LOGIN“ไอ้คิน! เดี๋ยว!”
คนที่วิ่งตามออกมาตะโกนดังลั่นหวังให้ญาติผู้พี่หยุดเดิน แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมหยุดแถมยังจูงมือน้ำฟ้าให้เดินตามไปโดยไม่พูดไม่กล่าว
อคิราห์เปิดประตูรถ ทำท่าจะดันร่างเล็กเข้าไปด้านใน ทว่าอนาวินที่ตามมาทันก็คว้าแขนอีกข้างของหญิงสาวเอาไว้
“นี่มึงจะพาลูกแมวน้อยไปไหนวะ”
น้ำฟ้าได้แต่ยืนนิ่งงวยงงไปหมด มองหน้านายแพทย์หนุ่มผู้ซึ่งเคยฉีดยาให้เธอในวันนั้นสลับกับชายหนุ่มผู้ที่ช่วยเธอไว้ถึงสองครั้ง
ลูกแมวน้อยที่ว่าหมายถึงเธอสินะ
อคิราห์เหลือบมองร่างเล็กแล้วถอนหายใจ ก่อนจะรั้งร่างเล็กเข้าหาตัวเอง ให้แขนของเธอหลุดออกจากการเกาะกุมของอนาวิน
ไม่รู้มันจะวุ่นวายอะไรนักหนา
“เข้าไปรอในรถก่อน”
พูดจบก็ดันคนที่ยืนทำหน้าเหลอหลาให้เข้าไปนั่งในรถแล้วปิดประตู ตวัดหางตามาทางอนาวินแล้วพูดขึ้น
“กูจะไปส่งเธอ มึงมีไรอีก”
“จำเป็นต้องไปส่งเองเลยเหรอวะ ให้ลูกน้องไปส่งก็ได้มั้ง”
คำพูดกวน ๆ นั้นทำให้คนเป็นพี่เริ่มรู้สึกรำคาญใจ ใบหน้าไม่สบอารมณ์ทำท่าจะเบือนหนี
“เออ! กูไม่กวนมึงแล้วก็ได้ พอดีกูมีเรื่องจะคุยกับมึงนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร”
“กูคิดออกแล้วนะเว้ย ว่าจะจ้างใครมาเป็นเมียปลอม ๆ ให้มึงอะ”
พูดจบก็ยักคิ้วยิ้ม ๆ ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางคนที่นั่งอยู่ในรถ
อคิราห์ยืนนิ่ง สีหน้าของเขาไม่แสดงความรู้สึกยินดียินร้ายต่อคำพูดของอนาวิน เพียงหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังชั่งใจบางอย่าง ก่อนจะหันไปมองร่างเล็กในรถ
สายตาเรียบเฉยทอดมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาทางญาติผู้น้องแล้วเอ่ยสั้น ๆ
“ยุ่ง”
พูดจบร่างสูงของพี่ชายก็เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ หลังเครื่องยนต์ทำงานรถคันหรูก็แล่นออกไปจากคลับด้วยความเร็ว
อนาวินได้แต่มองตามรถคันงาม เขายกยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะส่ายศีรษะเบา ๆ พร้อมกับพึมพำว่า
“ชัดเลย ไอ้คนเย็นชาโดนเด็กตกเข้าแล้ว”
..
..
..
