Home / โรแมนติก / เมียสุดเขต / บทที่ 2 ช่วยลูกของเราด้วย

Share

บทที่ 2 ช่วยลูกของเราด้วย

last update publish date: 2026-09-13 22:52:45

บทที่ 2

ช่วยลูกของเราด้วย

ณ เวลายี่สิบนาฬิกาสามสิบนาที มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางด่วนเขตดอนเมือง เสียงไซเรนดังสนั่นทั่วท้องถนนทั้งข้างบนและข้างล่าง รถแอมบูแลนซ์กับรถของมูลนิธิอาสากู้ภัยวิ่งสลับกันไปมาเพื่อลำเลียงผู้บาดเจ็บที่มีมากกว่าห้ารายส่งโรงพยาบาล เนื่องจากประสานงากันหลายคัน ส่วนที่เกิดเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป  

กัญญาวีร์ลืมตาโพล่งขึ้นมาหลังจากสลบไปราวสามสิบนาที ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความรวดเร็วอย่างลืมตัว ก่อนจะร้องโอ๊ยเสียงดังด้วยความเจ็บร้าวบริเวณแขนด้านซ้ายที่ถูกดามเบื้องต้นเอาไว้ หญิงสาวกลั้นน้ำตา กัดฟันข่มความเจ็บปวดที่เหมือนร่างจะฉีกขาดเอาไว้ แล้วกวาดสายตามองหาคนที่เธอเป็นห่วงที่สุด

“ลูก...ลูกชายฉันล่ะคะ” เธอถามเจ้าหน้าที่ด้วยความร้อนรนเมื่อมองจนทั่วห้องโดยสารของรถพยาบาลแล้วไม่เห็นแม้แต่เงาของเด็กชายปกป้อง

“น้องอยู่รถอีกคันค่ะ มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้คุณแม่นอนลงก่อนนะคะ” พยาบาลฉุกเฉินในชุดสีน้ำเงินบอกพร้อมช่วยพยุงให้ผู้ป่วยให้นอนลงตามเดิม เพราะจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าแขนข้างซ้ายของผู้ป่วยน่าจะหัก จึงเกรงว่าหากขยับตัวมากเกินไปแขนอาจจะผิดรูป อาการอาจจะแย่กว่าเดิม

“ลูกชายดิฉันเป็นอะไรมากไหมคะ แกปลอดภัยใช่ไหม” แม้จะยอมนอนนิ่งตามที่พยาบาลบอก ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวลและกระวนกระวาย เพราะเป็นห่วงคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าตอนนี้มีอาการร้ายดีอย่างไร ภาพลูกชายที่เธอเห็นเพียงลาง ๆ ก่อนสติจะวูบดับไปก็ไม่ค่อยดีนัก และไม่อาจจินตนาการต่อได้ กัญญาวีร์มองหน้าพยาบาลสาวด้วยความคาดหวังในคำตอบ หากความเงียบชั่วเพียงอึดใจจากอีกฝ่ายนั้นทำให้เธอใจแผ่ว เกิดอาการร้อนรนขึ้นมาอีกครั้ง “ลูกชายฉันไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

“...คือดิฉันยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะอาการน้องค่อนข้างสาหัสและหมดสติก่อนที่เราจะไปถึงที่เกิดเหตุ แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ทางทีมแพทย์ของเราจะพยายามช่วยกันอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้คือต้องส่งตัวน้องให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”

หัวใจของคนเป็นแม่แทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินคำว่า ‘สาหัส’ ใบหน้าสวยซีดเผือด ทั้งมือและเท้าเย็นไปหมดด้วยความกลัว สมองคาดเดาไปต่าง ๆ นานา พร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ รินไหลออกมาเป็นสาย จนเจ้าหน้าที่พยาบาลคนเดิมต้องเอ่ยปลอบใจ

“คุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ น้องต้องไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ละ...ลูกชายฉันจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหม” เสียงของหญิงสาวทั้งแผ่วและสั่น แม้จะยังพอฟังดูมีความหวัง ทว่าใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความกลัว กัญญาวีร์นอนนิ่ง ๆ ไปเพียงครู่เดียว คำว่าสาหัสที่วนเวียนอยู่ในหัวก็ทำให้เธอสติแตก ไม่อาจควบคุมตนเองได้อีก

