เข้าสู่ระบบวันต่อมา
“นี่คือสัญญาว่าจ้างที่คุณอคิราห์ให้ผมเอามาให้คุณน้ำฟ้าครับ”
เสียงทุ้มของอำพลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
น้ำฟ้ากวาดตาไปรอบห้องหรูเพื่อมองหาคนบางคน ตั้งแต่ตื่นนอนเธอก็ไม่เห็นเจ้าของห้องแล้ว เห็นเพียงกระดาษโน้ตใบหนึ่งที่วางไว้ข้างเตียงเหมือนอย่างครั้งนั้น
‘ช่วงสาย ๆ จะมีคนเอาเอกสารมาให้เซ็น’
ไม่รู้ว่าเขาไปไหนตั้งแต่เช้า
หญิงสาวมองเอกสารตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน สายตากวาดมองตัวอักษรบนกระดาษด้วยใจที่เต้นรัว
“เจ้านายบอกว่าถ้าไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยตรงไหนให้ถามได้เลยครับ”
“ค่ะ”
เธอพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเริ่มอ่านข้อตกลงในสัญญาทีละข้อ
ผู้รับจ้างตกลงจะแสดงบทบาทภรรยาของผู้ว่าจ้างในทุกกรณีที่จำเป็น
ผู้ว่าจ้างตกลงจะมอบค่าตอบแทนให้ผู้รับจ้างเป็นเงินเดือน เดือนละสามแสนบาทให้แก่ผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างต้องย้ายเข้ามาพักอาศัยกับผู้ว่าจ้างหลังเซ็นสัญญาทันที
บิดาของผู้รับจ้างจะได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลในเครือวราฤทธิ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว
ผู้รับจ้างห้ามหวั่นไหว หรือมีความรู้สึกพิเศษกับผู้ว่าจ้างเด็ดขาด หากผู้ว่าจ้างพิสูจน์ได้ว่าผู้รับจ้างหวั่นไหวหรือรู้สึกกับผู้ว่าจ้าง สัญญาจะถูกยกเลิกทันที และผู้รับจ้างจะต้องคืนเงินทุกบาททุกสตางค์แก่ผู้ว่าจ้าง
6.ผู้ว่าจ้างจะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องผู้รับจ้างในขณะที่หนังสือสัญญาฉบับนี้ยังมีผล
7.เรื่องสัญญาจ้างงานฉบับนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายให้ผู้อื่นทราบเป็นอันขาด หากผู้ว่าจ้างสืบทราบได้ว่าผู้รับจ้างเอาเรื่องสัญญาจ้างงานนี้ไปบอกแก่บุคคลอื่น สัญญาจ้างงานจะถูกยกเลิกทันที และทางผู้รับจ้างจะต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง
เมื่ออ่านจบน้ำฟ้าก็รู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่านอกจากเงินเดือนสามแสน พ่อของเธอยังได้รับสิทธิ์รักษาฟรีกับโรงพยาบาลในเครือของวราฤทธิ์อีกด้วย
ยิ่งได้อ่านข้อหก น้ำฟ้ายิ่งรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว
‘ที่แท้เขาก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ค่อยโล่งใจหน่อย’
เรียวปากบางคลี่ยิ้มด้วยความซาบซึ้ง ก่อนรอยยิ้มนั้นจะหุบลงอย่างฉับพลันเมื่ออ่านมาถึงหมายเหตุท้ายกระดาษ
‘หมายเหตุ : ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ขอยกเลิกสัญญาจ้างเอง ผู้ที่มีอำนาจยกเลิกสัญญาได้คือฝ่ายผู้ว่าจ้างเท่านั้น หากผู้รับจ้างต้องการยกเลิกสัญญากลางคัน ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสิบเท่าของเงินเดือนที่ได้รับ’
ดวงตากลมโตที่เมื่อครู่ยังเปล่งประกายไปด้วยความตื้นตัน ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว น้ำฟ้าขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“สิบเท่า!”
