Compartir

บทที่ 4

Autor: SixFourTwo
last update Fecha de publicación: 2026-07-14 03:24:26

ความเงียบงันหลังคำพูดของเฟิงอวี่ทำให้หัวใจของลู่หลินเต้นแรงไม่หยุด

เธอยังไม่กล้าเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ร่างสูง ปีกสีเงินของเขายังคงโอบล้อมร่างของเธอเอาไว้

สัมผัสอุ่นร้อนที่ซอกคอยังเหมือนหลงเหลืออยู่ไม่จางหาย แม้เขาจะผละออกไปแล้ว แต่กลิ่นของเขากลับติดอยู่รอบตัวเธอจริง ๆ อย่างที่พูด

ยิ่งคิด ใบหน้าของเธอก็ยิ่งร้อนผ่าว

เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นด้วยสายตาเอ็นดู ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง

“เจ้าจะยืนหน้าแดงอยู่ตรงนี้อีกนานหรือไม่”

“ฉันไม่ได้หน้าแดงสักหน่อยนะ”

“งั้นหรือ...”

เขาตอบรับง่าย ๆ พลางยกมือขึ้นแตะปลายหูของนางเบา ๆ

“เช่นนั้น... เหตุใดหูของเจ้าถึงแดงขนาดนี้เล่า”

ลู่หลินรีบยกมือปิดหูทันที

“หยุดแกล้งฉันเลยนะ”

เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ

โครกกก...

เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ลู่หลินชะงักค้างทันที ดวงตากลมโตค่อย ๆ เบิกกว้างอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่เธอจะรีบเอามือกุมท้องตัวเองแน่น

ใบหน้าแดงก่ำที่เพิ่งจางลงเมื่อครู่ ตอนนี้กลับแดงกว่าเดิมหลายเท่า

เฟิงอวี่นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ

“เจ้าหิวหรือ”

“มะ... ไม่ได้หิวสักหน่อย”

เธอรีบเถียงเสียงแผ่ว

โครกกก...

แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้งทันที ราวกับตั้งใจหักหน้าเจ้าของ

ลู่หลินแทบอยากจะมุดดินหนี

‘โอ๊ย... ทำไมต้องดังตอนนี้ด้วยนะ’

เธอพึมพำในใจอย่างอับอาย

เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นแล้วหลุดหัวเราะออกมา

“คุณหัวเราะฉันเหรอ!”

“เปล่า”

เขาตอบเสียงเรียบ แต่แววตายังเต็มไปด้วยความขบขัน

“ข้าเพียงคิดว่า... เจ้าช่างเป็นตัวเมียที่เลี้ยงง่ายดีจริงๆ”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“หิวก็แสดงออกมาตรง ๆ น่ะ”

เขาเอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบา ๆ

“รอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่นะ”

“คุณจะไปไหนเหรอ”

“ไปหาอะไรมาให้เจ้ากิน”

พูดจบ เขาก็ทะยานขึ้นไปบนกิ่งไม้สูงอย่างรวดเร็ว

ลู่หลินเงยหน้ามองตามอย่างตกใจ

“เดี๋ยวก่อนสิ เฟิงอวี่!”

แต่เฟิงอวี่หายลับเข้าไปในพุ่มไม้เสียแล้ว

เธอได้แต่ยืนกอดท้องตัวเองเงียบ ๆ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“ทำไมฉันต้องรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ด้วยนะ”

ไม่นานนัก เสียงใบไม้ไหวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เฟิงอวี่ร่อนตัวลงมาตรงหน้าอย่างสง่างาม ในมือถือผลไม้สีเหลืองทองรูปร่างแปลกตา

“กินเสีย... ผลไม้นี้หวานมาก ข้าว่าเจ้าน่าจะชอบ”

เขายื่นผลไม้ให้

ลู่หลินรับมาแล้วกัดคำโตทันที

รสหวานฉ่ำที่กระจายอยู่เต็มปากทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้าง

“อร่อยจัง... หวานจริง ๆ ด้วย!” เธอกินอย่างลืมตัวด้วยความหิว

เฟิงอวี่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม

“กินช้า ๆ หน่อยเถอะ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก”

เขาเอ่ยพลางยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำผลไม้ที่มุมปากนางให้อย่างแผ่วเบาและเป็นธรรมชาติ

สัมผัสนั้นทำให้ลู่หลินชะงักกึก หัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันที

“ขะ... ขอบคุณนะ”

เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามก้มหน้าหลบสายตาของเขา

ทว่าเฟิงอวี่กลับไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขาใช้นิ้วที่เปื้อนน้ำหวานนั้นแตะลงบนริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองนางนิ่ง

“หวานจริง ๆ ด้วย...”

