Masuk" ถึงผมจะไม่ได้อยู่ฉลองกับคุณในวันนี้ แต่ผมก็ไม่ลืมของขวัญนะ"
กรวิชลุกขึ้นไปหยิบเอาของขวัญกล่องเล็กมายื่นให้ เห็นเธอมองด้วยสายตาเฉยชา เขาจึงเปิดกล่องออก หยิบสร้อยข้อมือเพชรสีชมพูออกมาสวมใส่ให้เธอ ภาพที่อลิสาจับมือเขาตัดเค้กผุดขึ้นมา เธอจำได้ว่าที่ข้อมือของอลิสาก็สวมสร้อยข้อมือแบบเดียวกัน เธอรีบถอดออกปาทิ้งไปอย่างรังเกียจ กรวิชมองหน้าเธอด้วยความไม่พอใจเรียกเธอเสียงดัง
" ฉัตร "
" อย่าเอาของที่ซ้ำกับคนอื่นมาให้ฉัน ฉันไม่ชอบ"
กรวิชถอนหายใจเฮือกใหญ่
" ผมทำงานทุกวันงานยุ่งมาก ไม่มีเวลาเลือกวันก่อนไปทานอาหารกับลูกค้าที่ห้าง ผ่านร้านเพชรเห็นว่าสร้อยเส้นนี้สวยดีเลยซื้อมาให้คุณ ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ไว้ผมจะสั่งทำเส้นใหม่ให้"
ฉัตรฑริกาไม่สนใจ ยิ่งเห็นหน้าเขาความโกรธก็ยิ่งพลุ่งพล่าน เธอถือหมอนลุกขึ้นเดินออกไปนอนห้องข้างๆ กรวิชขมวดคิ้วมองตาม เขารู้ว่าเธอโกรธจึงไม่อยากพูดอะไรมาก รอให้เธออารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนเดี๋ยวเธอก็เข้าหาเขาเอง
ฉัตรฑริกาตื่นมาตอนสายของวัน เมื่อคืนพอย้ายห้องนอนปุ๊บหัวถึงหมอนก็หลับเลย มองดูนาฬิกา10โมงแล้ว เธอลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง คนรับใช้เห็นเธอก็รีบยกอาหารมาวางบนโต๊ะ บ้านที่เธอทำเละเทะเมื่อคืนตอนนี้กลับสู่สภาพเดิม พวกคนใช้คงช่วยกันทำความสะอาดตั้งแต่เช้าแล้ว ฉัตรฑริกากินอาหารไปก็เลื่อนฟีดหาดูมินิซีรีย์ มีสายเรียกเข้าจากกัญญาพนักงานที่บริษัทที่คอยเป็นหูเป็นตาให้เธอโทรมา
" ว่าไงกัญ"
" คุณฉัตรคะฉันมีเรื่องจะบอกค่ะวันก่อนมีเลขามาใหม่เป็นผู้หญิงสวยมาก เอ่อสวยน้อยกว่าคุณฉัตรค่ะ ฉันเห็นเธอมีท่าทีสนิทสนมกับบอสกรมาก แบบว่ามากเกินงามอ่ะค่ะ บอสกรงี้ยิ้มตลอดเวลาเลย ฉันไม่เคยเห็นบอสกรยิ้มกว้างแบบนี้มาก่อนยังอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นี่สั่งขนมกับชานมมาเลี้ยงคนในบริษัทด้วยค่ะ"
" แล้วประวิทย์ไปไหนทำไมถึงรับเลขาใหม่"
" พี่ประวิทย์ลาไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด10วันค่ะ"
" ส่งภาพผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉัน"
" ได้ค่ะคุณฉัตร ฉันแอบถ่ายไว้แล้วจะส่งไปให้คุณเดี๋ยวนี้เลย"
ฉัตรฑริกาเปิดดูภาพที่กัญญาส่งมา เธอกำโทรศัพท์แน่น ที่แท้เลขาคนใหม่ก็คืออลิสานี่เอง เธอรีบหุนหันออกไปทันที
" คุณฉัตร"
" สวัสดีค่ะคุณฉัตร"
พนักงานที่เห็นฉัตรฑริกาเดินผ่านต่างทักทาย ทุกคนรับรู้ว่าที่บริษัทผ่านวิกฤติครั้งนั้นได้เป็นเพราะเงินทุนจากพ่อของฉัตรฑริกา อีกทั้งโครงการใหญ่ๆที่ทำกำไรให้บริษัทล้วนมาจากพ่อของฉัตรฑริกาทั้งนั้น นักลงทุนรายใหญ่ที่มาร่วมงานต่างก็ได้บารมีจากพ่อของเธอ
