เข้าสู่ระบบ" ว้ายคุณฉัตร คุณฉัตรเป็นลมไปแล้ว เลือดที่หัวก็ไหลไม่หยุดเลย เร็วรีบไปเรียกบอสกร"
กัญญารีบเข้าไปรับฉัตรฑริกาเอาไว้ก่อนที่จะล้มหัวฟาดพื้น ดีที่เธอเดินตามอยู่ใกล้ๆ
" ไม่ทันแล้วพี่กัญบอสเดินไปไกลแล้ว"
" เอาไงดีพี่"
" โทรเรียกรถพยาบาลสิเร็ว"
" จะเรียกทำไมกว่าจะมา ผมพาไปส่งโรงพยาบาลเอง"
เด็กฝึกงานที่ยืนดูอยู่พูดขึ้น ก่อนจะเข้ามาอุ้มฉัตรฑริกา
โรงพยาบาล
ฉัตรฑริกาลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักฟื้น มีกัญญานั่งอยู่ใกล้ๆ
" คุณฉัตร คุณฟื้นแล้ว"
" เธอพาฉันมาส่งที่นี่เหรอ"
" ใช่ค่ะ ฉันกับเด็กฝึกงานพาคุณมาที่นี่ เขากลับไปทำงานแล้วส่วนฉันอยู่เป็นเพื่อนคุณก่อน เอ่อ คือว่าฉันโทรหาบอสแล้วแต่เขาไม่รับสาย"
" ช่างเขาเถอะ"
" เอ่องั้น เดี๋ยวฉันไปตามหมอมาให้นะคะ"
กัญญาออกไปแป๊บเดียวก็กลับมาพร้อมหมอ
" ขอบใจมากนะกัญเธอกลับไปทำงานเถอะ"
" แต่ว่าคุณ"
" ไม่เป็นไรฉันอยู่คนเดียวได้ ไปเถอะ ขอบใจมาก"
" งั้นฉันไปก่อนนะคะ มีอะไรให้ช่วยคุณโทรหาฉันได้เลยนะคะ หรือว่าจะให้ฉันลางานมาอยู่เป็นเพื่อนคุณดีไหม"
" ไม่เป็นไรฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้ว"
ฉัตรฑริกาส่งยิ้มให้ พอกัญญาออกไปพยาบาลก็ถือแฟ้มเอกสารเข้ามาพร้อมหมออีกคน
" แผลที่หัวหมอเย็บและทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร"
เธอพยักหน้าเข้าใจ สายตามองไปที่หมออีกคน
" สวัสดีครับผมชื่ออนันต์เป็นหมอสูติ ตอนนี้คุณกำลังท้องต้องระวังเป็นพิเศษ เรื่องการควบคุมอารมณ์จะส่งผลต่อเด็กได้ หมอจะมาถามว่าจะฝากท้องเลยไหมครับ"
ฉัตรฑริกานิ่งอึ้ง ในหูของเธอมีแต่เสียงดังวิ๊งๆ เธอไม่ได้ฟังไม่ได้ยินว่าตอนนี้หมอกำลังพูดอะไร ท้อง เธอกำลังท้อง ลูกที่เธอเฝ้ารอมาสามปี ในที่สุดเขาก็มาแล้ว แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเธอตัดสินใจจะหย่ากับเขา เธอแต่งงานกับเขามาเป็นปี เอากันแทบทุกวันแต่ก็ไม่ท้องสักที กระทั่งตรวจสุขภาพถึงได้รู้ ว่ากรวิชมีปัญหามีบุตรยากเชื้ออสุจิอ่อนแอ จึงทำทุกวิธีตามคำแนะนำของหมอ ผ่านมาสามปีวันนี้เด็กก็มา แต่ไม่สำคัญแล้ว เธอไม่ต้องการเด็กคนนี้แล้ว รวมทั้งเขาด้วย
" คุณหมอคะ ฉันต้องการทำแท้งค่ะ"
ทั้งหมอและพยาบาลตกใจมองหน้ากัน
กรวิชเปิดประตูรถให้อลิสาขึ้นไปนั่ง ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ
" ขอโทษนะคะ เป็นเพราะฉันทำให้คุณกับภรรยาต้องเข้าใจผิดกัน ฉันไม่รู้จริงๆว่าเมื่อวานเป็นวันครบรอบแต่งงานของคุณ ถ้าฉันรู้ฉันคงไม่ชวนคุณไปทานข้าวเป็นเพื่อนฉันในวันเกิด"
