Share

ตอนที่ 9 วัดฮุ่ยหลอ

Penulis: Jiulin
last update Tanggal publikasi: 2024-12-15 11:00:47

-วัดฮุ่ยหลอ-

“เจ้าพาข้ามาถูกที่แน่นะ”

“ถูกแน่นอนเพคะ ขึ้นเขาไปอีกนิดนึงก็ถึงวัดแล้ว”

“แล้วเหตุใดถึงได้รกร้างน่ากลัวเช่นนี้กันเล่า”

“หม่อมฉันถึงได้บอกท่านอย่างไรล่ะเพคะว่าวัดนี้ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาเลยสักคน ถึงได้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีคนเหลียวแลเช่นนี้”

“โอ๊ย!!น่ากลัวชะมัด ข้าไม่ไปมันแล้ว”

จังหวะที่จ้าวซูหลินกำลังจะหันหลังกลับก็ได้ยินเสียงเหมือนบทเพลงบรรเลงจากที่ไหนสักแห่งดังก้องกังวานกระทบกับใบหูของนาง

แต่เมื่อฟังชัดๆบทเพลงนั้นช่างเหมือนเพลงที่นางชอบฟังหลังออกจากการทำงานในโรงพยาบาลในยุคที่นางจากมาเสียจริง

“หูแว่วไปหรือไม่นะ”

“อะไรหรือเพคะ”

“เจ้าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยหรือ”

“เสียงอะไรหรือเพคะ พระสนมอย่าทำให้หม่อมฉันกลัวสิเพคะ”

จ้าวซูหลินไม่สนใจที่ซั่วอิงพูด นางเดินขึ้นไปตามไหล่เขาเรื่อยๆ น่าแปลกที่ยิ่งเดินต่อบทเพลงนั้นก็เหมือนจะดังเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาพบกับอารามเก่าแก่หลังหนึ่ง

“นั่นอย่างไรล่ะเพคะ อารามที่ท่านเคยมาสักการะและพบเจ้าอาวาสที่นี่”

“ที่นี่งั้นหรือ เจ้ารอข้าที่นี่นะ”

“แต่ว่าพระสนม”

“นั่งรอตรงนี้แหละ กลางวันแสกๆกลัวอะไร”

‘หืม เหตุใดข้าถึงจำได้ว่าตอนอยู่ที่ตีนเขาพระสนมยังบอกว่าที่นี่น่ากลัวอยู่เลยล่ะ’

ซั่วอิงนั่งลงตรงม้านั่งเก่าๆก่อนจะมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง จ้าวซูหลินค่อยๆเดินตามเสียงเพลงนั้นเข้าไปในอารามด้วยความระมัดระวัง 

แต่เมื่อเข้ามาถึงด้านในบทเพลงนั้นกลับค่อยๆเงียบลงจนในที่สุดก็ไม่ได้ยินเสียงใดแว่วมาอีกเลย นางสอดส่ายสายตาหันมองไปทั่วทั้งอารามกลับไม่พบผู้ใดเลยสักคน

“น่าแปลกหากไม่มีคนอยู่ที่นี่ แล้วเพลงนั่นมาจากไหนกัน”

“เจ้าหาใครอยู่หรือ”

“คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย!”

“พูดภาษาอะไรของเจ้า”

“ทะ ท่านเป็นใคร?”

“เจ้ามาที่นี่โดยไม่รู้ว่าข้าคือใครเช่นนั้นหรือ”

“คือว่าข้า”

“ช่างเถอะ ข้าคือเจ้าอาวาสของวัดนี้”

“ในที่สุดเวลาที่ข้ารอคอยก็มาถึงเสียที รู้หรือไม่ข้าคอยเจ้าอยู่นานหลายปีเลยเชียวล่ะอึดอัดจะแย่ข้าอยากจะออกท่องยุทธภพมานานแล้ว”

“ท่านหมายถึงอะไรกันหรือเจ้าคะ”

“มานี่สิ”

จ้าวซูหลินหลี่ตาลงด้วยความไม่ไว้วางใจบุรุษตรงหน้า

“เจ้าคิดบ้าอะไร คิดอกุศลกับข้าหรืออย่างไร”

“อะ อะไรนะ”

“เฮ้อ เช่นนั้นก็นั่งรอข้าตรงนี้เดี๋ยวข้ามา”

จ้าวซูหลินเห็นเขาเดินเข้าไปในห้องที่มีบานประตูลับบานหนึ่งหากไม่มองดีๆคงไม่รู้เลยว่านั่นคือประตู!