" คุณฉัตรมาแล้ว ทางนี้ค่ะคุณฉัตร"
กัญญาเห็นฉัตรฑริกามาก็รีบเข้าไปหา แล้วรีบไปเปิดประตูห้องทำงานของกรวิชให้
ภาพตรงหน้าที่เห็นทำเอาฉัตรฑริกาโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ กรวิชกำลังอุ้มอลิสาทั้งสองหันมาเห็นก็ตกใจ ฉัตรฑริกาพุ่งเข้าไปผลักทั้งคู่จนล้มลงก่อนจะขึ้นคร่อมตบอลิสาไม่ยั้ง เพี๊ยะเพี๊ยะ
" นังหน้าด้าน ไม่มีปัญญาหาผัวรึไงถึงได้มาแย่งผัวฉัน"
กรวิชรีบเข้าไปดึงฉัตรฑริกาออก แต่ถูกผลักจนหงาย ไม่คิดว่าผู้หญิงเวลาโกรธจะแรงเยอะแบบนี้ เขาหันไปมองที่ประตูพนักงานมายืนมุงดูกันเต็มไปหมด
" มองอะไรกัน รีบมาช่วยห้ามสิ เร็วเข้า"
ทุกคนโบกมือส่ายหน้าพัลวัน กรวิชเข้าไปดึงฉัตรฑริกาอีกครั้ง
" ฉัตรพอได้แล้ว ฉัตรผมบอกให้พอไง"
กรวิชจับฉัตรฑริกาเหวี่ยงออกไปจากตัวอลิสา จนฉัตรฑริกาเซไปชนขอบโต๊ะ เขาไม่สนใจเข้าไปประคองอลิสาขึ้นมา
" ว้ายคุณฉัตร"
กัญญารีบเข้าไปดูฉัตรฑริกา
" คุณฉัตรเลือด เลือดไหลค่ะ บอสคะคุณฉัตรหัวแตกค่ะ"
ฉัตรฑริกาเอามือกุมหัวที่ปวดตุ๊บเลือดสดติดมือมา บางส่วนไหลย้อยลงมาอาบแก้มได้ยินว่าฉัตรฑริกาหัวเเตก กรวิชก็ตกใจรีบหันไปดู เห็นเลือดของเธอไหลออกมา เขาไม่คิดว่าเขาจะเหวี่ยงเธอแรงไปหน่อย ไม่รู้ว่าเมื่อกี้เธอไปชนตรงไหนจนหัวแตกได้ เขาเข้าไปจะดูแผลเธอแต่ถูกปัดมือออก
" อย่าแตะต้องตัวฉัน"
" ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเป็นแบบนี้ผมแค่ต้องการให้คุณหยุดทำร้ายสา"
" เธอเป็นห่าอะไรคุณถึงต้องอุ้มเธอ หรือว่าพิการเดินไม่ได้ นี่ไม่ใช่เลขาใหม่รึ ถ้าพิการเดินเองไม่ได้ก็ไม่ต้องมาทำงานจะได้ไม่มาเป็นภาระให้ผัวคนอื่นเขาอุ้ม"
" ฉัตร "
" ขอโทษค่ะ พอดีว่าฉันสะดุดล้มขาแพลงกร บอสกร เลยอุ้มฉันจะพาไปนั่งที่โซฟาแล้วคุณก็มาเห็นพอดี ฉันรู้ว่าบอสกรแต่งงานแล้วฉันไม่ได้"
" รู้ว่าเขาแต่งงานแล้วแต่ก็ยังอ่อยเขาไม่เลิกรู้ว่าเขามีเมียแล้วแต่วันครบรอบแต่งงานยังให้เขาไปจัดวันเกิดให้เธอ"
กรวิชตกใจมองหน้าฉัตรฑริกาไม่คิดว่าเธอจะรู้เรื่องนี้
" ฉัตรเรื่องนี้ผมอธิบายได้ เมื่อวานสาเขาพึ่งทำงานวันแรก พอดีเป็นวันเกิดเขาผมก็เลย"
" ก็เลยจัดวันเกิดให้เธอยิ่งใหญ่อลังการ เค้กวันเกิดหลายชั้นราวกับเค้กงานแต่ง ยังจุดพลุดอกไม้ไฟเป็นร้อยดอก ช่างเป็นเจ้านายที่ดีจริงๆ ไม่ใช่สิ ช่างเป็นแฟนเก่าที่ทุมเทจริงๆ"
ทุกคนได้ยินที่ฉัตรฑริกาพูดก็พากันซุบซิบ
" พอได้แล้ว คุณกลับบ้านไปก่อนเรื่องนี้ไว้ผมอธิบายให้คุณฟังทีหลัง"
เขาจับแขนเธอดึงออกมาแต่เธอสะบัดหลุด
" ทำไม กลัวฉันเเฉความชั่วของพวกคุณเหรอ ทีกอดกันจูบกันในร้านอาหารยังไม่อายจะมาอายอะไรตอนนี้"
