Masukมู่หลานเฟิน ทะลุมิติไปหลายครั้งหลายหน เป็นทั้งคน ทั้งสัตว์ ครั้งนี้ได้ทะลุมิติมาเป็นถึงหลานสาวของพระชายาเอกจวนชินอ๋อง เดิมทีคิดว่าจะสุขสบาย แต่กลับผิดคาด เมื่อท่านป้านางคือตัวอันตรายที่จ้องจะปลิดชีพ เซวียนซานหลาง บุตรชายที่เกิดจากอดีตพระชายาคนก่อน หวังแย่งตำแหน่งซื่อจื่อจวนอ๋องมาให้บุตรชายของตน ที่สำคัญประวัติเจ้าของร่างนี้ที่นางมาอยู่ก็ใช่ย่อย ทั้งยั่วยวน ทั้งหลอกล่อเซวียนซานหลางสารพัดจนเขาชังน้ำหน้า นอกจากเขาจะขู่ฆ่านางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้ว ยังไม่อยากจะเข้าใกล้นางอีกด้วย แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อเขาและนางจะต้องเข้าไปช่วยกันสืบคดีปริศนาทั้งสามคดี ทุกคดีล้วนแฝงเร้นไปด้วยอันตรายและความลับที่ชวนหวาดหวั่น ระหว่างที่สืบคดี ความรู้สึกดีดีก็บังเกิดขึ้นไปพร้อมกัน แต่ความรู้สึกที่มากล้นนี้กลับเหมือนเข็มพิษอันตราย เมื่อนางคือหลานสาวของคนที่คิดจะสังหารเขา และเขาก็ต้องเลือกว่าจะถนอมความรักเอาไว้ หรือกำจัดคนที่คิดร้าย เซวียนซานหลางจะเลือกอะไร และมู่หลานเฟินจะเปลี่ยนใจเขาเช่นไร
Lihat lebih banyakแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าห่ำหั่นกับศัตรูเพื่อปิดจบสงครามฉากนี้นี้ ก็ได้ยินเสียงเกือกเท้าม้าดังกึกก้อง คนทั้งสามหันมาสบตากันอีกครั้ง ในดวงตาฉายแววเคร่งเครียดหรือนี่จะเป็นกำลังเสริมของชนเผ่าทุ่งหญ้า?ยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดให้มากความเซวียนซานหลางก็เห็นว่ากองทหารของแคว้นทุ่งหญ้าที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแตกแถวออกเป็นวงกว้าง ศีรษะของแม่ทัพเผาทุ่งหญ้าร่วงกระเด็นตกลงบนพื้นดวงตาเบิกโพลงเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะถูกสังหาร"ฆ่าทิ้งให้หมด!"เซวียนซานหลางมองไปเบื้องหน้า ก่อนที่ดวงตาของเขาจะแดงก่ำตอนนี้มู่หลานเฟิรกำลังควบอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจ มือหนึ่งจับบังเหียน มือหนึ่งถือหอกเอาไว้ในมือ ปลายด้ามหอกอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสด นางสวมชุดเกราะรวบผมขึ้นสูง ดวงตามั่นคงหนักแน่นไม่หวาดหวั่น ทุกทีที่นางควบม้าพาดผ่าน ล้วนมีทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าล้มตายราวกับใบไม้ร่วงเสิ่นเหวยอันและซูอวี้เฉิงเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกไม่น้อย เดิมทีพวกเขารู้ว่านางมีความสามารถ แต่ไม่คิดว่าจะองอาจเยี่ยงแม่ทัพใหญ่ผู้เจนจัดสงครามในสนามรบเช่นนี้มู่หลานเฟินหันมามองบุรุษทั้งสามคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่องอาจ
