Share

บทที่ 8 คดีแรก

last update Dernière mise à jour: 2025-04-05 15:37:30

งานเลี้ยงก็จบลงเช่นนี้ เซวียนชินอ๋องดื่มจนเมามายไม่ได้สติ อวี้หลิงก็ออกคำสั่งให้บ่าวไพร่ในจวนเก็บกวาดลานเรือนให้เรียบร้อย ส่วนมู่หลานเฟินก็เดินกลับเรือน ระหว่างทางนางเดินผ่านสระบัว หญิงสาวหยุดมองดูมันพลางครุ่นคิด

 นี่คือสระบัวที่มู่หลานเฟินคนก่อนตกลงไปและถึงแก่ชีวิตจนจากโลกนี้ไปแล้วนางก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน

มู่หลานเฟินมองเงาของตนที่สะท้อนบนผิวน้ำ แสงจันทร์ยามค่ำคืนทำให้นางมองเห็นภาพสะท้อนของตนเองบนผิวน้ำได้อย่างชัดเจน ใบหน้านี้งดงามอ่อนเยาว์ นางเหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในโลกอนาคตที่ตนเองจากมาอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ครั้งแล้วที่นางทะลุมิติไปเป็นคนนั้นทีคนนี้ที เป็นคนบ้าง เป็นสัตว์บ้าง เป็นบุรุษบ้าง

นับว่าครั้งนี้ได้เป็นตัวเองเสียที แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้ได้อีกนานเท่าใดนัก เพราะจากหลายๆเหตุการณ์ในชาติก่อนๆ นางนั้นมีอายุไม่ยืนยาวสักเท่าใดนัก

หญิงสาวถอนหายใจออกมา ยังไม่ทันจะเดินกลับเรือนก็ได้ยินเสียงของป้ามหาภัยเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

"หลานสาวตัวดี เจ้ายังมีอารมณ์มายืนชมนกชมไม้ ชมสระบัวอยู่อีกหรือ"

มู่หลานเฟินกลอกตาไปมา ก่อนจะหันมามองอวี้หลิงอย่างเอือมระอา

"ข้าจะไปนอนแล้ว ง่วงมาก เชิญท่านป้าตามสบาย"

"นังเด็กคนนี้นี่!"

มู่หลานเฟินไม่รอให้อวี้หลิงมาพูดจาไม่เข้าท่ากรอกหูนางอีก นางกลับไปอาบน้ำ ก่อนจะเอนกายนอนบนเตียง แต่จนแล้วจนรอดกลับนอนไม่หลับเอาแต่พลิกตัวไปมาอยู่ค่อนคืน เมื่อนอนแล้วไม่หลับเสียทีนางจึงออกมาเดินเล่นรับลมที่นอกห้อง เมื่อออกมาจากห้องก็มองเห็นลั่วเหมยสาวใช้ที่กำลังนั่งสัปปะหงกอยู่หน้าห้องนอนของนาง อีกทั้งเหมือนจะไม่รู้สึกตัวอีกด้วย  มู่หลานเฟินส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

ที่จวนแห่งนี้หรูหราสุขสบาย แต่นางรู้ดีว่าการที่นางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเช่นนี้ก็เพราะมีท่านป้าเป็นถึงพระชายาเอก หากวันใดที่อวี้หลิงทำตามแผนการไม่สำเร็จ และเซวียนซานหลางขึ้นมาเป็นชินอ๋องคนใหม่ เขาคงไม่มีทางเก็บพวกนางเอาไว้ในจวนให้เป็นหอกข้างแคร่

ช่างเถอะ ฝีมือการทำอาหารของนางก็มี หากโดนไล่ออกจากจวนจริงๆ ก็แค่ไปหาเช่าแผงลอยเล็กๆทำอาหารมาขายก็สิ้นเรื่อง คนเราควรต้องพึงพาตนเองให้ได้ไม่ใช่หรือ

มู่หลานเฟินเดินมาตามทางเรื่อยๆเพียงลำพัง กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าตนเองเดินมาถึงด้านหลังของจวนอ๋องเสียแล้ว ที่ตรงนี้มีแค่คบไฟจุดให้ความสว่างเพียงไม่กี่ดวง อีกทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่รายล้อมให้ความรู้สึกน่าประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อยเลย 

