แชร์

บทที่ 3

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-10 19:00:44

“ปู่ กลับบ้านเร็ว ชะอมแย่แล้ว” เสียงตะโกนดังลั่นทั่วทั้งท้องนาที่ผู้คนกำลังช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวได้ทำให้ผู้คนมากมายพากันหยุดงานในมือของตนลง พร้อมกันนั้นพวกเขาต่างก็พากันมองมาทางเด็กชายรูปร่างผอมสูงอย่างพร้อมเพรียง

“น้องเป็นอะไรโมก” น้ำเสียงตกใจของผู้พูดทำให้เจ้าของชื่อซึ่งกำลังก้มตัวหายใจหอบละล่ำละลั่กตอบอย่างรวดเร็ว

“น้องเป็นลม” สามคำสั้น ๆ ทำให้ชายหนุ่มคนนั้นออกตัววิ่งหน้าตั้งกลับบ้านทันที

“ไอ้ก้อน รอพ่อด้วย” ชายผู้มีอายุห้าสิบตะโกนเรียกบุตรชายเสียงดังแต่ทว่าดูเหมือนเสียงของเขาจะส่งไปไม่ถึงผู้ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง

“เจ้าโมก น้องเป็นลมได้ยังไงเกิดอะไรขึ้น” คนเป็นพ่อถามลูกชายอย่างวิตก “ไม่รู้ครับ” เด็กชายโมกส่ายศีรษะไปมาเนื่องจากเจ้าตัวเองก็ยังไม่ทราบถึงที่มาที่ไปอย่างชัดแจ้ง

“ถามกับหลานไปจะได้อะไร ทองคำเอ็งพาพ่อนำหน้าไปก่อน เดี๋ยวแม่กับชบาจะตามไปทีหลัง”

“จ้ะแม่ พ่อพวกเราไปกันเร็วเข้า ไม่รู้ยายหนูจะเป็นอย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์รีบฉุดแขนพ่อของตนให้เดินมาทางจักรยานคันใหญ่ซึ่งค่อนข้างเก่ามากแล้ว

บุญมีเร่งรีบเดินตามการดึงของบุตรชายอย่างไม่รอช้า คล้อยหลังสามีกับลูกชายคนโตนางสายใจผู้เป็นย่าของเด็กชายหญิงสามคนก็หันมาตะโกนบอกกับผู้ที่ทำงานร่วมกันก่อนที่เธอจะรีบจ้ำอ้าวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้ากลับเรือนของตนอย่างไม่รอช้าโดยมีหลานชายคนโตวิ่งออกตัวนำหน้าแม้ว่าเจ้าตัวจะเหน็ดเหนื่อยเพราะยังไม่ทันได้พักก็ตาม

เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่มะลิกับมะขามก็มองเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งพร้อมกับหอบเอาฝุ่นละอองสีแดงปลิวตามลมมาด้วย

“พ่อ/พี่ก้อน” เสียงของลูกชายกับเมียรักได้ทำให้ทองก้อนวิ่งมาหยุดยืนตรงหน้าแคร่ใต้ร่มมะขามใหญ่

“มะลิ ลูกเป็นอะไร” เสียงหอบเหนื่อยของเขาถามขึ้นอย่างหวาดหวั่นเมื่อมองเห็นร่างของบุตรสาวคนโตนอนเหยียดยาวไม่ไหวติง

“พ่อจ๋า พี่เป็นลม” ลูกชายคนเล็กตอบเจือเสียงสะอื้นอีกครั้ง

“เป็นลม! ที่ลูกเป็นอย่างนี้เพราะพี่แท้ ๆ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างของลูกสาวกล่าวโทษตัวเอง

“พี่” มะลิยกมือปาดน้ำตาเอ่ยเรียกสามีคล้ายกับมีอะไรติดอยู่ในลำคอจึงทำให้เธอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก

“หากพี่หาเงินได้มากกว่านี้ลูกก็คงไม่อดจนต้องเป็นลม ทุกอย่างเป็นเพราะพี่ที่เป็นพ่อไม่ได้เรื่อง” ทุกถ้อยคำพูดอันแสนเจ็บปวดนี้ได้เข้าหูของเฌอเอมอย่างชัดเจน

ครอบครัวนี้ยากจนมากเลยเหรอเด็กคนนี้ถึงได้หิวจนเป็นลม ท่านยม ท่านส่งฉันมาเกิดใหม่เพื่อจะให้ตายอีกรอบหรือยังไงมีไอเทมพิเศษอะไรให้ฉันเหมือนในนิยายบ้างหรือไม่ ในขณะที่เฌอเอมกำลังคิดอย่างฟุ้งซ่าน

