แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: SixFourTwo
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-14 03:25:47

ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า

[“ยินดีด้วย! ตรวจพบภารกิจแบบสุ่ม : การพรางตัว”]

[“โฮสต์โปรดจัดหาเครื่องแต่งกายของโลกนี้เพื่อลดความโดดเด่น เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น คุณจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า!”]

เมื่อได้ยินเสียงของระบบ ลู่หลินก็พ่นลมหายใจออกมาทันที

‘หวังว่าคราวนี้ของรางวัลจะล้ำค่าจริง ๆ นะ’

[“แน่นอนอยู่แล้วครับโฮสต์! ผมขอรับประกันว่าของรางวัลทุกชิ้นใช้งานได้จริง ไม่มีของไร้ประโยชน์เด็ดขาด... ขอเพียงโฮสต์ตั้งใจทำภารกิจ ของรางวัลจากระบบ จะช่วยให้การใช้ชีวิตในทวีปสัตว์อสูรของคุณง่ายขึ้นแน่นอน”]

ลู่หลินหลุดยิ้มมุมปากบาง ๆ

‘เธอพูดเหมือนพวกขายประกันเลยนะ...’

[“...”] ระบบถึงกับพูดไม่ออก

เฟิงอวี่มองนางที่ยืนทำหน้าตาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วยความสงสัย

“เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ”

“ปะ... เปล่าหรอก ไม่ได้คิดอะไร”

เธอรีบเดินเข้าร้านเสื้อผ้าที่เห็นตรงหน้าทันที

ร้านนี้ดูเหมือนจะใหญ่ที่สุดในตลาด เป็นร้านของสัตว์อสูรกวางตัวสูงสง่า เขามีเขาสีทองแตกกิ่งสวยงามอยู่บนศีรษะ

“ยินดีต้อนรับขอรับ”

เขายิ้มสุภาพ ก่อนสายตาจะเหลือบมองลู่หลินอย่างประหลาดใจเล็กน้อย

“เลือกได้ตามสบายเลยขอรับ”

ลู่หลินกวาดสายตามองรอบร้าน ก่อนจะเริ่มเครียดทันที

สัตว์อสูรที่นี่ตัวสูงใหญ่มากจริง ๆ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ในร้านจึงตัวมหึมาไปหมด

เธอที่สูงเพียงร้อยหกสิบเซนติเมตรยืนอยู่ตรงนี้เหมือนเด็กหลงทางยังไงยังงั้น

เฟิงอวี่มองนางที่กำลังยืนทำหน้าหนักใจ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา

“เจ้าตัวเล็กมากจริง ๆ”

“ฉันไม่ได้ตัวเล็กสักหน่อย คุณตัวสูงไปต่างหาก”

เธอทำหน้ามุ่ย ก่อนจะชี้ไปมั่ว ๆ ที่ชุดหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อน

“ฉันเอาชุดนี้ก็ได้”

พ่อค้ากวางรีบหยิบชุดขนกระต่ายเมฆาสีขาวออกมาให้

มันเป็นชุดคลุมมีฮู้ดขนนุ่ม สีขาวสะอาด ขลิบขนสัตว์ละเอียดงดงาม

ลู่หลินลองจับดูแล้วตาเป็นประกายด้วยรอยยิ้มทันที

“นุ่มมากเลยนะ...”

เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มสดใสของนางที่ตื่นเต้นกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้หัวใจของเขาพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาก้าวเข้าไปใกล้แล้ววางมือหนาลงบนกลุ่มผมนุ่มของนางอย่างเบามือ

“เจ้าชอบชุดนี้หรือ”

“อื้อ”

ลู่หลินพยักหน้าตอบ

เฟิงอวี่ไม่รอช้า เขาหยิบผลึกสีเขียวในถุงหนังสัตว์ข้างเอวออกมา แล้วยื่นมันให้พ่อค้าทันที

เมื่อจ่ายเสร็จเรียบร้อย ลู่หลินก็ถามขึ้นอย่างเคยชิน

“ฉันจะเปลี่ยนชุดได้ที่ไหนเหรอ”

พ่อค้ากวางทำหน้างุนงง จนเฟิงอวี่ต้องก้มลงกระซิบข้างหูของนางแผ่วเบา

“ในทวีปนี้ไม่มีธรรมเนียมการหลบซ่อนเวลาเปลี่ยนผ้าหรอกนะ ไม่ว่าตัวผู้หรือตัวเมียก็เปลี่ยนกันตรงนี้แหละ...”

