Share

บทที่ 10

เสียงไก่ขันยามรุ่งอรุณปลุกให้เด็กชายผู้กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุขลืมตาตื่น มะขามเด้งตัวขึ้นด้วยความตื่นเต้น

ก่อนมองหาพี่สาวสุดที่รัก “พี่จ๋า คงลงไปในครัวนานแล้วเป็นแน่” เด็กชายพูดพลางกระวีกระวาดเก็บที่นอนหมอนมุ้ง

“เจ้ามะขามตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำอาบท่า วันนี้เอ็งต้องสวมเสื้อให้เรียบร้อยนะจะมาใส่แต่กางเกงอย่างเดียวไม่ได้” เสียงของคนเป็นปู่ดังขึ้นเมื่อเห็นหลานชายกำลังเดินลงบันได

“ใส่ไป เสื้อก็เปียกสิจ๊ะปู่”

“ไม่ใส่ไม่ได้เพราะเราจะต้องไปทำบุญใส่บาตรเลี้ยงพระก่อน เอ็งต้องแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ”

“หนูฟังปู่จ้ะ” เด็กชายรับคำอย่างเชื่อฟังก่อนจะวิ่งไปอาบน้ำหลังบ้านด้วยร่างกายเปล่าเปลือย

“มะขามเอ็งหกขวบแล้วนะต่อไปเวลาจะอาบน้ำต้องนุ่งผ้าเข้าใจไหมลูก” ทองก้อนสอนลูกชายเมื่อเจ้าตัวเดินหาบน้ำมาเห็นสภาพของลูกน้อย

“นุ่งผ้าขาวม้าแบบพ่อเหรอแต่หนูยังเห็นเจ้าแดง เจ้ากลั่นถอดผ้ากระโดดน้ำคลองอยู่เลยนะจ๊ะ” ใบหน้าของเด็กชายมึนงง

“หนูฟังพ่อนะ” ทองก้อนเทน้ำลงในโอ่งใบใหญ่ก่อนที่จะสอนลูกชายคนเล็กเกี่ยวกับเรื่องเพศสภาพของตน

“พ่อ หนูขอผ้านุ่งด่วนเลยหนูอายพี่จ๋า” หลังฟังในสิ่งที่พ่อของตนสอนเด็กชายก็เอามือปิดในส่วนลับของตนใบหน้าคล้ำแดดมีริ้วรอยสีแดงพาดผ่านทั้ง ๆ ที่ตรงนี้มีเพียงตนกับคนเป็นพ่อ “เอาที่เอวของพ่อไปนุ่งก่อน” คนเป็นพ่อถอดผ้าข้าวม้าที่ตนคาดเอวเอาไว้ส่งให้ด้วยความขบขันท่าทางของคนตัวเล็ก

วันนี้คนในครอบครัวไม่ได้พาเจ้าทุยกับนางเผือกออกไปกินหญ้าที่ท้องทุ่งเนื่องจากพวกเขาตั้งใจจะไปทำบุญ

ดังนั้นโมกกับพ่อแม่จึงได้พากันแต่งกายด้วยชุดที่พวกเขาคิดว่าใหม่และสะอาดที่สุด

เช่นเดียวกับบ้านของผู้เป็นปู่ ชะอมมองเสื้อผ้าที่ตนสวมซึ่งเป็นผ้าซิ่นกับเสื้อสีขาวแขนสั้นผ่าด้านหน้ามีกระดุมห้าเม็ด

“แม่จ๋า หนูไม่มีรองเท้าเหรอ” แม้ว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้วก็ตาม

แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่กับท้องไร่ท้องนาอีกทั้งตั้งแต่ฟื้นเธอก็เดินแต่เท้าเปล่ามาตลอดจึงเพิ่งจะฉุกคิดขึ้นได้ก็วันนี้

“ไม่มีหรอกลูก เอาไว้หากไปที่วัดแล้วเจอคนมาขายแม่จะซื้อให้หนูกับน้องคนละคู่นะ”

