แชร์

บทที่ 2

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-10 19:00:29

สาวใหญ่วัยห้าสิบกำลังยืนมองร่างของตนที่แน่นิ่งคอพับคออ่อนอยู่กับพวงมาลัยภายในรถยนต์คันหรูหลังจากเธอขับตกแม่น้ำด้วยความไม่ตั้งใจ

“เฮ้อ! เราทำความดีมาตั้งมากมายกลับมาตกตายเพียงเพราะความโลภของคนที่อยากปล้นทรัพย์ระหว่างเดินทาง”

ในขณะที่เธอกำลังยืนมองสภาพของตน จู่ ๆ ก็มีน้ำเสียงค่อนข้างใหญ่ติดดุดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“วิญญาณมนุษย์เฌอแตม เธอได้สิ้นอายุขัยลงแล้วจงตามเราไปเสีย” คำพูดนี้ได้ทำให้ร่างวิญญาณของเฌอเอมหันขวับมาทางต้นเสียงทันที

“ฉันชื่อเฌอเอม” เธอตะโกนใส่หน้าผู้มารับวิญญาณเสียงดัง

ร่างชายหนุ่มผู้สวมชุดลำลองอย่างไม่เป็นทางการผงะ ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนก่อนที่จะเรียกไอแพดของตนขึ้นมาเปิดดูข้อมูลของดวงวิญญาณที่จะต้องมารับตามวันและเวลาที่ถูกระบุไว้อย่างละเอียด

“เอ่อ...คะ..คือ” ท่าทางของเขายิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้กับเฌอเอมเศรษฐีนีผู้สร้างเนื้อสร้างตัวมาอย่างยากลำบากเพราะตัวเองเป็นเด็กกำพร้ามากยิ่งขึ้นหลายเท่าว่ายมทูตตนนี้คงทำงานผิดพลาดอย่างแน่นอน

“ท่านว่ามาเลยจะชดเชยให้ฉันยังไง” ท่าทางเท้าเอวดวงตาถลึงมองเขาอย่างเอาเรื่องทำให้ยมทูตฝึกหัดตนนี้หลั่งเหงื่อเย็น เคยแต่ขู่วิญญาณแต่ตอนนี้ข้ากลับมาถูกวิญญาณข่มขู่ ไม่ได้การจะต้องรีบหาทางแก้ไขไม่อย่างนั้นเราจะต้องได้รับโทษหนักแน่ สมองของยมทูตท่านนี้กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว

“ดวงวิญญาณมนุษย์เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของผมจริง ดังนั้นผมจะส่งคุณกลับคืนร่างเดิมก็แล้วกัน” หลังจบประโยคของเขาร่างวิญญาณของทั้งคู่ก็ได้มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงชันสูตรภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงเวลาที่วิญญาณทั้งสองพูดคุยกันได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิย้ายร่างไร้วิญญาณของเฌอเอมมายังโรงพยาบาลได้สักครู่ใหญ่แล้ว

เฌอเอมมองสภาพร่างกายอันไม่น่าดูของตนพลางส่ายศีรษะไปมาใบหน้าวิญญาณของเธอเองก็แทบอยากจะหลั่งน้ำตา

“ท่านแน่ใจนะว่าด้วยร่างกายแบบนี้ฉันจะยังใช้ชีวิตอยู่ต่อได้ หากเป็นแบบนี้ท่านก็รับวิญญาณของฉันไปเสียเถิด อย่างน้อยด้วยความดีที่สั่งสมมาคงจะไม่ถึงกับตกนรกหรอกมั้ง” คำพูดปลดปลงของเธอยิ่งนำพาความรู้สึกผิดมาให้กับยมทูตตนนี้เป็นอย่างมาก

เจ้ามนุษย์เอ๋ย หากคุณต่อว่าผมหรือตีโพยตีพายยังดีกว่าการที่คุณเอ่ยออกมาแบบนี้เสียอีก ยมทูตผู้รับดวงวิญญาณของสาวใหญ่คิดด้วยความรู้สึกผิด

กอปรกับท่าทางของเฌอเอมที่ยืนนิ่งอย่างยอมรับชะตากรรมยิ่งทำให้ยมทูตหนุ่มตัดสินใจตรวจสอบเรื่องราวอดีตของเธอใหม่อีกครั้ง “ผมรู้แล้วว่าจะส่งคุณไปที่ไหน” เสียงของยมทูตได้เรียกให้วิญญาณของเฌอเอมมองใบหน้าของเขาอย่างไม่เข้าใจ

“คุณรู้จักโลกคู่ขนานหรือไม่จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ถูกเอาเป็นว่าโลกแห่งนั้นเป็นโลกทับซ้อนกับปัจจุบันซึ่งดวงชะตาของคุณนั้นเมื่อครั้งอดีตเคยอยู่ในที่แห่งนั้นมาก่อนและได้ตกตายลงในวัยเพียงเจ็ดปี”

ยมทูตหนุ่มยังกล่าวไม่ทันจบ เฌอเอมก็โต้ขึ้นด้วยคล้ายเข้าใจความหมายของเขา

“ท่านคงจะไม่ได้หมายความว่าให้ฉันเป็นเด็กคนนั้นหรอกใช่ไหม” ใบหน้าวิญญาณของเฌอเอมแสดงความตกใจเช่นเดียวกับน้ำเสียง

ยมทูตพยักหน้าราวลูกไก่จิกข้าวสาร “คุณอย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิ ร่างเด็กคนนั้นแท้จริงก็คือคุณนะ เพียงแต่ว่าเป็นอีกโลกหนึ่งก็แค่นั้นเอง หากคุณยินยอมผมจะได้ส่งไปเลยเพราะเด็กคนนั้นเพิ่งจะวิญญาณออกจากร่างหากช้ากว่านี้เกรงว่า..” ใบหน้ากับน้ำเสียงของเขาทำให้เฌอเอมเข้าใจได้ในทันทีว่าหมายถึงอะไร

“แล้วถ้าหากฉันไม่ไปล่ะจะเป็นยังไง” สาวใหญ่ผู้อยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานถามขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจหากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากไปเกิดให้เหนื่อยอีกหรอกนะ

“คุณจะต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนจนกว่าจะสิ้นอายุขัย” น้ำเสียงจืดเจื่อนของยมทูตตอบอ้อมแอ้ม

“ทะ..ท่าน เฮ้อ! แล้วอายุขัยของฉันคือเท่าไหร่” เฌอเอม อยากจะเสียงดังใส่แต่เมื่อเห็นใบหน้าอันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเธอก็กลืนคำพูดทุกอย่างลงท้อง

“เก้าสิบห้าปี รวมถึงถ้าหากเธอย้ายไปอยู่ร่างใหม่อายุของคุณก็จะสิ้นสุดที่เท่านี้เหมือนกัน อีกทั้งยังแข็งแรงด้วยนะผมรับรองว่าคุณจะจากไปด้วยโรคชราไม่ทุกข์ทรมานเห็นไหมว่ามันดีมาก”

ท่าทางเช่นนี้ของผู้พูดทำให้เฌอเอมมองค้อนยมทูตหนุ่มดวงตากะหลับกะเหลือก “ท่านรีบปิดการขายเสียจริง สภาพครอบครัวเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร ฉันบอกตามตรงนะหากต้องเป็นเด็กกำพร้าอีกฉันขอเป็นวิญญาณเร่ร่อนดีกว่า” น้ำเสียงของเฌอเอมไม่ยินดียินร้าย

“เด็กคนนั้นเป็นครอบครัวใหญ่มีปู่ย่า ลุง ป้า พ่อแม่ ลูกพี่ลูกน้องชาย และน้องชายซึ่งแต่ละคนนั้นรักเจ้าของเดิมมาก” ยมทูตหนุ่มรีบตอบทันควัน

“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นท่านจะรออะไรล่ะ รีบส่งฉันไปเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นหากช้ากว่านี้ร่างนั้นเกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง” เฌอเอมรู้สึกยินดีเป็นล้นพ้นรีบกล่าวเร่ง

ก่อนหน้านั้นราวยี่สิบนาที ภายในหมู่บ้านทุ่งเนินดินเองก็กำลังเกิดความโกลาหล

“แม่ไอ้ขาม เธอรีบกลับบ้านเร็วเข้าเกิดเรื่องกับชะอมแล้ว” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความเหนื่อยหอบเนื่องจากวิ่งมาไกล

“อากาบเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวฉันเป็นอะไร” มะลิรีบเดินขึ้นจากหนองน้ำในขณะงมหอยถามขึ้นอย่างร้อนใจ

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอกได้ยินมาว่าเป็นลมตอนอยู่ใต้ถุนเรือน” หญิงวัยกลางคนตอบไปพลางเร่งฝีเท้าวิ่งตามหญิงสาวแม่ของเด็กหญิงผู้เป็นลมไปติด ๆ