คำพูดนั้นทำเอาลู่หลินเกือบสำลักผลไม้ในปาก

หน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นสีจัดจ้านยิ่งขึ้นจนลามไปถึงใบหู

เฟิงอวี่เห็นดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

“ข้าแค่บอกว่าหวาน... เหตุใดเจ้าต้องตกใจขนาดนั้นด้วยเล่า?”

“ฉันไม่ได้ตกใจสักหน่อย!”

เธอรีบเถียงแก้เขิน

“งั้นหรือ...”

เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นรดใบหน้าของนาง

ดวงตาสีอำพันจับจ้องนางไม่วางตา

“หากเจ้ายังเขินข้าแบบนี้ต่อไป... สักวันข้าคงทนไม่ไหวจริง ๆ นะ”

ลู่หลินถึงกับไปไม่เป็น เธอก้มหน้ากัดผลไม้ทันที ไม่กล้าสบตาคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าอีก

ส่วนเฟิงอวี่ก็นั่งมองนางเงียบ ๆ

ดวงตาสีอำพันทอดมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของนางอย่างพึงพอใจ

แต่เมื่อสายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงมา เขาก็อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้

เสื้อผ้าแปลกตาที่นางสวมอยู่ยังคงสะดุดสายตาเขาเสมอ โดยเฉพาะในทวีปสัตว์อสูรที่ตัวเมียส่วนใหญ่มักสวมเพียงหนังสัตว์เรียบง่ายเท่านั้น

หากพานางเข้าเมืองทั้งสภาพนี้ คงกลายเป็นจุดสนใจทันทีแน่ ๆ

สีหน้าของเฟิงอวี่จึงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“ข้าจะพาเจ้าไปตลาดร้อยเผ่ากันก่อน”

ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ อย่างสงสัย

“ตลาดเหรอ?”

“ใช่ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกชุดใหม่”

เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามต่อ

“เจ้ากินเสร็จแล้วหรือไม่”

ลู่หลินพยักหน้าตอบ

“อื้อ”

“เช่นนั้นเราไปกันเถอะ”

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้าไปใกล้นาง

ก่อนจะวาดแขนโอบเอวบางของนางไว้ แล้วพาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ลู่หลินหลับตาปี๋ทันที

สายลมพัดผ่านใบหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นป่าชื้นและอากาศเย็นตีเข้ามาไม่หยุด ยิ่งทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้อยู่สูงจากพื้นมากแค่ไหน

เฟิงอวี่ร่อนลงบนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ก่อนจะวางนางลงเบา ๆ

“รอข้าอยู่ที่นี่ก่อนนะ”

ลู่หลินยังหน้าซีดไม่หาย เธอเอ่ยถามเสียงสั่น

“คุณจะทิ้งฉันไว้ตรงนี้เหรอ!”

“ข้าจะไปหาหนังสัตว์มาให้เจ้าก่อน ชุดเจ้ามันสะดุดตาเกินไป”

พูดจบเขาก็ร่อนลงไปด้านล่างทันที

ลู่หลินได้แต่นั่งกอดกิ่งไม้ไว้แน่น ขาสั่นพั่บ ๆ ไม่กล้าก้มลงมองพื้นด้านล่างแม้แต่นิดเดียว

เธอหลับตาแน่นสนิทพลางคิดในใจอย่างตื่นตระหนก

‘สูงขนาดนี้ ถ้าตกลงไปคงไม่เหลือแม้แต่ซากแน่ ๆ ไป๋ลู่หลินเอ๋ย!’

ลู่หลินกำกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยอย่างสิ้นหวัง

“นี่มันชีวิตอะไรกันเนี่ย...”

ไม่นานนัก เสียงกระพือปีกก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เฟิงอวี่กลับมาพร้อมหนังสัตว์สะอาดผืนหนึ่งในมือ

เขามองตัวเมียตัวน้อยที่เกาะกิ่งไม้แน่นราวกับลูกลิงแล้วก็หลุดยิ้มออกมา

“เจ้ากลัวความสูงขนาดนั้นเลยหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันไม่ได้มีปีกเหมือนคุณนะ ตกลงไปฉันคงไม่เหลือแม้แต่ซากแน่”

ลู่หลินประชดเสียงอ่อย แล้วรีบยื่นมือไปหาเขาทันที

“รีบพาฉันลงไปเถอะนะ”

เมื่อได้ยินคำอ้อนวอน เฟิงอวี่ก็บินขึ้นไปอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอกทันทีแล้วร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

ลู่หลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในที่สุดเธอก็รอดชีวิตแล้ว

เมื่อเห็นท่าทางนั้นของนาง เฟิงอวี่ก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นหนังสัตว์มาให้

“ใช้สิ่งนี้คลุมตัวเจ้าไว้เถอะ”

ลู่หลินรับมาถือ ก่อนจะมองอย่างประหลาดใจ

“ทำไมอุ่นจัง...”

