“ปู่ กลับบ้านเร็ว ชะอมแย่แล้ว” เสียงตะโกนดังลั่นทั่วทั้งท้องนาที่ผู้คนกำลังช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวได้ทำให้ผู้คนมากมายพากันหยุดงานในมือของตนลง พร้อมกันนั้นพวกเขาต่างก็พากันมองมาทางเด็กชายรูปร่างผอมสูงอย่างพร้อมเพรียง
“น้องเป็นอะไรโมก” น้ำเสียงตกใจของผู้พูดทำให้เจ้าของชื่อซึ่งกำลังก้มตัวหายใจหอบละล่ำละลั่กตอบอย่างรวดเร็ว
“น้องเป็นลม” สามคำสั้น ๆ ทำให้ชายหนุ่มคนนั้นออกตัววิ่งหน้าตั้งกลับบ้านทันที
“ไอ้ก้อน รอพ่อด้วย” ชายผู้มีอายุห้าสิบตะโกนเรียกบุตรชายเสียงดังแต่ทว่าดูเหมือนเสียงของเขาจะส่งไปไม่ถึงผู้ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง
“เจ้าโมก น้องเป็นลมได้ยังไงเกิดอะไรขึ้น” คนเป็นพ่อถามลูกชายอย่างวิตก “ไม่รู้ครับ” เด็กชายโมกส่ายศีรษะไปมาเนื่องจากเจ้าตัวเองก็ยังไม่ทราบถึงที่มาที่ไปอย่างชัดแจ้ง
“ถามกับหลานไปจะได้อะไร ทองคำเอ็งพาพ่อนำหน้าไปก่อน เดี๋ยวแม่กับชบาจะตามไปทีหลัง”
“จ้ะแม่ พ่อพวกเราไปกันเร็วเข้า ไม่รู้ยายหนูจะเป็นอย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์รีบฉุดแขนพ่อของตนให้เดินมาทางจักรยานคันใหญ่ซึ่งค่อนข้างเก่ามากแล้ว
บุญมีเร่งรีบเดินตามการดึงของบุตรชายอย่างไม่รอช้า คล้อยหลังสามีกับลูกชายคนโตนางสายใจผู้เป็นย่าของเด็กชายหญิงสามคนก็หันมาตะโกนบอกกับผู้ที่ทำงานร่วมกันก่อนที่เธอจะรีบจ้ำอ้าวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้ากลับเรือนของตนอย่างไม่รอช้าโดยมีหลานชายคนโตวิ่งออกตัวนำหน้าแม้ว่าเจ้าตัวจะเหน็ดเหนื่อยเพราะยังไม่ทันได้พักก็ตาม
เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่มะลิกับมะขามก็มองเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งพร้อมกับหอบเอาฝุ่นละอองสีแดงปลิวตามลมมาด้วย
“พ่อ/พี่ก้อน” เสียงของลูกชายกับเมียรักได้ทำให้ทองก้อนวิ่งมาหยุดยืนตรงหน้าแคร่ใต้ร่มมะขามใหญ่
“มะลิ ลูกเป็นอะไร” เสียงหอบเหนื่อยของเขาถามขึ้นอย่างหวาดหวั่นเมื่อมองเห็นร่างของบุตรสาวคนโตนอนเหยียดยาวไม่ไหวติง
“พ่อจ๋า พี่เป็นลม” ลูกชายคนเล็กตอบเจือเสียงสะอื้นอีกครั้ง
“เป็นลม! ที่ลูกเป็นอย่างนี้เพราะพี่แท้ ๆ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างของลูกสาวกล่าวโทษตัวเอง
“พี่” มะลิยกมือปาดน้ำตาเอ่ยเรียกสามีคล้ายกับมีอะไรติดอยู่ในลำคอจึงทำให้เธอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก
“หากพี่หาเงินได้มากกว่านี้ลูกก็คงไม่อดจนต้องเป็นลม ทุกอย่างเป็นเพราะพี่ที่เป็นพ่อไม่ได้เรื่อง” ทุกถ้อยคำพูดอันแสนเจ็บปวดนี้ได้เข้าหูของเฌอเอมอย่างชัดเจน
ครอบครัวนี้ยากจนมากเลยเหรอเด็กคนนี้ถึงได้หิวจนเป็นลม ท่านยม ท่านส่งฉันมาเกิดใหม่เพื่อจะให้ตายอีกรอบหรือยังไงมีไอเทมพิเศษอะไรให้ฉันเหมือนในนิยายบ้างหรือไม่ ในขณะที่เฌอเอมกำลังคิดอย่างฟุ้งซ่าน
‘เจ้ามนุษย์น้อย ไอเทมอะไรพวกนั้นมันก็มีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ เจ้ามีหนึ่งสมอง สองมือ สองเท้าไม่ใช่เหรอ จงพยายามเข้านะและค่อย ๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ไปเรื่อย ๆ ล่ะเพื่อที่คุณจะได้มีช่องทางทำมาหากิน’
เฌอเอมได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เรื่องนี้เป็นความผิดท่านแท้ ๆ แต่ก็ช่างเถอะก็อย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ เอาละในเมื่อมาแล้วฉันก็ไม่มีทางยอมแพ้อย่างเด็ดขาด เธอคิด
ในระหว่างนี้ปู่ของเด็กหญิงผู้ซึ่งตามหลังลูกชายมาติด ๆก็กำลังตรวจดูร่างกายของหลานสาวตามความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาเมื่อสมัยยังหนุ่ม แม้จะไม่ได้เก่งกาจเทียบเท่าหมอแผนปัจจุบันก็ตามทว่าการรักษาของเจ้าตัวนั้นก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งสำหรับคนยากจนในแถบชนบทอันห่างไกลหมอเช่นนี้
“พ่อ! ชะอมเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงอันร้อนใจของลูกชายคนเล็กกล่าวเร่ง
“ลูกเอ็งไม่เป็นอะไรแล้วอีกไม่นานก็ฟื้น” ผู้พูดพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
สิ้นคำกล่าวของเขาไม่นานเปลือกตาของเด็กหญิงก็เริ่มขยับไปมา เด็กชายตัวเล็กผู้จ้องมองคนเป็นพี่อยู่ตลอดรีบเรียกชื่อของเธอเสียงดัง
“พี่ชะอม พี่จ๋ารีบตื่นเร็วเข้า”
หลังจากเฌอเอมลืมตา เธอก็ตกใจกับภาพที่เห็นเพราะมีใบหน้าของคนไม่คุ้นเคยมากมายต่างมองดูเธอด้วยแววตาแห่งความเป็นห่วง
“ลูกฟื้นแล้ว” มะลิยกมือปาดน้ำตากล่าวเสียงสั่น
“ชะอม หิวไหมลูก” ทองก้อนถามขึ้นบ้างด้วยดวงตาแดงก่ำ
ใบหน้างงงวยของหลานสาวทำให้บุญมีหัวใจกระตุกวูบ “ชะอม เอ็งจำปู่ได้ไหม” คำถามของชายวัยห้าสิบผู้เป็นหมอยาประจำหมู่บ้านได้เรียกความตกใจของคนในครอบครัวออกมาอีกครั้ง
ทำยังไงดี ฉันไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างอยู่เลย สีหน้ายุ่งยากของผู้ที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั้นยิ่งตอกย้ำความกังวลให้กับคนภายในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น
