Share

บทที่ 2

สาวใหญ่วัยห้าสิบกำลังยืนมองร่างของตนที่แน่นิ่งคอพับคออ่อนอยู่กับพวงมาลัยภายในรถยนต์คันหรูหลังจากเธอขับตกแม่น้ำด้วยความไม่ตั้งใจ

“เฮ้อ! เราทำความดีมาตั้งมากมายกลับมาตกตายเพียงเพราะความโลภของคนที่อยากปล้นทรัพย์ระหว่างเดินทาง”

ในขณะที่เธอกำลังยืนมองสภาพของตน จู่ ๆ ก็มีน้ำเสียงค่อนข้างใหญ่ติดดุดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“วิญญาณมนุษย์เฌอแตม เธอได้สิ้นอายุขัยลงแล้วจงตามเราไปเสีย” คำพูดนี้ได้ทำให้ร่างวิญญาณของเฌอเอมหันขวับมาทางต้นเสียงทันที

“ฉันชื่อเฌอเอม” เธอตะโกนใส่หน้าผู้มารับวิญญาณเสียงดัง

ร่างชายหนุ่มผู้สวมชุดลำลองอย่างไม่เป็นทางการผงะ ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนก่อนที่จะเรียกไอแพดของตนขึ้นมาเปิดดูข้อมูลของดวงวิญญาณที่จะต้องมารับตามวันและเวลาที่ถูกระบุไว้อย่างละเอียด

“เอ่อ...คะ..คือ” ท่าทางของเขายิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้กับเฌอเอมเศรษฐีนีผู้สร้างเนื้อสร้างตัวมาอย่างยากลำบากเพราะตัวเองเป็นเด็กกำพร้ามากยิ่งขึ้นหลายเท่าว่ายมทูตตนนี้คงทำงานผิดพลาดอย่างแน่นอน

“ท่านว่ามาเลยจะชดเชยให้ฉันยังไง” ท่าทางเท้าเอวดวงตาถลึงมองเขาอย่างเอาเรื่องทำให้ยมทูตฝึกหัดตนนี้หลั่งเหงื่อเย็น เคยแต่ขู่วิญญาณแต่ตอนนี้ข้ากลับมาถูกวิญญาณข่มขู่ ไม่ได้การจะต้องรีบหาทางแก้ไขไม่อย่างนั้นเราจะต้องได้รับโทษหนักแน่ สมองของยมทูตท่านนี้กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว

“ดวงวิญญาณมนุษย์เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของผมจริง ดังนั้นผมจะส่งคุณกลับคืนร่างเดิมก็แล้วกัน” หลังจบประโยคของเขาร่างวิญญาณของทั้งคู่ก็ได้มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงชันสูตรภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงเวลาที่วิญญาณทั้งสองพูดคุยกันได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิย้ายร่างไร้วิญญาณของเฌอเอมมายังโรงพยาบาลได้สักครู่ใหญ่แล้ว

เฌอเอมมองสภาพร่างกายอันไม่น่าดูของตนพลางส่ายศีรษะไปมาใบหน้าวิญญาณของเธอเองก็แทบอยากจะหลั่งน้ำตา

“ท่านแน่ใจนะว่าด้วยร่างกายแบบนี้ฉันจะยังใช้ชีวิตอยู่ต่อได้ หากเป็นแบบนี้ท่านก็รับวิญญาณของฉันไปเสียเถิด อย่างน้อยด้วยความดีที่สั่งสมมาคงจะไม่ถึงกับตกนรกหรอกมั้ง” คำพูดปลดปลงของเธอยิ่งนำพาความรู้สึกผิดมาให้กับยมทูตตนนี้เป็นอย่างมาก

เจ้ามนุษย์เอ๋ย หากคุณต่อว่าผมหรือตีโพยตีพายยังดีกว่าการที่คุณเอ่ยออกมาแบบนี้เสียอีก ยมทูตผู้รับดวงวิญญาณของสาวใหญ่คิดด้วยความรู้สึกผิด