เมื่อเรื่องราวคลี่คลายแล้ว ทุกคนจึงเกินทางกลับมาที่เมืองหลวง เมื่อกลับมาถึงก็ได้ทราบข่าวร้ายก่อนหน้านี้เซวียนชินอ๋องติดสุราจนเมามาย ทำให้สุขภาพไม่สู้ดีจนถึงขึ้นล้มป่วยลง อีกทั้งยังได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจเนื่องจากรู้ข่าวว่าอวี้หลิงปลิดชีพตนเองตายจากไป แม้ปากจะบอกว่าเกลียดชังนางย่ แต่เมื่อนางตายจากไปจริงๆ เขากลับทำใจไม่ได้ สุดท้ายจึงดื่มเหล้าหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุขภาพทรุดหนักลงเรื่อยๆ จวบจนทนไม่ไหวและตรอมใจตายตามอวี้หลิงไปก่อนจากเขาไม่ได้สั่งเสียสิ่งใดกับบุตรชายทั้งสองคน เอาแต่เหม่อลอยเรียกหาอวี้หลิงและอดีตพระชายาซึ่งก็คือมารดาของเซวียนซานหลาง จวบจนวาระสุดท้ายท่านพ่อของพวกเขาสองคนก็คิดถึงแต่ตนเอง ไม่เคยคิดถึงบุตรชายเลยแม้แต่น้อยงานศพของเซวียนชินอ๋องถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเมื่อบิดาตายจากไป ตำแหน่งชินอ๋องย่อมตกเป็นของเซวียนซานหลางโดยชอบธรรม ส่วนเซวียนเจ๋อนั้นเขาไม่อยากจะรับตำแหน่งใดทั้งสิ้น เขาอยากเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญที่ได้ใช้ชีวิตตามใจของตนด้านวังหลวงเองก็ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ฮ่องเต้เซวียนจงอาการไม่สู้ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังไม่ม่ีทายาทสืบทอด เหล่าขุนนางต่างหวาดหวั่นใจยิ่งน
วันคืนก็ผ่านไปเช่นนี้ จนกระทั่งสุขภาพของมู่หลานเฟินดีขึ้นมาก และเซวียนซานหลางก็สะสางธุระแล้วเสร็จและกลับมาเมืองหลวงพอดี นางจึงบอกเรื่องนี้กับเขาและตัดสินใจกลับบ้านเดิมสักครั้งจวนตระกูลอวี้เป็นตระกูลคหบดี พวกเขาเป็นคนเมืองจินหลิงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปไม่ไกลเท่าใดนัก นับว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองจินหลิงแล้ว พวกเขาทำการค้าหลายอย่าง หลายปีมานี้กิจการก้าวหน้า เพราะมีน้าสาวและสามีของนางคอยดูแลวันแรกที่มู่หลานเฟินกลับไปถึง ก็พบว่าพวกเขามีท่าทีแปลกประหลาดจริงๆ เหมือนไม่อยากต้อนรับ ราวกับมีบางอย่างปิดบังนางอย่างไรอย่างนั้น แต่่เพราะมู่หลานเฟินต้องการสืบความจริง นางจึงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นท่าทีนั้นของพวกเขาและยังบอกอีกว่าอยากจะพักอยู่ที่นี่สักระยะเพราะมีเรื่องจะมาแจ้งทุกคน นางเดินทางมาครั้งนี้นำสมบัติมาด้วยหลายหีบบอกว่าเป็นของที่นางเก็บสะสมเอาไว้ แต่ตอนนี้ถูกไล่ออกจากจวนอ๋องแล้วไร้หนทางไปจึงต้องกลับมาบ้านเดิม อวี้หลันมองหลานสาวตนเองด้วยแววตาที่่อ่อนโย แต่ภายในใจกลับเย้ยหยัน ตอนนี้อวี้หลิงถูกขับออกจากจวนอ๋องไปอยู่ที่วัด นางเองไม่ได้สนใจพี่สาวเท่ามดนักเดิมทีพวกนางก็เป็นพี่น้อง