มู่หลานเฟินคิดจะหันหลังเดินกลับแต่สายตาของนางเหลือบไปเห็นกระท่อมไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล อีกทั้งยังมีไฟส่องให้ความสว่างมาจากภายใน หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เดิมทีคิดว่าไม่ควรสอดรู้เรื่องของคนอื่นดีกว่าจะได้ไม่ตายไว แต่อีกใจหนึ่งนางกลับไม่เห็นด้วย หากเป็นโจรเล่าเช่นนั้นไม่แย่หรอกหรือ

 มู่หลานเฟินค่อยๆเดินเข้าไป เมื่อเดินเข้าไปใกล้กระท่อมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังพูดคุยกัน นางคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าอาจจะมีคนคิดชั่วในจวน หรือมีโจรมาขโมยของ สัญชาตญาณระวังตนเริ่มทำงานทันที

เพราะมีชาติหนึ่งเคยเกิดเป็นสุนัข ทั้งหูและจมูกของนางจึงได้ยินและรับกลิ่นได้ดี

มารดามันเถอะความรู้สึกที่เหมือนมีวิญญาณหมาอยู่ในร่างตลอดเวลานี่มันคืออันใดกัน!

เมื่อคิดได้เช่นนั้นมู่หลานเฟินจึงเดินเข้าใกล้ๆกระท่อมหลังนั้นด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงสนทนาภายในชัดเจนขึ้น

เป็นเสียงของบุรุษสองคน?

คุ้นหูเสียด้วย

ภายในกระท่อมเซวียนซานหลางและเสิ่นเหวยอันกำลังนั่งอ่านรายงานการตายของสตรีหลายสิบคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ที่นี่คือที่นัดหมายลับของพวกเขายามที่มีเรื่องต้องสะสาง นัดพบกันที่อื่นย่อมไม่อาจวางใจ ในจวนของเขาย่อมปลอดภัยกว่าเพราะมีหูตาของเขาคอยคุ้มกันอยู่เต็มไปหมด

การตายของพวกนางทุกคนล้วนน่าสงสัย ทุกศพเป็นสตรีซ้ำยังสวมใส่ชุดเจ้าสาว ที่คอมีร่องรอยของการถูกเชือกรัดรึง ดวงตาสองข้างถูกควักออกจนกลวงโบ๋ เล็บมือเล็บเท้าถูกถอดออก การตายวิปริตเช่นนี้คนที่ลงมือจะต้องอำมหิตไม่เบาเลย

เซวียนซานหลางขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยกับเสิ่นเหวยอัน

"คนของเจ้าสืบได้ความใดมาบ้าง"

เสิ่นเหวยอันเงยหน้ามามองเซวียนซานหลาง ระหว่างพวกเขาสองคนแม้จะไม่ลงรอยกันไปบ้างแต่ยามที่ต้องทำงานกลับร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี

"ศพทุกศพล้วนน่าสงสัย อีกทั้งสตรีที่ถูกสังหารครั้งนี้ล้วนเป็นหญิงสาวที่เข้าพิธีแต่งงานและรออยู่ในห้องหอ เจ้าบ่าวของพวกนางบอกว่าหลังจากส่งแขกเสร็จ เมื่อกลับมาเจ้าสาวก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว คนร้ายลงมือได้น่าพรั่นพรึงมาก ถึงขนาดควักดวงตา ถอดเล็บ รัดคอ คนของท่านเจ้าเมืองก็ตามสืบร่องรอยของฆาตรกรไม่พบ ชาวบ้านหวาดผวา สตรีทุกคนที่ถึงวัยออกเรือนต่างไม่กล้าออกเรือนแต่งงานเพราะกลัวความตายจะมาเยือน คนของข้าบอกว่าพวกเขามีความเชื่อว่ามีวิญญาณของสตรีนางหนึ่งที่ตายในคืนวันแต่งงานและอาฆาตแค้นมาก จึงมาเอาชีวิตของหญิงสาวที่แต่งงานทุกคนไปอยู่กับตน คนในหมู่บ้านถงหวางบางคนหวาดกลัวจึงออกจากหมู่บ้านมาตั้งรกรากใกล้เมืองหลวง รวมตัวกันเขียนจดหมายร้องเรียนทางการว่ามีวิญญาณไล่ฆ่าคน โชคดีที่จดหมายร้องเรียนนั้นมาถึงมือข้าพอดี ข้าจึงนำถวายให้ฝ่าบาท ซื่อจื่อ ท่านคิดว่าจะจัดการเช่นไรดี แล้วมีความคิดเห็นเช่นไร"