กอปรกับท่าทางของเฌอเอมที่ยืนนิ่งอย่างยอมรับชะตากรรมยิ่งทำให้ยมทูตหนุ่มตัดสินใจตรวจสอบเรื่องราวอดีตของเธอใหม่อีกครั้ง “ผมรู้แล้วว่าจะส่งคุณไปที่ไหน” เสียงของยมทูตได้เรียกให้วิญญาณของเฌอเอมมองใบหน้าของเขาอย่างไม่เข้าใจ

“คุณรู้จักโลกคู่ขนานหรือไม่จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ถูกเอาเป็นว่าโลกแห่งนั้นเป็นโลกทับซ้อนกับปัจจุบันซึ่งดวงชะตาของคุณนั้นเมื่อครั้งอดีตเคยอยู่ในที่แห่งนั้นมาก่อนและได้ตกตายลงในวัยเพียงเจ็ดปี”

ยมทูตหนุ่มยังกล่าวไม่ทันจบ เฌอเอมก็โต้ขึ้นด้วยคล้ายเข้าใจความหมายของเขา

“ท่านคงจะไม่ได้หมายความว่าให้ฉันเป็นเด็กคนนั้นหรอกใช่ไหม” ใบหน้าวิญญาณของเฌอเอมแสดงความตกใจเช่นเดียวกับน้ำเสียง

ยมทูตพยักหน้าราวลูกไก่จิกข้าวสาร “คุณอย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิ ร่างเด็กคนนั้นแท้จริงก็คือคุณนะ เพียงแต่ว่าเป็นอีกโลกหนึ่งก็แค่นั้นเอง หากคุณยินยอมผมจะได้ส่งไปเลยเพราะเด็กคนนั้นเพิ่งจะวิญญาณออกจากร่างหากช้ากว่านี้เกรงว่า..” ใบหน้ากับน้ำเสียงของเขาทำให้เฌอเอมเข้าใจได้ในทันทีว่าหมายถึงอะไร

“แล้วถ้าหากฉันไม่ไปล่ะจะเป็นยังไง” สาวใหญ่ผู้อยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานถามขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจหากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากไปเกิดให้เหนื่อยอีกหรอกนะ

“คุณจะต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนจนกว่าจะสิ้นอายุขัย” น้ำเสียงจืดเจื่อนของยมทูตตอบอ้อมแอ้ม

“ทะ..ท่าน เฮ้อ! แล้วอายุขัยของฉันคือเท่าไหร่” เฌอเอม อยากจะเสียงดังใส่แต่เมื่อเห็นใบหน้าอันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเธอก็กลืนคำพูดทุกอย่างลงท้อง

“เก้าสิบห้าปี รวมถึงถ้าหากเธอย้ายไปอยู่ร่างใหม่อายุของคุณก็จะสิ้นสุดที่เท่านี้เหมือนกัน อีกทั้งยังแข็งแรงด้วยนะผมรับรองว่าคุณจะจากไปด้วยโรคชราไม่ทุกข์ทรมานเห็นไหมว่ามันดีมาก”

ท่าทางเช่นนี้ของผู้พูดทำให้เฌอเอมมองค้อนยมทูตหนุ่มดวงตากะหลับกะเหลือก “ท่านรีบปิดการขายเสียจริง สภาพครอบครัวเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร ฉันบอกตามตรงนะหากต้องเป็นเด็กกำพร้าอีกฉันขอเป็นวิญญาณเร่ร่อนดีกว่า” น้ำเสียงของเฌอเอมไม่ยินดียินร้าย

“เด็กคนนั้นเป็นครอบครัวใหญ่มีปู่ย่า ลุง ป้า พ่อแม่ ลูกพี่ลูกน้องชาย และน้องชายซึ่งแต่ละคนนั้นรักเจ้าของเดิมมาก” ยมทูตหนุ่มรีบตอบทันควัน

“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นท่านจะรออะไรล่ะ รีบส่งฉันไปเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นหากช้ากว่านี้ร่างนั้นเกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง” เฌอเอมรู้สึกยินดีเป็นล้นพ้นรีบกล่าวเร่ง