‘เจ้ามนุษย์น้อย ไอเทมอะไรพวกนั้นมันก็มีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ เจ้ามีหนึ่งสมอง สองมือ สองเท้าไม่ใช่เหรอ จงพยายามเข้านะและค่อย ๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ไปเรื่อย ๆ ล่ะเพื่อที่คุณจะได้มีช่องทางทำมาหากิน’

เฌอเอมได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เรื่องนี้เป็นความผิดท่านแท้ ๆ แต่ก็ช่างเถอะก็อย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ เอาละในเมื่อมาแล้วฉันก็ไม่มีทางยอมแพ้อย่างเด็ดขาด เธอคิด

ในระหว่างนี้ปู่ของเด็กหญิงผู้ซึ่งตามหลังลูกชายมาติด ๆก็กำลังตรวจดูร่างกายของหลานสาวตามความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาเมื่อสมัยยังหนุ่ม แม้จะไม่ได้เก่งกาจเทียบเท่าหมอแผนปัจจุบันก็ตามทว่าการรักษาของเจ้าตัวนั้นก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งสำหรับคนยากจนในแถบชนบทอันห่างไกลหมอเช่นนี้

“พ่อ! ชะอมเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงอันร้อนใจของลูกชายคนเล็กกล่าวเร่ง

“ลูกเอ็งไม่เป็นอะไรแล้วอีกไม่นานก็ฟื้น” ผู้พูดพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

สิ้นคำกล่าวของเขาไม่นานเปลือกตาของเด็กหญิงก็เริ่มขยับไปมา เด็กชายตัวเล็กผู้จ้องมองคนเป็นพี่อยู่ตลอดรีบเรียกชื่อของเธอเสียงดัง

“พี่ชะอม พี่จ๋ารีบตื่นเร็วเข้า”

หลังจากเฌอเอมลืมตา เธอก็ตกใจกับภาพที่เห็นเพราะมีใบหน้าของคนไม่คุ้นเคยมากมายต่างมองดูเธอด้วยแววตาแห่งความเป็นห่วง

“ลูกฟื้นแล้ว” มะลิยกมือปาดน้ำตากล่าวเสียงสั่น

“ชะอม หิวไหมลูก” ทองก้อนถามขึ้นบ้างด้วยดวงตาแดงก่ำ

ใบหน้างงงวยของหลานสาวทำให้บุญมีหัวใจกระตุกวูบ “ชะอม เอ็งจำปู่ได้ไหม” คำถามของชายวัยห้าสิบผู้เป็นหมอยาประจำหมู่บ้านได้เรียกความตกใจของคนในครอบครัวออกมาอีกครั้ง

ทำยังไงดี ฉันไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างอยู่เลย สีหน้ายุ่งยากของผู้ที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั้นยิ่งตอกย้ำความกังวลให้กับคนภายในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

“จำไม่ได้จ้ะ” เฌอเอมเลือกยอมรับตามตรง

“ลูกแม่/ลูกพ่อ” พ่อแม่หนุ่มสาวของเธอพากันร้องไห้โฮ “พวกเอ็งจะร้องไห้ทำไม หลานข้าแค่จำไม่ได้แต่เธอก็ยังไม่ตายแค่นี้ก็นับว่าเป็นโชคดีแล้ว” เสียงอันดังจากหญิงวัยกลางคนแม้จะทำให้ทุกคนสะดุ้งเพราะความตกใจแต่ก็เหมือนจะทำให้พ่อแม่ของร่างเดิมมีสติมากขึ้น

“ชะอม ย่าทำให้ตกใจเหรอลูก” สายใจยกมือลูบหัวหลานสาวด้วยความสงสารจับใจกล่าวเสียงอ่อน

เฌอเอมส่ายศีรษะไปมา พลางอาศัยจังหวะนี้กวาดตามองผู้คนที่กำลังรายล้อมตนไปด้วย

และยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเสียงท้องเจ้ากรรมก็ร้องขึ้นปานฟ้าจะถล่ม สาวใหญ่ในร่างของเด็กหญิงเอามือกุมท้องใบหน้าแดงด้วยความอาย

“หิวสินะ เดี๋ยวป้าจะไปหาอะไรมาให้กินอดทนหน่อยนะลูก”

เฌอเอมมองใบหน้าของคนพูดพยักหน้าลงอย่างเชื่อฟัง “มะลิ พ่อว่าเอ็งพาลูกไปอาบน้ำก่อนเถอะจากนั้นค่อยมาคุยกัน”