เซวียนซานหลางมีท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย

"วิญญาณอันใดกันเหลวไหลสิ้นดี ข้าว่ามันเป็นฝีมือคนชัดๆ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ พวกเราต้องปลอมตัวเข้าไปที่หมู่บ้านถงหวาง หากเข้าไปด้วยฐานะที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ อาจจะทำให้คนร้ายไหวตัวทัน ที่สำคัญต้องเล่นตามแผน ในเมื่อฆาตรกรพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวที่แต่งงานเข้าหอ เช่นนั้นเราต้องหาสตรีสักคนในหมู่บ้านมาร่วมแสดงละครตบตาคนร้ายเพื่อหลอกล่อฆาตรกรออกมา"

เสิ่นเหวยอันพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเอ่ย

"แผนการนี้จะว่าง่ายก็ง่ายอยู่หรอก แต่หากไต่ตรองให้ถี่ถ้วนจะพบว่าไม่ง่ายเท่าใดนัก สตรีทุกคนในหมู่บ้านถงหวางหวาดกลัวถึงเพียงนี้ย่อมไม่ให้ความร่วมมือกับเราแน่ ที่สำคัญอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนของพวกเราได้ พวกนางเอาแต่เก็บตัวเพราะกลัวความตาย เราคงจะต้องหาสตรีในเมืองหลวงสักคนให้ติดตามไปด้วย จ่ายเงินให้นางมากหน่อย ที่สำคัญต้องหาคนที่มีวรยุทธ์สามารถปกป้องตนเองได้ ไม่อย่างนั้นนางอาจจะกลายเป็นเหยื่อไปอีกคน แต่จะหาสตรีจากที่ไหนกันที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ สตรีน้อยในเมืองหลวงวันๆเอาแต่ผลัดแป้งแต่งหน้า ให้ไปเสี่ยงอันตรายอาจจะเป็นตัวถ่วง อ่า ข้านึกออกแล้ว น้องหรานหร่านอย่างไรเล่า!"

เซวียนซานหลางเมื่อได้ยินก็แทบจะพ่นน้ำชาออกจากปาก เสิ่นเหวยอันดูท่าจะปักใจชอบพอมู่หลานเฟินจนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนนึกถึงแต่หน้านางมารน้อยผู้นั้น

"ไม่ได้!"

"เหตุใดจึงไม่ได้?"

เซวียนซานหลางเม้มริมฝีปากแน่น เรื่องที่อวี้หลิงคิดจะสังหารเขาและส่งมู่หลานเฟินมายั่วยวนเขานั้นเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยบอกเล่ากับใคร เพราะไม่ต้องการให้คนนอกล่วงรู้เรื่องโสมมภายในจวนของเขา

"ไม่ต้องถามหาเหตุผล ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้"

"ซื่อจื่อ ท่านอย่าทำตัวไร้สาะไปหน่อยเลย เราต้องทำงานนี้ให้แล้วเสร็จ ไม่อย่างนั้นฝ่าบาทจะทรงต่อว่าท่านและข้าแน่นอน ท่านวางอคติในใจลงก่อน ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบน้องหรานหร่าน แต่ตอนนี้สตรีในเมืองหลวงที่มีคุณสมบัติอย่างที่พวกเราตามหาก็เห็นจะมีแค่น้องหร่านหร่านเพียงคนเดียว ท่านว่าจริงหรือไม่"

เซวียนซานหลางถึงกับเถียงไม่ออก ที่เสิ่นเหวยอันพูดมาไม่ผิด สตรีในเมืองหลวงที่มีวรยุทธ์แทบไม่มี แต่มู่หลานเฟินกลับเป็นข้อยกเว้น

เสิ่นเหวยอันยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ย

"ตกลงตามนี้"

"ผู้ใดตกกลง?"

"ซื่อจื่อ งานนี้ท่านและข้าต้องตัดสินใจร่วมกัน คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจก็คือข้าด้วยส่วนหนึ่ง ท่านเอาอคติส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานเช่นนี้ หากงานไม่สำเร็จ จะทำเช่นไร ช่างไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ"

"เสิ่นเหวยอัน!"