“จำไม่ได้จ้ะ” เฌอเอมเลือกยอมรับตามตรง
“ลูกแม่/ลูกพ่อ” พ่อแม่หนุ่มสาวของเธอพากันร้องไห้โฮ “พวกเอ็งจะร้องไห้ทำไม หลานข้าแค่จำไม่ได้แต่เธอก็ยังไม่ตายแค่นี้ก็นับว่าเป็นโชคดีแล้ว” เสียงอันดังจากหญิงวัยกลางคนแม้จะทำให้ทุกคนสะดุ้งเพราะความตกใจแต่ก็เหมือนจะทำให้พ่อแม่ของร่างเดิมมีสติมากขึ้น
“ชะอม ย่าทำให้ตกใจเหรอลูก” สายใจยกมือลูบหัวหลานสาวด้วยความสงสารจับใจกล่าวเสียงอ่อน
เฌอเอมส่ายศีรษะไปมา พลางอาศัยจังหวะนี้กวาดตามองผู้คนที่กำลังรายล้อมตนไปด้วย
และยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเสียงท้องเจ้ากรรมก็ร้องขึ้นปานฟ้าจะถล่ม สาวใหญ่ในร่างของเด็กหญิงเอามือกุมท้องใบหน้าแดงด้วยความอาย
“หิวสินะ เดี๋ยวป้าจะไปหาอะไรมาให้กินอดทนหน่อยนะลูก”
เฌอเอมมองใบหน้าของคนพูดพยักหน้าลงอย่างเชื่อฟัง “มะลิ พ่อว่าเอ็งพาลูกไปอาบน้ำก่อนเถอะจากนั้นค่อยมาคุยกัน”
“จ้ะ พ่อ” หลังรับคำมะลิจึงได้หันมาพูดกับลูกสาวด้วยแววตาแห่งความเศร้าเมื่อคิดว่าลูกหลงลืมตน “ชะอมไปอาบน้ำกับแม่นะ”
“แม่” เด็กหญิงพูดเสียงเบาราวกับกระซิบ
“ใช่ลูก แม่ชื่อมะลิเป็นแม่ของหนู” หญิงสาวโอบกอดบุตรในอุทรอย่างไม่รังเกียจความสกปรกตามเนื้อตัวมอมแมมของคนเป็นลูก
“ฮือ ๆ แม่จ๋า ฉันมีแม่แล้ว” แม้ว่าคำพูดของเธอจะฟังดูประหลาดทว่ากลับไม่ได้ทำให้ใครสงสัยเพราะคิดว่าเด็กหญิงคงจะสูญสิ้นความทรงจำของตนไปจนหมด
“พี่สาย พี่บุญ หลานจะหายดีไหม” คำถามของหญิงรุ่นน้องได้ทำให้เจ้าของชื่อทั้งสองต่างพากันส่ายหัว
“ข้าไม่รู้หรอกนางกาบ แต่อย่างน้อยหลานข้าก็ยังอยู่” คำตอบของบุญมีนั้นช่างแทนใจคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
“นั่นสิ ความจำหายก็ยังดีกว่าตาย ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วฉันขอกลับเรือนก่อนนะ”
“อืม ขอบใจเอ็งมากนะ” สายใจผู้เป็นย่าของเด็กทั้งสามเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
“คนกันเองพี่จะเกรงใจทำไม ชะอมมันก็หลานฉันเหมือนกัน” ผู้พูดเอ่ยพร้อมกับเดินมุ่งหน้ากลับเรือนของตน
เฌอเอมมองโอ่งน้ำใบใหญ่และตุ่มน้ำที่มีขนาดเล็กกว่าด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“ชะอม มาผลัดเปลี่ยนผ้าก่อนลูก” น้ำเสียงของมะลิปลุกเด็กหญิงตื่นจากภวังค์
“แม่จ๋า บ้านเราไม่มีห้องน้ำเหรอ”
“ไม่มีหรอกลูก บ้านเราก็อาบน้ำกันตรงนี้แหละ เวลาปวดท้องก็นู่นวิ่งเข้าป่าตรงนั้น”