บรรยากาศภายในรถคันงามสุดแสนจะเงียบเชียบ น้ำฟ้าทำได้เพียงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา เธอรู้สึกเกร็งไปหมดตั้งแต่รู้ว่าเขาคือ อคิราห์ วราฤทธิ์
‘เขาจะพาไปไหนนะ’
หญิงสาวคิดในใจขณะก้มมองมือตัวเองที่กุมไว้บนตัก คิดไปถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินเกี่ยวกับเขา
อคิราห์ วราฤทธิ์ คือบุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตผู้นำแห่งวราฤทธิ์กรุปผู้ที่เพิ่งล่วงลับไปได้ไม่นาน
แม้เพิ่งรับช่วงต่อจากบิดา แต่ชื่อของเขากลับเป็นที่กล่าวขาน ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง ทว่าความจริงกลับเป็นคนโหดเหี้ยมเลือดเย็นไม่ต่างจากปีศาจในคราบนักธุรกิจ ใครที่เป็นปรปักษ์กับเขาไม่เคยปรากฏว่ามีชีวิตยืนยาวเลยสักราย
แม้จะกลัวแค่ไหนแต่หญิงสาวก็พยายามกลั้นใจถามออกไปตามตรง
“เอ่อ...คุณจะพาหนูไปไหนคะ”
ชายหนุ่มเหลือบตามาทางหญิงสาว แววตาเย็นเยือกนั้นดูน่ากลัวชะมัด
“ฉันมีเรื่องจะตกลงกับเธอนิดหน่อย”
“ระ...เรื่องอะไรคะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
คำว่าเดี๋ยวก็รู้มันทำให้คนฟังยิ่งรู้สึกประหม่า เธอคงไม่ได้ถูกอุ้มไปฆ่าใช่ไหม
มุมปากหนากระตุกยิ้มน้อย ๆ ให้กับสีหน้าตื่นกลัวของหญิงสาว แววตาสั่นระริกราวกับลูกแมวน้อยกำลังตกใจกลัว
เพียงไม่นานรถคันงามก็แล่นมาจอดยังเพนต์เฮาส์สุดหรูที่เขาเคยพาเธอมาเมื่อครั้งก่อน
น้ำฟ้าเดินตามชายหนุ่มเข้าไปด้านใน ตาใสกวาดมองรอบห้องอย่างเต็มตาอีกครั้ง กลิ่นสะอาดยังคงลอยคลุ้งให้ความรู้สึกสดชื่นเช่นเดิม
“นั่งสิ”
เจ้าถิ่นเอ่ยเสียงเรียบขณะนั่งลงบนโซฟาตัวกว้าง แววตาทรงอำนาจมองเธอไม่กะพริบ
หญิงสาวนั่งลงบนโซฟาตามคำเชิญ สีหน้าเธอยังดูกังวลอยู่ตลอดเวลา
“ไหน ๆ ฉันก็ออกตัวว่าเธอเป็นคนของวราฤทธิ์ไปแล้ว สนใจมาทำงานกับฉันไหม ฉันจะให้เงินเดือนเธอเดือนละสามแสน”
ดวงตากลมโตเบิกขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ร่างเล็กนิ่งชะงักเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ริมฝีปากอ้าค้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะเผลอทวนคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“สะ...สามแสน?”
นี่มันมากกว่ารายได้รวมทั้งปีของเธอเสียอีก
“เอ่อ...คือ...คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคะ”
“หน้าฉันเหมือนคนชอบล้อเล่นเหรอ”
“ปะ...เปล่าค่ะ”
น้ำเสียงทรงอำนาจและแววตาที่ดุดันนั้นทำให้หญิงสาวต้องก้มหน้างุดแทบจะทันทีทันใด มือบางที่กุมอยู่บนตักยิ่งบีบแน่นด้วยความประหม่า
เขาจะจ้างเธอไปทำอะไรเดือนละตั้งสามแสน อย่าบอกนะว่า...