ด้านมู่หลานเฟินที่แอบฟังอยู่ข้างนอกกระท่อมก็ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดชัดเจน นางได้ยินว่าพวกเขาจะไปสืบคดีกัน และต้องการตัวหญิงสาวคนหนึ่งที่มีวรยุทธ์ติดตามไปด้วย เสิ่นเหวยอันเสนอชื่อนาง นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่นี่นอกจากกินกับนอนแล้วนางก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ไม่สู้ออกไปท่องยุทธภพเสียหน่อย ช่วยพวกเขาทำงาน จะได้ไม่ต้องทนมองหน้าอวี้หลิงป้ามหาภัยนั่นทุกวัน

ยังไม่ทันที่นางจะเดินเข้าไปหาพวกเขาก็พบว่ามีดาบยาวเล่มหนึ่งวางพาดอยู่บนลำคอของนาง เมื่อเหลือบสายตาไปมองก็พบว่าเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังจ้องมองนางเขม็ง

"คุณหนูมู่ สอดรู้สอดเห็นสมควรตาย"

"เจ้าเป็นองค์รักษ์ลับของเซวียนซานหลางหรือ"

คนผู้นั้นไม่เอ่ยตอบแต่กลับจ้องนางเขม็ง มู่หลานเฟินถึงกับส่งเสียงเหอะในใจ เจ้านายกับลูกน้องนิสัยไม่ต่างกันเลยจริงๆ วันๆจ้องแต่จะฆ่านาง

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบและยังจะฆ่านางอีกด้วย นางจึงฉวยโอกาศตอนเขาไม่ทันระวังตนใช้ฝ่ามือปัดด้ามดาบให้ออกห่างจากคอตนเอง และยกเท้าถีบองค์รักษ์ลับผู้นั้นจนล้มลง

เสียงเคลื่อนไหวที่ด้านนอกทำให้เซวียนซานหลางและเสิ่นเหวยอันหันมามองหน้ากันโดยพลัน ก่อนที่คนทั้งสองจะรีบวิ่งออกมาจากกระท่อม เมื่อออกมาเห็นภาพตรงหน้าก็ทำเอาเซวียนซานหลางหน้าเขียวคล้ำ ส่วนเสิ่นเหวยอันก็ยืนปรบมือชอบใจอยู่ข้างๆเขา

ตอนนี้องค์รักษ์ลับผู้นั้นกำลังนอนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมู่หลานเฟินพลางร้องโอดครวญไม่เป็นภาษา

"มู่หลานเฟิน เจ้าทำอันใดองค์รักษ์ของข้า"

เซวียนซานหลางเอ่ยถามมู่หลานเฟินด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ มู่หลานเฟินหันมายิ้มให้เขาก่อนจะเอ่ยตอบ

"ไม่ได้ทำอันใด องค์รักษ์ของท่านจะตีข้า ข้าก็เลยชิงตีเขาก่อน ข้าเพียงผ่านทางมาได้ยินเรื่องที่พวกท่านสองคนกำลังปรึกษากัน เดิมทีคิดจะจากไปแล้วแต่คนของท่านจะทุบตีข้า ข้าเลยต้องป้องกันตัว"

เสิ่นเหวยอันเมื่อได้ยินที่มู่หลานเฟินบอกเล่าก็ยิ้มตาหยี

"น้องหรานหร่าน เจ้าช่างน่าค้นหาขึ้นทุกวันจริงๆ"

"พี่เสิ่นชมเกินไปแล้ว เกรงใจๆ"

เซวียนซานหลางหลับตาลงพยายามข่มกลั้นโทสะ ก่อนจะเดินเข้าไปดึงแขนของมู่หลานเฟินและลากนางเข้าไปในกระท่อม

ในเมื่อสตรีนางนี้รู้แล้วว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร คงจะปล่อยให้นางเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาไม่ได้ ท้ายที่สุด เซวียนซานหลางจำต้องยอมให้มู่หลานเฟินติดตามไปด้วย 

"หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ภารกิจของข้าล้มเหลว หากแผนการของข้าพังคร่ืนไม่เป็นท่าเพราะเจ้า ข้าจะส่งเจ้าไปนอนกองรวมกับเจ้าสาวที่เป็นศพพวกนั้น!"

มู่หลานเฟินลอบเบ้ปากในใจ

ขู่เก่ง! ชาติก่อนเคยเกิดเป็นงูเห่าหรือ!