ก่อนหน้านั้นราวยี่สิบนาที ภายในหมู่บ้านทุ่งเนินดินเองก็กำลังเกิดความโกลาหล

“แม่ไอ้ขาม เธอรีบกลับบ้านเร็วเข้าเกิดเรื่องกับชะอมแล้ว” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความเหนื่อยหอบเนื่องจากวิ่งมาไกล

“อากาบเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวฉันเป็นอะไร” มะลิรีบเดินขึ้นจากหนองน้ำในขณะงมหอยถามขึ้นอย่างร้อนใจ

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอกได้ยินมาว่าเป็นลมตอนอยู่ใต้ถุนเรือน” หญิงวัยกลางคนตอบไปพลางเร่งฝีเท้าวิ่งตามหญิงสาวแม่ของเด็กหญิงผู้เป็นลมไปติด ๆ

ในตอนนี้เฌอเอมกำลังยืนมองร่างอันปวกเปียกของเด็กหญิงคนหนึ่งด้วยสภาพอันชวนสังเวช

“ท่านยม นี่ท่านไม่ได้กลั่นแกล้งฉันใช่ไหมมีอย่างที่ไหนจะให้เข้าร่างใหม่ทั้งทีจะเลือกดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้”

“วิญญาณมนุษย์คุณอย่ากล่าวหาผม แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็นลมในกองขี้ควายก็ตามแต่สภาพร่างกายโดยรวมนั้นดีมาก อีกอย่างคุณไม่เห็นเหรอว่าน้องชายของเธอก็เอาแต่ร้องเรียกคนเป็นพี่ด้วยน้ำตานอง ผมว่าคุณรีบไปเข้าร่างเถอะก่อนที่แม่ของร่างนี้จะเป็นลมเพราะรับไม่ได้ที่ลูกของตัวเอง...” ยังไม่ทันที่ร่างวิญญาณของเฌอเอมจะตอบโต้ร่างกายของเธอก็ถูกมือของยมทูตหนุ่มผลักอย่างตั้งใจ

“ลาก่อนชั่วคราวนะ เอาไว้พบกันใหม่เมื่อถึงเวลา” ยมทูตหนุ่มตนนั้นโบกมือบ๊ายบายไปทางร่างของเด็กหญิงผู้กำลังอยู่ในอ้อมแขนของน้องชายตนก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป

“พี่จ๋า ตื่นสิต่อไปหนูจะให้พี่กินข้าวมาก ๆ พี่จะได้ไม่เป็นลมแบบนี้อีก รีบตื่นเร็วเข้าขี้ของเจ้าทุยกับนางเผือกมันเหม็นมากเลยนะพี่ไม่เหม็นเหรอ” เสียงของเด็กชายพูดไปก็สูดน้ำมูกของตนไปเพราะเริ่มขวัญเสีย

“มะขาม ชะอมเป็นอะไร” ผู้มาใหม่ถามน้องชายเสียงหอบ “พี่โมก นะ..หนูไม่รู้ ตอนพี่ชะอมกำลังเอาหญ้าให้เจ้าสอง ตัวนี้กินพี่เขาก็ล้มลงไป พอหนูเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาดู” คนพูดละล่ำละลักตอบเมื่อเห็นว่าคนถามคือลูกพี่ลูกน้องของตน

เด็กชายวัยแปดขวบตกใจจนใบหน้าเปลี่ยนสี “พี่จะรีบไปตามปู่ ย่า ชะ..ใช่ต้องไปตามพ่อแม่ด้วย” เจ้าตัวกำลังจะหมุนกายจากไปหลังจากจับตัวของน้องสาวแล้วพบว่ามันค่อนข้างผิดปกติ

และยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำตามความตั้งใจเด็กชายตัวผอมก็มองเห็นมะลิผู้เป็นอาสะใภ้วิ่งหน้าเริ่ดมาแต่ไกล

“ชะอม ลูกอยู่ไหน มะขามล่ะเอ็งอยู่ไหน” มะลิตะโกนเรียกหาลูกหญิงชายโดยที่ยังวิ่งมาไม่ถึงเรือนใกล้จะผุพังของครอบครัว