“แม่จ๋า ไม่ต้องซื้อให้หนูหรอกซื้อให้พี่จ๋าคนเดียวก็พอหนูไม่ชอบใส่” มะขามส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ได้หรอก หากพี่มีใส่พวกเราทุกคนก็จะต้องมีใส่เหมือนกันเอาอย่างนี้ดีไหมจ๊ะ เรามาดูค่าขายมะม่วงกวนกับเกลือดูก่อนหากว่าขายได้ก็ค่อยนำมาซื้อรองเท้าให้กับทุกคนการใส่รองเท้ามีผลดีหลายอย่าง”

“แต่...” มะลิ กำลังจะเอ่ยค้าน “เอาตามที่หลานว่ามานั่นแหละ ตอนนี้พวกเราก็ไปวัดกันเถอะประเดี๋ยวจะสาย” สายใจฟังบทสนทนาระหว่างหลานกับลูกสะใภ้เอ่ยแทรก

“จ้ะแม่/จ้ะย่า”

“เจ้าคำเจ้าก้อนเอ็งสองคนหาบเกลือกับมะม่วงไปขายด้วยล่ะ ขนไปให้เยอะหน่อย” บุญมีกล่าวกำชับบุตรชาย

หลังจากคนในครอบครัวเดินออกมาก็เจอเข้ากับคนในหมู่บ้านเดียวกันทุกเพศทุกวัย เด็กอายุน้อยกว่าก็พากันยกมือไหว้ทักทายผู้อาวุโสอย่างน่ารัก

“ผู้ใหญ่ ไปวัดพร้อมกันไหมว่าแต่เจ้าสองคนนั้นหาบอะไรล่ะจะเอาไปทำบุญหรือเปล่า” ชายวัยเดียวกับบุญมีเอ่ยทัก

“สวัสดีจ้ะ ปู่ไหว/อาไหว” ทั้งหลานและลูกของบุญมีต่างพากันยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างสุภาพ

เจ้าของชื่อรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม จากนั้นบุญมีจึงได้พูดถึงสิ่งที่ลูกบ้านถาม “เกลือกับมะม่วงกวน เอ็งคงเคยได้ยินเรื่องที่ข้าต้มเกลือมาบ้างแล้วกระมั้ง”

“อืมได้ยินมาไม่น้อยทีเดียว ฉันเองก็อยากจะถามกับผู้ใหญ่อยู่เหมือนกันว่าจะรับคนงานไหม” ชายคนนี้กล่าวอย่างเกรงใจ

“ข้าก็วางแผนเอาไว้อย่างนั้นแหละ เอ็งไม่ต้องกลัวข้าไม่ลืมคนในหมู่บ้านของเราหรอกเพียงแต่ข้าเพิ่งจะริเริ่มเอ็งก็รู้ทุกอย่างต้องใช้เวลา”

“ผู้ใหญ่กล่าวไม่ผิด ว่าแต่ผู้ใหญ่ให้สองคนนี้หาบเกลือจะเอาไปทำบุญอย่างเดียวไม่ขายเหรอ” คู่สนทนาถามขึ้นอย่างสงสัย

“ก็ว่าจะเอาไปขายด้วยนั่นแหละ เอ็งอยากได้เหรอจะเอากี่มากน้อยล่ะ”

“ฉันไม่ได้ถามเพื่อซื้อเองหรอกพอดีเมื่อเช้าเจ้าไก่มันกลับมาจากในเมืองและบังเอิญได้ยินมันบ่นว่าเถ้าแก่จำเป็นต้องใช้เกลือเป็นจำนวนมากไปหมักปลา”

“เจ้าไก่ลูกชายเอ็งนะเหรอ ถ้าข้าจำไม่ผิดมันทำงานโรงงานน้ำปลาใช่หรือเปล่า”

“ใช่แล้ว พอผู้ใหญ่พูดถึงเรื่องเกลือฉันก็เลยนึกออกนี่แหละผู้ใหญ่ก็น่าจะรู้นี่ว่าเกลือหายากหากจะรับจากเมืองอื่นก็มีค่าขนส่งอีก”

ชะอมหูผึ่งขึ้นทันที เรามีคนรับซื้อเกลือรายใหญ่แล้วแต่โรงงานน้ำปลาแห่งนั้นทำมานานหรือยังแล้วกำลังซื้อเป็นยังไงนี่สิเห็นที่จะต้องถามให้ละเอียด

“ปู่ไหวจ๊ะ โรงงานน้ำปลาอยู่ไกลจากหมู่บ้านเรามากไหมและเขาเปิดกิจการมานานหรือยัง”

