ความเงียบงันหลังคำพูดของเฟิงอวี่ทำให้หัวใจของลู่หลินเต้นแรงไม่หยุด
เธอยังไม่กล้าเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ร่างสูง ปีกสีเงินของเขายังคงโอบล้อมร่างของเธอเอาไว้
สัมผัสอุ่นร้อนที่ซอกคอยังเหมือนหลงเหลืออยู่ไม่จางหาย แม้เขาจะผละออกไปแล้ว แต่กลิ่นของเขากลับติดอยู่รอบตัวเธอจริง ๆ อย่างที่พูด
ยิ่งคิด ใบหน้าของเธอก็ยิ่งร้อนผ่าว
เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นด้วยสายตาเอ็นดู ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง
“เจ้าจะยืนหน้าแดงอยู่ตรงนี้อีกนานหรือไม่”
“ฉันไม่ได้หน้าแดงสักหน่อยนะ”
“งั้นหรือ...”
เขาตอบรับง่าย ๆ พลางยกมือขึ้นแตะปลายหูของนางเบา ๆ
“เช่นนั้น... เหตุใดหูของเจ้าถึงแดงขนาดนี้เล่า”
ลู่หลินรีบยกมือปิดหูทันที
“หยุดแกล้งฉันเลยนะ”
เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ
โครกกก...
เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ลู่หลินชะงักค้างทันที ดวงตากลมโตค่อย ๆ เบิกกว้างอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่เธอจะรีบเอามือกุมท้องตัวเองแน่น
ใบหน้าแดงก่ำที่เพิ่งจางลงเมื่อครู่ ตอนนี้กลับแดงกว่าเดิมหลายเท่า
เฟิงอวี่นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ
“เจ้าหิวหรือ”
“มะ... ไม่ได้หิวสักหน่อย”
เธอรีบเถียงเสียงแผ่ว
โครกกก...
แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้งทันที ราวกับตั้งใจหักหน้าเจ้าของ
ลู่หลินแทบอยากจะมุดดินหนี
‘โอ๊ย... ทำไมต้องดังตอนนี้ด้วยนะ’
เธอพึมพำในใจอย่างอับอาย
เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นแล้วหลุดหัวเราะออกมา
“คุณหัวเราะฉันเหรอ!”
“เปล่า”
เขาตอบเสียงเรียบ แต่แววตายังเต็มไปด้วยความขบขัน
“ข้าเพียงคิดว่า... เจ้าช่างเป็นตัวเมียที่เลี้ยงง่ายดีจริงๆ”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“หิวก็แสดงออกมาตรง ๆ น่ะ”
เขาเอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบา ๆ
“รอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่นะ”
“คุณจะไปไหนเหรอ”
“ไปหาอะไรมาให้เจ้ากิน”
พูดจบ เขาก็ทะยานขึ้นไปบนกิ่งไม้สูงอย่างรวดเร็ว
ลู่หลินเงยหน้ามองตามอย่างตกใจ
“เดี๋ยวก่อนสิ เฟิงอวี่!”
แต่เฟิงอวี่หายลับเข้าไปในพุ่มไม้เสียแล้ว
เธอได้แต่ยืนกอดท้องตัวเองเงียบ ๆ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“ทำไมฉันต้องรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ด้วยนะ”
ไม่นานนัก เสียงใบไม้ไหวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เฟิงอวี่ร่อนตัวลงมาตรงหน้าอย่างสง่างาม ในมือถือผลไม้สีเหลืองทองรูปร่างแปลกตา
“กินเสีย... ผลไม้นี้หวานมาก ข้าว่าเจ้าน่าจะชอบ”
เขายื่นผลไม้ให้
ลู่หลินรับมาแล้วกัดคำโตทันที
รสหวานฉ่ำที่กระจายอยู่เต็มปากทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
“อร่อยจัง... หวานจริง ๆ ด้วย!” เธอกินอย่างลืมตัวด้วยความหิว
เฟิงอวี่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม
“กินช้า ๆ หน่อยเถอะ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก”
เขาเอ่ยพลางยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำผลไม้ที่มุมปากนางให้อย่างแผ่วเบาและเป็นธรรมชาติ
สัมผัสนั้นทำให้ลู่หลินชะงักกึก หัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันที
“ขะ... ขอบคุณนะ”
เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามก้มหน้าหลบสายตาของเขา
ทว่าเฟิงอวี่กลับไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขาใช้นิ้วที่เปื้อนน้ำหวานนั้นแตะลงบนริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองนางนิ่ง
“หวานจริง ๆ ด้วย...”
