทางนู้นคงรู้ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาตกลงกับเจ้าฉัตรไว้ยังไงแค่นั้น”“โถ น่าสงสาร” คุณธัญวดีครางออกมา ใจอ่อนยวบ และไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น ยังส่งนิ้วไปเกลี่ยแก้มยุ้ยๆ ของปลาวาฬยักษ์เบาๆ “ตัวแค่นี้ก็ต้องเสียพ่อเสียแม่ไปแล้ว ย่ากับลุงจะดูแลหลานเองนะจ๊ะ”เจ้าหนุ่มน้อยพอได้ยินเสียงนุ่มที่เต็มไปด้วยความรักก็ยิ้มร่า และเพราะยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนจึงจ้องเขม็งกลายเป็นว่าย่าหลานจ้องตากันอยู่นาน คุณธัญวดีอมยิ้ม เพราะดวงตาใสซื่อที่มองนางช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน แถมยังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่ไม่ห
“คุณแม่นั่งพักก่อนดีกว่าครับ มาเหนื่อยๆ ผมจะให้ขิงอุ้มหลานมาให้คุณแม่ดูแน่นอน” เตชัสบอกมารดาที่เดินนำเข้ามายังห้องรับแขก แต่ไม่ยอมนั่งลงเสียที ราวกับต้องการเห็นคนที่อยากเห็นเสียก่อน“ใครกันขิง” คุณธัญวดีถามขึ้นด้วยความสงสัย คิ้วที่วาดมาเป็นอย่างดีย่นยู่เข้าหากัน ละสายตาจากการกวาดมองหาเด็กน้อยที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกฉัตรเทพ ปารารินเองก็เช่นกัน ดวงตาคู่กลมโตหันไปมองคนที่อยู่ในฐานะพี่ชายแต่อีกหน่อยเขาจะเป็นสามีในอนาคตของเธอ มารดาเลี้ยงเปรยกับเธอบ่อยครั้ง ว่าอยากให้เธออยู่ในฐานะลูกสะใภ้ปารารินเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ “ขิง ชื่อคุ้นๆ นะคะ”“ขิง ผู้ช่วยเลขานุการที่บริษัท พี่ให้ขิงมาเป็นพี่เลี้ยงของน้องปลาวาฬชั่วคราว เพราะเมื่อวานอย่างที่คุณแม่เห็น ลียาพาปลาวาฬมาแบบกะทันหัน ผมเลยหาคนเลี้ยงไม่ทัน ส่วนผมก็เลี้ยงเด็กไม่เป็น จะหวังให้ป้าอุ่นมาช่วยดูแลปลาวาฬระหว่างที่ผมกำลังหาพี่เลี้ยงให้ ป้าอุ่นแกก็ตกบันไดนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเลยต้องขอให้ขิงเขามาช่วยดูแลปลาวาฬ”คุณธัญวดีหรี่ตามองลูกชายคนโตที่ตอนนี้เป็นทายาทคนเดียวของนา







