Share

ตอนที่ 10 ตัดขาดเสียที

last update Dernière mise à jour: 2025-01-10 21:00:09

น้ำเสียงตวาดกร้าวของผู้เป็นย่าเรียกร้องให้ตัดขาดจากหลานชายดังขึ้นจนทุกคนที่ยืนห้อมล้อมเหตุการณ์อยู่ได้ยินและรับรู้ถึงความใจดำของย่าที่มีต่อหลานชายได้อย่างชัดเจน

จางซิ่วอิงเหยียดยิ้มเมื่อสิ่งที่เธอต้องการนั้นได้หลุดออกมาจากปากของหญิงชราเห็นแก่ตัวอย่างง่ายดาย ก่อนจะหันไปสบตากับสามีอีกครั้ง

หยางซีห่าวสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างอดกลั้น สถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้กำลังตอกย้ำความสำคัญของเขาที่มีต่อครอบครัวนี้หรอกหรือ เมื่อหาเงินเขาบ้านไม่ได้แล้ว หลานชังอย่างเขานับเป็นตัวอะไรกัน

“จัดการตามที่ย่าว่าเถอะครับ ผมรบกวนด้วย”เสียงทุ้มกล่าวกับผู้นำหมู่บ้านในทันที ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกต่อไปแล้ว เท่านี้ก็ชัดเจนมากพอแล้ว

โจวเหวินมองชายหนุ่มที่เขาเห็นมาแต่เด็กด้วยแววตาเวทนาสงสาร เขาค่อนข้างสนิทกับพ่อของซีห่าว ฉะนั้นลูกของสหายก็ไม่ต่างจากลูกหลานที่เขาจะต้องให้ความช่วยเหลือเท่าที่พอจะทำได้

เขาสงสารซีห่าวไม่น้อยกับชะตาชีวิตในตอนนี้ แต่การเลือกตัดขาดจากครอบครัวที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อมาตลอด โดยเฉพาะผู้เป็นย่าที่รักหลานลำเอียง ไม่แน่อนาคตของหลานชายคนนี้อาจจะสดใสกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

“ลุงจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ แต่ตัดขาดแล้วเงินกองกลางก็ต้องแบ่งให้ซีห่าวด้วยอยู่ดี”ผู้นำหมู่บ้านตอบรับในทันทีที่หลานชายร้องขอ โดยไม่ลืมเรียกร้องส่วนที่หลานชายควรได้รับให้อีกด้วย

“ให้ย่าไปเถอะครับลุงโจวเหวิน ถือเป็นความกตัญญูครั้งสุดท้ายจากผม”

เขารู้ดีว่าเงินที่ย่าเก็บไปแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถูกหยิบออกมา ฉะนั้นเพื่อให้เรื่องทั้งหมดจบลงโดยเร็ว เขาจะถือว่านั่นคือความกตัญญูจากหลานชังอย่างเขาก็แล้วกัน

“ได้ ส่วนเงินชดเชยนายต้องเก็บเอาไว้เพื่อรักษาตัว เข้าใจแล้วนะยายเฒ่าหยาง”โจวเหวินตอบรับในทันที ก่อนจะกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม โดยไม่ลืมส่งสายตาตำหนิไปให้ยายเฒ่าที่ยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่ไม่ไกล

คนโลภหนอคนโลภ แม้แต่เงินชดเชยทหารบาดเจ็บก็ยังอยากได้งั้นเหรอ เลือดเนื้อก็ไม่ได้เสียไปกับเขา บาดแผลแม้แต่ปลายเล็บยิ่งไม่เคยได้รับ แต่ยังอยากได้เงินชดเชย ช่างน่ารังเกียจเกินไปแล้ว ผู้นำหมู่บ้านวัยกลางคนคิดในใจ

หลังจากนั้นสัญญาตัดขาดระหว่างหยางซีห่าวและตระกูลหยางก็เสร็จสิ้น โดยมีสายตาไม่พอใจของผู้เป็นย่านั้นมองอยู่ตลอด นางไม่ได้ไม่พอใจเรื่องตัดขาด ดีเสียอีกที่ได้ตัดขาดจากคนไร้ประโยชน์เช่นเด็กนั่น

แต่ทว่าเงินชดเชยอย่างไรคนเป็นย่าก็สมควรได้มิใช่หรือ แต่เมื่อหันมาสบตากับผู้นำหมู่บ้านเหยียนเพ่ยจำต้องกลืนความอยากได้นั้นลงท้องจนหมดสิ้น