คำพูดนั้นทำเอาลู่หลินเกือบสำลักผลไม้ในปาก
หน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นสีจัดจ้านยิ่งขึ้นจนลามไปถึงใบหู
เฟิงอวี่เห็นดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“ข้าแค่บอกว่าหวาน... เหตุใดเจ้าต้องตกใจขนาดนั้นด้วยเล่า?”
“ฉันไม่ได้ตกใจสักหน่อย!”
เธอรีบเถียงแก้เขิน
“งั้นหรือ...”
เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นรดใบหน้าของนาง
ดวงตาสีอำพันจับจ้องนางไม่วางตา
“หากเจ้ายังเขินข้าแบบนี้ต่อไป... สักวันข้าคงทนไม่ไหวจริง ๆ นะ”
ลู่หลินถึงกับไปไม่เป็น เธอก้มหน้ากัดผลไม้ทันที ไม่กล้าสบตาคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าอีก
ส่วนเฟิงอวี่ก็นั่งมองนางเงียบ ๆ
ดวงตาสีอำพันทอดมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของนางอย่างพึงพอใจ
แต่เมื่อสายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงมา เขาก็อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้
เสื้อผ้าแปลกตาที่นางสวมอยู่ยังคงสะดุดสายตาเขาเสมอ โดยเฉพาะในทวีปสัตว์อสูรที่ตัวเมียส่วนใหญ่มักสวมเพียงหนังสัตว์เรียบง่ายเท่านั้น
หากพานางเข้าเมืองทั้งสภาพนี้ คงกลายเป็นจุดสนใจทันทีแน่ ๆ
สีหน้าของเฟิงอวี่จึงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ข้าจะพาเจ้าไปตลาดร้อยเผ่ากันก่อน”
ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ อย่างสงสัย
“ตลาดเหรอ?”
“ใช่ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกชุดใหม่”
เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“เจ้ากินเสร็จแล้วหรือไม่”
ลู่หลินพยักหน้าตอบ
“อื้อ”
“เช่นนั้นเราไปกันเถอะ”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้าไปใกล้นาง
ก่อนจะวาดแขนโอบเอวบางของนางไว้ แล้วพาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ลู่หลินหลับตาปี๋ทันที
สายลมพัดผ่านใบหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นป่าชื้นและอากาศเย็นตีเข้ามาไม่หยุด ยิ่งทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้อยู่สูงจากพื้นมากแค่ไหน
เฟิงอวี่ร่อนลงบนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ก่อนจะวางนางลงเบา ๆ
“รอข้าอยู่ที่นี่ก่อนนะ”
ลู่หลินยังหน้าซีดไม่หาย เธอเอ่ยถามเสียงสั่น
“คุณจะทิ้งฉันไว้ตรงนี้เหรอ!”
“ข้าจะไปหาหนังสัตว์มาให้เจ้าก่อน ชุดเจ้ามันสะดุดตาเกินไป”
พูดจบเขาก็ร่อนลงไปด้านล่างทันที
ลู่หลินได้แต่นั่งกอดกิ่งไม้ไว้แน่น ขาสั่นพั่บ ๆ ไม่กล้าก้มลงมองพื้นด้านล่างแม้แต่นิดเดียว
เธอหลับตาแน่นสนิทพลางคิดในใจอย่างตื่นตระหนก
‘สูงขนาดนี้ ถ้าตกลงไปคงไม่เหลือแม้แต่ซากแน่ ๆ ไป๋ลู่หลินเอ๋ย!’
ลู่หลินกำกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยอย่างสิ้นหวัง
“นี่มันชีวิตอะไรกันเนี่ย...”
ไม่นานนัก เสียงกระพือปีกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เฟิงอวี่กลับมาพร้อมหนังสัตว์สะอาดผืนหนึ่งในมือ
เขามองตัวเมียตัวน้อยที่เกาะกิ่งไม้แน่นราวกับลูกลิงแล้วก็หลุดยิ้มออกมา
“เจ้ากลัวความสูงขนาดนั้นเลยหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันไม่ได้มีปีกเหมือนคุณนะ ตกลงไปฉันคงไม่เหลือแม้แต่ซากแน่”
ลู่หลินประชดเสียงอ่อย แล้วรีบยื่นมือไปหาเขาทันที
“รีบพาฉันลงไปเถอะนะ”
เมื่อได้ยินคำอ้อนวอน เฟิงอวี่ก็บินขึ้นไปอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอกทันทีแล้วร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
ลู่หลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในที่สุดเธอก็รอดชีวิตแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางนั้นของนาง เฟิงอวี่ก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นหนังสัตว์มาให้
“ใช้สิ่งนี้คลุมตัวเจ้าไว้เถอะ”
ลู่หลินรับมาถือ ก่อนจะมองอย่างประหลาดใจ
“ทำไมอุ่นจัง...”