ทุกคนพากันส่งเสียงฮือฮา กรวิชใจหายวาบเธอเห็นเขากอดจูบกับอลิสาตอนไหน หรือว่าเธออยู่ที่ร้านอาหารนั้นด้วย ไม่ ไม่น่าเป็นไปได้ นอกจากจะมีคนรู้จักเธออยู่ที่นั่นแล้วส่งภาพไปให้เธอดู เมื่อคืนเขาก็แค่เผลอโอบเอวอลิสาตอนดูดอกไม้ไฟ เเล้วเขาก็ไม่ได้จูบเธอด้วย มีแต่ตอนที่เธอจูบแก้มเขาทีนึงเพื่อขอบคุณที่เขาจัดงานวันเกิดให้ ก็แค่นั้น
ฉัตรฑริกาจิกหัวอลิสาลากออกมาข้างนอกห้องพูดเสียงดัง
" ทุกคนมาดูหน้านังนี่ให้ชัดๆ มันชอบแย่งผัวชาวบ้าน ระวังผัวทุกคนไว้ให้ดี "
" ฉัตรพอแล้วปล่อยสาเดี๋ยวนี้ ปล่อย"
กรวิชดึงอลิสาออกมาจากฉัตรฑริกา อลิสาซบอยู่กับอกของเขาร้องไห้สะอีกสะอื้น
" ไล่เธอออกซะ พรุ่งนี้อย่าให้ฉันเห็นว่าเธออยู่ที่บริษัทอีก"
พูดจบก็เดินออกไป
" สาไม่ผิด เธอสมัครเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎ ผมไม่มีสิทธิ์ไล่เธอออกแล้วก็จะไม่ทำด้วย "
ฉัตรฑริกาหยุดชะงักหันมามองด้วยสายตาเยือกเย็น
" งั้นก็เลือกเอาว่าจะให้เธอออก หรือจะให้บริษัทล้มละลาย"
" ทำไมคุณถึงไม่มีเหตุผลแบบนี้ เรื่องของผมกับสามันไม่มีอะไร"
เขาดันตัวอลิสาออกจะตามไปอธิบาย
" กร "
อลิสาดึงแขนเขาไว้ก่อนจะหมดสติ เขารีบอุ้มเธอขึ้นมา
" สา สา"
กรวิชรีบเร่งอุ้มอลิสาผ่านหน้าเธอไป เธอมองภาพนั้นอย่างเลือนลางก่อนสติจะดับวูบ
" คุณจะรักหรือไม่รักเธอ มันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉัน"" เกี่ยวสิทำไมจะไม่เกี่ยว เพราะคุณเข้าใจผมผิด คุณคิดว่าผมยังรักเธอมีเธออยู่ในใจแต่ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ตั้งแต่วันที่เธอบอกเลิกผมไปแล้ว "กรวิชเดินเข้าหาฉัตรฑริกา เธอก้าวถอยหลัง" อย่ามาใกล้ฉันเดี๋ยวจะติดเชื้อโง่จากคุณ"ศุภกิจอมยิ้มโอบเอวเธอเอาไว้ กรวิชทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะพูดด้วยท่าทีประหม่า" ฉัตร ผม ผมอยากขอโอกาสคุณ กลับมาคบกับผมอีกได้ไหม เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะฉัตรนะ ที่ผ่านมาที่เห็นผมเมินเฉยกับคุณไม่ค่อยยิ้มให้คุณจริงๆมันเป็นบุคลิกของผมเอง ฉัตรต่อไปนี้ผมจะยิ้มให้มากๆจะตามใจคุณทุกอย่างขอแค่คุณให้โอกาสผม"ศุภกิจเหลือบมองฉัตรฑริกา กลัวว่าเธอจะใจอ่อนกลับไปหากรวิช " ไม่มีโอกาสนั้นหรอก เรื่องของเรามันจบแล้ว ตั้งแต่วันครบรอบแต่งงานนั่นก็เป็นคุณที่ทิ้งฉันไปเลือกคนอื่น ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะหย่า ตอนที่ฉันเห็นโพสต์ของอลิสาในโซเชียล ตอนคุณกำลังพาเธอเล่นสกีหิมะพาเธอปั้นตุ๊กตาหิมะ คุณเคยจำได้ไหมว่าฉันเองก็เคยบอกคุณ ว่าฉันก็อยากไปดูหิมะกับคุณ ปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกันเล่นสกีด้วยกัน ไม่รู้ว่าคุณจำได้ไหมแต่ฉันจำได้ว