เธอปล่อยโฮเสียงดัง หัวใจแทบแตกสลายเมื่อจินตนาการถึงภาพลูกชายที่อยู่ในอาการบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกแม่จะเป็นอย่างไรบ้าง จะถึงมือหมอหรือจะรู้สึกตัวแล้วหรือยัง หากรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วไม่เห็นแม่แกจะร้องไห้หรือไม่

บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเกิดความโกลาหลขึ้น เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและจะส่งตัวผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวที่นี่ ให้ทีมแพทย์ฉุกเฉินสแตนด์บายรอผู้ป่วยที่กำลังจะมาถึง ทว่าในสถานการณ์จริงก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป บวกกับคืนนี้เป็นคืนวันศุกร์ ซึ่งมักจะมีอุบัติเหตุมากว่าวันปกติ มีทั้งผู้ป่วยที่เดินทางมาเองและถูกส่งตัวเข้ามาโดยรถฉุกเฉิน ทำให้เกิดความล่าช้าในการรักษาเพราะมีจำนวนบุคลากรอย่างจำกัด

“เมื่อช่วงเย็นผมไม่น่าอยากกิน KFC เลยว่ะ งานเข้าไม่หยุดเลย” บุรุษพยาบาลที่อยู่เวรห้องฉุกเฉินคืนนี้บ่นอุบกับเพื่อนร่วมงาน ด้วยเมื่อเย็นเขานึกอยากกินไก่ทอด จึงสั่งมารับประทานและชวนเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ กินด้วย โดยไม่สนใจอาถรรพณ์ใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะเขาเป็นคนไม่อินกับความเชื่อประเภทนี้สักเท่าไร

ทว่าตอนนี้เขาชักอยากทึ้งหัวตัวเองแรง ๆ ที่กล้าท้าทายความเชื่อนั้น เพราะตั้งแต่หกโมงเย็นจนตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาเกือบสามทุ่ม เขาต้องวิ่งวุ่นทำงานตลอด ไม่มีเวลานั่งพักเลยแม้แต่นาทีเดียว

“หลังจากวันนี้คงเข็ดกับไก่ทอดไปอีกนาน” ผู้ช่วยพยาบาลเอ่ยกลั้วหัวเราะขณะช่วยกันพันแผลให้ผู้ป่วยคนหนึ่ง

“จริง จากนี้ผมคงจะเลิกกินไปเลย” ว่าจบบุรุษพยาบาลก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในหัวคิดว่าเสร็จจากคนไข้รายนี้เขาคงได้พัก ทว่าไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากที่เขาพูดจบ ผ้าม่านกั้นเตียงก็ถูกเปิดออกโดยพยาบาลสาว ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงรีบ ๆ

“ทำแผลเสร็จยัง”

“ใกล้เสร็จแล้ว เหลือปิดแผลที่ขาอีกที่”

“ดี ถ้าเสร็จแล้วไปช่วยหมอปิงที่เตียงหนึ่งนะ” ว่าจบเธอก็สบตาเพื่อนร่วมงาน จากนั้นก็ย้ำอีกครั้งอย่างจริงจัง “ด่วน”

ครั้นเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ หล่อนก็รีบหมุนตัวเดินไปจัดการหน้าที่ของตัวเองต่อทันที

พยาบาลหนุ่มพรูลมหายใจ ตั้งสติ แล้วรีบจัดการหน้าที่ตรงนี้ให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อจะได้ไปช่วยหมอรักษาคนไข้รายอื่น ๆ ต่อ จากที่ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วเข้ามาไม่ขาดสาย เขาก็เตรียมใจไว้เลยว่า...ค่ำคืนนี้อีกยาวไกล

“ลูก...ลูกชายของดิฉันอยู่ไหนคะ ฉันจะไปหาลูกค่ะ”

ผู้ป่วยสาวพยายามจะลุกออกจากเตียงหลังจากถูกเข็นเข้ามาในห้องฉุกเฉิน สิ่งแรกที่กัญญาวีร์นึกถึงเมื่อมาถึงโรงพยาบาลคือเด็กชายปกป้อง ตอนนี้เธอไม่สนความเจ็บของตัวเองเพราะเป็นห่วงลูกสุดหัวใจ อยากเจอหน้าและอยากเห็นกับตาว่าแกยังปลอดภัย 

“คนไข้นอนลงก่อนนะครับ อย่าเพิ่งขยับตัวมากครับ” พยาบาลหนุ่มที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากเจ้าหน้าที่เวรเปลเอ่ยห้าม พร้อมเข้าไปช่วยพยาบาลสาวรั้งตัวคนเจ็บเอาไว้

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากไปหาลูก” กัญญาวีร์ไม่ยอมนอนอยู่นิ่ง ๆ ยังคงฝืนความเจ็บเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่งโดยไม่ฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

“คุณแม่ใจเย็น ๆ แล้วนอนลงก่อนนะคะ แขนคุณแม่ได้รับบาดเจ็บ ถ้าขยับตัวมาก ๆ อาการอาจจะแย่ลงได้ค่ะ” พยาบาลสาวที่นั่งรถมาด้วยกันเอ่ยขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บแล้ว ฉันอยากเจอลูก ลูกชายของดิฉันอยู่ไหนคะ”

“น้องถึงมือหมอแล้วค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

“อยู่ไหนคะ ลูกดิฉันอยู่ไหน” กัญญาวีร์ไม่ยอมฟัง เธอยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมาเช็ดน้ำตา พร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องฉุกเฉิน ทว่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกชาย จึงทำให้คนเป็นแม่เกิดอาการร้อนใจขึ้นมาอีก เธอหันกลับมาถามพยาบาลอีกครั้ง “ลูกฉันล่ะคะ ลูกฉันอยู่ที่ไหน ไหนคุณบอกว่าลูกชายดิฉันมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ทำไมไม่เห็น”

พยาบาลสาวซึ่งไม่รู้อะไรแน่ชัดหันไปมองรอบ ๆ ครั้นไม่เห็นคนเจ็บที่เป็นเด็กชาย จึงหันกลับมาถามเพื่อนร่วมงานของตน

“ประมาณสิบห้าหรือยี่สิบนาทีที่แล้ว นายเห็นเด็กผู้ชายอายุประมาณสี่ขวบถูกส่งตัวมาที่นี่ไหม”

บุรุษพยาบาลทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็มีเคสทำแผลที่เตียงสุดท้าย แต่คิดว่าน่าจะเป็นเคสที่ถูกหมอน้ำปิงส่งเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพื่อความชัวร์ชายหนุ่มจึงเดินไปถามเจ้าหน้าที่ที่ลงบันทึก ไม่นานก็เดินกลับมาตอบ “ถูกส่งตัวไปห้องผ่าตัด เพราะเหมือนกระดูกซี่โครงหักไปทิ่มปอด ต้องรีบผ่าตัดด่วน”

กัญญาวีร์ได้ยินแบบนั้นก็ทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดหลุดลอยออกไป หัวใจเหมือนถูกบีบอย่างรุนแรงเมื่อได้รู้ว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บอย่างไร น้ำตาที่ยังไม่แห้งเหือดไหลออกมาเป็นทาง เธอปล่อยโฮเสียงดังอย่างไม่อายใคร รู้สึกเหมือนใจจะขาดรอน ๆ ด้วยเป็นห่วงลูกสุดหัวใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 6

    ไม่เป็นที่ต้องการหลังจากเผลอพูดจาไม่ดีใส่แม่ของลูกไปเมื่อช่วงกลางวัน สุดเขตก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของลูกอีก พอเธอเดินออกไป เขาก็นั่งต่ออีกสักพักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ตัวว่าผิดที่ไปกล่าวหาเธอแบบนั้น ทว่าอีกความรู้สึกก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงการที่เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเป็นคนแบบไหน ส่วนมากก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูทั้งนั้น“ก็ไม่เสมอไปหรอก” สุดโปรดว่าขึ้นหลังจากเขาระบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง น้องชายเขาแวะมาเยี่ยมหลานตามปกติ มากับภรรยาและลูกชายทั้งสอง แต่วันนี้มาแล้วไม่เจอเขาอยู่ในห้อง คนเป็นน้องก็เลยโทร. มาถามว่าอยู่ไหน เขาก็เลยบอกให้มาหาที่ห้องทำงานแทน พอมาถึงเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเลยทันที “นายก็ไปว่าเขาแรงเกินไปนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้”“แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือไง” แพทย์หนุ่มเถียง ในใจยังคุกรุ่นกับประเด็นที่พูดคุยกับแม่ของลูก หากอีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอสาดอารมณ์ใส่เธอ ทั้งที่การทำแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเขาเลย “ตอนนายอยู่ในห้อง ลูกฉันมีท่าทีว่ากลัวนายหรือเปล่าล่ะ”คนเป็นน้องทำหน้านึก ก่อนหน้านี้เขาไปเยี่ยมหลานมาแล้ว เป็นจังหวะที่