“จ้ะ พ่อ” หลังรับคำมะลิจึงได้หันมาพูดกับลูกสาวด้วยแววตาแห่งความเศร้าเมื่อคิดว่าลูกหลงลืมตน “ชะอมไปอาบน้ำกับแม่นะ”

“แม่” เด็กหญิงพูดเสียงเบาราวกับกระซิบ

“ใช่ลูก แม่ชื่อมะลิเป็นแม่ของหนู” หญิงสาวโอบกอดบุตรในอุทรอย่างไม่รังเกียจความสกปรกตามเนื้อตัวมอมแมมของคนเป็นลูก

“ฮือ ๆ แม่จ๋า ฉันมีแม่แล้ว” แม้ว่าคำพูดของเธอจะฟังดูประหลาดทว่ากลับไม่ได้ทำให้ใครสงสัยเพราะคิดว่าเด็กหญิงคงจะสูญสิ้นความทรงจำของตนไปจนหมด

“พี่สาย พี่บุญ หลานจะหายดีไหม” คำถามของหญิงรุ่นน้องได้ทำให้เจ้าของชื่อทั้งสองต่างพากันส่ายหัว

“ข้าไม่รู้หรอกนางกาบ แต่อย่างน้อยหลานข้าก็ยังอยู่” คำตอบของบุญมีนั้นช่างแทนใจคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

“นั่นสิ ความจำหายก็ยังดีกว่าตาย ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วฉันขอกลับเรือนก่อนนะ”

“อืม ขอบใจเอ็งมากนะ” สายใจผู้เป็นย่าของเด็กทั้งสามเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง

“คนกันเองพี่จะเกรงใจทำไม ชะอมมันก็หลานฉันเหมือนกัน” ผู้พูดเอ่ยพร้อมกับเดินมุ่งหน้ากลับเรือนของตน

เฌอเอมมองโอ่งน้ำใบใหญ่และตุ่มน้ำที่มีขนาดเล็กกว่าด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“ชะอม มาผลัดเปลี่ยนผ้าก่อนลูก” น้ำเสียงของมะลิปลุกเด็กหญิงตื่นจากภวังค์

“แม่จ๋า บ้านเราไม่มีห้องน้ำเหรอ”

“ไม่มีหรอกลูก บ้านเราก็อาบน้ำกันตรงนี้แหละ เวลาปวดท้องก็นู่นวิ่งเข้าป่าตรงนั้น”

เสียงวิ้ง ๆ ดังขึ้นในหัวของเฌอเอมทันที “แม่เอาผ้านุ่งมาให้แล้ว แม่จะสอนหนูนะ” แม้มะลิจะรู้สึกเสียใจแต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

การเปลี่ยนผ้าในที่โล่งแจ้งสำหรับเฌอเอมนั้นดูเหมือนจะค่อนข้างทุลักทุเลไปบ้างแต่ทว่าเธอก็สามารถทำมันออกมาได้ดีในที่สุด

“แม่จ๋า น้ำมาจากไหน” หลังจากใช้น้ำไปมากกว่าครึ่งตุ่มเฌอเอมในร่างของชะอมจึงอดที่จะถามออกมาไม่ได้ด้วยความรู้สึกสงสัยและสังหรณ์ใจบางอย่าง

“เราต้องไปหาบจากกลางหมู่บ้านตรงนั้นจะมีเครื่องโยกน้ำ” คำตอบของแม่ได้เรียกเสียงเปรี้ยงราวกับฝ่าผ่าขึ้นในหัวของเฌอเอม

“แม่จ๋า ปีนี้ พ.ศ.อะไร” ผู้ถามใบหน้าเริ่มซีดขาวแม้ว่าเจ้าตัวจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วก็ตาม

“2499 ปีนี้หนูมีอายุเจ็ดปี แม่กำลังจะพาไปสมัครเรียนเดือนหน้า” มะลิยิ้มอ่อนตอบลูกสาวเสียงเบาด้วยความสงสาร

“2499!!” เฌอเอมทวนซ้ำอย่างตกตะลึง เราย้อนกลับมาเกิดห่างจากพ.ศ.เดิมเจ็ดปีอย่างนั้นเหรอ แต่ในตอนนั้นเราถูกเก็บมาเลี้ยงและไม่เคยได้ใช้ชีวิตในชนบทมาก่อนเลยแต่ดูเหมือนว่าที่นี่…

“ชะอม!! ลูกเป็นอะไร” เมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งค้างมะลิเองก็เริ่มใจคอไม่ค่อยดีอีกครั้งจึงได้เรียกชื่อของเธอเสียงดัง