" ฉัตรก็ทำไม่ถูก ท้องก็ไม่บอกยังแอบไปทำแท้งอีก รู้ทั้งรู้ว่าพวกเรารอเด็กคนนี้มานานขนาดไหน ถึงต่อให้ไม่พอใจตากรยังไงโกรธแค่ไหนน้อยใจแค่ไหน ก็ไม่ควรทำแท้ง นั่นก็ลูกของเธอเหมือนกันนะ ทำไมถึงได้ใจร้ายนัก"" คุณควรถามลูกชายของคุณดู ว่าทำให้เธอต้องผิดหวังมากขนาดไหน เจ็บปวดเสียใจมากขนาดไหน ถึงตัดสินใจทำแบบนั้นได้"พิมพรรณพูดแล้วเดินออกไป ไม่ใช่เธอไม่เสียใจที่เสียหลานไป แต่เธอก็เข้าใจในความเจ็บปวดของฉัตรฑริกา ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วที่ทำได้คือการยอมรับความจริงตอนนี้ฉัตรฑริกาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เธอทำได้แค่ยินดีด้วย ส่วนกรวิชลูกชายของเธอเขาควรได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่กรวิชนั่งกระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยได้แต่พากันมองแล้วดื่มเป็นเพื่อนเงียบๆ เรื่องงานแต่งล่มเจ้าสาวฉาวโฉ่ทั้งยังเป็นฆาตกร ทำให้ตระกูลธนาพิทักษ์กลายเป็นตัวตลก ทุกคนต่างมองว่ากรวิชเป็นคนโง่ บริษัททีทีพีไปต่อไม่ไหวถูกบริษัทอื่นเข้าซื้อต่อในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ชยุตยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและอาการก็ดูจะทรุดลงเรื่อยๆ " ไอ้กร กูถามมึงจริงๆเถอะ มึงรักฉ
"คุณคะ ตากร ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง เธอท้องเกือบ4เดือนแล้ว วันนั้นฉันแอบตามเธอไปที่โรงพยาบาล ถามหมอที่ตรวจเธอหมอบอกว่าเธอท้องได้เกือบ4เดือนแล้ว ส่วนคลิปนั่นฉันนี่แหละที่เป็นคนถ่ายเอง ฉันเห็นกับตาถ่ายเองกับมือ เธอคิดว่าลบคลิปแล้วทำโทรศัพท์ฉันพังแล้ว จะไม่มีหลักฐานสินะ ฉันไม่ได้โง่ พอฉันถ่ายเสร็จก็รีบส่งให้หนูฉัตรทันที"กรวิชกัดฟันกรอด ผู้ชายแก่ในภาพคงจะเป็นคนที่อลิสาแต่งงานด้วยหลังเลิกกับเขาเธอโกหกว่าไม่เคยมีอะไรกัน ไอ้นั่นของชายคนนั้นไม่แข็ง โกหกทั้งเพ ไอ้เขาก็ดันหลงเชื่อไปได้อลิสายังคงส่ายหน้าปฏิเสธ" ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะกร คุณแม่คะฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน ไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับกร แต่คุณแม่ก็ไม่ควรร่วมมือกับคนอื่นมาใส่ร้ายฉันแบบนี้ อย่างน้อยก็ควรคิดถึงเด็กในท้องของฉัน นี่ก็หลานคุณแม่ทั้งคน"" พิมพรรณ ฉันรู้ว่าเธอชอบแม่ฉัตรนั่น อยากให้เธอเป็นสะใภ้ แต่ตอนนี้พวกเขาหย่ากันแล้ว สะใภ้ของเธอคือหนูสา เลิกวุ่นวายสักที""คุณพ่อ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปใส่อะไรให้คุณพ่อกิน ถึงได้ชอบเธอนัก ไม่สนถูกผิดหลักฐานทนโท่ก็ยังไม่เชื่อ ที่ฉันต้องถูกรถชนก็เป็นฝีมือเธอนั่นแหละ"แขกที่มาร่วมงานส่งเสียงฮือฮารอดูเรื