เมื่อวานเธอรู้ว่าเป็นวันครบรอบแต่งงานของเขา ช่างบังเอิญจริงๆที่เป็นวันเกิดของเธอด้วย เธอจึงขอให้เขาไปทานข้าวเป็นเพื่อนไม่คิดว่าเขาจะจำวันเกิดเธอได้ ตอนไปทานข้าวกับลูกค้าเสร็จก็พาเธอเข้าร้านจิลเวอรี่ให้เธอเลือกเครื่องประดับตามใจ เป็นของขวัญวันเกิด เธอจึงเลือกสร้อยข้อมือเพชรสีชมพูมาเส้นหนึ่ง แล้วหยิบเส้นที่เหมือนกันให้เขาซื้อไปให้ฉัตรฑริกาด้วย หากฉัตรฑริกาเห็นว่ามีสร้อยข้อมือแบบเดียวกันกับเธอก็คงจะกรี๊ดลั่นบ้าน
ตอนเย็นกรวิชพาเธอมาที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ ยังสั่งเค้กวันเกิดก้อนใหญ่มีหลายชั้นมาให้เธอ แล้วยังเซอร์ไพรซ์ด้วยการจุดดอกไม้ไฟสวยๆให้เธออีก เป็นการแสดงดอกไม้ไฟที่ยาวนานหลายนาทีด้วยพลุหลายร้อยดอก เธอประทับใจมาก คงมีคนโพสต์ทั้งคลิปและภาพลงโซเชียลแล้วฉัตรฑริกาก็คงเห็น เธอไม่สนใจหรอก ยิ่งเห็นนั่นแหละดีจะได้รีบหย่าๆไปซะ เธอกลับมาแล้วจะมาทวงกรวิชคืน เธอกับกรวิชเคยคบกันตอนเรียนมหาลัย มีแพลนว่าเรียนจบจะแต่งงานกัน แต่พอเรียนจบบ้านของเขาดันถังแตก เธอจึงหาเรื่องบอกเลิกแล้วกลับไปอยู่เชียงใหม่ แม่ของเธอติดต่อพ่อเลี้ยงเจ้าของสวนส้มให้ ถึงจะแก่คราวพ่อแต่รวยมากเป็นพ่อเลี้ยงที่มีชื่อเสียงของจังหวัด เธอจึงยอมเป็นเมียน้อย จนเร็วๆนี้ถูกจับได้เกือบถูกน้ำกรดสาดหน้า ดีที่ไหวตัวทันเลยต้องหนีมาที่กรุงเทพ
" สา สา"
" ห๊ะ อะ คุณว่าอะไรนะคะ"
" ถึงคอนโดคุณแล้ว "
" ถึงแล้วเหรอคะ"
" อืม คุณคิดอะไรอยู่ผมเรียกตั้งนาน"
" ฉัน ฉันคิดเรื่องที่เกิดขึ้น คิดว่าฉันจะไปหางานทำที่ไหน"
" หางาน คุณจะไปหางานทำไม คุณไม่ต้องคิดมากไม่ต้องไปสนใจที่ฉัตรพูด ผมเป็นประธานบริษัท ผมใหญ่สุด คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น"
" แต่ว่า เกิดเรื่องแบบนั้นคุณฉัตรเธอประจานฉัน ฉันไม่มีหน้ากลับไปที่บริษัทหรอกค่ะ ฉันอาย"
กรวิชถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวอลิสาอย่างอ่อนโยน
" ไม่ต้องไปสนใจใครทั้งนั้น จะไม่มีใครกล้าพูดไม่ดีกับคุณ หากมีใครกล้าพูดนินทาคุณผมจะไล่คนนั้นออกทันที"
" กร คุณดีกับฉันเสมอ หากวันนั้นฉัน"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ กรวิชกดรับสาย
" อืมได้ ดีมาก ฉันจะไปวันนี้เลยจองตั๋วเครื่องบินให้ฉันด้วย"
" บิน บินไปไหนเหรอคะ"
" คุณสตีฟนักลงทุนที่ผมเคยขอคิวไว้ เรื่องจะเสนองานโครงการใหม่ ตอนนี้ได้คิวแล้วผมต้องบินไปอังกฤษวันนี้เลย คุณขึ้นห้องเถอะผมต้องรีบไป ไม่ได้ไปส่งนะ พักผ่อนให้มากๆกินยาตามที่หมอสั่ง แล้วก็อย่าคิดมากเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าโทษตัวเองเพราะมันไม่ใช่ความผิดของคุณ"
" กรคะ ฉันอยากไปอังกฤษกับคุณด้วย นะคะฉันไม่เคยไปเมืองนอกเลย ฉันอยากเห็นหิมะสักครั้งในชีวิต นะคะ"
