Se connecter{ยามเฉิน} 07.00-08.59 น.
“พระสนมพระอาการเป็นเช่นไรเพคะ”
หลิวหลิวเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง สติของเธอสามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีดวงตาเรียวหงส์หันมองไปรอบ ๆ ราวสำรวจสิ่งของเครื่องใช้ ต่าง ๆ ที่ดูแปลกตา หลิวหลิวถูกพัดนำดวงวิญญาณห้วงสุดท้ายของจิตสำนึกเธอมายังร่างที่ไร้ดวงจิต แต่ว่าดวงจิตของเธอนั้นแทนที่จะกลับไปสู่ร่างเดิม กลับถูกพัดพามายังร่างของหญิงสาวอีกคน
‘นี่เรามาอยู่ยุคไหนกันละเนี้ย..ทำไมทุกสิ่งอย่างรอบตัวถึงดูแตกต่างราวคนละยุคละสมัยอย่างนี้นะ’ ร่างเล็กยันตัวลุกก่อนจะเอนศีรษะอิงกับเตียงนอน เธอหันจ้องมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียงใบหน้ารูปไข่แววตาส่งยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะบิดผ้าสีขาวสะอาดจากอ่างทองเหลืองขนาดพอเหมาะ มือเล็ก ๆ ของนางยกขึ้นบรรจงสัมผัสเช็ดใบหน้าเธออย่างเบามือ
"ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนช่วยบอกได้ไหมคะ" หลิวหลิวเอื้อนเอ่ยออกมาแม้แต่น้ำเสียงของเธอก็ดูต่างออกไปราวกับเป็นคนละคน
“พระสนม!! พระสนมรู้ไหม ตอนที่พระองค์ตกลงไปในสระบัวนั่น หม่อมชั้นเกือบจะกระโดดลงตามพระสนมเสียแล้ว โชคดีที่องครักษ์เฉินเห็นเข้าจึงช่วยพระสนมได้ทันนะเพคะ”
“องครักษ์เฉิน?” หลิวหลิวหลุดเอ่ยเบา ๆ อย่างสงสัย เธอเพราะเธอรู้สึกเหมือนรู้จักคุ้นเคยชื่อนี้มาก่อน
“พระสนมอย่าทรงทำเช่นนั้นอีกนะเพคะ” หญิงสาวตรงหน้าเธอเอ่ยพร้อมน้ำตาเออล้นจนเกือบจะไหล แต่หญิงสาวผู้นี้ก็ยังคงเช็ดลูบแขนของร่างเธอนั้นอย่างเบามือ
"ช่วยบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น" หลิวหลิวพยายามเค้นหาความจริงเพราะเธอมั่นใจว่าร่างที่เธอรู้สึกนี้มันไม่ใช่ตัวเธอเลยจะทั้งอดีตหรืออนาคตก็ตาม
"พระสนมตกลงไปในสระบัวที่สวนซีเซียนพร้อมกับพระสนมจูเสียนเฟยเพคะ"
'พระสนมจูเสียนเฟย องครักษ์เฉิน ทำไมชื่อช่างดูคุ้นเคยนัก' หลิวหลิวนึกคิด เธอพยายามค่อย ๆ ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่