“หนังสัตว์ก็อุ่นแบบนี้แหละ”

“คุณไปเอามาจากไหนเหรอ”

เฟิงอวี่เอ่ยตอบเสียงเรียบ

“ข้าไปล่าหมูป่ามา นี่คือหนังหมูป่า”

“หมูป่าเหรอ?”

ลู่หลินทวนคำเขาแล้วก้มลงมองหนังสัตว์ในมืออีกครั้งทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปนิดหนึ่งอย่างบอกไม่ถูก

“หมายความว่าเมื่อกี้คุณหายไปเพราะไปล่าหมูป่ามางั้นเหรอ”

“ใช่แล้ว”

เฟิงอวี่ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะช่วยคลุมผืนหนังสัตว์ลงบนศีรษะของนางอย่างเบามือ

“ดึงปิดไว้ให้ดี”

เขาก้มลงกระซิบใกล้หู

“อย่าสบตากับตัวผู้นานเกินไป รู้หรือไม่”

“ทำไมเหรอ”

ลู่หลินถามอย่างสงสัย

“กลิ่นของเจ้ามันหวานเกินไป”

เฟิงอวี่ดึงหนังสัตว์ปิดแก้มของนางเพิ่มอีกนิด ก่อนจะโอบเอวบางอีกครั้งแล้วพาทะยานขึ้นฟ้า

การเดินทางรอบนี้ ลู่หลินไม่ได้หลับตาปี๋เหมือนเดิม แม้จะยังกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็เริ่มชินกับการถูกเขาอุ้มบินแล้ว

ภาพผืนป่าสีเขียวขจีกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา ตัดกับสายน้ำสีฟ้าครามที่คดเคี้ยวผ่านหุบเขาเบื้องล่าง

ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าจนลู่หลินรู้สึกสดชื่นจนเผลออุทานออกมาด้วยความตื่นตา

“สวยจัง...”

เฟิงอวี่ที่โอบกอดนางอยู่ก้มลงมองใบหน้าใสซื่อนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน

“เจ้าชอบหรือ?”

“อื้อ...”

เธอพยักหน้าพลางยิ้มกว้าง

“ที่นี่สวยกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”

เฟิงอวี่มองรอยยิ้มนั้นด้วยความเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะโน้มหน้าเอ่ยเสียงทุ้มข้างหูนาง

“หากเจ้าชอบ วันหลังข้าจะพาเจ้าไปชมที่อื่นอีก”

ลู่หลินยิ้มกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สัมผัสจากอ้อมแขนของเขามันอบอุ่นและแน่นหนาเสียจนใจสั่น...

มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมานานมากแล้ว

ในชีวิตก่อน เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอดหลังจากสูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่อายุสิบสอง

แม้จะอาศัยอยู่กับป้า แต่ความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวก็ไม่เคยจางหายไปเลย

ดังนั้นความอบอุ่นและความใส่ใจเพียงเล็กน้อยที่เฟิงอวี่หยิบยื่นให้ในตอนนี้ จึงมีค่ามากมายเกินกว่าที่เขาจะรู้ตัวเสียอีก

ลู่หลินเผลอซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ ราวกับหัวใจที่เหน็บหนาวมานาน กำลังได้พบที่พักพิงเป็นครั้งแรก

เฟิงอวี่ก้มลงมองนางเล็กน้อย

แม้ว่านางจะไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่สัมผัสที่ซุกเข้าหาทำให้มุมปากของเขายกขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“หนาวหรือไม่”

ลู่หลินรีบส่ายหน้าเบา ๆ ทั้งที่ยังซบอยู่แบบนั้น

“ไม่”

เฟิงอวี่ยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระชับแขนที่โอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกนิด แล้วทะยานผ่านผืนป่ากว้างใหญ่ต่อไป

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตลาดร้อยเผ่า

ตลาดขนาดใหญ่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรจากหลากเผ่าพันธุ์เดินขวักไขว่ไปมาอย่างคึกคัก

บ้างก็มีเขาสัตว์ บ้างก็มีหูและหางแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของตน

เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงเรียกลูกค้าดังปะปนกันไปทั่วทั้งบริเวณ

“ว้าว...”