เจ้าของห้องมองใบหน้าซีดเผือดแล้วถอนหายใจราวกับรู้ทันความคิด รีบชิงพูดก่อนที่เธอจะคิดเองเออเองไปไกล
“คุณปู่ฉันป่วยหนักน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ก่อนตายท่านอยากเห็นฉันแต่งงานมีครอบครัว ฉันก็เลยจะจ้างเธอมาเป็นเมียปลอม ๆ เพื่อตบตาคุณปู่”
คนตั้งใจฟังมีสีหน้างวยงงราวกับสมองยังไม่ประมวลผล ทำเอาฝ่ายยื่นข้อเสนอถึงกับทำตัวไม่ถูก คนอย่างอคิราห์ไม่เคยรู้สึกขาดความมั่นใจขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
“ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งรอเธอนะ ถ้าไม่อยากรับข้อเสนอก็ปฏิเสธมา”
“ระ...รับ หนูรับค่ะ”
ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาน้ำฟ้ารีบคว้าโอกาสนั้นไว้ เงินเดือนสามแสนแลกกับการแสดงละครเป็นเมียปลอม ๆ ใครไม่รับก็โง่แล้ว
มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจในคำตอบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ก่อนจะกดต่อสายหาลูกน้องคนสนิท
[ครับเจ้านาย]
“ร่างสัญญาจ้างงานให้ฉันรายละเอียดตามที่ส่งไปให้”
[ได้ครับ]
สั่งงานเสร็จชายหนุ่มก็กดวางสายแล้วเงยหน้าสบตากับหญิงสาวอีกครั้ง
“คืนนี้พักที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้จะมีคนเอาสัญญามาให้เซ็น”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินเข้าห้อง ทว่าจู่ ๆ หญิงสาวก็ลุกขึ้นตามเอ่ยถามสิ่งที่ยังสงสัย
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
“มีอะไร”
เขาหันมาสบตากับเธอ
“คุณจะไม่บอกเงื่อนไขกับหนูสักหน่อยเหรอคะ อย่างเช่น ระยะเวลาที่ต้องแกล้งเป็นเมียคุณ หรือไม่ก็หลังจากเซ็นสัญญาแล้วหนูต้องทำอะไรบ้าง อะไรประมาณนี้ค่ะ”
เธอพูดเสียงแผ่วขณะยังมีสีหน้ากังวล เหมือนคนที่ยังมีความหวาดกลัวอยู่นิด ๆ
นัยน์ตาคมจ้องมองเธอนิ่ง ความจริงก็กะว่าจะให้เธออ่านข้อตกลงในวันพรุ่งนี้ แต่ในเมื่อหญิงสาวกล้าถามออกมาตรง ๆ เขาก็จะบอกไปตามความจริง
“ระยะเวลาไม่รู้ รอคุณปู่หายป่วยหรือไม่ก็ตาย ส่วนหลังเซ็นสัญญา เธอต้องย้ายมาอยู่กับฉันที่นี่ ทำหน้าที่เหมือนเป็นเมียจริง ๆ”
พูดจบเขาก็ยกยิ้มแล้วกลับหลังหันเดินหายเข้าไปในห้อง ทิ้งให้น้ำฟ้ายืนทบทวนถ้อยคำที่เขาเพิ่งจะพูดออกมา
“ทำทุกอย่างเหมือนเป็นเมียจริง ๆ งั้นเหรอ แล้วคนเป็นเมียต้องทำอะไรบ้างนะ ทำงานบ้าน ทำกับข้าว แล้วก็...”