เสียงวิ้ง ๆ ดังขึ้นในหัวของเฌอเอมทันที “แม่เอาผ้านุ่งมาให้แล้ว แม่จะสอนหนูนะ” แม้มะลิจะรู้สึกเสียใจแต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้
การเปลี่ยนผ้าในที่โล่งแจ้งสำหรับเฌอเอมนั้นดูเหมือนจะค่อนข้างทุลักทุเลไปบ้างแต่ทว่าเธอก็สามารถทำมันออกมาได้ดีในที่สุด
“แม่จ๋า น้ำมาจากไหน” หลังจากใช้น้ำไปมากกว่าครึ่งตุ่มเฌอเอมในร่างของชะอมจึงอดที่จะถามออกมาไม่ได้ด้วยความรู้สึกสงสัยและสังหรณ์ใจบางอย่าง
“เราต้องไปหาบจากกลางหมู่บ้านตรงนั้นจะมีเครื่องโยกน้ำ” คำตอบของแม่ได้เรียกเสียงเปรี้ยงราวกับฝ่าผ่าขึ้นในหัวของเฌอเอม
“แม่จ๋า ปีนี้ พ.ศ.อะไร” ผู้ถามใบหน้าเริ่มซีดขาวแม้ว่าเจ้าตัวจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วก็ตาม
“2499 ปีนี้หนูมีอายุเจ็ดปี แม่กำลังจะพาไปสมัครเรียนเดือนหน้า” มะลิยิ้มอ่อนตอบลูกสาวเสียงเบาด้วยความสงสาร
“2499!!” เฌอเอมทวนซ้ำอย่างตกตะลึง เราย้อนกลับมาเกิดห่างจากพ.ศ.เดิมเจ็ดปีอย่างนั้นเหรอ แต่ในตอนนั้นเราถูกเก็บมาเลี้ยงและไม่เคยได้ใช้ชีวิตในชนบทมาก่อนเลยแต่ดูเหมือนว่าที่นี่…
“ชะอม!! ลูกเป็นอะไร” เมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งค้างมะลิเองก็เริ่มใจคอไม่ค่อยดีอีกครั้งจึงได้เรียกชื่อของเธอเสียงดัง
“ห๊ะ! หา” เด็กหญิงสะดุ้งเมื่อมืออันผอมบางของคนเป็นแม่จับเข้าที่ไหล่อันเปลือยเปล่า
มะลิอยากจะหลั่งน้ำตาอีกครั้งยามเมื่อเห็นใบหน้าอันแสนตื่นตระหนกของลูกสาวอันเป็นที่รัก
ท่าทางของเธอทำให้เฌอเอมรู้สึกผิด “แม่จ๋า หนูไม่ได้เป็นอะไรแล้ว แม่อย่าร้องไห้นะ” มือเล็กของเด็กหญิงจับมือหยาบกร้านของคนเป็นแม่เอ่ยเสียงหวาน
“ลูกไม่เป็นอะไรแน่นะ” มะลิถามย้ำ
“จ้า แต่ถ้าแม่ยังไม่เปลี่ยนผ้าให้หนู” น้ำเสียงหยอกเย้าของลูกสาวทำให้มะลิรีบหาผ้าแห้งผืนใหม่นำมาผลัดให้เด็กหญิงอย่างรีบร้อน
ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะเดินจูงมือกันออกมาจากด้านหลังเรือน กลิ่นหอมของข้าวหุงสุกใหม่ก็ได้ลอยมาตามลมทำให้ท้องของเฌอเอมส่งเสียงร้องออกมาอีกคำรบ
“หิวใช่ไหม รีบเดินกันเถอะหนูจะได้กินข้าว” คนเป็นแม่พูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของลูกสาวตัวน้อย
“จ้ะ” เฌอเอมรับคำเสียงเบา
บนแคร่หน้าเรือนของบ้านตอนนี้ได้มีจานกับข้าวรวมถึงหม้อข้าวใบขนาดกลางตั้งอยู่
เฌอเอมถอนใจยามเมื่อเห็นกับข้าวในจานที่มีเพียงผักต้ม ไข่ต้มอยู่สามฟองและพริกป่นน้ำปลา
“ชะอม มานั่งข้างย่า” หญิงวัยกลางคนกวักมือเรียกหลานสาวหนึ่งเดียวภายในครอบครัว