" แต่หน้าคุณเป็นแบบนี้คุณจะกล้าไปไหนมาไหนอีกเหรอ"
อลิสาหันกระจกบนรถมาดูหน้าตัวเองที่บวมแดง ก่อนจะหันไปยิ้มให้กรวิช
" ไม่เป็นไรค่ะฉันไม่อาย ขอแค่ได้ไปเที่ยวกับคุณก็พอ"
" ผมไม่ได้ไปเที่ยว ผมไปทำงาน"
" คุณก็ทำงานของคุณไปสิคะ ฉันติดตามคุณไปก็ถือว่าได้เที่ยวแล้ว นะคะ ฉันสัญญาว่าจะไม่รบกวนเรื่องงานของคุณ นะกรนะฉันอยากเห็นหิมะ ตอนนี้ที่อังกฤษหิมะกำลังตกคงสวยมากเลย"
กรวิชพยักหน้า คิดเสียว่าเป็นค่าทำขวัญเป็นการเยียวยาจิตใจให้เธอที่ถูกฉัตรฑริกาทำร้าย ทั้งยังประจานให้อับอายก็แล้วกัน
ก่อนขึ้นเครื่องเขาโทรหาฉัตรฑริกาแต่เธอไม่รับสาย เขาคิดว่าตอนนี้เธออารมณ์ร้อนอยู่ พูดไปก็มีแต่จะทะเลาะกันเปล่าๆ จึงส่งข้อความไปหาเธอแทน
" ผมมีงานด่วนต้องไปต่างประเทศสัก2-3วันไว้กลับมาจะพาคุณไปดูหนัง"
" คุณจะรักหรือไม่รักเธอ มันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉัน"" เกี่ยวสิทำไมจะไม่เกี่ยว เพราะคุณเข้าใจผมผิด คุณคิดว่าผมยังรักเธอมีเธออยู่ในใจแต่ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ตั้งแต่วันที่เธอบอกเลิกผมไปแล้ว "กรวิชเดินเข้าหาฉัตรฑริกา เธอก้าวถอยหลัง" อย่ามาใกล้ฉันเดี๋ยวจะติดเชื้อโง่จากคุณ"ศุภกิจอมยิ้มโอบเอวเธอเอาไว้ กรวิชทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะพูดด้วยท่าทีประหม่า" ฉัตร ผม ผมอยากขอโอกาสคุณ กลับมาคบกับผมอีกได้ไหม เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะฉัตรนะ ที่ผ่านมาที่เห็นผมเมินเฉยกับคุณไม่ค่อยยิ้มให้คุณจริงๆมันเป็นบุคลิกของผมเอง ฉัตรต่อไปนี้ผมจะยิ้มให้มากๆจะตามใจคุณทุกอย่างขอแค่คุณให้โอกาสผม"ศุภกิจเหลือบมองฉัตรฑริกา กลัวว่าเธอจะใจอ่อนกลับไปหากรวิช " ไม่มีโอกาสนั้นหรอก เรื่องของเรามันจบแล้ว ตั้งแต่วันครบรอบแต่งงานนั่นก็เป็นคุณที่ทิ้งฉันไปเลือกคนอื่น ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะหย่า ตอนที่ฉันเห็นโพสต์ของอลิสาในโซเชียล ตอนคุณกำลังพาเธอเล่นสกีหิมะพาเธอปั้นตุ๊กตาหิมะ คุณเคยจำได้ไหมว่าฉันเองก็เคยบอกคุณ ว่าฉันก็อยากไปดูหิมะกับคุณ ปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกันเล่นสกีด้วยกัน ไม่รู้ว่าคุณจำได้ไหมแต่ฉันจำได้ว
" ฉัตรก็ทำไม่ถูก ท้องก็ไม่บอกยังแอบไปทำแท้งอีก รู้ทั้งรู้ว่าพวกเรารอเด็กคนนี้มานานขนาดไหน ถึงต่อให้ไม่พอใจตากรยังไงโกรธแค่ไหนน้อยใจแค่ไหน ก็ไม่ควรทำแท้ง นั่นก็ลูกของเธอเหมือนกันนะ ทำไมถึงได้ใจร้ายนัก"" คุณควรถามลูกชายของคุณดู ว่าทำให้เธอต้องผิดหวังมากขนาดไหน เจ็บปวดเสียใจมากขนาดไหน ถึงตัดสินใจทำแบบนั้นได้"พิมพรรณพูดแล้วเดินออกไป ไม่ใช่เธอไม่เสียใจที่เสียหลานไป