“ห๊ะ! หา” เด็กหญิงสะดุ้งเมื่อมืออันผอมบางของคนเป็นแม่จับเข้าที่ไหล่อันเปลือยเปล่า

มะลิอยากจะหลั่งน้ำตาอีกครั้งยามเมื่อเห็นใบหน้าอันแสนตื่นตระหนกของลูกสาวอันเป็นที่รัก

ท่าทางของเธอทำให้เฌอเอมรู้สึกผิด “แม่จ๋า หนูไม่ได้เป็นอะไรแล้ว แม่อย่าร้องไห้นะ” มือเล็กของเด็กหญิงจับมือหยาบกร้านของคนเป็นแม่เอ่ยเสียงหวาน

“ลูกไม่เป็นอะไรแน่นะ” มะลิถามย้ำ

“จ้า แต่ถ้าแม่ยังไม่เปลี่ยนผ้าให้หนู” น้ำเสียงหยอกเย้าของลูกสาวทำให้มะลิรีบหาผ้าแห้งผืนใหม่นำมาผลัดให้เด็กหญิงอย่างรีบร้อน

ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะเดินจูงมือกันออกมาจากด้านหลังเรือน กลิ่นหอมของข้าวหุงสุกใหม่ก็ได้ลอยมาตามลมทำให้ท้องของเฌอเอมส่งเสียงร้องออกมาอีกคำรบ

“หิวใช่ไหม รีบเดินกันเถอะหนูจะได้กินข้าว” คนเป็นแม่พูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของลูกสาวตัวน้อย

“จ้ะ” เฌอเอมรับคำเสียงเบา

บนแคร่หน้าเรือนของบ้านตอนนี้ได้มีจานกับข้าวรวมถึงหม้อข้าวใบขนาดกลางตั้งอยู่

เฌอเอมถอนใจยามเมื่อเห็นกับข้าวในจานที่มีเพียงผักต้ม ไข่ต้มอยู่สามฟองและพริกป่นน้ำปลา

“ชะอม มานั่งข้างย่า” หญิงวัยกลางคนกวักมือเรียกหลานสาวหนึ่งเดียวภายในครอบครัว

“พี่จ๋า พี่ต้องกินข้าวเยอะ ๆ นะจะได้ไม่เป็นลมอีก” เด็กชายตัวน้อยเอ่ย ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ได้ใช้ช้อนสังกะสีสภาพค่อนข้างเก่าแค่ดูก็รู้ว่าจะต้องผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานตักไข่ไก่หนึ่งฟองใส่จานข้าวคนเป็นพี่อย่างไม่นึกหวง

“เอาไข่ของพี่ไปด้วย น้องสาวตัวเล็กมากกินไข่อีกหน่อยจะได้ตัวโตมากกว่านี้” เด็กชายร่างผอมสูงก็ตักไข่ไก่อีกฟองใส่ลงในจานของคนเป็นน้องเช่นกัน

การกระทำอันห่วงใยของเด็ก ๆ ได้เรียกรอยยิ้มแฝงความเศร้าให้กับผู้ใหญ่ในครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน

เฌอเอมอดที่จะสะท้านในอกของตนไม่ได้ เธอมองไข่ต้มในจานข้าวของตนสลับกับใบหน้าของคนในครอบครัวที่มีผู้ใหญ่หกเด็กอีกสามอย่างหม่นหมอง

“แบ่งกันกินเถอะค่ะ พวกเราต้องได้กินเหมือนกัน” เด็กหญิงใช้ช้อนแบ่งไข่ต้มออกเป็นสองซีกทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนคนอยู่ดี

“แม่กับพ่อ” “ปู่กับย่าไม่กินหรอกพวกหนูกันกันเถอะ” คำตอบของผู้ใหญ่ในครอบครัวทำให้เด็กชายหญิงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยินยอม

“ถ้าอย่างนั้นเอาให้ปู่กับย่า พ่อแม่ไม่อยากกิน” สองพี่น้องทองคำกับทองก้อนปฏิเสธออกมาพร้อมกัน

แต่แล้วเฌอเอมหาได้ให้พวกเขาทำตามใจ เด็กสาวได้นำไข่เหล่านั้นมาแบ่งครึ่งอีกและทำให้เป็นยำไข่ต้มโดยการราดน้ำปลาพริกลงไป

“เราได้ยำไข่ต้มแล้วค่ะ กินข้าวกันเถอะ” คนในครอบครัวมองไปยังจานไข่ต้มที่ตั้งอยู่ด้วยใบหน้าฉงน

