Se connecterหลังจากที่ร่างกายเริ่มรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หลิวเซียงเอ๋อร์ยันกายลุกขยับออกจากเตียงพร้อมทำท่าบิดไปมา
“ตายแล้ว!! พระสนมทรงทำท่าอะไรเพคะ” หลินเสียงรีบเอ่ยปรามขณะที่นางเดินยังไม่พ้นธรณีประตูด้วยซ้ำ
“ก็บิดขี้เกียจไงเจ้าไม่รู้จักหรือ” หลิวเซียงเอ๋อร์ทำหน้าสงสัยนางไม่รู้ว่าสตรียุคนี้จะอ่อนช้อยไปไหนกันรักษากิริยามารยาทแม้ยามอยู่ในห้องหอส่วนตัวก็ตาม
“ขี้เกียจ? พระสนมเหตุใดทรงพูดไม่ไพเราะเช่นนั้นเพคะ” หลินเสียงเอ่ยถามระคนสงสัย นางไม่เคยเห็นสนมตนจะลืมกริยางดงามแม้ยามนอนนางก็จะบรรจงเอนกายอย่างสง่างาม
“ก็มันขี้เกียจจริง ๆ แล้วก็น่าเบื่อมากด้วย ตั้งแต่เราลุกมายังมิได้ก้าวออกจากตำหนักไปไหนเลย” หลิวเซียงเอ๋อร์ทำปากเบ้ตึงสายตามองหลินเสียง
“เช่นนั้นพระสนมจักเข้าเฝ้าฮ่องเต้ใช่หรือไม่เพคะ” หลินเสียงถามอย่างใคร่รู้เพราะปกติแล้วยามที่นางลุกจากเตียงจะเอ่ยถึงฮ่องเต้เป็นคนแรก
“ไม่..เราจะออกไปเที่ยวชมตลาด เจ้าว่าดีหรือไม่” หลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยชวนหลินเสียงที่กำลังเตรียมน้ำล้างหน้าให้นาง
“หม่อมชั้นว่าพระสนมควรเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก่อนดีหรือไม่เพคะ”
“ทำไมเราต้องเข้าเฝ้าก่อนด้วยหล่ะ ในเมื่อฮ่องเต้ก็ทรงมีสนมมากมายใส่ใจดูแลแล้ว”
“พระสนมพูดเช่นนี้มิได้นะเพคะ หากผู้ใดได้ยินจะนำไปกราบทูลฮ่องเต้ได้นะเพคะ”
“เข้าใจแล้ว ๆ งั้นเอาไว้พรุ่งนี้เราจะไปดีไหม แต่วันนี้เราไปเที่ยวตลาดกันก่อน”
“แต่...”
"ไม่มีแต่ หากเจ้าเรื่องเยอะเราจะออกไปคนเดียวก็ได้"
"มิได้นะเพคะ..เช่นนั้นหม่อมชั้นต้องไปบอกองครักษ์เฉินก่อนเพคะ" หลินเสียงประสานมือเสมออกน้อมย่อกายลงก่อนจะเดินออกไป หลิวเซียงเอ๋อร์นั่งพิจารณาใบหน้าเล็กเรียวที่สะท้อนกับแผ่นทองเหลืองขัดจนมันวาวราวกับกระจก แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนนัก
‘หน้าเล็กจังดูจมูกนี่ซิชั่งน่าบีบนักเชิดรั้นราวคนหยิ่งยโส ดวงตายาวเรียวคมเฉียวราวกับตาหงส์ ช่างเป็นนางร้ายที่ดูสวยงามปานล่มเมืองจริง ๆ ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ แอบนึกหมั่นใส้ผิดกับเธอที่เป็นหญิงสาวหน้าตาสุดแสนจะธรรมดา แต่กับหลิวเซียงเอ๋อร์นางมีรูปโฉมงดงามชายใดได้เห็นต่างก็คงต้องหลงรัก หากแต่นางกลับเลือกที่จะเป็นเพียงสนมของฮ่องเต้ผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง
“พระสนม..องครักษ์เฉินเตรียมรถม้าไว้ให้พระองค์แล้วเพคะ” หลินเสียงเดินเข้ามาด้านหลังขณะที่นางกำนัลสองสามนางกำลังแต่งกายให้กับเธออย่างงดงาม ใบหน้าที่ขาวซีดกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้น ผิดเพียงที่เธอสั่งห้ามไม่ให้นางกำนัลผัดแป้งเยอะเหมือนทุกครั้ง เพราะเธอคิดว่าสนมหลิวซูเฟยผิวพรรณนั้นดีอยู่แล้วแต่งแต้มเพียงนิดหน่อยก็งดงาม
เสียงผู้คนพูดคุยกันเสียงดังครึกครื้นทำให้นางที่อยู่ภายในรถม้าอดที่จะแง้มผ้าออกมาดูผู้คนไม่ได้