" ตากรยิ้มหน่อยสิ ทำหน้ายังกะแบกทั้งโลกเอาไว้ วันนี้งานแต่งแกนะ"ชยุตตำหนิ เมื่อเห็นท่าทีของกรวิชราวร่างไร้วิญญาณ หน้าตาก็เย็นชาปราศจากรอยยิ้ม" ผมฝืนยิ้มไม่ได้หรอกครับ บริษัทก็ยังไม่ฟื้นตัว แม่ของผมก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ผมบอกแล้วว่าไม่อยากแต่งงานก็บังคับผม บอกให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนก็ไม่เลื่อน ผมมายืนเป็นเจ้าบ่าวให้ตรงนี้ ก็ถือว่าไว้หน้าคุณปู่มากแล้ว"กรวิชพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าไปในงาน ต่อหน้าแขกหลายคนที่พึ่งมาปล่อยให้อลิสายืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงนั้นชยุตกระแทกไม้เท้าด้วยความโมโห" แล้วใครมันทำเรื่องไว้หล่ะ ไม่ใช่แกเรอะที่ทำหนูสาท้องหน่ะ"" คุณพ่อใจเย็นๆครับ พูดไปก็อายเขา ดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว"" ก็ดูลูกชายแกพูดกับฉันสิ ฉันรึก็หวังดีกับมันทั้งนั้น ไม่แต่งวันนี้จะแต่งวันไหน ช้าเร็วก็ต้องแต่งอยู่ดี"ฉัตรฑริกากับศุภกิจพึ่งมาถึง ได้ยินที่ศุภกิจระบายอารมณ์ใส่ชยุตเมื่อกี้พอดี ชัยธวัชหันมาเห็นฉัตรฑริกาเดินเข้ามาก็ผายมือ" เชิญข้างในตามสบายนะ"กรวิชหันไปเห็นฉัตรฑริกาเดินเคียงข้างมากับศุภกิจ ภาพที่เขากับเธอเดินควงแขนเข้ามาในงานแต่งงานเมื่อสามปีก่อนก็แว่บเข้ามา เกิดความไม่ยินยอมในใจ
ชัยธวัชกับกรวิชนั่งหน้าเครียดอยู่ที่เก้าอี้คนละตัว ขนาบข้างซ้ายขวา มองดูพิมพรรณที่นั่งกอดตุ๊กตาหมี กรวิชนึกถึงคำของหมอก่อนหน้า" ผลตรวจออกมาปกตินะครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง "" แล้วทำไมแม่ของผมถึงเป็นแบบนี้หล่ะครับแถมยังจำพวกเราไม่ได้ด้วย""อาการแบบนี้เป็นผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุส่งผลให้ความจำเสื่อมชั่วคราว ความหวาดกลัวความวิตกกังวลช่วงที่เกิดเหตุ ทำให้คนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจให้รอดูสักระยะ หากยังเป็นอยู่ หมอแนะนำว่าควรส่งตัวไปโรงพยาบาลเฉพาะทาง"" คุณหมอหมายถึงโรงพยาบาลจิตเวชเหรอค่ะ"อลิสาถามด้วยเสียงตื่นเต้น" ใช่ครับ ญาติควรดูแลอย่างใกล้ชิด การได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจะทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ"" คุณหมอจะบอกว่าภรรยาของผมมีโอกาสหายเป็นปกติใช่ไหมครับ"" ถูกต้องครับ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย จะช้าหรือเร็วหมอก็บอกไม่ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคนไข้ด้วย"" กร กรคะกร"อลิสาเขย่าตัวกรวิชเรียกอยู่นานกว่าเขาจะรู้สึกตัว" มีอะไร"" คิดอะไรอยู่คะฉันเรียกตั้งนาน"" ไม่มีอะไร ว่าแต่คุณเรียกผมทำไม"" ฉันบอกว่าฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองคุณพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อนเถอะ"