แม้ในใจจะก่นด่าแต่เบื้องหน้ามู่หลานเฟินกลับพนักหน้ารับรู้ เสิ่นเหวยอันยกจอกสุราขึ้นดื่ม ก่อนจะเอ่ยกับนาง

"น้องหรานหร่านไม่ต้องกลัว มีพี่เสิ่นคนนี้อยู่ทั้งคน ซื่อจื่อคนบ้าอำนาจทำอันใดเจ้าไม่ได้หรอก"

“ได้ ข้าเชื่อพี่เสิ่นเจ้าค่ะ”

“ดีมาก เด็กดี”

เซวียนซานหลาง”....”

เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าตนเองไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้เล่า รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินอย่างไรอย่างนั้น!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   ตอนจบ

    แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าห่ำหั่นกับศัตรูเพื่อปิดจบสงครามฉากนี้นี้ ก็ได้ยินเสียงเกือกเท้าม้าดังกึกก้อง คนทั้งสามหันมาสบตากันอีกครั้ง ในดวงตาฉายแววเคร่งเครียดหรือนี่จะเป็นกำลังเสริมของชนเผ่าทุ่งหญ้า?ยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดให้มากความเซวียนซานหลางก็เห็นว่ากองทหารของแคว้นทุ่งหญ้าที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแตกแถวออกเป็นวงกว้าง ศีรษะของแม่ทัพเผาทุ่งหญ้าร่วงกระเด็นตกลงบนพื้นดวงตาเบิกโพลงเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะถูกสังหาร"ฆ่าทิ้งให้หมด!"เซวียนซานหลางมองไปเบื้องหน้า ก่อนที่ดวงตาของเขาจะแดงก่ำตอนนี้มู่หลานเฟิรกำลังควบอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจ มือหนึ่งจับบังเหียน มือหนึ่งถือหอกเอาไว้ในมือ ปลายด้ามหอกอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสด นางสวมชุดเกราะรวบผมขึ้นสูง ดวงตามั่นคงหนักแน่นไม่หวาดหวั่น ทุกทีที่นางควบม้าพาดผ่าน ล้วนมีทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าล้มตายราวกับใบไม้ร่วงเสิ่นเหวยอันและซูอวี้เฉิงเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกไม่น้อย เดิมทีพวกเขารู้ว่านางมีความสามารถ แต่ไม่คิดว่าจะองอาจเยี่ยงแม่ทัพใหญ่ผู้เจนจัดสงครามในสนามรบเช่นนี้มู่หลานเฟินหันมามองบุรุษทั้งสามคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่องอาจ

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   บทที่ 46 สงคราม

    เมื่อเรื่องราวคลี่คลายแล้ว ทุกคนจึงเกินทางกลับมาที่เมืองหลวง เมื่อกลับมาถึงก็ได้ทราบข่าวร้ายก่อนหน้านี้เซวียนชินอ๋องติดสุราจนเมามาย ทำให้สุขภาพไม่สู้ดีจนถึงขึ้นล้มป่วยลง อีกทั้งยังได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจเนื่องจากรู้ข่าวว่าอวี้หลิงปลิดชีพตนเองตายจากไป แม้ปากจะบอกว่าเกลียดชังนางย่ แต่เมื่อนางตายจากไปจริงๆ เขากลับทำใจไม่ได้ สุดท้ายจึงดื่มเหล้าหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุขภาพทรุดหนักลงเรื่อยๆ จวบจนทนไม่ไหวและตรอมใจตายตามอวี้หลิงไปก่อนจากเขาไม่ได้สั่งเสียสิ่งใดกับบุตรชายทั้งสองคน เอาแต่เหม่อลอยเรียกหาอวี้หลิงและอดีตพระชายาซึ่งก็คือมารดาของเซวียนซานหลาง จวบจนวาระสุดท้ายท่านพ่อของพวกเขาสองคนก็คิดถึงแต่ตนเอง ไม่เคยคิดถึงบุตรชายเลยแม้แต่น้อยงานศพของเซวียนชินอ๋องถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเมื่อบิดาตายจากไป ตำแหน่งชินอ๋องย่อมตกเป็นของเซวียนซานหลางโดยชอบธรรม ส่วนเซวียนเจ๋อนั้นเขาไม่อยากจะรับตำแหน่งใดทั้งสิ้น เขาอยากเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญที่ได้ใช้ชีวิตตามใจของตนด้านวังหลวงเองก็ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ฮ่องเต้เซวียนจงอาการไม่สู้ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังไม่ม่ีทายาทสืบทอด เหล่าขุนนางต่างหวาดหวั่นใจยิ่งน