เธออุทานขึ้นมาขณะอ่านตัวหนังสือบรรทัดนั้นอีกครั้ง สิบเท่าของสามแสนมันเท่ากับสามล้านเลยนะ
“คิดจะขูดเลือดขูดเนื้อกันรึไง”
เสียงบ่นพึมพำดังเล็ดลอดไรฟันแว่วไปถึงหูของอำพล
ผู้ช่วยหนุ่มอมยิ้มขำขันก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
“ถ้าคุณน้ำฟ้ายังลังเลอยู่ อยากจะพิจารณาให้ละเอียดก่อนก็ได้นะครับ”
ได้ยินอย่างนั้นน้ำฟ้าก็รีบส่ายหน้าอย่างพัลวัน ดวงตาทั้งสองข้างที่ยังขุ่นมัวเพราะความไม่พอใจเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวในเสี้ยววินาที
ไม่กล้าลังเลหรอก เกิดเขาเปลี่ยนใจขึ้นมาเธอได้เสียโอกาสกันพอดี
“ไม่ค่ะ ไม่ต้องพิจารณาอะไรแล้วค่ะ ให้เซ็นตรงไหนคะ”
“ตรงนี้ครับ”
อำพลเอ่ยพลางชี้นิ้วลงบนท้ายกระดาษซึ่งเป็นช่องว่างสำหรับให้ผู้รับจ้างเซ็นชื่อ พร้อมยื่นปากกาด้ามหนึ่งให้หญิงสาว
น้ำฟ้ารับปากกามาไว้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ไม่รู้ทำไมหัวใจเต้นตึกตักไม่หาย
ปลายปากกาจรดลงบนแผ่นกระดาษ เพียงไม่นานชื่อของเธอก็ปรากฏตรงช่องผู้รับจ้าง เหลือแค่ลายเซ็นของผู้ว่าจ้างถึงจะถือว่าหนังสือสัญญานี้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์
“เรียบร้อยค่ะ”
พูดจบหญิงสาวก็ยื่นแผ่นกระดาษคืนให้ผู้ช่วยหนุ่ม
อำพลเก็บเอกสารเข้าแฟ้มก่อนจะเงยหน้าพูดคุยกับคนตรงหน้า
“เดี๋ยวผมจะรีบเอาเอกสารนี้ไปให้เจ้านายเซ็น ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เจ้านายน่าจะให้คุณน้ำฟ้าย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ภายในวันพรุ่งนี้เลย”
“พรุ่งนี้เลยเหรอคะ แต่ฟ้ายังไม่ได้เก็บของแล้วก็ยังไม่ได้บอกทางบ้านเลยค่ะ ฟ้าขอเวลาสักสองสามวันได้ไหมคะ”
“เรื่องนี้คุณน้ำฟ้าต้องคุยกับเจ้านายเองครับ”
“แล้วฟ้าจะติดต่อกับเขา...เอ่อ...คุณอคิราห์ได้ทางไหนคะ คือฟ้ายังไม่มีเบอร์เขาเลยค่ะ”
อำพลยกยิ้มบาง ๆ เหมือนจะเข้าใจความกังวลของเธอเป็นอย่างดี แต่ยังคงรักษาสีหน้าสุขุมเอาไว้
เขาหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วยื่นให้หญิงสาว
“อันนี้นามบัตรของเจ้านายครับ”
น้ำฟ้ารับนามบัตรมาอ่าน
อำพลที่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงขอตัวกลับ
“ไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
สิ้นประโยคผู้ช่วยหนุ่มก็เดินจากไป
เสียงปิดประตูดังขึ้นน้ำฟ้าจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พอมานึก ๆ ดูแล้วก็เริ่มรู้สึกคิดหนักขึ้นมาโดยเฉพาะกับหมายเหตุนั่น
หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เธออยากยกเลิกกลางคันนะ
เวลาต่อมา
ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวงตั้งตระหง่านโดดเด่น โครงสร้างกระจกใสสะท้อนเงาเมฆและท้องฟ้า ตรงด้านหน้ามีลานน้ำพุขนาดใหญ่ซึ่งประดับด้วยประติมากรรมรูปปั้นสีเงินวาววับ สัญลักษณ์ที่ทุกคนจดจำได้ว่าเป็นเครื่องหมายของอาณาจักรวราฤทธิ์
ชั้นบนสุดของอาคารสูงคือห้องทำงานของผู้บริหาร อคิราห์ยืนหันหลังให้โต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งเท้าเอวขณะที่มืออีกข้างถือแผ่นกระดาษที่เพิ่งได้รับจากผู้ช่วยคนสำคัญ