เรื่องราวสะเทือนขวัญทั้งหมดที่เกิดขึ้น สร้างคลื่นลมใหญ่หลวงให้กับราชสำนักเป็นอย่างมาก เหล่าราษฎรต่างหวาดหวั่น ต้องใช้เวลาร่วมหลายเดือนกว่าที่คราวจะเงียบหายไปหลังจากเกิดเรื่อง เซวียนชินอ๋องก็กลายเป็นคนเมามาย และวาดใส่คนอื่นไปทั่วทั้งจวน โดยเฉพาะกับมู่หลานเฟิน เขาเอาโทสะทั้งหมดไปลงที่นาง บอกว่านาและป้าของนางคือตัวซวย อีกทั้งยับขับไล่นางออกจากจวนอ๋อง เซวียนซานหลางและเซวียนเจ๋อเองก็ปวดหัวไม่น้อยแต่มู่หลานเฟินกลับไม่ได้โกธร นางเข้าใจเรื่องราวได้อย่างกระจ่างแจ้ง เมื่ออวี้หลิงสิ้นอำนาจแล้ว นางย่อมไม่อาจอยู่ที่จวนอ๋องได้อีก และนางเองก็ไม่อยากจะสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม จึงปรึกษากับเขาว่าจะไปหาซื้อบ้านใหม่อยู่ เปิดร้านขายอาหาร เพราะของมีค่าที่ได้รับพระราชทานมาก่อนหน้านี้ก็ยังมีเหลืออยู่ไม่น้อย แรกเริ่มเซวียนซานหลางไม่เห็นด้วย แต่ม่หลานเฟินกลับเอ่ยโน้มน้าวเขาอย่างใจเย็น เขาจึงยอมตามใจนางเซวียนซานหลางหาบ้านหลังหนึ่งได้ มันตั้งอยู่ในตลาดสามารถทำมาค้าขายได้ เซวียนเจ๋อเป็นห่วงน้องสาวอยากตามมาอยู่ด้วย แต่มู่หลานเฟินบอกว่านางอยู่ได้ชีวิตที่ยากกำบากไม่ใช่ว่านางไม่เคยพานพบ ใช้ชีวิตมาหลายชาติพบเจอความทุ
อวี้หลิงที่อยู่ในจวนอ๋องเมื่อได้ยินข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับเซวียนซานหลางและมู่หลานเฟินนั้น นางก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงรับฟังเงียบๆเท่านั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงไม่กระตือลือล้นที่จะทำลายเซวียนซานหลางอีก อาจเพราะเกิดเรื่องครั้งนั้นขึ้นมันจึงทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนไป ถึงอย่างนั้นนางก็ยังหวังต
มู่หลานเฟินเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะยกมือน้อยๆทั้งสองไปดันแผงอกของชายหนุ่มจนสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของเขาได้ นางรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเซวียนซานหลงเองก็ไม่คิดดึงดันที่จะกดนางลงบนเตียงอีก คนทั้งสองนั่งอยู่ข้างกัน พลางมองหน้ากันไปมามู่หลานเฟินเองก็รู้อยู่ในใจมานานแล้ว เซวียนซานหลางเป็นคนฉลาดเขาไม
เมื่อสงครามจบลง หนานอ๋องถูกควบคุมตัวไปคุมขังไว้ในคุกของเมืองเจียงตาน หน้าที่สืบสวนและสอบปากคำตกไปเป็นของซูอวี้เฉิง แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่บุตรชายตายจากไป หนานอ๋องก็กลายเป็นคนสติวิปลาสไปเสียแล้ว เขาเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญหาบุตรชาย สุดท้ายก็ตรอมใจตายจากไปในเวลาต่อมาส่วนเด็กๆที่ถูกช่วยออกมาได้ทันเวลาก็ถู
สถาณการณ์ในเมืองเจียงตานตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก นายอำเภอหม่าลอบฉวยโอกาศช่วงกลางดึกของคืนถัดมาเดินทางหลบหนีออกมาจากเมืองเจียงตาน เพราะรู้ว่ามีคนล่วงรู้ความลับของตนเข้าเสียแล้ว คาดกว่าเขาคงจะเดินทางข้ามชายแดนไปยังแคว้นหนาน เพื่อเข้าร่วมกับศัตรูที่ตนร่วมมือด้วยเจ้าเมืองเจียงตานยอมจำนนต่อความผิดแล












Ulasan-ulasan