“ขอบคุณที่เป็นธุระให้ผมกับภรรยานะครับ ขอบคุณพี่ด้วยนะ”หลังจากได้หนังสือตัดขาดที่ลงนามเรียบร้อยมาถือไว้ หยางซีห่าวไม่ลืมขอบคุณผู้นำหมู่บ้านและลูกชายที่มาเป็นธุระให้ในวันนี้ ซึ่งในวัยเด็กเขาและโจวเหยียนค่อนข้างสนิทกันไม่น้อยด้วยเพราะเติบโตมาด้วยกัน แต่หลังจากที่เขาต้องทำงานรับใช้คนในบ้านอย่างหนัก เลยทำให้การพบเจอและความสนิทสนมนั้นลดลงไปด้วย

“อืม มีอะไรให้ช่วยก็ไปหาลุงนะซีห่าว”สายตาของผู้นำหมู่บ้านเมื่อมองลูกชายของสหายนั้นอ่อนลงไม่น้อย แววตาของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา คนรอบข้างล้วนรับรู้ได้

แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปนั้น เหยียนเพ่ยได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างจากหลานชายคนโตก็แสยะยิ้มน่าเกลียดขึ้นมาในทันที ก่อนจะตะโกนไล่หลังอดีตหลานชายและผู้นำหมู่บ้านที่กำลังจะเดินจากไป

“เดี๋ยว!! ตัดขาดไปแล้ว แกคงไม่คิดว่าฉันจะให้แกอยู่บ้านหลังนั้นเปล่า ๆ หรอกนะ!!”อย่างน้อยบ้านเก่าตระกูลหยางก็พอมีประโยชน์อยู่บ้างในตอนนี้ แม้จะหลังเล็กและคงเรียกค่าเช่าได้ไม่กี่หยวน แต่นั้นก็เงินไม่ใช่หรือ…

จางซิ่วอิงได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกรังเกียจนางแก่นี่มากขึ้นไปอีก ดวงตาคู่เรียวมองขึ้นด้านบนกลอกกลิ้งลูกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกเท้ากลับไปหาร่างท้วมแก่ชรา พร้อมกับควักเงินสิบหยวนขึ้นมาปาไปที่หน้าอกของอดีตย่าของสามี

“เหอะ! นี่ค่าเช่าของเดือนนี้ค่ะ แล้วเดือนหน้าจะมาจ่ายใหม่นะคะ”

ท่าทีก้าวร้าวนี้แน่นอนว่าทุกคนต้องเห็น และจางซิ่วอิงไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ตัดขาดกันเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกัน และแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ หากเป็นลมหนาวในชาติก่อน ไม่แน่ว่าเงินสิบหยวนนี่อาจจะปาโดนหน้ายายแก่นี่ไปแล้วก็ได้

และสำหรับเธอเงินสิบหยวนนั้นไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งเธอร่วงแม้แต่น้อย แต่ละวันเธอหาเงินได้มากกว่านี้หลายเท่า อีกอย่างเธอตั้งใจแล้วว่าจะซื้อบ้านในตัวอำเภอเร็ว ๆ นี้ ค่าเช่าหนึ่งเดือนที่จ่ายไปที่จริงเธอกับสามีอาจจะอยู่บ้านหลังนั้นไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ

“แก! แก! นางเด็กต่ำช้า”เหยียนเพ่ยกรีดร้องออกมากด้วยความโมโหที่ถูกเด็กคราวหลานทำกิริยาเช่นนี้ใส่ แววตาที่มองอดีตหลานสะไภ้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นพลางก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย

จางซิ่วอิ่งยังคงยืนเผชิญหน้ากับนางแก่น่ารังเกียจนี่อย่างไม่เกรงกลัว เธอยืนลอยหน้าลอยตาสองมือยกขึ้นท้าวเอว ก่อนจะกล่าวยั่วโมโหออกไปอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่าจนคนฟังนั้นโกรธจนทำอะไรไม่ถูก

“อะไรหรอคะ? คุณย่าต่ำทราม ถ้าไม่มีอะไรจะพูดต่อ ฉันขอตัวนะคะ เสีย-เว-ลา-มาก-ค่ะ!!!!