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   บทที่ 45 จับคนร้าย

    วันคืนก็ผ่านไปเช่นนี้ จนกระทั่งสุขภาพของมู่หลานเฟินดีขึ้นมาก และเซวียนซานหลางก็สะสางธุระแล้วเสร็จและกลับมาเมืองหลวงพอดี นางจึงบอกเรื่องนี้กับเขาและตัดสินใจกลับบ้านเดิมสักครั้งจวนตระกูลอวี้เป็นตระกูลคหบดี พวกเขาเป็นคนเมืองจินหลิงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปไม่ไกลเท่าใดนัก นับว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองจินหลิงแล้ว พวกเขาทำการค้าหลายอย่าง หลายปีมานี้กิจการก้าวหน้า เพราะมีน้าสาวและสามีของนางคอยดูแลวันแรกที่มู่หลานเฟินกลับไปถึง ก็พบว่าพวกเขามีท่าทีแปลกประหลาดจริงๆ เหมือนไม่อยากต้อนรับ ราวกับมีบางอย่างปิดบังนางอย่างไรอย่างนั้น แต่่เพราะมู่หลานเฟินต้องการสืบความจริง นางจึงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นท่าทีนั้นของพวกเขาและยังบอกอีกว่าอยากจะพักอยู่ที่นี่สักระยะเพราะมีเรื่องจะมาแจ้งทุกคน นางเดินทางมาครั้งนี้นำสมบัติมาด้วยหลายหีบบอกว่าเป็นของที่นางเก็บสะสมเอาไว้ แต่ตอนนี้ถูกไล่ออกจากจวนอ๋องแล้วไร้หนทางไปจึงต้องกลับมาบ้านเดิม อวี้หลันมองหลานสาวตนเองด้วยแววตาที่่อ่อนโย แต่ภายในใจกลับเย้ยหยัน ตอนนี้อวี้หลิงถูกขับออกจากจวนอ๋องไปอยู่ที่วัด นางเองไม่ได้สนใจพี่สาวเท่ามดนักเดิมทีพวกนางก็เป็นพี่น้อง

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   บทที่ 44 น้องสาวบุญธรรม

    เรื่องราวสะเทือนขวัญทั้งหมดที่เกิดขึ้น สร้างคลื่นลมใหญ่หลวงให้กับราชสำนักเป็นอย่างมาก เหล่าราษฎรต่างหวาดหวั่น ต้องใช้เวลาร่วมหลายเดือนกว่าที่คราวจะเงียบหายไปหลังจากเกิดเรื่อง เซวียนชินอ๋องก็กลายเป็นคนเมามาย และวาดใส่คนอื่นไปทั่วทั้งจวน โดยเฉพาะกับมู่หลานเฟิน เขาเอาโทสะทั้งหมดไปลงที่นาง บอกว่านาและป้าของนางคือตัวซวย อีกทั้งยับขับไล่นางออกจากจวนอ๋อง เซวียนซานหลางและเซวียนเจ๋อเองก็ปวดหัวไม่น้อยแต่มู่หลานเฟินกลับไม่ได้โกธร นางเข้าใจเรื่องราวได้อย่างกระจ่างแจ้ง เมื่ออวี้หลิงสิ้นอำนาจแล้ว นางย่อมไม่อาจอยู่ที่จวนอ๋องได้อีก และนางเองก็ไม่อยากจะสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม จึงปรึกษากับเขาว่าจะไปหาซื้อบ้านใหม่อยู่ เปิดร้านขายอาหาร เพราะของมีค่าที่ได้รับพระราชทานมาก่อนหน้านี้ก็ยังมีเหลืออยู่ไม่น้อย แรกเริ่มเซวียนซานหลางไม่เห็นด้วย แต่ม่หลานเฟินกลับเอ่ยโน้มน้าวเขาอย่างใจเย็น เขาจึงยอมตามใจนางเซวียนซานหลางหาบ้านหลังหนึ่งได้ มันตั้งอยู่ในตลาดสามารถทำมาค้าขายได้ เซวียนเจ๋อเป็นห่วงน้องสาวอยากตามมาอยู่ด้วย แต่มู่หลานเฟินบอกว่านางอยู่ได้ชีวิตที่ยากกำบากไม่ใช่ว่านางไม่เคยพานพบ ใช้ชีวิตมาหลายชาติพบเจอความทุ