แม้ชายสูงวัยกว่าจะรู้สึกประหลาดใจกับคำถามของชะอมผู้ที่เขารู้จักมาแต่เล็กแต่น้อยว่าหล่อนเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูดแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริง

“ห่างจากบ้านเราสามสิบโล โรงงานเปิดมานานหลายปีแล้ว ปู่เอ็งก็รู้จักหากอยากไปคุยกับเขาก็เอาไว้หลังวันตรุษข้าจะให้เจ้าไก่พาเอ็งกับปู่ไปเจรจา”

“ขอบใจเอ็งมากนะไหว เจ้าไก่จะกลับเข้าเมืองเมื่อไหร่รบกวนเอ็งไปบอกข้าด้วยล่ะ หากว่าการเจรจากับโรงงานเป็นไปได้ด้วยดีข้าจะประกาศรับคนงานในหมู่บ้านเข้าทำงาน”

“ฉันก็หวังให้ผู้ใหญ่เจรจาสำเร็จนั่นแหละ บอกตามตรงไม่มีใครอยากไปทำงานไกลบ้านหรอก”

ชายสูงวัยทั้งสองคนเดินไปก็สนทนากันไปจนกระทั่งถึงวัด ผู้คนมากมายต่างพากันยิ้มแย้มทักทายปราศรัยกันอย่างเป็นมิตร

คนหนุ่มคนสาวก็ใช้โอกาสนี้ในการเกี้ยวพากันอย่างสนุกสนาน หากคู่ไหนพึงใจกันพวกเขาก็จะพากันไปก่อเจดีย์ทรายด้วยหวังทำความสนิทสนมกันให้มากขึ้น

การเล่นน้ำก็มีเพียงขันใบใหญ่ลอยน้ำดอกไม้ให้พอหอมตักรดกันหรือไม่ก็ใช้มือวักน้ำพรมไปยังคนเดินผ่านไปมาพอประมาณหาได้เล่นกันรุนแรง

ส่วนเด็กวัยขนาดมะขาม ชะอม และโมกพวกเขาก็พากันเล่นมอญซ่อนผ้าบ้าง หมากเก็บบ้าง

ชะอมกวาดตามองไปรอบ ๆ ลานวัดแห่งนี้จนเผยรอยยิ้มบางด้วยความรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก

“พี่จ๋า หนูไปเล่นเป่ากบกับเจ้าแดงเจ้ากลั่นได้ไหม” มะขามดึงมือคนเป็นพี่พลางพยักพเยิดหน้าไปทางเพื่อนรุ่นเดียวกัน

“อย่าเพิ่งไป หลังจากทำบุญฟังพระก่อนเอ็งค่อยไปไม่อย่างนั้นเสื้อผ้าได้เปรอะดินกันพอดี” คนเป็นย่าได้ยินสิ่งที่หลานชายคนเล็กพูดรีบเอ่ยค้าน

มะขามตัวน้อยคอตก ท่าทางเช่นนี้เหมือนสุนัขตัวน้อยไม่มีผิดทำให้ชะอมอดที่จะยกมือลูบหัวของเขาไม่ได้ “ทำตามที่ย่าว่าเถอะจากนั้นน้องค่อยไปเล่น”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และเสียงพูดคุยของชาวบ้าน ได้มีเสียงแทรกของผู้ดูแลงานของวัดดังขึ้นเพื่อบอกให้ทุกคนขึ้นไปเตรียมตัวจัดอาหารถวายพระ

กลุ่มของครอบครัวชะอมนำโดยคนเป็นย่าจึงได้พากันรอคนก่อนหน้าล้างเท้าก่อนเดินขึ้นศาลาไม้หลังใหญ่

ศาลาไม้หลังนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งอายุอานามน่าจะผ่านร้อนหนาวมาหลายสิบปี ทว่าก็ยังคงดูแข็งแรง

สตรีหลากหลายวัยต่างนำอาหารที่เตรียมมาจัดใส่จานของวัดซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นพวกไข่ต้ม ผักต้ม ปลาย่าง

“พี่สาย ข้าวปลาบ้านพี่หน้าตาน่ากินจังเขาเรียกว่าอะไรอย่างนั้นหรือ” หญิงวัยกลางคนรุ่นน้องของสายใจถามขึ้นเมื่อเห็นสำรับที่สายใจเตรียมมา