“พระสนมเดียวเราลงเดินชมตลาดกันตรงนี้ดีหรือไม่เพคะ”
“ดี..งั้นเราลงก่อนนะ” หลิวเซียงเอ๋อร์ลุกพรวดอย่างลืมตัว
‘อ่ะ..ไม่ได้ซินะฉันเป็นสนมหลิวแล้วต้องรักษากิริยาท่าทางเสียหน่อย’ เธอหันไปมองจ้องหน้าหลินเสียงที่อ้าปากค้าง
“พระสนม!! ท่านทำท่าทางเยี่ยงนี้ไม่ได้นะเพคะ”
“อืม..เรารู้แล้วไปเถอะหลินเสียง เฉินฮั่วท่านไม่ต้องตามติดเราก็ได้ไม่มีเรื่องอันใดหรอก” หลิวเซียงเอ๋อร์หันมาบอกองครักษ์ข้างกายที่กำลังจะเดินมาขนาบข้างกับเธอ จนเขาต้องหยุดก้าวถอยหลังไปสองก้าว
หลิวเซียงเอ๋อร์เพลิดเพลินกับการเที่ยวชมตลาดโบราณนี้นักผู้คนสวมใส่อาภรณ์ราวกับอยู่ในซีรีย์หนังจีนโบราณ เสียงตะโกนเรียกซื้อไม่ขาดสายสิ่งของต่าง ๆ ก็ดูแปลกตา
“คุณหนูท่านดูหยกของข้าก่อนไหม หยกข้าสวยงามที่สุดใต้หล้านะขอรับ” เสียงแหบ ๆ เอ่ยเรียกเธอข้าง ๆ หลิวเซียงเอ๋อร์หันชมหยกสวย
‘สวยจริง ๆ ด้วยแหะ ขนาดสมัยนี้เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ก้าวหน้าแต่หยกชิ้นนี้สวยมันเงาเชียว’ หลิวเซียงเอ๋อร์พลิกหยกไปมา
“คุณหนูข้าว่าเราเดินชมกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” หลินเสียงเรียกหลิวเซียงเอ๋อร์เหมือนเช่นแต่ก่อน ก่อนที่เธอจะแต่เข้ามาเป็นสนมตำแหน่งซูเฟย เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่านางเป็นใคร และเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านจะจดจำใบหน้าพระสนมไม่ได้ซึ่งสมัยนั้นกษัตริย์นั่งเกี้ยวผ่านชาวบ้านต่างก็ต้องก้มหน้าลงพื้นดินตามธรรมเนียมประเพณี
……
“พี่ใหญ่ท่านดูนั่น นั่นพระสนมหลิวซูเฟยมิใช่หรือขอรับ” บุรุษสองคนที่นั่งมองลงมาจากชั้นบนของหอคณิกา
“นางออกวังมาเที่ยวชมตลาดช่างแปลกนัก” บุรุษหนึ่งพึมพำเบา ๆ แววตาคมจ้องมองคล้ายคนสงสัย เดิมสนมหลิวซูเฟยเป็นคนหยิ่งยโสโอหังไม่ชอบเบียดเสียดกับผู้ใดแต่ยามนี้นางกับเดินชมอย่างเพลิดเพลินอารมณ์ดี
‘เหตุใดนางถึงออกมาอยู่ในที่แบบนี้กัน ในเมื่อหายดีแล้วทำไมถึงไม่เข้าเฝ้าฮ่องเต้’ ร่างแกร่งสูงกำยำจับสาบเสื้อกระชับเข้ากับลำตัวก่อนจะกระโดดลงมายังมุมกำแพงอิฐเก่า ๆ เขาต้องการอยากรู้ว่านางออกมาติดต่อหาใครหรือไม่เพราะในสายข่าวกรองที่ได้รับมีเพียงบอกเป็นสนมในวังเป็นผู้ติดต่อกับกลุ่มคิดก่อการกบฏที่ลักพาตัวไท่เฟยไป
“แค่ติดตามนางไป อย่าให้นางรู้ตัว เจ้าจงระวังองครักษ์นางด้วย” บุรุษชุดดำกระซิบบอกบุรุษที่ยืนแนบข้างอีกคน
“ขอรับ” เขาน้อมคำนับก่อนจะกระโดดหายไปอย่างไร้เงา
……
“คุณหนูข้าว่าเราเดินชมตลาดกันนานแล้ว เช่นนั้นเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ” หลินเสียงเดินหอบหิ้วสิ่งของพะรุงพะรังเช่นเดียวกับเฉินฮั่ว นางรีบเดินขนาบข้างนายสาวก่อนจะทักท้วงเบา ๆ หลิวเซียงเอ๋อร์หยุดเดินและหันมามองร่างบางข้าง ๆ ที่ถือของสูงท้วมใบหน้าทำให้อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮะ..ฮ่า ก็ได้ ๆ เรากลับกันก่อนก็ได้” หลิวเซียงเอ๋อร์หยิบยกสิ่งของนั่นก่อนจะเดินนำฝ่าผู้คนที่กำลังเดินชมเดินซื้อสิ่งของต่าง ๆในตลาด
.......