“คุณพระ! ประตูโดเรม่อนก็มา”

เพียงไม่นานชายผู้นั้นก็เดินออกมาในมือของเขาถือกล่องไม้สีขาวบริสุทธิ์กล่องหนึ่งติดมือออกมาด้วย

“เอานี่ ของเจ้า”

“ของข้า? ท่านคงเข้าใจผิดแล้วล่ะข้าพึ่งจะ…”

“เจ้าพึ่งจะมาที่นี่คงคิดว่าไม่มีสิ่งใดเป็นของเจ้าแม้แต่ร่างที่เจ้าอาศัยอยู่สินะ”

“ทะ ท่าน! ท่านรู้ได้อย่างไร”

“ข้าคือผู้ถือศีลเป็นผู้ที่กุมความลับสวรรค์ บางสิ่งบางอย่างแม้ข้าจะพูดออกมาไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ เอ้ารีบรับไปสิ”

จ้าวซูหลินรับเอากล่องไม้มาถือเอาไว้ในมือ แต่เมื่อเพ่งพินิจดูอีกครั้งเหตุใดกล่องนี้ถึงได้คุ้นตานักล่ะ ไม่ใช่ว่าเป็นกล่องอุปกรณ์การแพทย์ของนางที่อาจารย์ของนางเคยมอบเป็นของขวัญให้หรอกหรือ

“ข้าคืนให้เจ้า”

“คืนให้ข้า? ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าค่ะ”

“ของที่เป็นของเจ้าก็ย่อมกลับคืนหาเจ้าและไม่ว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใดย่อมมีทุกสิ่งที่เจ้าต้องการอยู่ในนั้น กล่องนี้อาจารย์ของเจ้ามอบให้ไว้ใช่หรือไม่ล่ะ”

“ท่านรู้ได้อย่างไร แล้วยังรู้อีกว่าข้าไม่ใช่คนที่นี่”

“ข้าหยั่งรู้ทุกเรื่อง”

“แล้วข้าจะได้กลับบ้านหรือไม่เจ้าค่ะ”

“ถามตรงๆเช่นนี้เลยหรือ”

“ไม่ได้หรือเข้าค่ะ”

“ลิขิตสวรรค์หาใช่สิ่งที่ข้าบอกเจ้าได้ไม่ เปิดดูสิ”

จ้าวซูหลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเปิดกล่องไม้นั้นออกมาก็พบว่าในกล่องบรรจุไปด้วยตำรับยามากมายที่สำคัญมียาสำหรับรักษาโรคหัวใจด้วย

‘ข้าจะหัวใจวายตายงั้นหรือถึงได้มียานี้โผล่มาในกล่องได้ จำได้ว่าตอนได้รับของขวัญจากอาจารย์มันก็เป็นเพียงกล่องบรรจุตำรับยาสามัญทั่วไปเท่านั้น แต่ที่แน่นอนที่สุดมันไม่มียาตัวนี้!’

“เอาน่าจะคิดมากไปทำไมกัน ทุกสิ่งล้วนถูกลิขิตเอาไว้แล้ว”

จ้าวซูหลินมองเจ้าอาวาสด้วยสายตาที่อยากจะฟาดเขาไปสักทีสองที คนบ้าอะไรพูดเป็นคำเดียว 'ลิขิตๆ'

นางปิดกล่องไม้ลงก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ข้าไม่อยากได้ยานี่เท่าไหร่หรอกเจ้าค่ะอยู่แค่ในวังจะเอาไปใช้ทำอะไรได้ สถานะของข้าตอนนี้เปิดเผยกับใครก็ไม่ได้หากทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหมอหนุ่มผู้หล่อเหลาได้ก็คงดีไม่น้อย”

“ข้าบอกเจ้าแล้ว กล่องนั่นมีทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ”

“ทุกสิ่งที่ข้าต้องการเลยเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“แน่นอน”

“ฮึๆๆ เช่นนั้นข้าอยากได้….”

“อะไรของเจ้า”

จ้าวซูหลินยกยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะหลับตาลงเพียงครู่เดียวก็ค่อยๆเปิดกล่องนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้นางตาลุกวาวและยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นทันที

“เยี่ยม!”