ลู่หลินอ้าปากค้าง หน้าเริ่มขึ้นสี แต่เฟิงอวี่กลับแกล้งก้มลงมาใกล้อีกจนลมหายใจร้อน ๆ รดใบหูของนาง

“แต่ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าไปแก้ผ้าให้ใครเห็นเหมือนกัน เก็บไว้ก่อนเถอะ”

เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“หาที่พักได้เมื่อไร... ข้าจะเฝ้าให้เจ้าเปลี่ยนเอง”

เสียงของเขาทุ้มต่ำแหบพร่า

“คะ... คุณพูดอะไรเนี่ย”

ลู่หลินหน้าแดงจนแทบจะระเบิด

พ่อค้ากวางถึงกับหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นตัวเมียตัวเล็กหน้าแดงก่ำ

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เฟิงอวี่ก็พาลู่หลินออกจากตลาดเพื่อหาที่พักที่ปลอดภัย ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าเข้าป่าลึกอีกครั้ง

เฟิงอวี่บินอยู่พักใหญ่ก่อนจะเจอถ้ำขนาดกำลังดี เมื่อเข้าไปสำรวจจนแน่ใจว่าปลอดภัย เขาก็ลากหินก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำไว้

“เจ้าเปลี่ยนผ้าเถอะ”

เขาหันหลังให้อย่างไม่รีบร้อน

“ข้าจะออกไปล่าสัตว์สักหน่อย”

ลู่หลินจัดการเปลี่ยนชุดทันที ชุดขนกระต่ายเมฆานุ่มสบายกว่าที่คิดมาก มันอุ่นจนแทบไม่อยากถอดออกเลย

ทันใดนั้น ระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[“ภารกิจเสร็จสมบูรณ์! โฮสต์กรุณารับของรางวัลด้วย!”]

ถุงหนังสัตว์ใบหนึ่งตกใส่มือเธอทันที

ลู่หลินก้มลงมองถุงหนังสัตว์ในมือ แล้วพบว่ามันคล้ายกระเป๋าใบหนึ่ง

เธอลองเปิดออกดูกลับไม่มีอะไรในนั้นเลย เธอจึงสงสัยมาก

“ทำไมไม่เห็นมีอะไรเลยล่ะ?”

[“นี่คือกระเป๋ามิติครับ มันมีพื้นที่ช่องว่างขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บของได้มากมายมหาศาลเลย”]

ดวงตาของเธอเป็นประกายทันที

“จริงเหรอ สุดยอดไปเลยนะ!”

เธอรีบผูกมันไว้ที่เอวอย่างตื่นเต้น แล้วนำของที่ระบบมอบให้จากครั้งก่อนใส่ลงไป ก่อนจะเงียบไปนิดหนึ่ง

“642... ทำไมฉันถึงมาโลกนี้ได้เหรอ”

ลู่หลินถามด้วยความสงสัย

ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ

[“มันเรียกว่า สุ่มโชคชะตาน่ะครับ เหมือนกับการสุ่มกาชาปอง แล้วโฮสต์ก็คือรางวัลที่ระบบสุ่มได้พอดี”]

ลู่หลินอึ้งไปทันที

“เดี๋ยวก่อนนะ...”

[“ยินดีด้วยนะครับ... คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับตั๋วเที่ยวเดียวสู่ทวีปสัตว์อสูร! พร้อมโปรโมชั่นแถมฟรีภารกิจและของรางวัลมากมาย”]

“นี่เธอพูดจริงหรือเปล่าเนี่ย”

เสียงหัวเราะของระบบดังขึ้นในหัวเธอทันที

...

อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อตะวันตกดิน เฟิงอวี่กลับมาพร้อมกวางตัวหนึ่ง

เขาวางมันลง ก่อนใช้กรงเล็บกรีดเนื้อส่วนดีที่สุดส่งให้นาง

“นี่... ส่วนที่นุ่มและดีที่สุด เจ้ากินสิ”

ลู่หลินมองชิ้นเนื้อดิบที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยด้วยใบหน้าซีดเผือด

“อึก... ฉันไม่กินเนื้อดิบหรอกนะ คุณกินเถอะ!”

เฟิงอวี่ชะงักไป เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“เจ้าไม่กินเนื้อหรือ? หรือเจ้าเป็นพวกกินพืช?”

ลู่หลินส่ายหน้าตอบ

“ไม่ใช่หรอกนะ ฉันกินเนื้อได้ แต่ต้องเป็นเนื้อสุกเท่านั้น เนื้อดิบ ๆ แบบนี้ฉันขอผ่านเด็ดขาด!”

เขามองนางนิ่ง ๆ ราวกับกำลังเจอสิ่งมีชีวิตประหลาด

“เนื้อสุกหรือ... มันต้องทำอย่างไร?”

“เดี๋ยวฉันทำให้ดูนะ”

เธอหยิบเชื้อไฟออกมาจุดกองไฟขึ้น ก่อนจะนำเนื้อมาเสียบไม้แล้วนำไปอังไฟอย่างตั้งใจ

กลิ่นหอมค่อย ๆ ลอยอบอวลไปทั่วถ้ำ

เฟิงอวี่มองนางเงียบ ๆ

แสงไฟสีส้มสะท้อนใบหน้าขาวนุ่มของนาง ดูอบอุ่นจนหัวใจของเขาอ่อนยวบ

ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวและเติมเต็มความอ้างว้างในอกของเขาอย่างช้า ๆ

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เขารู้สึกว่า การกลับมาแล้วมีใครรออยู่ มันเป็นแบบนี้เอง

“ลองดูสิ ระวังร้อนนะ”

ลู่หลินยื่นไม้เสียบให้เขา เฟิงอวี่รับมาแล้วกัดลงไปคำหนึ่ง ก่อนจะชะงักทันที

รสชาติหวานหอมของเนื้อที่ผ่านความร้อนทำให้เขาเบิกตานิด ๆ

“อร่อยไหม”

“อืม”

เขาตอบสั้น ๆ แต่กลับกินต่อเงียบ ๆ จนหมดไม้

ลู่หลินหลุดหัวเราะเบา ๆ

“ดูเหมือนคุณจะชอบมากเลยนะ”

เฟิงอวี่เงยหน้ามองนาง ดวงตาสีอำพันสะท้อนแสงไฟวูบไหวอย่างอ่อนโยน

“ข้าชอบทุกอย่างที่เจ้าทำให้”

หัวใจของลู่หลินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบหลบสายตาลงต่ำทันที

แต่เฟิงอวี่กลับยังคงมองนางนิ่ง ๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยถามขึ้นช้า ๆ

“แล้วเจ้าล่ะ... ที่ที่เจ้าจากมาเป็นเช่นไร”

มือของลู่หลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที

เฟิงอวี่มองนางด้วยสายตาลุ่มลึก

“เจ้าต่างจากสัตว์อสูรที่ข้าเคยพบมาก ทั้งอาภรณ์ที่สวมใส่ วิธีพูด หรือแม้แต่วิธีใช้ชีวิต...”

เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อเสียงต่ำ

“เจ้ามาจากที่ใดกันแน่”

ลู่หลินเม้มปากแน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ กลบเกลื่อน

“ที่ที่ฉันอยู่... มันไกลมากน่ะ”

เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที พร้อมยื่นไม้เสียบเนื้อให้เขาอีกอัน

“เลิกถามเรื่องฉันเถอะนะ มากินต่อดีกว่า เดี๋ยวเนื้อเย็นหมด”

เฟิงอวี่มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับรู้ว่านางจงใจหลบเลี่ยงคำตอบ

แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ซักต่อ เพียงรับไม้เสียบจากมือนางมาเงียบ ๆ

คืนนั้น ทั้งสองนั่งกินเนื้อย่างด้วยกันอยู่หน้ากองไฟท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบภายในถ้ำ

ดูเหมือนหลังจากได้ลิ้มรสเนื้อสุกฝีมือลู่หลินแล้ว สัตว์อสูรผู้ชื่นชอบเนื้อดิบมาตลอดชีวิต ก็คงไม่อยากกลับไปกินแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

เมื่อถึงเวลานอน ลู่หลินจึงไปนั่งพิงมุมหินเงียบ ๆ ส่วนเฟิงอวี่ก็นั่งพิงผนังถ้ำอยู่ไม่ห่าง

เสียงลมกลางคืนพัดผ่านปากถ้ำแผ่วเบา

เฟิงอวี่มองนางอยู่นาน ก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“ลู่หลิน”

“หืม?”

ดวงตาสีอำพันของเขาจ้องตรงมาอย่างจริงจัง

“ข้าชอบเจ้า”

เมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา หัวใจของลู่หลินเต้นแรงทันที

“ข้าขอเป็นคู่ครองของเจ้าได้หรือไม่”

ภายในถ้ำเงียบลงในพริบตา ลู่หลินหน้าแดงก่ำ รีบหลบสายตาแทบไม่ทัน

“คะ... คือ...”

เธอกำชายเสื้อแน่น

“ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม เราเพิ่งเจอกันเองนะ”

เฟิงอวี่เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มจาง ๆ

“ได้สิ”

เขาเอ่ยเสียงต่ำอย่างอ่อนโยน

“ข้าให้เวลาเจ้า”

ดวงตาสีอำพันของเขาวาวลึกขึ้นเล็กน้อย

“แต่อย่านานนักล่ะ”

'เพราะไม่ว่าอย่างไร... ข้าก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไปให้ใครอยู่ดี'

ประโยคสุดท้ายเขาไม่ได้เอ่ยมันออกไป

ภายในถ้ำกลับมาเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงไม้ในกองไฟที่แตกดังเปรี๊ยะเป็นระยะ

ลู่หลินก้มหน้าซ่อนแก้มร้อน ๆ ของตัวเองไว้กับหัวเข่า หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด

นี่เป็นครั้งแรก... ที่มีใครบอกชอบเธอตรง ๆ แบบนี้

แถมยังเป็นผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งอันตราย และชอบพูดอะไรทำให้ใจสั่นอยู่ตลอดเวลาอีกต่างหาก

เฟิงอวี่มองร่างเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“เจ้ากลัวข้าหรือ”

ลู่หลินสะดุ้งนิดหนึ่ง ก่อนรีบเงยหน้าขึ้น

“เปล่านะ!”

เธอตอบเร็วเกินไปเสียจนเฟิงอวี่หลุดยิ้มออกมา

“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าต้องทำเหมือนอยากหนีข้าด้วยเล่า”

“ก็... เพราะคุณชอบพูดอะไรน่าอายอยู่เรื่อยนี่นา”

ลู่หลินพึมพำเสียงเบา

เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี

“น่าอายตรงไหนหรือ”

“ก็ตรงที่คุณพูดเหมือนฉันเป็น... เป็น...”

เธอชะงักไป ใบหน้าร้อนขึ้นอีกครั้ง

“เป็นอะไรหรือ”

เขาจงใจถามต่อ ทั้งที่รู้อยู่แล้ว

ลู่หลินเม้มปาก ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ

“เหมือนฉันเป็นคู่ครองของคุณจริง ๆ น่ะ”

เฟิงอวี่มองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากช้า ๆ

“แล้วมันไม่ใช่ตรงไหนหรือ... ในเมื่อข้าตีตราจองไว้บนตัวเจ้าไปแล้ว”

เขาเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

ลู่หลินเบิกตากว้างทันที

“คะ... คุณยังจะพูดเรื่องนั้นอีกเหรอ!”

เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ เบา ๆ

“เหตุใดข้าจะพูดไม่ได้”

เขาเอนตัวพิงผนังถ้ำอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาสีอำพันยังคงจับจ้องนางไม่วาง

“ตอนนี้ทั้งตัวเจ้ามีกลิ่นของข้าติดอยู่เต็มไปหมด”

“หยุดพูดเลยนะ...”

ลู่หลินรีบดึงขนสัตว์ขึ้นมาปิดหน้า เหลือเพียงดวงตากลมโตที่มองเขาอย่างขัดเขิน

เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ

“เจ้านอนเถอะ”

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังกว้างกลายเป็นที่กำบังลมหนาวให้นางโดยอัตโนมัติ

ก่อนจะดึงร่างเล็กที่ห่อด้วยขนสัตว์ให้มาพิงอกแกร่งของเขาอย่างถือสิทธิ์

“ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว... คืนนี้แค่หลับให้สบายก็พอ ข้าจะเฝ้าเจ้าอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”

ท่ามกลางความเงียบงันและไออุ่นจากกองไฟ ลู่หลินกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

ความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเขาทำให้เธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไปในที่สุด
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 194

    “เจ้าจะเลือกฝ่ายใด?” ลู่หลินมองลงไปยังลานประลอง แล้วยกมือขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด ชายเผ่าจระเข้มีเขี้ยวแหลม กรงเล็บคม แถมยังดูดุดันมาก ส่วนชายเผ่ากระทิงก็มีกล้ามเนื้อใหญ่โต แต่กลับดูเชื่องช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่บ้าง เธอใช้เวลาคิดเพียงไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ “ต้องเผ่าจระเข้อยู่แล้ว!” เฟยหลงเลิก

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 193

    “อืม” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในลานประลองพร้อมกัน เมื่อเข้ามาภายในลานประลอง ก็มีผู้คุมลานประลองเดินเข้ามาต้อนรับทันที เขาก้มศีรษะลง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด” เฟยหลงพยักหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ต้องมากพิธี” “ขอรับ” “ข้าต้องการที่นั่งที่ดีที่สุด” “ได้ขอรับ เชิ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 192

    เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหันไปเรียกผู้ดูแลหอประมูลที่ยืนรออยู่ไม่ไกล “ของที่ประมูลได้ให้ส่งไปที่ตำหนักเทพ” “ขอรับท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าจะจัดคนไปส่งให้ทันที” ผู้ดูแลรีบรับคำ แล้วถอยออกไปจัดการเรื่องของประมูลอย่างรวดเร็ว ลู่หลินหันไปมอง “มีบริการแบบนี้ด้วย?” “อืม” เธอมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่า

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 191

    “เดี๋ยวนะ...” เธอหันไปมองเฟยหลง ก่อนจะหันกลับไปมองไข่มุกบนเวทีอีกครั้ง แล้วบ่นพึมพำ “ถ้าเทพเจ้าสัตว์อสูรเป็นคนเอาขึ้นมาเอง... แล้วทำไมไม่เอากลับไปด้วยล่ะ ทิ้งไว้บนแผ่นดินทำไม?” เฟยหลงหันมองนาง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู ผู้ดำเนินการประมูลยกมือขึ้น “ราคาเริ่มต้น... สิบผลึกแดง!” “ยี่สิบ!” เ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 190

    “คารวะท่านผู้อาวุโสสูงสุด” เสียงนั้นทำให้ลู่หลินหันไปมองเฟยหลงอย่างแปลกใจ “คุณมาที่นี่บ่อยเหรอ?” “ไม่” เฟยหลงตอบสั้น ๆ พนักงานรีบเอ่ยต่อ “ท่านต้องการที่นั่งแบบใดขอรับ?” เฟยหลงเหลือบมองเข้าไปด้านใน ก่อนจะตอบอย่างไม่ลังเล “ที่ดีที่สุด” พนักงานรีบพยักหน้า “ได้ขอรับ เชิญทางนี้” ลู่หลินกะพริบต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status