ไล่เรียงเป็นเรื่องเป็นราวจนมาจบที่ความคิดสุดท้าย อย่าบอกนะว่าเขาหมายถึงทำเรื่องนั้นด้วย
ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงก่ำอย่างทำอะไรไม่ถูก อยากจะสอบถามให้ชัดเจนแต่ชายหนุ่มก็หายตัวเข้าห้องไปแล้ว
ที่เขาบอกว่าทำหน้าที่เหมือนเมียจริง ๆ มันหมายความว่ายังไงกันแน่
แต่คนอย่างเขาคงไม่ได้หมายถึงเรื่องพวกนั้นหรอกมั้ง
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่เพนต์เฮ้าส์หรู อคิราห์ก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ทันทีเดินผ่านเข้าไปในประตู เขาก็พบกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังง่วนทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนั่งเล่น“คุณคินกลับมาแล้วเหรอคะ”“คุณผู้หญิงของป้าล่ะ”“คุณผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”เจ้านายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนกลับไปพักได้“ป้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”ป้าแม่บ้านโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไปเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบร่างสูงก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน เขาวางเสื้อสูทลงบนพนักโซฟาอย่างเบามือ คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลอกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวในชุดคลุมสีอ่อน มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันอยู่บนผมเปียกหมาด ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นสามียืนอยู่ในห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมารึยัง”อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม“พี่ทานข้าวกับลูกค้ามาแล้ว”หลังแต่งงานได้ไม่นานอคิราห์ก็เริ่มแทนตัวเองว่าพี่แทนคำว่าฉันที่ดูเป็นทางการและห่างเหิน อีกอย่างตอนที่เมียรักเรียกเขาด้วยคำสรรพนามสั้น
แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างอคิราห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟและตัวเลขผลกำไรซึ่งขยับขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวด้วยความพึงพอใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดออก ผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างสำรวม“เจ้านายครับ เลขาคนใหม่ที่จะมาเริ่มงานวันนี้มาถึงแล้วครับ ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ”เนื่องจากเลขาหน้าห้องคนเดิมได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องรับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานแทน กระบวนการรับสมัครและการสัมภาษณ์ทั้งหมด อคิราห์มอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในขั้นตอนดังกล่าวคนเป็นนายละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังผู้ช่วยเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ซักถามหรือแสดงท่าทีใด ๆ เป็นพิเศษ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาตผู้ช่วยรับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบภายในห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง อคิราห์หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แสงจากจอสะท้
บนห้องวีไอพีของคลับหรูตกแต่งด้วยโทนเข้มส่งให้บรรยากาศดูเงียบสงบแตกต่างจากด้านล่างอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะกระจกมีขวดวิสกี้ราคาแพงและแก้วคริสตัลวางอยู่อคิราห์นั่งพิงพนักอยู่บนโซฟาหนังสีดำสองมือประสานกันแนบหน้าขา ใบหน้าคมสันยังคงเรียบนิ่งขณะในหัวกำลังคิดวนเวียนอยู่กับคำสั่งของผู้เป็นปู่จนทำให้บรรยากาศรอบ
หลายวันต่อมาเสียงเพลงจังหวะหนักดังคลอไปทั่วคลับหรู แสงไฟหลากสีวูบวาบสะท้อนลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกันดังระงมไปทั่วบรรยากาศยามค่ำคืนร่างบางในชุดเดรสสั้นสีแดงเดินยิ้มทักทายแขกตามโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว แม้จะเหนื่อยล้าแค่ไหนแต่เธอก็ต้องรักษาหน้าตาให้ดูสดใสอยู่ตลอดเวลาน้ำฟ้ายังคงทำหน
หลายวันต่อมาเสียงประกาศเที่ยวบินขาเข้าดังแว่วอยู่ทั่วโถงผู้โดยสาร ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทก้าวยาว ๆ ออกจากประตูทางออกพร้อมกับบอดี้การ์ดประจำตัว ใบหน้าคมสันยังคงเรียบนิ่งไม่ต่างจากทุกครั้งอำพลที่ยืนรออยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้าไปรับกระเป๋าเดินทางจากมือบอดี้การ์ด จากนั้นก็ส่งต่อให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ด้าน
ร่างเล็กขยับช้า ๆ หลังจากที่แสงแดดอ่อนโยนส่องกระทบเข้ากับใบหน้า ดวงตาคู่งามกะพริบปริบ ๆ ปรับแสงก่อนจะลืมขึ้นอย่างงัวเงีย จากนั้นก็กวาดมองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นชินหญิงสาวเบิกตาขึ้นเมื่อคิดได้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรบ้างเจ้าของร่างสูงในชุดสูทสีเข้มแววตาคมกริบแผ่นหลังกว้างคนนั้น เป็นคนช่วยเธอจากพวกหื่น