"?"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 32 คำอธิษฐานที่เป็นจริง

    -5 ปีผ่านไป-เทศกาลโคมไฟวนเวียนกลับมาในอีกรอบปีแล้ว แต่ปีนี้นั้นจ้าวซูหลินกลับรู้สึกว่าช่างเงียบเหงายิ่งนัก ในทุกๆปี นางจะนั่งชมโคมไฟรูปแบบต่างๆกับฮ่องเต้เสมอแต่มาปีนี้กลับต้องนั่งเหงาเดียวดายอยู่เพียงลำพัง“ฝ่าบาท หากชาติหน้ามีจริงขอให้พวกเรากลับมาพบกันอีกครั้งนะเพคะ”ฮ่องเต้ฮั่วจงสวรรคตไปเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังเทศกาลโคมไฟของปีที่แล้วพอดี จ้าวซูหลินไม่อาจยื้อชีวิตพระองค์ได้อีกต่อไปแล้วอาจเพราะเครื่องมือที่มีไม่มากพอและตัวนางเองก็ไม่อยากทำให้พระองค์ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแม้จะเป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่ฮ่องเต้ฮั่วจงต้องสวรรคตในวัยเพียงแค่สี่สิบชันษา และแม้นางอยากที่จะยื้อชีวิตให้เขาได้อยู่กับนางนานๆมากกว่านี้แต่นางก็ไม่อยากฝืนชะตาลิขิตอีกต่อไปได้เพียงแค่หวังว่าหากชาติหน้ามีจริง นางและเขาจะกลับมาพบกันในสถานะที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในชาตินี้ มีเพียงกันและกันและสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้โดยไม่ต้องผิดต่อใคร-โรงเตี๊ยมฟู่อันหลง-เช้าวันนี้จ้าวซูหลินรู้สึกว

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 31 งานแต่งงาน

    ฮ่องเต้และฮองเฮาเดินเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างามยิ่ง ฮ่องเต้นั้นสวมฉลองพระองค์ด้วยชุดสีเหลืองทองอร่ามปักลายมังกรงามสง่า ส่วนฮองเฮาสวมชุดคลุมพญาหงส์สวยตระการตาปิ่นห้อยพญาหงส์สีแดงทองทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความสูงค่าทรงสง่าดูมีท่วงท่าของพระมารดาของแผ่นดินเป็นอย่างมาก บนโถงพิธีมงคลเทียนสีแดงถูกจุดสว่างตำแหน่งเก้าอี้สูงมีฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่ ด้านนอกโถงพิธีมงคลมีขุนนางที่หลี่กงอี้เชื้อเชิญมาร่วมงานรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย“ได้ฤกษ์แล้ว ต้อนรับบ่าวสาว” ผู้ดูแลจวนเดินออกมายืนป่าวประกาศด้วยเสียงอันดังดนตรีมงคลก็เริ่มบรรเลง เกี้ยวเจ้าสาวหามมาถึงนอกประตูใหญ่ของจวนตระกูลหลี่แล้ว ซั่วอิงถูกประคองลงจากเกี้ยวขณะนั้นก็ได้ยินเสียงประทัดดังปึงปังความปีติยินดีเบิกบานลั่นทั่วทั้งท้องฟ้าพรมสีแดงถูกปูมาจนถึงใต้เท้าของนาง “เจ้าสาวมาแล้ว” มีคนร้องขึ้น ซั่วอิงถูกประคองมาถึงหน้าโถงรับแขก จากนั้นมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามารับช่วงต่อจากจ้าวซูหลินสาวใช้สองคนประคองซั่วอิงซ้ายขวาเดินเข้ามาในพิธีชุดมงคลแดงปักท

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 30 หลี่กงอี้จะมีฮูหยินแล้ว

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกปีแล้วจ้าวซูหลินยังคงอาศัยอยู่ในวังเพื่อถวายการรักษาฮ่องเต้อย่างต่อเนื่อง หลายๆครั้งที่นางพาฮ่องเต้แอบหนีออกจากวังเพื่อไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านในหลายๆหมู่บ้าน อะไรที่เขาไม่เคยทำจ้าวซูหลินก็พาทำหมดทุกอย่างหลี่กงอี้ที่เดิมทีเป็นกังวลเกี่ยวกับพระวรกายของฝ่าบาทแต่เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ยังคงแข็งแรงไปไหนมาไหนได้ไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเขาจึงไม่เอ่ยคัดค้านใดๆ ทำได้เพียงแค่ตามทั้งสองคนไปในทุกๆที่เท่านั้น“ท่านกงอี้”“แม่นางซูหลิน มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ”“เปล่าเสียหน่อยข้าเพียงแค่จะถามท่านว่าท่านไม่คิดจะแต่งงานบ้างหรือ”“ข้าหรือ?”“ใช่สิเจ้าคะ”“ข้าเห็นนะ ท่านแอบไปที่โรงเตี๊ยมของข้าบ่อยๆ”“อะไรกันนั่นข้าไม่ได้สั่งเสียหน่อย เจ้าไปที่นั่นทำไม? คงไม่ได้แค่ไปกินข้าวกระมัง”“อะเอ่อ ฝ่าบาทคือว่า”“ว่าอย่างไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”“คือว่ากระหม่อม”“เจ้าชอบซั่วอิงงั้นหรือ แค่ช