“ปลาช่อนต้มใบมะขามอ่อน ส่วนจานนี้ไข่เจียวใส่ชะอม ถ้วยนี้เป็นน้ำพริกเผากากหมูกินคู่กับผักสด ผักลวก”

“ป้าสาย กับข้าวของป้าได้มาจากไหนเหรอจ๊ะ หนูไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย” สาวรุ่นพร้อมจะออกเรือนอีกไม่นานถามขึ้นอย่างสนใจ

“ป้าไม่ได้ทำเองหรอกบัวเป็นชะอมพาทำนะ หากเอ็งสนใจก็ไปที่บ้านให้น้องสาวสอนก็แล้วกัน” สายใจตอบหญิงสาวด้วยความหวังดี

“พี่สาย พวกฉันไปเรียนด้วยได้ไหม”

แม่บ้านรวมถึงหญิงสาวจำนวนไม่น้อยต่างถามขึ้นพร้อมกัน “ชะอมเอ็งว่ายังไง” คนเป็นย่าโบ้ยไปให้หลานสาวผู้กำลังช่วยแม่จัดจานจัดช้อน

“ฉันช่วยแนะนำให้ได้จ๊ะ”

“ขอบใจนะหลาน ขอบใจนะน้องชะอม” หญิงต่างวัยต่างกล่าวออกมาพร้อมกัน

บุญมีมองหลานสาวด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่หลานตัวน้อยรู้จักมีเมตตาไม่หวงในสิ่งที่ตนรู้

หมู่บ้านทุ่งเนินดินแห่งนี้ค่อนข้างยากจนกว่าหมู่บ้านอื่นเนื่องจากเพาะปลูกไม่ค่อยได้พื้นที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นดินเค็ม ทั้ง ๆ ที่น้ำในคลองนั้นก็เป็นน้ำจืดเรื่องนี้เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร

ดังนั้นผู้คนในหมู่บ้านจึงมีอยู่แค่สามสิบหลังคาเรือน หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลังจากเรียนจบป.4ก็มักจะเดินทางเข้าไปหางานในเมืองจะกลับบ้านกลับช่องก็ช่วงวันหยุดหรือไม่ก็ช่วงเทศกาลอย่างเช่นวันนี้

เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่พระในวัดทุ่งเนินดินก็พากันเดินขึ้นศาลา หลังจากท่านนั่งกันเรียบร้อยพระก็สวดให้ศีลให้พรก่อนฉันเพลจากข้าวปลาอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวาย

ครั้นพระฉันเสร็จเรียบร้อยชาวบ้านก็ช่วยเด็กวัดเก็บถ้วยจานชามก่อนท่านสมภารจะกล่าวให้โอวาสอีกครั้ง

หลังรับศีลรับพรอิ่มบุญกันถ้วนหน้าคนแก่ก็ต้องการจะอยู่ฟังเทศน์ฟังธรรมต่อผิดกับเด็ก ๆ ที่นั่งยุกยิกไม่อยู่นิ่งด้วยห่วงจะเล่น

“โมก เอ็งพาน้องไปเล่นเถอะคอยดูให้ดีล่ะ” สายใจเอ่ยกำชับหลานชายคนโตเมื่อเห็นคอของมะขามชะเง้อตามการเรียกของเกลอ

“จ้ะย่า” จบคำของพี่ชายเด็กน้อยมะขามก็ผุดลุกขึ้นยืนเดินก้าวเท้าอาด ๆ ไปหาสหายวัยเดียวกันด้วยรอยยิ้มแต้

คนเป็นพี่ทั้งสองจึงได้รีบเดินตามน้องชายไปติด ๆ เด็กน้อยลืมพี่สาวอย่างเราไปเสียแล้ว ชะอมคิดด้วยรอยยิ้ม

เสียงบนศาลาหลังใหญ่เงียบลงทันทีหลังจากเด็ก ๆ ทั้งหลายเดินลงมาด้านล่าง

“วันนี้มียี่เก เอ็งจะมาดูไหมเจ้าขาม” เจ้าแดงถามขึ้นในขณะที่พวกเขาพากันมาเล่นเป่ากบ