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 5

    ไม่เป็นที่ต้องการ“มันพูดอะไรบ้าง”“เอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม เขาขอโทษแล้วก็แสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” กัญญาวีร์เล่าให้สุดเขตฟัง เพราะเขาเป็นคนประสานกับทีมทนายที่รับหน้าที่ดูแลคดีของเธอกับลูก ส่วนมารดาของเขาเป็นฝ่ายสนับสนุน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสองแม่ลูกพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลยเลยสักวัน“คงคิดจะหลีกเลี่ยงจริง ๆ สินะ” แพทย์หนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เชื่อว่าคำขอโทษของธนินธ์ในวันนี้จะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็คงหวังให้ศาลเห็นใจและลดโทษให้“เลี่ยงยังไงคะ” กัญญาวีร์ที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“จริง ๆ ในทางกฎหมายโทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเกือบถึงแก่ชีวิตมันหนักมากนะ อาจจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติคือแทบไม่มีใครติดคุกจริง ๆ เลย ถ้าจำเลยยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ศาลก็จะให้โอกาสแก้ตัว สั่งให้แค่รอลงอาญา และควบคุมความประพฤติ เข้าไปรายงานตัวทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน”หญิงสาวใจหายแวบเมื่อได้ยินดังนั้น ครั้นลองนึกถึงอีกหลายคดีที่เคยออกข่าวใน

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 4

    ไม่เป็นที่ต้องการ“มึงคิดว่าเขาจะบอกว่าไง” ศัลยแพทย์หนุ่มย้อนถาม ด้วยความสัมพันธ์ของสุดเขตกับกัญญาวีร์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ดั่งคนรักทั่ว ๆ ไป จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอธิบายยากพอสมควร และเขาก็ไม่กล้าคาดเดา เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวเกี่ยวกับอาการของเด็กชาย ก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ดูมีเหตุผล และดูเป็นแม่ที่ดี ไม่น่าจะปลูกฝังอะไรแย่ ๆ ให้กับคนเป็นลูก“ไม่รู้”“ไม่รู้ก็ถามสิวะ เก็บมาคิดเองให้เครียดทำไม”สุตเขตตวัดสายตามองค้อนเพื่อน เก่งนักกับเรื่องคนอื่น“ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน” ตั้งแต่คืนที่เขานอนเฝ้าเธอ หลังจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีธุระหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งยังมีแขกวนเวียนมาเยี่ยมหลายคน หลัก ๆ ก็คนในครอบครัวเขานั่นแหละ รองลงมาก็เพื่อนของเธอ และตัวเขาเองก็ต้องทำงาน ทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน“มึงกำลังคิดว่าเขาเป่าหูลูกให้กลัวมึงว่างั้น ?”“กูไม่แน่ใจ...” สุดเขตทำสีหน้าครุ่นคิด ประเด็นนี้เขาไม่แน่ใจเลย หากก็คิดว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะลูกมีท่าทีกลัวเขามากเกินไป “จะว่ากลัวคนแปลกหน้าก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ยังอยู่ไอซียู เห็นหน้ากูวันละสามเวลา

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 3

    ไม่เป็นที่ต้องการ ธนินธ์หันไปสบตากับทนายของตน ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ เขาจึงหันกลับมาตอบคำถามของหญิงมากวัย “เปล่าครับ ผมไม่ได้ดื่มมา”โกหก ! กัญญาวีร์ร้องขึ้นในใจ เพราะคืนนั้นเธอได้ยินพยาบาลในรถฉุกเฉินบอกว่าเจ้าของลัมโบกินีคันนั้นเมา เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ชัดเจนว่าเมาแล้วขับ หากเขากลับให้ปากคำกับตำรวจว่าไม่ได้ดื่ม และพยายามทำให้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าธนินธ์ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง เมาแล้วขับไม่พอ ยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอีก“น่าเสียดายนะคะที่กล้องวงจรปิดบนทางด่วนบังเอิญเสียพอดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร” แก้วมณีเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล หากจงใจเน้นคำว่าบังเอิญให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกตนไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวมันจะไปกระทบกับรูปคดี อีกฝ่ายมีทนายมาด้วย หากฝั่งของตนนั้นไม่มี หล่อนไม่แม่นในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอยากระมัดระวังคำพูดเอาไว้ก่อน “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทนายของดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐาน คิดว่าไม่นานก็คงได้ครบ เผื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณธนินธ์ได้”