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 29 มิตรภาพของสองเรา

    “ก็ฮองเฮาอย่างไรเล่าเพคะ คนที่มีอำนาจในวังหลังมากสุดก็คือฮองเฮา ลองใครกล้านินทาหม่อมฉันดูสิฮองเฮาต้องออกหน้าจัดการแทนแน่นอน”“แล้วการที่เข้ามาดูแลรักษาอาการของพระองค์มันผิดตรงไหนกัน ใครๆก็รู้ว่าหม่อมฉันเป็นหมอ”“ข้าไม่ได้ว่าอะไร กลัวก็เพียงว่าคนที่เจ้าชอบจะมองเจ้าไม่ดี”“หม่อมฉันไม่มีลูกตาให้มองใครแล้วนะเพคะ”“แล้วเจ้ามองใครอยู่หรือ”จ้าวซูหลินยิ้มเบาๆนางไม่ตอบคำถามนี้แต่กลับกำลังค้นหาขวดยาเพื่อนำมาให้ฮ่องเต้เสวยอีกครั้ง“เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้ากินยาแล้วหรือ”“นั่นยาของหมอหลวง ส่วนนี่ของหม่อมฉัน”“ได้อย่างไรข้ากินแล้วนะ”“อย่าดื้อสิเพคะ หากท่านหายดีในเร็ววันหม่อมฉันจะพาพระองค์อบออกไปเที่ยวนอกวัง”“เที่ยวนอกวัง?”“ใช่แล้วเพคะ”“ไม่กี่วันข้างหน้าก็ถึงเทศกาลโคมไฟแล้วนะเพคะ หม่อมฉันอยากไปดูโคมไฟสวยๆ ฝ่าบาทก็ต้องไปกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ”จ้าวซูหลินยิ้มก่อนจะยื่นเม็ดยาที่นางสกัดออกมาเองใส่พระหัตถ์ของฝ่าบาทฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะเล็กน้อย‘เอาก็เอา อย่างน้อยถ้าหายดีก็จะได้พานางไปเที่ยวเล่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 28 เด็กดื้อ

    “ท่านน่าจะบอกข้าให้รู้เร็วกว่านี้”“ก็ฝ่าบาทไม่ยอมให้ข้าบอกท่านนี่นา เอาแต่ขู่ข้าว่าหากข้าปากโป้งไปบอกท่านจะตัดหัวข้าทิ้งเสีย ข้าเป็นองค์รักษ์ไม่กลัวตายหรอกนะแต่ข้าเพียงแค่กลัวว่าจะไม่มีใครอยู่คอยดูแลพระองค์ก็เท่านั้นเอง”‘ไม่กลัวตายเลยจริงจริ๊ง’“ใช่สินะ ใครจะไปรู้พระทัยฝ่าบาทเท่าท่านกัน”“แต่ก็อย่างที่ข้าตำหนิท่าน หากบอกข้าเร็วกว่านี้อาการของฝ่าบาทก็จะไม่ทรุดลงเร็วเช่นนี้”“แล้วแม่นางซูหลิน ฝ่าบาทจะทรงหายดีใช่หรือไม่”“ท่านรู้จักข้ามานานรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่พูดโกหก แม้บางครั้งจะจำเป็นต้องโกหกก็ตาม”“ข้ารู้”“ฝ่าบาทร่างกายอ่อนแอลงอย่างมากสุดก็ห้าปี”“ห้าปีงั้นหรือ”“พอจะจัดการอะไรๆ ได้ใช่หรือไม่”“ข้านึกว่าจะไม่นานเพียงนั้น”“ท่านกงอี้!”“ข้าพูดเรื่องจริงทั้งไทเฮาและฮองเฮาต่างก็วิตกเพราะรัชทายาทเองก็อายุได้เพียงสิบชันษายังไ