“แม่จ๋า หนูอยู่นี่ แม่รีบมาดูพี่ชะอมเร็วเข้า” มะขามรีบตะโกนขึ้นเสียงดัง โมกจึงได้รีบหลบผู้เป็นอาสะใภ้สาว

เมื่อมะลิเห็นสภาพอันมอมแมมของลูกสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของน้องชายหัวใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบ

“ชะอมลูกแม่” เธอลงไปจับตามลำตัวของลูกอย่างไม่ลังเลพลางเรียกชื่อของเด็กหญิงเสียงสั่นเครือ

เฌอเอมผู้อยู่ในร่างผอมบางของชะอมพยายามจะฝืนเปลือกตาของตนขึ้นแต่ทว่าก็จนใจจึงได้แต่นอนอย่างนิ่งเงียบต่อไป

“โมก เอ็งไปตามปู่มาเร็วเข้าอาจะอุ้มน้องไปวางบนแคร่ก่อน” มะลิพูดเจือเสียงสะอื้นด้วยความกลัว

“มา ๆ ฉันช่วย เอ็งก็ตัวผอมแค่นั้นจะไปมีแรงอุ้มชะอมมันได้ยังไง” หญิงวัยกลางคนผู้ตามมาด้วยขันอาสา

“ขอบใจจ้ะอากาบ” แม้ว่าจะมีคนอุ้มร่างปวกเปียกของลูกสาวตนทว่ามะลิก็ยังคงช่วยประคองร่างอันหมดสติของลูกน้อยอีกแรง

“มะลิ เอ็งไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ลูกก่อน ข้าว่าชะอมไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วละ” กาบพูดขึ้นหลังจากวางเด็กหญิงลงบนแคร่ใต้ต้นมะขามใหญ่

“จ้ะอา” มะลิรับคำเสียงสั่นอย่างไม่วางใจ

มะขามยกมือปาดน้ำตาโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นมูลควายคู่ยากของบ้านตน

“ย่ากาบ พี่ชะอมจะไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะ” คำถามของเด็กชายได้เรียกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูของหญิงวัยกลางคน

“ไม่เป็นไรแล้วละ เอ็งเห็นไหมว่าพี่สาวยังหายใจแต่ก็ยังวางใจไม่ได้จะต้องรอปู่เอ็งก่อน” ผู้พูดชี้ไปที่หน้าอกสะท้อนขึ้นลงของคนหมดสติ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 155

    “นายพูดอะไรเหลวไหล พวกเราไปดูน้องใหม่กันเถอะไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะดูแลดีหรือเปล่า” “อาการของนายดีขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอ” “อืม ไปเถอะ” ส่วนสาวน้อยชมพู่หลังจากข้าวกล่องของเธอถูกชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกินจนหมดเจ้าตัวจึงได้มาหาข้าวที่โรงอาหารกิน “จะกินอะไรดี

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 154

    ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะชมพู่กำลังจะเดินมาที่รถของตนเพื่อจะนำหนังสือเรียนมาเก็บในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นร่างของหญิงสาวก็ถูกใครบางคนกระแทกมาจากทางด้านข้าง “อ๊ะ!” ร่างบางส่งเสียงร้องเล็กน้อยโชคดีที่เธอใส่รองเท้าผ้าใบจึงทำให้ตั้งหลักได้ไม่ยาก และในขณะที่เธอกำลังจะหันไ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 153

    แขไขเอามือผลักอกของเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ฉันไม่บอบบางขนาดนั้นหรอกค่ะ” จมูกแดง ๆ ของหล่อนทำให้พร้อมรู้สึกว่าเด็กสาวดูน่ารักน่าเอ็นดู ไวเท่าความคิดชายหนุ่มได้นำมือของตนวางลงบนศีรษะเล็ก ๆ ของเธอก่อนพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด “พี่ขอโทษค่ะ ที่ทำให้น้องเจ็บตัว” หัวใจของแขไขคล