เธอมองทุกอย่าง อย่างตื่นตะลึง

เฟิงอวี่เอ่ยเสียงเรียบ

“ที่นี่คือตลาดร้อยเผ่า… สัตว์อสูรจากหลายเผ่าจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนอาหาร หนังสัตว์ อาวุธ และของหายาก”

เขาอธิบายเสียงเรียบพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง

ลู่หลินพยักหน้าช้า ๆ ดวงตากลมโตยังคงกวาดมองสิ่งของแปลกตาด้วยความตื่นเต้น

เธอเดินเพลิดเพลินไปตามทางโดยไม่ได้สังเกตเลยว่า รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอนั้น กำลังกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายในตลาด

เฟิงอวี่ขมวดคิ้วมุ่นทันที เมื่อเริ่มรับรู้ถึงสายตาหิวกระหายหลายคู่ที่จับจ้องมาที่นาง

แม้เขาจะหาหนังสัตว์ผืนใหญ่มาคลุมร่างให้นางไว้อย่างมิดชิดแล้ว แต่นั่นก็ไม่อาจปิดกั้น กลิ่นหอมหวาน ประจำตัวของนางที่โชยอ่อน ๆ ออกมาได้เลย

เฟิงอวี่จึงกระชับอ้อมแขนที่เอวของนางแน่นขึ้น

กลิ่นอายอันทรงพลังของเขาแผ่ออกมาทำให้เหล่าสัตว์อสูรต่างหันหน้าหนี ไม่กล้ามองอีก

“อยู่ใกล้ข้าไว้นะ”

น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความมึนงง

“มีอะไรหรือเปล่า”

เฟิงอวี่ก้มลงมองนางนิ่ง ๆ

“ไม่มีหรอก...”

เขาเอ่ยเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะกระชับเอวบางให้จมหายเข้าไปในอ้อมอกแกร่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกสายตา

“ข้าแค่ไม่ชอบให้ใครมามองคู่ครองของข้าด้วยสายตาหิวกระหาย”

ลู่หลินหน้าแดงระเรื่อทันที
Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 198

    “อื้อ...” ลู่หลินขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหลงเช่นเดิม เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับในอ้อมแขน เฟยหลงก็กระชับวงแขนรอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ลู่หลินหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าซบอยู่กับลาดไหล่ของเธอ ราวกับยังไม่คิดจะปล่อยให้เธอลุกไปไหนง่าย ๆ “คุณ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 197

    “ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครอย่างเดียวนี่ การที่ฉันทำอะไรได้บ้าง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้” เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขามองดวงตากลมโตของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ “ลู่หลิน” “หืม?” “หากวันหนึ่งเจ้าไม่สามารถปรุงยาได้อีก เจ้าคิดว่าตัวเองจะหมดคุณค่าไปด้วยหรือ” ลู่

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 196

    ณ พระราชวังเงาจันทร์ บรรยากาศภายในโถงบัลลังก์เต็มไปด้วยความตึงเครียด “เรียนองค์ราชา... ท่านผู้อาวุโสสูงสุดส่งข้ามาแจ้งข่าวว่า ท่านลู่หลินพำนักอยู่ที่ตำหนักเทพเมืองดาราขอรับ” ผู้ส่งสารจากตำหนักเทพเมืองดารารีบรายงานทันทีที่มาถึงพระราชวังเงาจันทร์ หลังใช้เวลาเดินทางติดต่อกันถึงห้าวัน ฉางเหยียนที่นั

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 194

    “เจ้าจะเลือกฝ่ายใด?” ลู่หลินมองลงไปยังลานประลอง แล้วยกมือขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด ชายเผ่าจระเข้มีเขี้ยวแหลม กรงเล็บคม แถมยังดูดุดันมาก ส่วนชายเผ่ากระทิงก็มีกล้ามเนื้อใหญ่โต แต่กลับดูเชื่องช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่บ้าง เธอใช้เวลาคิดเพียงไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ “ต้องเผ่าจระเข้อยู่แล้ว!” เฟยหลงเลิก

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 193

    “อืม” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในลานประลองพร้อมกัน เมื่อเข้ามาภายในลานประลอง ก็มีผู้คุมลานประลองเดินเข้ามาต้อนรับทันที เขาก้มศีรษะลง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด” เฟยหลงพยักหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ต้องมากพิธี” “ขอรับ” “ข้าต้องการที่นั่งที่ดีที่สุด” “ได้ขอรับ เชิ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status