แต่เธอก็เข้าใจในความเจ็บปวดของฉัตรฑริกา ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วที่ทำได้คือการยอมรับความจริงตอนนี้ฉัตรฑริกาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เธอทำได้แค่ยินดีด้วย ส่วนกรวิชลูกชายของเธอเขาควรได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่กรวิชนั่งกระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยได้แต่พากันมองแล้วดื่มเป็นเพื่อนเงียบๆ เรื่องงานแต่งล่มเจ้าสาวฉาวโฉ่ทั้งยังเป็นฆาตกร ทำให้ตระกูลธนาพิทักษ์กลายเป็นตัวตลก ทุกคนต่างมองว่ากรวิชเป็นคนโง่ บริษัททีทีพีไปต่อไม่ไหวถูกบริษัทอื่นเข้าซื้อต่อในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ชยุตยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและอาการก็ดูจะทรุดลงเรื่อยๆ " ไอ้กร กูถามมึงจริงๆเถอะ มึงรักฉ
"คุณคะ ตากร ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง เธอท้องเกือบ4เดือนแล้ว วันนั้นฉันแอบตามเธอไปที่โรงพยาบาล ถามหมอที่ตรวจเธอหมอบอกว่าเธอท้องได้เกือบ4เดือนแล้ว ส่วนคลิปนั่นฉันนี่แหละที่เป็นคนถ่ายเอง ฉันเห็นกับตาถ่ายเองกับมือ เธอคิดว่าลบคลิปแล้วทำโทรศัพท์ฉันพังแล้ว จะไม่มีหลักฐานสินะ ฉันไม่ได้โง่ พอฉันถ่ายเสร็จก็รีบส่งให้หนูฉัตรทันที"กรวิชกัดฟันกรอด ผู้ชายแก่ในภาพคงจะเป็นคนที่อลิสาแต่งงานด้วยหลังเลิกกับเขาเธอโกหกว่าไม่เคยมีอะไรกัน ไอ้นั่นของชายคนนั้นไม่แข็ง โกหกทั้งเพ ไอ้เขาก็ดันหลงเชื่อไปได้อลิสายังคงส่ายหน้าปฏิเสธ" ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะกร คุณแม่คะฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน ไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับกร แต่คุณแม่ก็ไม่ควรร่วมมือกับคนอื่นมาใส่ร้ายฉันแบบนี้ อย่างน้อยก็ควรคิดถึงเด็กในท้องของฉัน นี่ก็หลานคุณแม่ทั้งคน"" พิมพรรณ ฉันรู้ว่าเธอชอบแม่ฉัตรนั่น อยากให้เธอเป็นสะใภ้ แต่ตอนนี้พวกเขาหย่ากันแล้ว สะใภ้ของเธอคือหนูสา เลิกวุ่นวายสักที""คุณพ่อ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปใส่อะไรให้คุณพ่อกิน ถึงได้ชอบเธอนัก ไม่สนถูกผิดหลักฐานทนโท่ก็ยังไม่เชื่อ ที่ฉันต้องถูกรถชนก็เป็นฝีมือเธอนั่นแหละ"แขกที่มาร่วมงานส่งเสียงฮือฮารอดูเรื
" ตากรยิ้มหน่อยสิ ทำหน้ายังกะแบกทั้งโลกเอาไว้ วันนี้งานแต่งแกนะ"ชยุตตำหนิ เมื่อเห็นท่าทีของกรวิชราวร่างไร้วิญญาณ หน้าตาก็เย็นชาปราศจากรอยยิ้ม" ผมฝืนยิ้มไม่ได้หรอกครับ บริษัทก็ยังไม่ฟื้นตัว แม่ของผมก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ผมบอกแล้วว่าไม่อยากแต่งงานก็บังคับผม บอกให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนก็ไม่เลื่อน ผมมายืนเป็นเจ้าบ่าวให้ตรงนี้ ก็ถือว่าไว้หน้าคุณปู่มากแล้ว"กรวิชพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าไปในงาน ต่อหน้าแขกหลายคนที่พึ่งมาปล่อยให้อลิสายืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงนั้นชยุตกระแทกไม้เท้าด้วยความโมโห" แล้วใครมันทำเรื่องไว้หล่ะ ไม่ใช่แกเรอะที่ทำหนูสาท้องหน่ะ"" คุณพ่อใจเย็นๆครับ พูดไปก็อายเขา ดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว"" ก็ดูลูกชายแกพูดกับฉันสิ ฉันรึก็หวังดีกับมันทั้งนั้น ไม่แต่งวันนี้จะแต่งวันไหน ช้าเร็วก็ต้องแต่งอยู่ดี"ฉัตรฑริกากับศุภกิจพึ่งมาถึง ได้ยินที่ศุภกิจระบายอารมณ์ใส่ชยุตเมื่อกี้พอดี ชัยธวัชหันมาเห็นฉัตรฑริกาเดินเข้ามาก็ผายมือ" เชิญข้างในตามสบายนะ"กรวิชหันไปเห็นฉัตรฑริกาเดินเคียงข้างมากับศุภกิจ ภาพที่เขากับเธอเดินควงแขนเข้ามาในงานแต่งงานเมื่อสามปีก่อนก็แว่บเข้ามา เกิดความไม่ยินยอมในใจ
ชัยธวัชกับกรวิชนั่งหน้าเครียดอยู่ที่เก้าอี้คนละตัว ขนาบข้างซ้ายขวา มองดูพิมพรรณที่นั่งกอดตุ๊กตาหมี กรวิชนึกถึงคำของหมอก่อนหน้า" ผลตรวจออกมาปกตินะครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง "" แล้วทำไมแม่ของผมถึงเป็นแบบนี้หล่ะครับแถมยังจำพวกเราไม่ได้ด้วย""อาการแบบนี้เป็นผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุส่งผลให้ความจำเสื่อมชั่วคราว ความหวาดกลัวความวิตกกังวลช่วงที่เกิดเหตุ ทำให้คนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจให้รอดูสักระยะ หากยังเป็นอยู่ หมอแนะนำว่าควรส่งตัวไปโรงพยาบาลเฉพาะทาง"" คุณหมอหมายถึงโรงพยาบาลจิตเวชเหรอค่ะ"อลิสาถามด้วยเสียงตื่นเต้น" ใช่ครับ ญาติควรดูแลอย่างใกล้ชิด การได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจะทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ"" คุณหมอจะบอกว่าภรรยาของผมมีโอกาสหายเป็นปกติใช่ไหมครับ"" ถูกต้องครับ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย จะช้าหรือเร็วหมอก็บอกไม่ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคนไข้ด้วย"" กร กรคะกร"อลิสาเขย่าตัวกรวิชเรียกอยู่นานกว่าเขาจะรู้สึกตัว" มีอะไร"" คิดอะไรอยู่คะฉันเรียกตั้งนาน"" ไม่มีอะไร ว่าแต่คุณเรียกผมทำไม"" ฉันบอกว่าฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองคุณพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อนเถอะ"