“กินกันเถอะ หนูหิวแล้ว” เฌอเอมพูดพร้อมกับตักไข่ในจานให้ย่า ก่อนตามมาด้วยแม่และน้องชายเท่าที่แขนผอมบางของตนจะเอื้อมถึง

หลังกลืนข้าวลงคอไปแล้วเฌอเอมจึงได้ลองเสนอความเห็นของตนออกมา “หนูว่าวันหลังพวกเราเอาไข่ไปทอดแทนการต้มดีไหมจ๊ะ”

“ไข่ทอด! มันเป็นยังไง” ชบามองใบหน้าของหลานสาว ถามออกมาด้วยความซื่อ

“หา!” เฌอเอมร้องเสียงหลง สรุปตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนแม้แต่ไข่ทอดพวกเขาก็ไม่รู้จัก

“หนูขอถามได้ไหมกับข้าวที่นี่พวกเรากินกันยังไง” หลังตั้งสติได้เธอจึงได้ถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ปิ้ง ย่าง และก็ต้ม ส่วนไข่ที่หลานกินป้าก็เอาไปหมกทรายและตากแดดเอาไว้” ชบาตอบตามจริง

ในตอนนี้ใบหน้าของเฌอเอมได้เรียกเสียงหัวเราะให้กับน้องชายตัวเล็กของตนเป็นอย่างมาก

“พี่จ๋า หน้าของพี่ตลกมากเลย” แต่สำหรับเฌอเอมนั้นเจ้าตัวกลับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ จึงได้แต่ทำหน้าเหวอต่อไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 155

    “นายพูดอะไรเหลวไหล พวกเราไปดูน้องใหม่กันเถอะไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะดูแลดีหรือเปล่า” “อาการของนายดีขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอ” “อืม ไปเถอะ” ส่วนสาวน้อยชมพู่หลังจากข้าวกล่องของเธอถูกชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกินจนหมดเจ้าตัวจึงได้มาหาข้าวที่โรงอาหารกิน “จะกินอะไรดี

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 154

    ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะชมพู่กำลังจะเดินมาที่รถของตนเพื่อจะนำหนังสือเรียนมาเก็บในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นร่างของหญิงสาวก็ถูกใครบางคนกระแทกมาจากทางด้านข้าง “อ๊ะ!” ร่างบางส่งเสียงร้องเล็กน้อยโชคดีที่เธอใส่รองเท้าผ้าใบจึงทำให้ตั้งหลักได้ไม่ยาก และในขณะที่เธอกำลังจะหันไ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 153

    แขไขเอามือผลักอกของเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ฉันไม่บอบบางขนาดนั้นหรอกค่ะ” จมูกแดง ๆ ของหล่อนทำให้พร้อมรู้สึกว่าเด็กสาวดูน่ารักน่าเอ็นดู ไวเท่าความคิดชายหนุ่มได้นำมือของตนวางลงบนศีรษะเล็ก ๆ ของเธอก่อนพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด “พี่ขอโทษค่ะ ที่ทำให้น้องเจ็บตัว” หัวใจของแขไขคล

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 152

    เสียงกรีดร้องแห่งความสนุกสนานดังขึ้นเมื่อมีเพื่อนเจ้าสาวรับดอกไม้ช่อสวยได้ หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเพื่อนเก่ากันมานานมองภาพตรงหน้าด้วยความยินดีทว่าหนึ่งในนั้นก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ “ตอนนี้ฉันยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่เราไม่ได้เกี่ยวดองกัน” คำพูดของแขไขได้เรียกรอยยิ้มขันจากชะอม

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 151

    “แม่มึงแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราจะได้ลูกสะใภ้กันล่ะ” คำพูดของทองคำได้ทำให้คนเป็นลูกมีสีหน้าฉงนระคนอยากรู้ “ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ” “ก็คนอย่างแม่เอ็งมีคนเดียวยังไงล่ะแล้วก็เป็นเมียของพ่อด้วยฮ่า ๆ” คำตอบของทองคำทำให้ทั้งลูกและแม่ต่างเบนหน้าหนีไปคนละทาง ตั้งแต่วันนั้นคุณหมอหนุ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 150

    เจ็ดวันต่อมาท่านชายวิสุทธิ์จึงได้เดินทางมาเป็นเถ้าแก่ฝ่ายของดิน เรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นทางครอบครัวของชะอมไม่ได้เรียกร้องมากมายบุญมีทำเพียงเรียกตามประเพณีเท่านั้น ถึงจะเป็นอย่างนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงขายหน้าเพราะทางนั้นได้ยกที่ดินและบ้านรวมถึงเงินทองหากนับรวมกันก็หลายสิบห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status