ในตอนนี้เฌอเอมกำลังยืนมองร่างอันปวกเปียกของเด็กหญิงคนหนึ่งด้วยสภาพอันชวนสังเวช

“ท่านยม นี่ท่านไม่ได้กลั่นแกล้งฉันใช่ไหมมีอย่างที่ไหนจะให้เข้าร่างใหม่ทั้งทีจะเลือกดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้”

“วิญญาณมนุษย์คุณอย่ากล่าวหาผม แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็นลมในกองขี้ควายก็ตามแต่สภาพร่างกายโดยรวมนั้นดีมาก อีกอย่างคุณไม่เห็นเหรอว่าน้องชายของเธอก็เอาแต่ร้องเรียกคนเป็นพี่ด้วยน้ำตานอง ผมว่าคุณรีบไปเข้าร่างเถอะก่อนที่แม่ของร่างนี้จะเป็นลมเพราะรับไม่ได้ที่ลูกของตัวเอง...” ยังไม่ทันที่ร่างวิญญาณของเฌอเอมจะตอบโต้ร่างกายของเธอก็ถูกมือของยมทูตหนุ่มผลักอย่างตั้งใจ

“ลาก่อนชั่วคราวนะ เอาไว้พบกันใหม่เมื่อถึงเวลา” ยมทูตหนุ่มตนนั้นโบกมือบ๊ายบายไปทางร่างของเด็กหญิงผู้กำลังอยู่ในอ้อมแขนของน้องชายตนก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป

“พี่จ๋า ตื่นสิต่อไปหนูจะให้พี่กินข้าวมาก ๆ พี่จะได้ไม่เป็นลมแบบนี้อีก รีบตื่นเร็วเข้าขี้ของเจ้าทุยกับนางเผือกมันเหม็นมากเลยนะพี่ไม่เหม็นเหรอ” เสียงของเด็กชายพูดไปก็สูดน้ำมูกของตนไปเพราะเริ่มขวัญเสีย

“มะขาม ชะอมเป็นอะไร” ผู้มาใหม่ถามน้องชายเสียงหอบ “พี่โมก นะ..หนูไม่รู้ ตอนพี่ชะอมกำลังเอาหญ้าให้เจ้าสอง ตัวนี้กินพี่เขาก็ล้มลงไป พอหนูเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาดู” คนพูดละล่ำละลักตอบเมื่อเห็นว่าคนถามคือลูกพี่ลูกน้องของตน

เด็กชายวัยแปดขวบตกใจจนใบหน้าเปลี่ยนสี “พี่จะรีบไปตามปู่ ย่า ชะ..ใช่ต้องไปตามพ่อแม่ด้วย” เจ้าตัวกำลังจะหมุนกายจากไปหลังจากจับตัวของน้องสาวแล้วพบว่ามันค่อนข้างผิดปกติ

และยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำตามความตั้งใจเด็กชายตัวผอมก็มองเห็นมะลิผู้เป็นอาสะใภ้วิ่งหน้าเริ่ดมาแต่ไกล

“ชะอม ลูกอยู่ไหน มะขามล่ะเอ็งอยู่ไหน” มะลิตะโกนเรียกหาลูกหญิงชายโดยที่ยังวิ่งมาไม่ถึงเรือนใกล้จะผุพังของครอบครัว

“แม่จ๋า หนูอยู่นี่ แม่รีบมาดูพี่ชะอมเร็วเข้า” มะขามรีบตะโกนขึ้นเสียงดัง โมกจึงได้รีบหลบผู้เป็นอาสะใภ้สาว

เมื่อมะลิเห็นสภาพอันมอมแมมของลูกสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของน้องชายหัวใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบ

“ชะอมลูกแม่” เธอลงไปจับตามลำตัวของลูกอย่างไม่ลังเลพลางเรียกชื่อของเด็กหญิงเสียงสั่นเครือ

เฌอเอมผู้อยู่ในร่างผอมบางของชะอมพยายามจะฝืนเปลือกตาของตนขึ้นแต่ทว่าก็จนใจจึงได้แต่นอนอย่างนิ่งเงียบต่อไป

“โมก เอ็งไปตามปู่มาเร็วเข้าอาจะอุ้มน้องไปวางบนแคร่ก่อน” มะลิพูดเจือเสียงสะอื้นด้วยความกลัว