เธอแสร้งทำเป็นตกใจแล้วรีบขับรถออกไปเธอรู้อยู่แล้วว่าพิมพรรณถูกรถชน ก็เธอเป็นคนขับชนเอง คิดว่าจะได้ยินข่าวดีว่าพิมพรรณตายแล้วเสียอีก นี่แค่อยู่ไอซียูเองรึเมื่อเปิดดูโทรศัพท์ก็ว่างเปล่า กรวิชไม่ได้โทรหาเธอหรือแม้แต่จะส่งข้อความก็ไม่มี เมื่อเธอกำลังรอลิฟต์ก็พบกับกรวิชโดยบังเอิญ ในมือของเขาถือถุงของกินทั้งสองข้าง " กร กรคะ"กรวิชหันมามองด้วยสีหน้าเย็นชา เธอรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมเขา เอื้อมมือจะไปช่วยถือถุงอาหารแต่เขาดึงมือหลบ" ไม่ต้อง ผมถือเองได้"" ฉันขอโทษนะที่พึ่งมา คือว่าฉันพึ่งรู้เรื่องจากพวกคนรับใช้เมื่อกี้นี้เอง พอรู้ข่าวฉันก็รีบมาเลย เห็นว่าคุณแม่บาดเจ็บหนักเข้าไอซียู ตอนนี้ท่านเป็นยังไงบ้าง"" ท่านปลอดภัยแล้ว พึ่งออกจากไอซียูไปอยู่ห้องพักฟื้น"อลิสาชะงัก ปลอดภัยเหรอ เธอขับชนไปเต็มๆจนร่างลอยละลิ่วขนาดนั้นยังจะปลอดภัยอีก นังแก่นั่นทำไมถึงหนังเหนียวนักนะ เมื่อเปิดประตูห้องพักเข้าไป ก็เห็นพิมพรรณนอนหลับตาหน้าซีดอยู่บนเตียง" คุณพ่อ คุณปู่"อลิสายกมือไหว้ชัยธวัชกับชยุต ชยุตเพียงปรายตามองแว่บนึง ส่วนชยุตกวักมือให้มานั่งที่โซฟา" หนูสามานั่งตรงนี้กับปู่มา "" ขอโทษค่ะคุณปู่ที่หนูพ
" เป็นไปไม่ได้ ธุรกิจของฉันมันเทาๆต้องได้อำนาจจากครอบครัวแม่เอื้องมาช่วย เธอก็รู้ว่าน้องชายแม่เอื้องเขาเป็นคนมียศสูง ไหนจะ"" พอแล้วไม่ต้องพูด คุณก็อยู่ของคุณไปฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน แบบนี้ไม่ดีเหรอ เราอย่ามาเกี่ยวข้องกันอีกเลย"" ไม่ได้ ฉันเป็นคนหวงของ เธอเป็นหนึ่งในบรรดาเมียของฉัน ยังไงฉันก็ไม่มีวัน
อลิสาเห็นหลังพิมพรรณไวๆก็เร่งเท้าตาม ไม่ได้สนใจว่ามีใครบางคนเดินตามมา หมับ เธอถูกกระชากแขนให้หยุด เมื่อเห็นหน้าชายตรงหน้าอลิสาก็ตกใจ" พ่อเลี้ยง"เธอมองซ้ายขวา ก่อนจะจับแขนพ่อเลี้ยงอำนวยไปหลบคุยกันอยู่หลังเสาต้นใหญ่ พิมพรรณขึ้นไปนั่งในรถกำลังจะสตาร์ทเครื่อง สายตาก็หันไปเห็นอลิสาจูงมือชายคนหนึ่งเข้
หลังจากมุ่งมั่นอยู่นานเหรียญที่มีเป็นกำก็หมดลง จนเหลือเหรียญสุดท้าย เธอก็ถอดใจเดินออก เสียงหยอดเหรียญดังแกร้งพร้อมเสียงหวืดหวืด เธอหันกลับไปเห็นในตู้กระจกที่คีบกำลังคีบตุ๊กตาหมีตัวสีน้ำตาลเลื่อนลงไปที่ช่อง ศุภกิจก้มลงไปหยิบตุ๊กตามาส่งให้เธอ เธอมองหน้าเขาอย่างทึ่งแล้วรับตุ๊กตาหมีมากอดไว้" ทำไมนายไม
" คุณปู่"" มาแล้วมาๆ มานั่งข้างๆปู่นี่ เป็นยังไงบ้างเริ่มแพ้หรือยังอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมตากรต่อไปนี้แกต้องดูแลหนูสาให้ดีๆนะเหลนของฉันจะได้แข็งแรง"" คุณปู่นี่หมายความว่า"" ฉันรู้ตั้งแต่วันก่อนแล้วว่าหนูสาท้อง ""วันก่อนฉันเวียนหัวเลยไปโรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าท้อง พอดีเจอคุณปู่โดยบังเอิญฉันดีใจเลย