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   บทที่ 43 ยาพิษ

    เซวียนซานหลางและมู่หลานเฟินรีบวิ่งมาที่เรือนของอวี้หลิงอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงภาพตรงหน้าก็ทำให้พวกเขาถึงกับหน้าซีดเผือดตอนนี้เซวียนเจ๋อกำลังนอนอยู่บนเตียงเขากระอักโลหิตออกมาไม่หยุด ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนน่าหวาดหวั่น ลมหายใจก็รวยรินราวกับจะขาดเสียให้ได้ เซวียนซานหลางที่เห็นสภาพน้องชายตนที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ก็ตื่นตระหนกรีบสั่งให้คนไปตามหมอหลวงมาอย่างเร่งด่วน มู่หลานเฟินเข้าไปประคองญาติผู้พี่ของตนเอง ดวงตาของนางแดงกล่ำ ก่อนจะเอ่ย"เซวียนเจ๋อ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ท่านดื่มยาพิษเข้าไปได้อย่างไรกัน"เซวียนเจ๋อเงยหน้ามามองมู่หลานเฟินอย่างอ่อนแรง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาไม่ตอบอันใด เพียงมองไปที่มารดาของตนด้วยแววตาที่เย็นชาห่างเหินก่อนหน้านี้ท่านแม่ดูผิดปกติเป็นอย่างยิ่ง นางดูเหมือนครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา เขาจึงจับตาดูนางและพบว่านางกำลังวางแผนจะสังหารพี่ใหญ่ของเขาอีกครั้งเซวียนเจ๋อรู้สึกผิดหวังในตัวมารดาเป็นอย่างมาก เดิมทีเขาคิดว่าท่านแม่จะสามารถปล่อยวางความโลภในใจได้แล้ว แต่มันกลับไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย ท่านแม่ยังคงมีจิตใจริษยามักใหญ่ใฝ่สูงท่านแม่คิดอาศัยช่วงชุลมุนวางยาพิษพี่ใหญ่ เขาที

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายผู้ประสบภัย   บทที่ 42 ความจริง

    ด้านมู่หลานเฟินตอนนี้ก็ถูกโซ่ตรวนพันธนาการมือเท้าเอาไว้ นางได้กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นสายหนึ่งที่ฉุนจนแทบแสบจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ได้กลิ่นจากศพในรูปปั้นเทพธิดา อีกทั้งบนโต๊ะยังมียันต์หลายแผ่นวางเอาไว้"สวีเจี๋ย เราต้องรีบทำพิธีแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเลยฤกษ์ยามดี หลังจากนางตายก็เอาร่างนางหล่อเป็นรูปปั้นของเทพธิดา มอบนางเป็นเครื่องบูชายัญให้เทพปีศาจ เอาล่ะ ข้าจะเร่งขอพร ท่านก็รีบสังหารนาง จากนั้นก็ผ่าท้องนางและเอายันต์ขอพรยัดใส่เข้าไปพร้อมสมุนไพร""ได้เลย"ราชครูสวีรับคำ ด้านเฉินฮองเฮาก็นั่งลงเบื้องหน้าแท่นบูชาที่ตั้งอยู่ในห้องลับ ก่อนจะเอ่ยขอพรอย่างตั้งใจ"ท่านเทพปีศาจ ข้าได้นำเทพธิดามาสังเวยให้ท่านแล้ว หวังว่าท่านจะพอใจ เมื่อท่านพอใจแล้วก็ได้โปรดอำนวยอวยพระให้เซวียนจิ้น บุตรชายของข้าแข็งแรงโดยเร็ว ให้เขาได้ครองราชย์ยอย่างราบรื่น ไร้กังวลด้วยเถิด"มู่หลานเฟินมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่วูบไหว นางพอจะเข้าใจเรื่องราวได้แล้วราชครูสวีและเฉินฮองเฮาดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์พิเศษต่อกัน หรือว่าองค์ชายน้อยผู้นั้นจะ...ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดสิ่งใดต่อ ก็พบกับสวีเมิ่งเหยาที่วิ่งเข้ามา ราชครูสวีและเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status