เหยียนเพ่ยได้แต่มองหน้าของอดีตหลานสะไภ้ตาปริบ ๆ ริมฝีปากขมุบขมิบพยายามสรรหาถ้อยคำเจ็บแสบมาโต้ตอบ ความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกแสดงผ่านสีหน้าออกมาจนหมดสิ้น

“ชิ! นึกว่าจะแน่!”จางซิ่วอิงบิดยิ้มร้าย ก่อนจะมองนางแก่ตรงหน้าที่เอาแต่ยืนโกรธขึงจนแทบสิ้นใจตายด้วยแววตาดูแคลน

เธอไม่อยากจะสนใจคนแบบนี้เท่าไหร่นัก คนแบบนี้อาจจะไม่ได้แก่ไปมากกว่านี้หรอก เพราะอีกไม่นานก็คงตายเพราะนิสัยเห็นแก่ได้นั่นแหละ คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงหมุนตัวเดินกลับมายังจุดที่สามีกับผู้นำหมู่บ้านยืนอยู่ ก่อนจะพูดกับพวกเขาเสียงหวาน กิริยาท่าทางมีมารยาทต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน

“ไปกันเถอะค่ะ ขอบคุณพี่ชายโจวกับพี่สะไภ้มากนะคะ”

“อะ เอ่อ! ครับ กลับบ้านเรากัน”หยางซีห่าวเหมือนพึ่งหาเสียงตัวเองเจอ ยอมรับว่าการกระทำของภรรยานั้นทำให้เขารู้สึกอึ้งไม่น้อย จากที่แปลกใจสงสัยในทีแรก ตอนนี้กลายเป็นคาดไม่ถึงในหลาย ๆ สิ่งจนรู้สึกมึนงงเลยก็ว่าได้

ด้านครอบครัวของผู้นำหมู่บ้านก็ไม่ต่างกัน โจวเหวินและโจวเหยียนนั้นรู้สึกอึ้งไม่ต่างจากซีห่าวนัก จางซิ่วอิงในความทรงจำของพวกเขาคือหญิงสาวขี้โรคที่ไม่สู้คนไม่ใช่หรือ ท่าทีขลาดเขลาในตอนนั้นหายไปไหนเสียแล้ว

กลับกันสะไภ้บ้านโจวอย่างว่านเจียหลินนั้นรู้สึกสะใจกับสิ่งที่จางซิ่วอิงทำเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งเธอเห็นตอนที่จางซิ่วอิงนำเงินไปส่งบ้านหวัง ท่าทางดูขี้กลัว ไม่มีปากเสียง ไม่ว่าญาติสามีจะว่ากล่าวอย่างไรก็เอาแต่ก้มหน้ารับ ซึ่งว่านเจียหลินรู้สึกขัดใจกับท่าทางตอนนั้นของหล่อนมาก แต่เมื่อคิดได้ว่าไม่ใช่เรื่องของตนเธอจึงเดินเลี่ยงออกมาไม่ได้ให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด

โจวเหยียนอาสาเข็นรถมาส่งสหายที่บ้านเพราะรู้สึกเห็นใจน้องสะไภ้ที่ดูอ่อนแอขี้โรค รถเข็นคันใหญ่ที่มีร่างของทหารบึกบึนนั่งอยู่ หากต้องเข็นขึ้นเนินเขาแม้ไม่ใช่เนินสูงอะไรแต่เขาก็รู้สึกเห็นใจสองสามีภรรยาคู่นี้อยู่ดี

ระหว่างทางจางซิ่วอิงไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียว เธอได้แต่เดินตามไปเงียบ ๆ ฟังสามีและลูกชายผู้นำหมู่บ้านรำลึกความหลังกันไป ทั้งสามกลับมาถึงบ้านเก่าหลังน้อยในเวลาใกล้ค่ำแล้ว จางซิ่วอิงจึงเดินไปหยิบไข่สิบใบในครัวใส่ตะกร้าให้โจวเหยียนไป พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเขาและครอบครัวอยู่หลายครั้ง

“เฮ้อออ! จบสักที!”เสียงใสถอนหายใจอย่างหมดเรี่ยวแรง หลังจากปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อหันมาพบกับสามีที่มองเธอด้วยสายตาแบบนั้นก็ตระหนักได้ทันทีว่า…เรื่องยังไม่จบ

เอาล่ะ! ชาติที่แล้วไม่สมหวัง ชาตินี้คุณยายส่งเธอมาให้สมหวังมิใช่หรือ? แล้วยังต้องกลัวอะไรอีกลมหนาว ใจสู้หน่อย!! ไม่ว่าอย่างไรชาตินี้เธอต้องสมหวังสิ!