'ทำไมชื่อทั้งสองคนช่างเหมือนตัวละครในนิยายเรื่องจักรพรรดินีผู้หนึ่งเดียว' เธอมองมือเล็ก ๆ ที่ดูซูบผอมแต่ผิวพรรณกลับดูผุดผ่อง
‘ถ้าเดาไม่ผิดเราก็คงจะเป็นสนมคนใดคนหนึ่ง ว่าแต่สนมคนไหนกัน’
"เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรเหรอ" เธอเอ่ยถามขณะที่ร่างบางตรงหน้าน้ำตายังมิแห้งหายกับร้องโฮขึ้นมาอีกครั้ง
"อือ..อือ ..พระสนม ทรงลืมหลินเสียงแล้วหรือเพคะ"
'หลินเสียง องครักษ์เฉิน นี่เราอยู่ในร่างสนมหลิวซูเฟยงั้นเหรอ...ตาแก่นั่นคงสะเพร่าเหมือนเดิมซินะ ไม่ส่งฉันกลับไปร่างเดิมยังไม่พอ ยังส่งฉันมาอยู่ร่างใกล้ตายอีก' หลิวหลิวยกขาหนึ่งวางบนเตียงพร้อมเอามือเท้าศีรษะเล็ก ๆ นั่นไว้
“แล้วองครักษ์เฉินอยู่ไหนรึ”
“องครักษ์เฉิน..? ” หลินเสียงจ้องมองหน้านายหญิงตนพลางก็สงสัยเพราะยามปกติแล้วนางจะเรียกองครักษ์ข้างกายเพียงชี่อ หากในยามนี้กลับเรียกราวกับคนแปลกหน้ากัน
"อือ..อือ..พระสนมท่านป่วยแล้วจริง ๆ" หลินเสียงร้องไห้หนักอีกครั้งจนเธอต้องตบหลังร่างบางนั่นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยแก้ตัว
“อ่ะ…ข้าหมายถึงเฉินฮั่ว เจ้าเรียกเขาให้ข้าหน่อย” หลิวหลิวนึกขึ้นได้จึงรีบแก้ตัว
‘นี่เราจะใช้ชีวิตเป็นสนมหลิวรอดไหมนะ ในเนื้อหาเรียกว่าเป็นตัวละครที่มีอายุสั้นเสียจริง…เห้อ..’ หลิวหลิวนึกไปพลางถอนหายใจไป นึก ๆ แล้วชีวิตเธอช่างน่าสงสารนักตายแล้วก็จะต้องมาตายซ้ำอีก
“เดี๋ยวหม่อมชั้นไปเรียกองครักษ์เฉินให้นะเพคะ” หลินเสียงยกมือหนึ่งปาดน้ำตาก่อนจะลุกถืออ่างทองเหลืองออกไป
หลินเสียงเดินก้าวข้ามธรณีประตูไม่ไกลก็พบร่างสูงยืนกอดอกอิงบานผนังเฝ้ารออยู่ข้าง ๆ ประตูห้องเหมือนในทุกๆ วันตั้งแต่ที่สนมหลิวซูเฟย หรือหลิวเซียงเอ๋อร์ตกน้ำ องครักษ์หนุ่มผู้นี้ก็ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นสลักอยู่หน้าประตู สายตาคมดุทอดมองออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย
“พระสนมทรงเรียกหาท่าน ท่านเข้าไปเถอะองครักษ์เฉิน” หลินเสียง กล่าวสั้น ๆ
“พระสนมเป็นเช่นไร อาการดีขึ้นมากไหมแม่นางหลิน” เฉินฮั่วรีบถาม
“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ แต่....."
"แต่อะไรหรือแม่นางหลิน?"