สัญญาจ้างงานที่เซ็นครบทั้งสองฝ่าย ตอนนี้เขาควรจะพอใจกับมัน ทว่าไม่รู้ทำไมเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ในอก
นัยน์ตาคมเพ่งมองข้อตกลงข้อหกอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก
‘ผู้ว่าจ้างจะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องผู้รับจ้างในขณะที่หนังสือสัญญาฉบับนี้ยังมีผล’
เขาเป็นคนร่างข้อตกลงทั้งหมดขึ้นมาเองแต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาคิดหนักกับมัน
คิดแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มเหม่อมองไปยังวิวเมืองหลวงด้านนอกอย่างไม่ได้จับจุด สติสตังเหมือนหลุดลอยจึงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงคนที่เปิดประตูเข้ามา
อนาวินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ด้านหลัง คิ้วหนาเลิกขึ้นขณะดวงตากำลังจับจ้องไปยังแผ่นกระดาษในมือของผู้มีอำนาจอย่างนึกสนุก
หมอหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ฉวยโอกาสคว้าเอกสารจากมืออคิราห์มาได้อย่างง่ายดาย
คนเป็นพี่หันขวับกลับมามองหน้าน้องชายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพูดเสียงแข็ง
“เอาคืนมา”
“ตอนแนะนำดี ๆ ทำเป็นไม่สนใจ แต่ไปแอบทำสัญญาลับหลังกูซะงั้น มึงมันร้าย”
ถ้อยคำเอ่ยแซวทำเอาคนนิ่งขรึมถึงกับพูดไม่ออก
อคิราห์ถอนหายใจแรง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หนังทรงสูง ปล่อยให้ญาติผู้น้องหัวเราะเยาะได้ตามใจ เพราะต่อให้อธิบายยังไงมันก็ไม่ฟังอยู่แล้ว
อนาวินไล่อ่านข้อตกลงในสัญญาจ้างงาน ก่อนสายตาจะหยุดชะงักอยู่กับข้อหก
“นี่มึงโง่เปล่าวะ ทำสัญญาเหมือนขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ คิดจะไม่แตะต้องลูกแมวน้อยจริงดิ”
คนจริงจังปรายตาคมดุไปทางนายแพทย์หนุ่ม ริมฝีปากเม้มตรง ขี้เกียจพูดกับคนที่ชอบทำตัวจุ้นจ้าน สุดท้ายจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง
“มึงว่างมากเหรอ กูช่วยหาศพให้ผ่าสักศพไหมจะได้มีอะไรทำ”
“อุ๊ย! แหย่เล่นแค่นิดเดียวเอง ทำไมต้องทำเป็นโหดด้วย”
เมื่อเห็นว่าพี่ชายเอาจริง คนเป็นน้องจึงส่งยิ้มแหย ๆ ก่อนจะขยับเท้าเข้าใกล้แล้วยอมยื่นเอกสารคืนให้อย่างว่าง่าย
“คืนก็ได้ ดุฉิบหาย”
อคิราห์รีบรับเอกสารคืนมาแล้วเก็บใส่ซองกระดาษสีน้ำตาล จากนั้นก็เก็บมันไว้ในลิ้นชักโต๊ะ เขาไม่ลืมล็อกกุญแจเพื่อป้องกันคนอื่นมาพบเจอเข้า
เรื่องที่เขาจ้างผู้หญิงมาเป็นเมียปลอม ๆ จะให้คนอื่นรู้ด้วยไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากเรื่องแดงไปถึงหูของปู่จะเกิดปัญหาใหญ่เอาได้
“มาหากูมีไร”
คนเป็นพี่เอ่ยเสียงเรียบ แววตาจับจ้องไปทางน้องชายอย่างไม่ไว้ใจมากนัก
คนที่เมื่อครู่เพิ่งจะยิ้มขำขันค่อย ๆ ลดรอยยิ้มลง จนใบหน้าทะเล้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
หมอหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชาย ท่าทีของเขาดูจริงจังผิดปกติ
“มีข่าวว่าฝั่งอมรไพศาลกำลังเคลื่อนไหวอีกครั้ง พวกมันเพิ่งไปเจรจากับนายทุนฝั่งมาเลย์มา คาดว่าไม่ช้าจะมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาเสริม”
“...”