เธอพูดกับตนเองในใจเช่นนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงหน้าสามี ใบหน้าเล็กคลี่ยิ้มกว้างส่งไป “คือ…คุณหิวหรือเปล่า?”

“ครับ”หยางซีห่าวตอบรับอย่างเก้อเขิน แต่เขาก็หิวจริง ๆ เพราะมื้อสุดท้ายที่ทานก็ตอนหกโมงเมื่อเช้า จนตอนนี้อาทิตย์ตกดินแล้ว แม้ร่างกายจะถูกฝึกมาให้อดทนต่อเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ แต่ภรรยาถามมีหรือที่เขาจะกล้าโกหก

“งั้นรอเดี๋ยวนะคะ ฉันเข้าครัวสักครู่ ไม่นานค่ะ”หญิงสาวพยักหน้ารับ หัวใจของเธอเต้นแรงจนผิดปกติทุกครั้งที่สบกับนัยน์ตาคู่นั้นของสามี ชาติที่แล้วเธอกับซีห่าวเป็นแฟนกัน เรารักกันมากทีเดียว

แต่ชาตินี้เขาและเธอคือสามีภรรยาอย่างถูกต้อง กลับกันทั้งที่แต่งกันมานานกลับอยู่แบบไร้รักเสียได้ และคืนนี้จะต้องนอนร่วมเตียงกันแค่นึกถึงก็ใจสั่นแล้ว

“รบกวนคุณแล้วภรรยา”เสียงทุ้มกล่าวอย่างเกรงใจ เขาไม่รู้ว่าคำพูดของเขานั้นทำให้ภรรยาเขินอายได้มากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่มั่นใจเพราะใบหน้าแดงซ่านของเธอนั้นแน่ชัดแล้วว่ากำลังเขินเขาอยู่แน่ ๆ

“มะ ไม่รบกวนค่ะ เดี๋ยวฉันมา”มือเรียวยกขึ้นปัดไปมาเป็นพัลวัน ก่อนจะปลีกตัวออกจากตรงนั้นและหนีเข้าไปในห้องครัวทันที

ไม่ไหวแล้ว…เธอต้านทานความหล่อของเขาไม่ได้อีกแล้ว!!

ชาติก่อนหยางซีห่าวคือนักธุรกิจอนาคตไกล แม้ร่างกายจะไม่ได้ผอมบางแต่ก็ไม่ได้กำยำและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศเช่นตอนนี้ ยิ่งตอนที่ได้เผชิญหน้าเขาใกล้ ๆ เธอยิ่งรู้สึกทำตัวไม่ถูกเสียดื้อ ๆ เขามีผลกระทบต่อจิตใจเธอมากเกินไปแล้ว

หยางซีห่าวที่มองตามหลังภรรยาก็รู้สึกเอ็นดูเธออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้คิดไปเองว่าบรรยากาศระหว่างเขาและภรรยานั้นเปลี่ยนไป เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนเมื่อก่อน แถมยังสบายใจมากอีกด้วย หรือว่าเขาจะตกหลุมรักภรรยาตัวเองเข้าแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 65 ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ (จบ)

    ภายในบ้านหลังสีขาวขนาดกลางในย่านการค้าสำคัญ เสียงหัวเราะพูดคุยของคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน ช่วยทำให้บรรยาของบ้านหลังนี้ดูอบอุ่นไม่น้อยในช่วงเช้าอากาศสดใสจางซิ่วยืนมองหน้าท้องที่เริ่มนูนเล็กน้อยของตนเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ใบหน้าเอิบอิ่มของคุณแม่ยังสาวนับวันยิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตาตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว หลังจากที่เจ้าสองแสบเข้าโรงเรียนได้ไม่นาน สามีอย่างหยางซีห่าวที่ขยันบอกรักภรรยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ขยันมากขึ้นอีกหลายเท่า จนผ่านไปสองเดือนเจ้าหัวผักกาดหัวที่สามก็ถือกำเนิดขึ้นมาในท้องของเธอในที่สุด“ผมต้องไปแล้วครับ คุณก็อย่าหักโหมนะครับ ผมเป็นห่วง”ชายหนุ่มเอ่ยเตือนภรรยาประโยคเดิมเช่นทุกวัน น้ำเสียงนุ่มทุ้มฟังดูอบอุ่น ทั้งแววตาที่มองภรรยานั้นอ่อนโยนกว่าตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไหน ๆเพราะภรรยาของเขานั้นขึ้นชื่อเรื่องความขยันขันแข็ง ในแต่ละวันเธอทั้งทำงานนอกบ้าน ทำอาหาร เลี้ยงลูก