“มา ๆ ฉันช่วย เอ็งก็ตัวผอมแค่นั้นจะไปมีแรงอุ้มชะอมมันได้ยังไง” หญิงวัยกลางคนผู้ตามมาด้วยขันอาสา

“ขอบใจจ้ะอากาบ” แม้ว่าจะมีคนอุ้มร่างปวกเปียกของลูกสาวตนทว่ามะลิก็ยังคงช่วยประคองร่างอันหมดสติของลูกน้อยอีกแรง

“มะลิ เอ็งไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ลูกก่อน ข้าว่าชะอมไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วละ” กาบพูดขึ้นหลังจากวางเด็กหญิงลงบนแคร่ใต้ต้นมะขามใหญ่

“จ้ะอา” มะลิรับคำเสียงสั่นอย่างไม่วางใจ

มะขามยกมือปาดน้ำตาโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นมูลควายคู่ยากของบ้านตน

“ย่ากาบ พี่ชะอมจะไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะ” คำถามของเด็กชายได้เรียกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูของหญิงวัยกลางคน

“ไม่เป็นไรแล้วละ เอ็งเห็นไหมว่าพี่สาวยังหายใจแต่ก็ยังวางใจไม่ได้จะต้องรอปู่เอ็งก่อน” ผู้พูดชี้ไปที่หน้าอกสะท้อนขึ้นลงของคนหมดสติ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 155

    “นายพูดอะไรเหลวไหล พวกเราไปดูน้องใหม่กันเถอะไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะดูแลดีหรือเปล่า” “อาการของนายดีขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอ” “อืม ไปเถอะ” ส่วนสาวน้อยชมพู่หลังจากข้าวกล่องของเธอถูกชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกินจนหมดเจ้าตัวจึงได้มาหาข้าวที่โรงอาหารกิน “จะกินอะไรดี

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 154

    ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะชมพู่กำลังจะเดินมาที่รถของตนเพื่อจะนำหนังสือเรียนมาเก็บในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นร่างของหญิงสาวก็ถูกใครบางคนกระแทกมาจากทางด้านข้าง “อ๊ะ!” ร่างบางส่งเสียงร้องเล็กน้อยโชคดีที่เธอใส่รองเท้าผ้าใบจึงทำให้ตั้งหลักได้ไม่ยาก และในขณะที่เธอกำลังจะหันไ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 153

    แขไขเอามือผลักอกของเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ฉันไม่บอบบางขนาดนั้นหรอกค่ะ” จมูกแดง ๆ ของหล่อนทำให้พร้อมรู้สึกว่าเด็กสาวดูน่ารักน่าเอ็นดู ไวเท่าความคิดชายหนุ่มได้นำมือของตนวางลงบนศีรษะเล็ก ๆ ของเธอก่อนพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด “พี่ขอโทษค่ะ ที่ทำให้น้องเจ็บตัว” หัวใจของแขไขคล

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 152

    เสียงกรีดร้องแห่งความสนุกสนานดังขึ้นเมื่อมีเพื่อนเจ้าสาวรับดอกไม้ช่อสวยได้ หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเพื่อนเก่ากันมานานมองภาพตรงหน้าด้วยความยินดีทว่าหนึ่งในนั้นก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ “ตอนนี้ฉันยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่เราไม่ได้เกี่ยวดองกัน” คำพูดของแขไขได้เรียกรอยยิ้มขันจากชะอม

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 151

    “แม่มึงแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราจะได้ลูกสะใภ้กันล่ะ” คำพูดของทองคำได้ทำให้คนเป็นลูกมีสีหน้าฉงนระคนอยากรู้ “ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ” “ก็คนอย่างแม่เอ็งมีคนเดียวยังไงล่ะแล้วก็เป็นเมียของพ่อด้วยฮ่า ๆ” คำตอบของทองคำทำให้ทั้งลูกและแม่ต่างเบนหน้าหนีไปคนละทาง ตั้งแต่วันนั้นคุณหมอหนุ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 150

    เจ็ดวันต่อมาท่านชายวิสุทธิ์จึงได้เดินทางมาเป็นเถ้าแก่ฝ่ายของดิน เรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นทางครอบครัวของชะอมไม่ได้เรียกร้องมากมายบุญมีทำเพียงเรียกตามประเพณีเท่านั้น ถึงจะเป็นอย่างนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงขายหน้าเพราะทางนั้นได้ยกที่ดินและบ้านรวมถึงเงินทองหากนับรวมกันก็หลายสิบห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status