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 2

    ไม่เป็นที่ต้องการ“หลับหรือนั่น” แก้วมณีถามพร้อมบุ้ยใบไปยังหลานชายที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าบอกให้ป้าสมัยแม่บ้านคนสนิทเอาอาหารที่เตรียมมาไปไว้หลังห้องกัญญาวีร์ยกมือไหว้สตรีทั้งสองคน “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ”“เสียดายจัง แม่มาไม่ทันเลย” ผู้มากวัยรู้สึกเสียดายเพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน หล่อนยังไม่ได้คุยกับหลานเลยสักคำ ความสงสัยที่ว่าใช่หลานตนจริงหรือไม่หายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหน้า ต่อให้สุดเขตไม่บอกว่ามีผลตรวจ DNA ยืนยัน หล่อนก็เชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาว่าปกป้องคือหลานแท้ ๆ เพราะมีแค่ตาและปากที่เหมือนผู้เป็นแม่ ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นถอดแบบมาจากลูกชายหล่อนทุกอย่าง ราวกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันหากเอารูปสุดเขตตอนเด็ก ๆ มาเทียบแล้วเอาไปให้คนอื่นดู เขาก็คงคิดว่าคือคนคนเดียวกันอย่างแน่นอนพ่อกับลูกเหมือนกันอย่างกับแกะ“ช่วงเย็นก็น่าจะตื่นค่ะ”“ร้องไห้หรือ” คนเป็นย่าถามด้วยความสงสัย เมื่อเดินมาส่องหลานแล้วเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้า แม้ผู้เป็นแม่จะเช็ดออกไปบ้างแล้ว หากแพขนตาที่เปียกชื้นนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา“ค่ะ แกงอแงนิดหน่อย” กัญญาวีร์ตอบแบบเลี่ยง ๆ เธอยังไม่พร

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ

    บทที่ 7ไม่เป็นที่ต้องการผ่านมาสามวันอาการของเด็กชายปกป้องค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์เจ้าของไข้สั่งถอดเครื่องช่วยหายใจและอนุญาตให้ย้ายออกจาก ICU มาพักฟื้นที่ห้องธรรมดาได้ โดยไม่ลืมกำชับให้ระวัง พยายามอย่าเพิ่งให้เด็กขยับตัวมากเพราะกลัวว่าจะกระทบแผลภายใน“...แม่จ๋า” เสียงเรียกแผ่วเบาจากเจ้าหนูน้อยซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบขยับเข้าไปชิด แล้วขานรับเสียงหวาน“จ๋าลูก ว่าไงครับ ป้องอยากได้อะไรเอ่ย”“หนูเจ็บ” ปกป้องไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับตัว แม้ปากจะพูดได้ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นยังอ่อนแรงอยู่มาก คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักระยะหนึ่งถึงจะกลับมาพูดได้เป็นปกติ“เจ็บมากไหม” เจ้าของร่างสูงที่ยังไม่ยอมกลับไปทำงานเอ่ยถาม เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กชายถูกย้ายเข้ามา โชคดีที่เมื่อเช้าราวน์วอร์ดเสร็จและตรวจผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว ช่วงบ่ายจึงส่งต่อให้เพื่อนดูแลเคสที่เหลือแทน เพราะตนอยากอยู่เฝ้าลูกมากกว่า “เจ็บ...” เด็กชายตอบ หางตามีหยดน้ำใสรินไหล เพียงเท่านั้นสุดเขตก็รีบกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดมาบรรเทาความเจ็บให้ลูกทันที“ให้ดื่มน้ำได้ไหมคะ” กัญญาวีร์ถามคนที่เป็นหมออย่างไม่ค่อย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status