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 64 สะสางความแค้น

    จางซิ่วอิงยังต้องอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งก็ทำให้ลูกน้อยทั้งสองต้องอยู่กับเธอด้วย หยางซีห่าวก็เช่นกัน เขาทำเรื่องลางานถึงหนึ่งเดือนเพื่อมาดูแลภรรยาและลูกน้อยทั้งสองด้วยตนเอง“เด็ก ๆ ป้ามาแล้ววววว!!”เยว่ผิงอันส่งเสียงเรียกหลานทั้งสองก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาในห้องเสียอีก เธอเข้ามาเยี่ยมหลาน ๆ พร้อมกับสามีที่ถือของพะรุงพะรังตามหลังมาจางซิ่วอิงยิ้มให้กับคนเห่อหลานทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะให้สามีรับข้าวของเหล่านั้นและนำไปเก็บไว้ก่อน“ผมฝากดูแลเธอและเด็ก ๆ ด้วยนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมา”หยางซีห่าวพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล วันนี้เขากับพี่ภรรยามีธุระที่ต้องไปสะสางจึงต้องฝากเธอกับลูกไว้กับพี่สะไภ้เสียก่อนจางซิ่วอิงยังไม่หายดีนัก ส่วนลูกทั้งสองแม้จะเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแต่การมีคนคอยช่วยเหลือย่อมดีกว่า เขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยจนเกินไป“ไปจัดการ

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 63 พรข้อสุดท้าย

    สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านร่างโปร่งแสงไปอย่างแรงจนผมยาวพลิ้วไสวไปตามแรงลม จางซิ่วอิงเผยรอยยิ้มยินดีออกมาในทันที เธอเข้าใจว่าคุณยายรับรู้ความปรารถนาของเธอแล้วจึงเอ่ยพรข้อที่สามออกไป“พรข้อสุดท้ายฉันขอให้ฉันและลูก ๆ ปลอดภัยค่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้คลอดพวกเขา ให้พวกเขาได้ออกมาใช้ชีวิตบนโลกอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ”คำอ้อนวอนปนเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวลอยหายไปตามสายลม ก่อนจะได้รับรู้ได้ถึงลมอีกระลอกหนึ่งพัดผ่านร่างของเธอไปอย่างรวดเร็ว สายลมแรงนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ แต่ทว่ากลับทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบรอบตัวเธอเอาไว้ต่างหาก“พรของหล่อนถูกใช้หมดแล้วนะ ต่อจากนี้ยายขอให้หล่อนมีชีวิตที่ดี”เสียงของหญิงชราดังแว่วอยู่ไกล ๆ จางซิ่วอิงพยายามมองหาเจ้าของเสียงแต่ก็ไม่พบ ทว่าเมื่อมองไปยังหน้าห้องคลอดที่มีร่างของเธอนอนนิ่งอยู่ กลับเห็นเด็กชายหญิงหน้าตาน่ารักยืนยิ้มแฉ่งให้เธออยู่