“หลบเร็ว!! หลบเร็ว!! รถม้าพยศกำลังวิ่งมาทางนี้” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนมาจากที่ไกล ๆ แต่ก็พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลิวเซียงเอ๋อร์หันไปมองหน้าองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก่อนที่เขาจะลอยตัวไปควบรถม้านั่น เฉินฮั่วพยายามยื้ออาชาสองตัวที่กำลังพยศเขารั้งดึงไว้จนอาชาคู่หยุดลง แต่เกี้ยวที่หลุดออกกับวิ่งตรงมายังหลิวเซียงเอ๋อร์ เธอมองรถม้าที่วิ่งมาด้วยความเร็วจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่เพียงหลับตาแน่น
พลัก!! ตุบ!!
‘ไม่เจ็บแฮ่ะ…’ หลิวเซียงเอ๋อร์ค่อย ๆ ลืมตามอง ภาพที่เห็นคือร่างของเธอกำลังนอนทับลงแผลงอกแกร่งของเขา ริมฝีปากอิ่มประกบทับบนผืนผ้าคลุมที่ใช้ปกปิดใบหน้า แม้ว่าสัมผัสที่เธอประทับลงจะมีผ้ากั้นไว้แต่ความรู้สึกกลับสัมผัสได้ถึงริมฝีปากอุ่นของเขามันช่างชัดเจนเสียยิ่งกระไร
“อ่ะ!!..” เธอรีบดันตัวลุกขึ้นจัดแต่งชุดให้เรียบร้อยด้วยความไว ใบหน้านวลตอนนี้เริ่มมีสีแดงระเรือบุรุษในชุดดำรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เขาไม่เคยเห็นท่าทางเขินอายของสตรีใดน่ามองเช่นนาง
“คุณหนู!! คุณหนูเจ้าคะ” เสียงเรียกของหลินเสียงที่ดังเรียกมาแต่ไกล ทำให้บุรุษชุดดำรีบใช้วิชาตัวเบากระโดดหลบหายไปเสียก่อนที่นางจะมาถึง หลิวเซียงเอ๋อร์ ได้แต่ยืนหันซ้ายมองขวา เธออยากรู้ว่าชายชุดทำเป็นใครแล้วทำไมถึงมาช่วยเธอไว้
"คุณหนู ข้าคิดว่าคุณหนูจะได้รับบาดเจ็บแล้วเสียอีก ข้านี่สมควรได้รับโทษจริง ๆ ที่ปล่อยคุณหนูอยู่ในที่อันตรายเช่นนี้” หลินเสียงตำหนิตนเองที่ละทิ้งให้เธอคาดสายได้จากนาง
“พระสนมข้าว่าเรารีบกลับตำหนักกันเสียจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฮั่วรีบเดินนำรถม้าเข้ามารอรับ หลิวเซียงเอ๋อร์ยังคงเก็บความสงสัยไว้เธอเพราะดวงตาและคิ้วเรียวพาดเฉียงนั่นทำให้เธอกลับนึกถึงภาพของใครซักคน
❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่
"ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ
"ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล
ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา
หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม
สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป