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 152

    เสียงกรีดร้องแห่งความสนุกสนานดังขึ้นเมื่อมีเพื่อนเจ้าสาวรับดอกไม้ช่อสวยได้ หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเพื่อนเก่ากันมานานมองภาพตรงหน้าด้วยความยินดีทว่าหนึ่งในนั้นก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ “ตอนนี้ฉันยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่เราไม่ได้เกี่ยวดองกัน” คำพูดของแขไขได้เรียกรอยยิ้มขันจากชะอม

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 151

    “แม่มึงแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราจะได้ลูกสะใภ้กันล่ะ” คำพูดของทองคำได้ทำให้คนเป็นลูกมีสีหน้าฉงนระคนอยากรู้ “ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ” “ก็คนอย่างแม่เอ็งมีคนเดียวยังไงล่ะแล้วก็เป็นเมียของพ่อด้วยฮ่า ๆ” คำตอบของทองคำทำให้ทั้งลูกและแม่ต่างเบนหน้าหนีไปคนละทาง ตั้งแต่วันนั้นคุณหมอหนุ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 150

    เจ็ดวันต่อมาท่านชายวิสุทธิ์จึงได้เดินทางมาเป็นเถ้าแก่ฝ่ายของดิน เรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นทางครอบครัวของชะอมไม่ได้เรียกร้องมากมายบุญมีทำเพียงเรียกตามประเพณีเท่านั้น ถึงจะเป็นอย่างนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงขายหน้าเพราะทางนั้นได้ยกที่ดินและบ้านรวมถึงเงินทองหากนับรวมกันก็หลายสิบห

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 7

    “กินได้สิจ๊ะ” คำตอบของหลานสาวทำให้ทองคำซึ่งกำลังกินข้าวถึงกับสำลัก “แค่ก ๆ ดินมันกินได้จริงเหรอชะอม” “หนูไม่ได้ให้นำดินมากินจ้ะ แต่จะนำมาต้มทำเป็นเกลือต่างหาก แต่ทั้งนี้หนูจะต้องไปดูสภาพดินก่อนว่ามันเป็นอย่างที่หนูต้องการหรือเปล่า” “ต้มเกลือ แม้แต่เรื่องนี้เอ็งก็รู้อย่างนั้นเ

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 6

    “แม่ ชะอมเป็นอะไรหรือจ๊ะ” มะลิเอ่ยถามแม่สามีหลังจากเด็กทั้งสามคนพากันไปล้างเนื้อล้างตัวหลังบ้าน “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นและหลานนิ่งเงียบมาตั้งแต่นั่งหลังนางเผือกจนมาถึงบ้านนี่แหละ เอ็งอย่างเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ แม่ว่าตอนนี้เอ็งรีบเอาปลาพวกนี้ไปขังเอาไว้ก่อนเถอะ จากนั้นรอให้ชะอมมาจัดก

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 5

    “ย่าไม่เคยเห็นวิธีอย่างนี้มาก่อนเลย มันดักปลาได้จริงเหรอ” ผู้สูงวัยกว่าถามอย่างใคร่รู้สายตาของเธอไม่ละไปจากสิ่งที่เด็กชายหญิงกระทำ “หนูคิดว่าได้จ้ะ เอาละเราทิ้งไว้อย่างนี้สักพักแล้วค่อยกลับมาดูกัน ย่ากาบมาทำอะไรหรือจ๊ะ” “ย่าก็ว่าจะมาหาเก็บหอยเก็บผักนั่นแหละ ว่าแต่หลานหายป่วยด

  • เมื่อฉันต้องกลายเป็นสาวชาวนายุค 2499   บทที่ 4

    หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง คนในครอบครัวจึงได้เริ่มแนะนำตัวกันใหม่เพื่อหวังให้ลูก/หลานสาวเกิดความคุ้นเคย “พี่จ๋า พี่ชื่อชะอมนะมีนามจริงว่าปิ่นผกา ชื่อของพี่เพราะมากเลยพี่จำได้หรือเปล่า” น้องชายตัวเล็กกะพริบตากล่าวกับพี่สาวด้วยรอยยิ้มแสนน่ารัก “เพราะจ้า แล้วน้องมะขามล่ะมีชื่อจริง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status