“มาสิ ข้าจะมากับพี่จ๋า”

โมกกับชะอมยืนมองน้องชายอยู่ครู่ใหญ่ก็เห็นพ่อกับลุงวางหาบกระจาดเกลือกับมะม่วงกวนลงบนพื้น

“พี่โมก หนูจะไปช่วยพ่อขายของนะ” ชะอมเอ่ยก่อนที่จะเดินแยกตัวไปทางพ่อกับลุง

สองชายหนุ่มผู้ไม่เคยค้าขายมาก่อนในชีวิตหลังจากวางกระจาดลงก็มองหน้ากันด้วยสีหน้าจนใจ

“พี่คำ เราจะต้องทำยังไงต่อ” คำถามของน้องชายทำให้คนเป็นพี่ลองมองพ่อค้าแม่ขายรอบตัว

“เราลองตะโกนเรียกคนอย่างเขาดูไหมล่ะ” ผู้เป็นพี่เสนอ

“ลองดูก็ได้พี่”

เสียงของชายหนุ่มทั้งคู่แผ่วเบาไม่ต่างกับเสียงยุง จนชะอมผู้กำลังเดินตรงมาอมยิ้มให้กับพวกเขา

“หนูจัดการเองจ้ะ” จากนั้นชะอมก็ตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดังเท่าที่เจ้าตัวจะทำได้พร้อมกับนำตัวอย่างมะม่วงกวนที่จัดแบ่งเอาไว้มาถือเพื่อแจกจ่าย

เพียงไม่นานก็เริ่มมีคนเดินเข้ามามุงดูการค้าของพวกเขา “แม่หนู ให้ชิมไม่คิดเงินแน่นะ” ชายวัยกลางคนต่างหมู่บ้านถามขึ้นอย่างกังขา

“จริงจ้ะ หากไม่อร่อยตาก็ไม่ต้องซื้อแต่หากอร่อยก็ช่วยหนูซื้อราคาไม่แพงหนูขายมะม่วงกวนกระทงละหนึ่งเฟื้องส่วนเกลือกระทงใหญ่หนูขายหนึ่งสลึง” ชะอมถือโอกาสขายเกลือไปพร้อมกัน

“ราคาของเอ็งถูกจังเกลือปลอมหรือเปล่า” คนผู้หนึ่งในกลุ่มถามอย่างสงสัยด้วยท่าทางยียวนทำให้สองพี่น้องทองพากันจ้องมองกลุ่มตรงหน้าเขม็ง

ชะอมอยากกลอกตาขาวไปมาทว่าใบหน้าของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเป็นการแสดงว่าหาได้ถือสาแต่อย่างใด

“ลุงจะลองชิมก่อนก็ได้จ้ะว่าเกลือของหนูเค็มหรือไม่”

“เอ็งไม่ลองชิมเกลือบ้านข้าดูล่ะไอ้ผัน ข้าไม่ให้ลูกหลานเอาของเก๊มาขายให้เสียชื่อหรอกแต่หากเอ็งจะมาหาเรื่องก็กลับหมู่บ้านเอ็งไปซะ” น้ำเสียงแหบพร่าของบุญมีดังขึ้นอย่างนักเลง

“ฉันไหว้จ้ะ อาผู้ใหญ่ หากรู้ว่าเกลือเป็นของบ้านอาฉันคงไม่เอ่ยออกไปแบบนั้นหรอก” น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเช่นเดียวกับท่าทาง

“พวกเอ็งพากันยกพวกมาที่นี่อย่าเที่ยวมาหาเรื่องท้าตีท้าต่อยเล่าไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนจะมาเที่ยวก็ทำตัวดี ๆ” บุญมีปรายตามองชายหนุ่มอ่อนกว่าลูกของตนเอ่ยเตือนกลาย ๆ

“จ้ะอา พวกฉันมาก็เพื่อมาดูยี่เกกับมาขอรำวงเท่านั้นแหละไม่กล้ามีเรื่องหรอก” เจ้าผันผู้เป็นหัวโจกของกลุ่มรับคำ

“รับปากแล้วก็ทำให้ได้ล่ะ ว่าแต่เอ็งยังจะซื้อของหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็หลีกทางให้คนอื่นเสีย”