คนฟังได้แต่นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด อมรไพศาลคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา ห้ำหั่นกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ และตอนนี้ก็มาถึงรุ่นเขา
ตระกูลอมรไพศาลและตระกูลวราฤทธิ์ เปรียบเสมือนเสือสองตัวที่อยู่ในถ้ำเดียวกันมาช้านาน แย่งชิงพื้นที่และอำนาจทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายร้านเหล้า ธุรกิจท่าเรือพาณิชย์ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์ที่แย่งชิงเบอร์หนึ่งกันมาตลอด
ศึกแต่ละครั้งไม่ใช่แค่เพื่อเงินหรืออำนาจ แต่มันคือศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้
“ครั้งก่อนที่ถูกมึงเล่นงานเรื่องฮั้วประมูล พวกมันคงแค้นจัด”
“ช่วยไม่ได้ พวกมันเสือกโง่ทิ้งหลักฐานไว้ให้ตำรวจสาวถึงตัวเอง กูก็แค่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ตำรวจทำงานง่ายขึ้นก็แค่นั้น”
เมื่อหลายเดือนก่อนเขากับพ่อนำหลักฐานที่อมรไพศาลกับพวกร่วมกันฮั้วประมูลโครงการรัฐ ไปยื่นให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ทันทีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีนี้ไว้ อมรไพศาลก็ถูกตรวจสอบบัญชี เส้นทางเงิน และการถือครองทรัพย์สินทุกอย่าง
แม้คดียังอยู่ในชั้นศาล แต่หลายโครงการของอมรไพศาลต้องหยุดชะงัก ผู้ร่วมลงทุนบางรายถอนตัว ความเชื่อมั่นจากลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ครั้งนั้นอมรไพศาลก็เงียบหายไปจากข่าวสังคมและเศรษฐกิจ ก่อนจะได้ยินข่าวว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งก็ตอนนี้
“ถ้าวันไหนพวกมันลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง กูมั่นใจว่าพวกมันต้องหาทางเอาคืนมึงแน่ ยังไงก็ระวังตัวด้วย อย่าประมาทเป็นอันขาด”
“กูไม่ประมาทอยู่แล้ว”
น้ำเสียงเย็นเฉียบดังขึ้นในห้องกว้าง ทำเอาบรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมาทันควัน ดวงตาสีเข้มฉายชัดถึงความเหี้ยมเกรียม
“อือ...กูแค่อยากให้มึงระวังไว้”
หมอหนุ่มพยักหน้าเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย
ขณะบทสนทนาของสองหนุ่มกำลังตึงเครียด เสียงโทรศัพท์มือถือของอคิราห์ก็ดังขึ้น
หมายเลขที่ปรากฏเป็นเบอร์ที่เขาไม่รู้จัก ไม่เคยมีเบอร์แปลกติดต่อมาหาอคิราห์โดยตรง เพราะเขาคุยงานผ่านผู้ช่วยเท่านั้น
“ใครวะ”
“ไม่รู้ว่ะ เบอร์แปลก”
สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างชั่งใจ ตอนนี้รู้สึกหวาดระแวงทุกอย่างรอบตัว ก่อนที่อนาวินจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้พี่ชายรับสาย
อคิราห์พยักหน้าแล้วกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพงให้เสียงสนทนาดังก้องทั่วห้อง
สองหนุ่มจ้องมองไปที่โทรศัพท์มือถือด้วยใจจดจ่อรอว่าปลายสายจะเป็นใคร
ทว่าสุ้มเสียงที่เปล่งออกมานั้น ทำให้อคิราห์ต้องรีบกดปิดเสียงอย่างทันควัน
“สวัสดีค่ะคุณอคิราห์ น้ำฟ้านะคะ”
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่เพนต์เฮ้าส์หรู อคิราห์ก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ทันทีเดินผ่านเข้าไปในประตู เขาก็พบกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังง่วนทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนั่งเล่น“คุณคินกลับมาแล้วเหรอคะ”“คุณผู้หญิงของป้าล่ะ”“คุณผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”เจ้านายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนกลับไปพักได้“ป้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”ป้าแม่บ้านโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไปเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบร่างสูงก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน เขาวางเสื้อสูทลงบนพนักโซฟาอย่างเบามือ คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลอกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวในชุดคลุมสีอ่อน มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันอยู่บนผมเปียกหมาด ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นสามียืนอยู่ในห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมารึยัง”อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม“พี่ทานข้าวกับลูกค้ามาแล้ว”หลังแต่งงานได้ไม่นานอคิราห์ก็เริ่มแทนตัวเองว่าพี่แทนคำว่าฉันที่ดูเป็นทางการและห่างเหิน อีกอย่างตอนที่เมียรักเรียกเขาด้วยคำสรรพนามสั้น
แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างอคิราห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟและตัวเลขผลกำไรซึ่งขยับขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวด้วยความพึงพอใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดออก ผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างสำรวม“เจ้านายครับ เลขาคนใหม่ที่จะมาเริ่มงานวันนี้มาถึงแล้วครับ ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ”เนื่องจากเลขาหน้าห้องคนเดิมได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องรับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานแทน กระบวนการรับสมัครและการสัมภาษณ์ทั้งหมด อคิราห์มอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในขั้นตอนดังกล่าวคนเป็นนายละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังผู้ช่วยเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ซักถามหรือแสดงท่าทีใด ๆ เป็นพิเศษ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาตผู้ช่วยรับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบภายในห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง อคิราห์หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แสงจากจอสะท้
ทางด้านครอบครัวของน้ำฟ้า หลังจากได้ดูคลิปของนที สามคนพ่อแม่ลูกก็กอดกันร้องห่มร้องไห้‘พ่อครับ... แม่ครับ... ผมรักพ่อกับแม่นะ ฟ้า...พี่รักน้องนะ ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วฟ้าต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย’น้ำฟ้าชะงักค้างตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพพี่ชาย ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาพา
รถพยาบาลจอดสนิทที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฟไซเรนดับลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวรเปลรีบเข็นเตียงลงมาเรียงกัน อคิราห์ น้ำฟ้า และโซเฟียถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจในทันทีน้ำฟ้ากับโซเฟียไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีเพียงอาการฟกช้ำ และความเครียดที่ถาโถมทำร้ายจิตใจ หมอสั่งให้นอนให้น้
อคิราห์นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์หรู ท่าทางเต็มไปด้วยความร้อนรน ปลายนิ้วเคาะขาเป็นจังหวะถี่ ๆ อย่างคนพยายามระงับความหงุดหงิดในใจเสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ แต่รถแทบไม่ขยับไปไหน การจราจรที่หนาแน่นในช่วงค่ำทำให้รถของเขาเคลื่อนตัวราวกับเต่าคลาน ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วป่านนี้ยังไม่ถึงอีก“ข้างหน้าน่าจะ
รถคันหรูเคลื่อนออกจากตึกสูงมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยของน้ำฟ้า วันนี้อคิราห์ทำหน้าที่เป็นคนขับเองน้ำฟ้านั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าเหมือนตั้งใจหลบการปะทะสายตากับเขา“หลังเลิกเรียนจะไปไหนต่อ”จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นหญิงสาวหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้ม ก่อนจะตอบไปตามตรง“จะไปเยี่ยมพ่อที่โรง