"เชิญท่านเข้าไปดูเถอะ ให้พระสนมทรงรอนานจะทรงโกรธได้นะเจ้าคะ”
หลิวหลิวหลับตาพริ้มเธอนึกยังไงก็ไม่เห็นความทรงจำของสนมหลิวซูเฟยเลยมีเพียงความมืดยามหลับตากับเสียงผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
‘ทำไมในนิยายที่ฉันเคยอ่านเวลาข้ามเวลามาอยู่ในร่างอีกคนถึงสามารถดูความทรงจำร่างคนอื่นได้ล่ะ หรือเรายังตั้งสมาธิไม่พอ’ นึกได้เช่นนั้นเธอจึงยกขาทั้งสองข้างขึ้นนั่งขัดตะหมาดพร้อมวางมือประสานไว้ที่ตัก เฉินฮั่วเปิดประตูเข้ามา เขาได้แต่ยืนมองท่าทางแปลก ๆ ของนางอย่างไม่เข้าใจ ครั้นจะถาม เห็นจะไม่สมควร เขาจึงทำได้เพียงยืนรอนาง หลิวหลิวเริ่มหมดความอดทนในการค้นหาความทรงจำของเจ้าของร่างเธอจึงลืมตาขึ้นอย่างเร็ว
“แม่ตก!!” เสียงอุทานเล็ก ๆ หลุดออกจากริมฝีปากเล็ก ๆ ทำให้คนที่ยืนตรงหน้าถึงกับขมวดคิ้วเรียวนั่น
“กระหม่อมคารวะพระสนม” เฉินฮั่วยกมือประสานโค้งคำนับ
‘พระเจ้านี่องครักษ์เฉินหรือนี่ ฉันคิดว่านายแบบซะแล้ว สนมหลิวโชคดีจังมีคนหล่ออยู่ข้างกายแบบนี้ ไม่ต้องสนใจฮ่องเต้แล้วก็ได้ เป็นเราเมินซิคะ ในเมื่อฮ่องเต้เองก็ไม่ได้สนใจสนมหลิวอยู่แล้วด้วยแบบนี้เราก็คงพ้นโทษถูกส่งเข้าตำหนักเย็น’
“พระสนมทรงเรียกระหม่อมมาทรงมีอะไรจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เออ..เราเรียกท่านเพราะอยากขอบคุณที่ท่านช่วยเราไว้” หลิวหลิวในร่างหลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยตอบอย่างเกรง ๆ เธอไม่เคยเห็นใครรูปงามเช่นนี้มาก่อน
‘คงเป็นเขาซินะที่เห็นเมื่อคราวที่แล้ว ฉันนี่น่าอายจริง ๆ เห็นคนองครักษ์ตัวเองก็คิดว่าเทพเซียนบนสวรรค์’ นางนึกถึงภาพชายหนุ่มเมื่อครั้นลืมตาตื่นหลังจากที่ได้สติจากการจมน้ำเมื่อสามวันก่อน
“มันคือหน้าที่กระหม่อม ขอพระสนมอย่าได้ถือเป็นหนี้บุญคุณ หากเป็นบุญคุณนั้นแล้ว กระหม่อมเองต้องเป็นผู้ตอบแทนพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฮั่วรีบกล่าว
“เช่นนั้นเราก็ยังอยากขอบคุณท่านอยู่ดี ท่านอยากได้อะไรบอกเรา เราจักให้ท่าน” หลิวหลิวเอ่ยถึงน้ำใจที่นางจะมอบให้ ผิดกับหลิวเซียงเอ๋อร์คนเดิมแทบไม่มีเลย นางเกิดในตระกูลสูงศักดิ์และคิดเสมอว่าบ่าวไพรเป็นของตระกูลหลิวแม้จะตายแทนก็ย่อมได้ จริงอยู่ในยุคสมัยนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ หลิวหลิวผู้ที่เกิดอยู่ในยุคสองพันสิบสอง ยุคสมัยที่ทุกคนเท่าเทียมกันย่อมต้องมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรคิดแบบนั้น
“มิสมควรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทำตามหน้าที่ขอพระสนมอย่าได้ทำเช่นนี้เลยกระหม่อมมิสบายใจได้พ่ะย่ะค่ะ” เฉินฮั่วคุกเข่าลงยกมือประสานขึ้นเหนือศีรษะ
‘ช่างเป็นคนดีเสียจริง’ ดวงตาเธอจับจ้องท่าทางบุรุษตรงหน้าพลางนึกชมเขาอยู่ภายใน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ
“งั้น…หากท่านยังนึกไม่ออกตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ไว้เมื่อท่านนึกได้เมื่อไหร่ขอให้บอกเราถือว่าเป็นน้ำใจจากเราก็พอ”
“เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฮั่วโค้งคำนับก่อนจะลุกยืนตรงตามเดิม แม้เขาจะรู้สึกแปลกใจในท่าทางของหลิวเซียงเอ๋อร์เช่นไร แต่ความรักที่เขามีให้นางก็ยังคงเช่นเดิม
❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่
"ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ
"ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล
ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา
หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม
สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป






![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![ไอยคุปต์ มนตรา พันธนาการราคะ [PWP] + [NC30+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)