“พี่จ๋า พี่ต้องกินข้าวเยอะ ๆ นะจะได้ไม่เป็นลมอีก” เด็กชายตัวน้อยเอ่ย ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ได้ใช้ช้อนสังกะสีสภาพค่อนข้างเก่าแค่ดูก็รู้ว่าจะต้องผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานตักไข่ไก่หนึ่งฟองใส่จานข้าวคนเป็นพี่อย่างไม่นึกหวง
“เอาไข่ของพี่ไปด้วย น้องสาวตัวเล็กมากกินไข่อีกหน่อยจะได้ตัวโตมากกว่านี้” เด็กชายร่างผอมสูงก็ตักไข่ไก่อีกฟองใส่ลงในจานของคนเป็นน้องเช่นกัน
การกระทำอันห่วงใยของเด็ก ๆ ได้เรียกรอยยิ้มแฝงความเศร้าให้กับผู้ใหญ่ในครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน
เฌอเอมอดที่จะสะท้านในอกของตนไม่ได้ เธอมองไข่ต้มในจานข้าวของตนสลับกับใบหน้าของคนในครอบครัวที่มีผู้ใหญ่หกเด็กอีกสามอย่างหม่นหมอง
“แบ่งกันกินเถอะค่ะ พวกเราต้องได้กินเหมือนกัน” เด็กหญิงใช้ช้อนแบ่งไข่ต้มออกเป็นสองซีกทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนคนอยู่ดี
“แม่กับพ่อ” “ปู่กับย่าไม่กินหรอกพวกหนูกันกันเถอะ” คำตอบของผู้ใหญ่ในครอบครัวทำให้เด็กชายหญิงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยินยอม
“ถ้าอย่างนั้นเอาให้ปู่กับย่า พ่อแม่ไม่อยากกิน” สองพี่น้องทองคำกับทองก้อนปฏิเสธออกมาพร้อมกัน
แต่แล้วเฌอเอมหาได้ให้พวกเขาทำตามใจ เด็กสาวได้นำไข่เหล่านั้นมาแบ่งครึ่งอีกและทำให้เป็นยำไข่ต้มโดยการราดน้ำปลาพริกลงไป
“เราได้ยำไข่ต้มแล้วค่ะ กินข้าวกันเถอะ” คนในครอบครัวมองไปยังจานไข่ต้มที่ตั้งอยู่ด้วยใบหน้าฉงน
“กินกันเถอะ หนูหิวแล้ว” เฌอเอมพูดพร้อมกับตักไข่ในจานให้ย่า ก่อนตามมาด้วยแม่และน้องชายเท่าที่แขนผอมบางของตนจะเอื้อมถึง
หลังกลืนข้าวลงคอไปแล้วเฌอเอมจึงได้ลองเสนอความเห็นของตนออกมา “หนูว่าวันหลังพวกเราเอาไข่ไปทอดแทนการต้มดีไหมจ๊ะ”
“ไข่ทอด! มันเป็นยังไง” ชบามองใบหน้าของหลานสาว ถามออกมาด้วยความซื่อ
“หา!” เฌอเอมร้องเสียงหลง สรุปตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนแม้แต่ไข่ทอดพวกเขาก็ไม่รู้จัก
“หนูขอถามได้ไหมกับข้าวที่นี่พวกเรากินกันยังไง” หลังตั้งสติได้เธอจึงได้ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ปิ้ง ย่าง และก็ต้ม ส่วนไข่ที่หลานกินป้าก็เอาไปหมกทรายและตากแดดเอาไว้” ชบาตอบตามจริง
ในตอนนี้ใบหน้าของเฌอเอมได้เรียกเสียงหัวเราะให้กับน้องชายตัวเล็กของตนเป็นอย่างมาก
“พี่จ๋า หน้าของพี่ตลกมากเลย” แต่สำหรับเฌอเอมนั้นเจ้าตัวกลับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ จึงได้แต่ทำหน้าเหวอต่อไป