“ซื้อจ้ะ ฉันไม่เคยกินมะม่วงกวนที่ว่ามาก่อนก็เลยว่าจะขอลองสักหน่อยและก็จะซื้อเกลือกลับไปให้แม่ด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปรอต่อแถวซะ”

ในขณะที่คนเป็นปู่กำลังเจรจากับกลุ่มของชายหนุ่มต่างถิ่นก็มีคนจำนวนไม่น้อยต่างพากันให้ความสนใจกับสิ่งของที่ชะอมเรียกว่ามะม่วงกวนเป็นจำนวนไม่น้อยดังนั้นเด็กหญิงจึงได้บอกให้พวกเขาเข้าแถว

ส่วนทองก้อนกับทองคำก็มีหน้าที่ส่งสินค้าเรื่องรับเงินทอนเงินให้เป็นหน้าที่ของชะอมผู้ยังไม่เคยเรียนหนังสือแต่ทว่าหล่อนกลับคิดเงินได้อย่างคล่องแคล่วจนบุญมีรู้สึกประหลาดใจ

หรือว่าที่แห่งนั้นเขาสอนหนังสือด้วย
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 155

    “นายพูดอะไรเหลวไหล พวกเราไปดูน้องใหม่กันเถอะไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะดูแลดีหรือเปล่า” “อาการของนายดีขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอ” “อืม ไปเถอะ” ส่วนสาวน้อยชมพู่หลังจากข้าวกล่องของเธอถูกชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกินจนหมดเจ้าตัวจึงได้มาหาข้าวที่โรงอาหารกิน “จะกินอะไรดี

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 154

    ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะชมพู่กำลังจะเดินมาที่รถของตนเพื่อจะนำหนังสือเรียนมาเก็บในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นร่างของหญิงสาวก็ถูกใครบางคนกระแทกมาจากทางด้านข้าง “อ๊ะ!” ร่างบางส่งเสียงร้องเล็กน้อยโชคดีที่เธอใส่รองเท้าผ้าใบจึงทำให้ตั้งหลักได้ไม่ยาก และในขณะที่เธอกำลังจะหันไ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 153

    แขไขเอามือผลักอกของเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ฉันไม่บอบบางขนาดนั้นหรอกค่ะ” จมูกแดง ๆ ของหล่อนทำให้พร้อมรู้สึกว่าเด็กสาวดูน่ารักน่าเอ็นดู ไวเท่าความคิดชายหนุ่มได้นำมือของตนวางลงบนศีรษะเล็ก ๆ ของเธอก่อนพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด “พี่ขอโทษค่ะ ที่ทำให้น้องเจ็บตัว” หัวใจของแขไขคล

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 152

    เสียงกรีดร้องแห่งความสนุกสนานดังขึ้นเมื่อมีเพื่อนเจ้าสาวรับดอกไม้ช่อสวยได้ หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเพื่อนเก่ากันมานานมองภาพตรงหน้าด้วยความยินดีทว่าหนึ่งในนั้นก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ “ตอนนี้ฉันยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่เราไม่ได้เกี่ยวดองกัน” คำพูดของแขไขได้เรียกรอยยิ้มขันจากชะอม

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 151

    “แม่มึงแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราจะได้ลูกสะใภ้กันล่ะ” คำพูดของทองคำได้ทำให้คนเป็นลูกมีสีหน้าฉงนระคนอยากรู้ “ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ” “ก็คนอย่างแม่เอ็งมีคนเดียวยังไงล่ะแล้วก็เป็นเมียของพ่อด้วยฮ่า ๆ” คำตอบของทองคำทำให้ทั้งลูกและแม่ต่างเบนหน้าหนีไปคนละทาง ตั้งแต่วันนั้นคุณหมอหนุ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 150

    เจ็ดวันต่อมาท่านชายวิสุทธิ์จึงได้เดินทางมาเป็นเถ้าแก่ฝ่ายของดิน เรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นทางครอบครัวของชะอมไม่ได้เรียกร้องมากมายบุญมีทำเพียงเรียกตามประเพณีเท่านั้น ถึงจะเป็นอย่างนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงขายหน้าเพราะทางนั้นได้ยกที่ดินและบ้านรวมถึงเงินทองหากนับรวมกันก็หลายสิบห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status