เธอแสร้งทำเป็นตกใจแล้วรีบขับรถออกไปเธอรู้อยู่แล้วว่าพิมพรรณถูกรถชน ก็เธอเป็นคนขับชนเอง คิดว่าจะได้ยินข่าวดีว่าพิมพรรณตายแล้วเสียอีก นี่แค่อยู่ไอซียูเองรึเมื่อเปิดดูโทรศัพท์ก็ว่างเปล่า กรวิชไม่ได้โทรหาเธอหรือแม้แต่จะส่งข้อความก็ไม่มี เมื่อเธอกำลังรอลิฟต์ก็พบกับกรวิชโดยบังเอิญ ในมือของเขาถือถุงของกินทั้งสองข้าง " กร กรคะ"กรวิชหันมามองด้วยสีหน้าเย็นชา เธอรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมเขา เอื้อมมือจะไปช่วยถือถุงอาหารแต่เขาดึงมือหลบ" ไม่ต้อง ผมถือเองได้"" ฉันขอโทษนะที่พึ่งมา คือว่าฉันพึ่งรู้เรื่องจากพวกคนรับใช้เมื่อกี้นี้เอง พอรู้ข่าวฉันก็รีบมาเลย เห็นว่าคุณแม่บาดเจ็บหนักเข้าไอซียู ตอนนี้ท่านเป็นยังไงบ้าง"" ท่านปลอดภัยแล้ว พึ่งออกจากไอซียูไปอยู่ห้องพักฟื้น"อลิสาชะงัก ปลอดภัยเหรอ เธอขับชนไปเต็มๆจนร่างลอยละลิ่วขนาดนั้นยังจะปลอดภัยอีก นังแก่นั่นทำไมถึงหนังเหนียวนักนะ เมื่อเปิดประตูห้องพักเข้าไป ก็เห็นพิมพรรณนอนหลับตาหน้าซีดอยู่บนเตียง" คุณพ่อ คุณปู่"อลิสายกมือไหว้ชัยธวัชกับชยุต ชยุตเพียงปรายตามองแว่บนึง ส่วนชยุตกวักมือให้มานั่งที่โซฟา" หนูสามานั่งตรงนี้กับปู่มา "" ขอโทษค่ะคุณปู่ที่หนูพ
" เป็นไปไม่ได้ ธุรกิจของฉันมันเทาๆต้องได้อำนาจจากครอบครัวแม่เอื้องมาช่วย เธอก็รู้ว่าน้องชายแม่เอื้องเขาเป็นคนมียศสูง ไหนจะ"" พอแล้วไม่ต้องพูด คุณก็อยู่ของคุณไปฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน แบบนี้ไม่ดีเหรอ เราอย่ามาเกี่ยวข้องกันอีกเลย"" ไม่ได้ ฉันเป็นคนหวงของ เธอเป็นหนึ่งในบรรดาเมียของฉัน ยังไงฉันก็ไม่มีวัน
อลิสาเห็นหลังพิมพรรณไวๆก็เร่งเท้าตาม ไม่ได้สนใจว่ามีใครบางคนเดินตามมา หมับ เธอถูกกระชากแขนให้หยุด เมื่อเห็นหน้าชายตรงหน้าอลิสาก็ตกใจ" พ่อเลี้ยง"เธอมองซ้ายขวา ก่อนจะจับแขนพ่อเลี้ยงอำนวยไปหลบคุยกันอยู่หลังเสาต้นใหญ่ พิมพรรณขึ้นไปนั่งในรถกำลังจะสตาร์ทเครื่อง สายตาก็หันไปเห็นอลิสาจูงมือชายคนหนึ่งเข้
หลังจากมุ่งมั่นอยู่นานเหรียญที่มีเป็นกำก็หมดลง จนเหลือเหรียญสุดท้าย เธอก็ถอดใจเดินออก เสียงหยอดเหรียญดังแกร้งพร้อมเสียงหวืดหวืด เธอหันกลับไปเห็นในตู้กระจกที่คีบกำลังคีบตุ๊กตาหมีตัวสีน้ำตาลเลื่อนลงไปที่ช่อง ศุภกิจก้มลงไปหยิบตุ๊กตามาส่งให้เธอ เธอมองหน้าเขาอย่างทึ่งแล้วรับตุ๊กตาหมีมากอดไว้" ทำไมนายไม
" คุณปู่"" มาแล้วมาๆ มานั่งข้างๆปู่นี่ เป็นยังไงบ้างเริ่มแพ้หรือยังอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมตากรต่อไปนี้แกต้องดูแลหนูสาให้ดีๆนะเหลนของฉันจะได้แข็งแรง"" คุณปู่นี่หมายความว่า"" ฉันรู้ตั้งแต่วันก่อนแล้วว่าหนูสาท้อง ""วันก่อนฉันเวียนหัวเลยไปโรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าท้อง พอดีเจอคุณปู่โดยบังเอิญฉันดีใจเลย