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 27 หนทางที่นางได้เลือกแล้ว

    “สะ สนมซู ไม่ใช่ว่าเจ้าตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่!”“ไทเฮา ฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันจะมาอธิบายทีหลังนะเพคะ ตอนนี้ให้หม่อมฉันตรวจอาการของฝ่าบาทก่อน”“เจ้ารักษาคนเป็นหรือ”“ฮองเฮาที่กระหม่อมพาพระสนมมาก็เพราะว่านางมีฝีมือทางการแพทย์พ่ะย่ะค่ะ เห็นสมควรให้นางลองรักษาฝ่าบาทไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฝ่าบาทที่เดิมกำลังจะบรรทมต่อเพราะฤทธิ์ยาที่หมอหลวงให้กิน แต่ก็ต้องตื่นตกใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าจ้าวซูหลินมาที่นี่‘มาได้อย่างไร?’ฮ่องเต้รีบทอดพระเนตรดูคนตรงหน้าทันที‘ชัดเลย จ้าวซูหลินจริงๆ! ต้องเป็นเจ้าบ้าหลี่กงอี้แน่ๆ อยากหัวหลุดจากบ่ามากหรืออย่างไรกัน’หลี่กงอี้ที่เหมือนจะรู้ตัวว่ามีสายตาอาฆาตจากฝ่าบาทมุ่งมาทางเขาก็รีบหลบไปที่หลังของจ้าวซูหลินทันที นางแปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆหลี่กงอี้ก็มาหลบที่หลังของนางแต่เมื่อหันไปมองดูคนบนเตียงก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ!“ตะ…ใต้เท้า!”

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 10 กล่องมหัศจรรย์

    “เยี่ยม!”เจ้าอาวาสขมวดคิ้วมองนางนิ่ง ‘เด็กคนนี้คงไม่เล่นอะไรแผลงๆหรอกนะ’จ้าวซูหลินรีบหยิบเอาของสิ่งนั้นในกล่องออกมาทันที ก่อนจะยื่นไปให้เจ้าอาวาสดู“ท่านดูสิ เป็นตามที่ข้าขอจริงๆด้วย”“หยึย! คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย”“อะไรกันเจ้าคะ ก็แค่ตุ๊กแกตัวเดียวท่านกลัวทำไมกัน”“มะ มันจะตัวใหญ่เกินไปไหม”“น่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 8 สุรารสเลิศ

    “อยู่ในวังหลวงนางอึดอัดใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือว่าการปลดปล่อยเจ้าไปจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเจ้ากันแน่นะ”“ฝ่าบาทแล้วเรื่องที่พระสนมซูหลินทรงทำร้ายพระสนมลิ่งเฟยล่ะพ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะทรงตัดสินเช่นไรต่อดีพ่ะย่ะค่ะ”“จะตัดสินอะไรอีกล่ะเจ้าก็รู้ที่องค์รักเงาดำมารายงานนั่นเพราะสนมลิ่งเฟยหาเรื่องนา

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 7 พระสนมผู้มีสติฟั่นเฟือน

    -เจ็ดวันผ่านไป-“ซั่วอิง เจ้าบอกว่าข้าไปเอาเมล็ดพันธ์พวกนั้นมาจากวัดอะไรนะ?”“วัดฮุ่ยหลอเพคะ อยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเมืองหลวง วัดแห่งนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครไปกันหรอกนะเพคะ”“ทำไมล่ะ?”“ก็ที่นั่นมีเพียงเจ้าอาวาสคนเดียวเท่านั้น อารามก็เก่าทรุดโทรมแล้วไม่ได้งดงามเหมือนวัดเล่อฉีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งข

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 6 หนทางสู่ความอิสระ

    “อะไร?เจ้ามองหน้าข้าแบบนั้นทำไม”“พระสนม…”“จะมาโทษข้าไม่ได้นะก็นางมาก่อกวนข้าก่อนนี่นา”“พระสนมเก่งมากเลยเพคะ แต่ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้โปรดปรานสนมลิ่งเฟยมากท่านอาจได้รับโทษก็เป็นได้นะเพคะ”“ข้าไม่กลัว ฆ่าข้าให้ตายไปเสียเลยสิ”“ไม่ได้สิหากข้าต้องโทษจริง ห่วงก็แต่เจ้าก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าอีกคน โว้ยย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status