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 62 คลอดฉุกเฉิน

    ซ่งเฟยหลงประกาศกร้าวพร้อมยกปืนขึ้นเล็งไปยังผู้ก่อเหตุทั้งหมด อันธพาลสี่คนที่ถูกจ้างมาให้คอยช่วยเหลือหวงไฉ่หง เมื่อเห็นชายในชุดเครื่องแบบทหารพร้อมปืนก็หวาดกลัวจนต้องยกมือขึ้นเหนือหัว ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นตามคำสั่ง แม้แต่หวงไฉ่หงเองที่เป็นเพียงชาวบ้านชนบทมีหรือจะกล้าขัดขืนพันโทซ่งเฟยหลงย้ายมาประจำการที่นี่ในวันนี้ซึ่งเขาไปรายงานตัววันแรก พอเรียบร้อยแล้วก็เจอเข้ากับลูกน้องเก่าอย่างหยางซีห่าวกำลังออกจากค่ายพอดี เขาจึงขอติดรถออกมาด้วยเพื่อหาบ้านพักชั่วคราว ระหว่างรอทำเรื่องขอบ้านพักสวัสดิการ ซึ่งหยางซีห่าวก็รับปากว่าจะพาไปดูบ้านพัก แต่ขอไปรับภรรยาที่กำลังท้องแก่เสียก่อน แต่เมื่อรถเข้ามาจอดภาพเหตุการณ์อุกฉกรรจ์นี้ก็ทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าวิ่งมาจากรถที่จอดอยู่อีกด้านทว่าจากที่ซ่งเฟยหลงคิดว่าเป็นเหตุการณ์ของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปคงไม่ใช่แล้ว เพราะลูกน้องอย่างหยางซีห่าวรีบวิ่งไปประคองหญิงท้องแก่ พร้อมตะโกนเรียกชื่อภรรยาดังลั่น“ซิ่วอิง ภรรยา!”

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 61 เรื่องราววิ่งเข้าหา

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรจางซิ่วอิงก็อุ้มท้องเจ้าหัวผักกาดมาได้จนถึงแปดเดือนแล้ว เพราะขนาดท้องที่ใหญ่กว่าปกติของคุณแม่ลูกแฝดทำให้การเดินเหินค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบากโดยปกติแล้วการมาทำงานของจางซิ่วอิงจะต้องมีพี่ชายหรือสามีอยู่ด้วยเพื่อคอยระมัดระวังหากเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่ทว่าเมื่อวานโรงงานผลไม้กระป๋องของเธอที่อยู่ต่างเมืองมีปัญหาพี่ชายอย่างจ้าวคุนจึงรับอาสาไปดูแทนส่วนสามีนั้นติดภารกิจตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอันที่จริงเขาทำภารกิจนี้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แต่ต้องอยู่ต่ออีกนิดเพื่อทำเรื่องลาหยุดงานมาดูแลเธอจนกระทั่งคลอด ซึ่งคนเป็นภรรยาเองก็เข้าใจและไม่ได้เร่งรัดอะไรจากคนเป็นสามี เพราะอย่างไรวันนี้เธอก็ตั้งใจจะมาทำงานวันสุดท้ายอยู่แล้ว ท้องเธอโตมากและใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปทำงานคงไม่สะดวกนัก หลังจากนี้จึงตั้งใจว่าจะให้พี่สะไภ้เอางานส่วนของเธอมาให้ที่บ้านแทนจางซิ่วอิงเดินไปยังลานจอดรถโดยมีพี่สะไภ้คอยประคองอย

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 60 เจ้าหัวผักกาดมาแล้ว

    “ฉุนเหรอคะ?” คำพูดของเจ้านายสาวทำเอาแม่บ้านซุนคิดหนัก หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม พยายามนึกถึงอาหารแต่ล่ะจานว่าเธอทำผิดพลาดที่ตรงไหนกัน มีส่วนผสมอะไรที่ผิดแปลกหรือพิศดารจึงได้ทำให้เจ้านายอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงเช่นนี้“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ว่าอาหารของป้าซุนไม่ดี แต่ว่าฉันได้กลิ่นแล้วรู้สึกเวียนหัวมากจริง ๆ”หญิงสาวกล่าวขอโทษแม่บ้านทั้งน้ำตาคลอหน่วย เธอเห็นแก่ความทุ่มเทของป้าซุนที่พยายามรังสรรอาหารหลากหลายอย่างเพื่อเอาใจเธอ แต่กลิ่นแบบนั้นเธอไม่สามารถทนได้จริง ๆแม่บ้านวัยกลางคนได้รับคำยืนยันเช่นนั้นก็คิดหนัก แต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เห็นทีฝีมือการทำอาหารของเธอคงตกเสียแล้ว พลันวิ่งเข้าไปเตรียมยาดมและยาหอมมาให้กับเจ้านายเพื่อบรรเทาอาการเยว่ผิงอันที่ยืนอยู่ข้างกันกับคู่หมั้นหนุ่มพอฟังอยู่ไม่ไกลนั้นรู้สึกแปลกใจกับน้องสาวขึ้นมาในทันที อาหารบนโต๊ะนั้นแน่นอนว่าล้วนเป็นอาหารอย่างดี ถูกรังสรรขึ้นมาจนหน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status