“หนังสัตว์ก็อุ่นแบบนี้แหละ”
“คุณไปเอามาจากไหนเหรอ”
เฟิงอวี่เอ่ยตอบเสียงเรียบ
“ข้าไปล่าหมูป่ามา นี่คือหนังหมูป่า”
“หมูป่าเหรอ?”
ลู่หลินทวนคำเขาแล้วก้มลงมองหนังสัตว์ในมืออีกครั้งทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปนิดหนึ่งอย่างบอกไม่ถูก
“หมายความว่าเมื่อกี้คุณหายไปเพราะไปล่าหมูป่ามางั้นเหรอ”
“ใช่แล้ว”
เฟิงอวี่ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะช่วยคลุมผืนหนังสัตว์ลงบนศีรษะของนางอย่างเบามือ
“ดึงปิดไว้ให้ดี”
เขาก้มลงกระซิบใกล้หู
“อย่าสบตากับตัวผู้นานเกินไป รู้หรือไม่”
“ทำไมเหรอ”
ลู่หลินถามอย่างสงสัย
“กลิ่นของเจ้ามันหวานเกินไป”
เฟิงอวี่ดึงหนังสัตว์ปิดแก้มของนางเพิ่มอีกนิด ก่อนจะโอบเอวบางอีกครั้งแล้วพาทะยานขึ้นฟ้า
การเดินทางรอบนี้ ลู่หลินไม่ได้หลับตาปี๋เหมือนเดิม แม้จะยังกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็เริ่มชินกับการถูกเขาอุ้มบินแล้ว
ภาพผืนป่าสีเขียวขจีกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา ตัดกับสายน้ำสีฟ้าครามที่คดเคี้ยวผ่านหุบเขาเบื้องล่าง
ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าจนลู่หลินรู้สึกสดชื่นจนเผลออุทานออกมาด้วยความตื่นตา
“สวยจัง...”
เฟิงอวี่ที่โอบกอดนางอยู่ก้มลงมองใบหน้าใสซื่อนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน
“เจ้าชอบหรือ?”
“อื้อ...”
เธอพยักหน้าพลางยิ้มกว้าง
“ที่นี่สวยกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
เฟิงอวี่มองรอยยิ้มนั้นด้วยความเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะโน้มหน้าเอ่ยเสียงทุ้มข้างหูนาง
“หากเจ้าชอบ วันหลังข้าจะพาเจ้าไปชมที่อื่นอีก”
ลู่หลินยิ้มกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสจากอ้อมแขนของเขามันอบอุ่นและแน่นหนาเสียจนใจสั่น...
มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมานานมากแล้ว
ในชีวิตก่อน เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอดหลังจากสูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่อายุสิบสอง
แม้จะอาศัยอยู่กับป้า แต่ความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวก็ไม่เคยจางหายไปเลย
ดังนั้นความอบอุ่นและความใส่ใจเพียงเล็กน้อยที่เฟิงอวี่หยิบยื่นให้ในตอนนี้ จึงมีค่ามากมายเกินกว่าที่เขาจะรู้ตัวเสียอีก
ลู่หลินเผลอซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ ราวกับหัวใจที่เหน็บหนาวมานาน กำลังได้พบที่พักพิงเป็นครั้งแรก
เฟิงอวี่ก้มลงมองนางเล็กน้อย
แม้ว่านางจะไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่สัมผัสที่ซุกเข้าหาทำให้มุมปากของเขายกขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“หนาวหรือไม่”
ลู่หลินรีบส่ายหน้าเบา ๆ ทั้งที่ยังซบอยู่แบบนั้น
“ไม่”
เฟิงอวี่ยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระชับแขนที่โอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกนิด แล้วทะยานผ่านผืนป่ากว้างใหญ่ต่อไป
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตลาดร้อยเผ่า
ตลาดขนาดใหญ่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรจากหลากเผ่าพันธุ์เดินขวักไขว่ไปมาอย่างคึกคัก
บ้างก็มีเขาสัตว์ บ้างก็มีหูและหางแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของตน
เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงเรียกลูกค้าดังปะปนกันไปทั่วทั้งบริเวณ
“ว้าว...”
เธอมองทุกอย่าง อย่างตื่นตะลึง
เฟิงอวี่เอ่ยเสียงเรียบ
“ที่นี่คือตลาดร้อยเผ่า… สัตว์อสูรจากหลายเผ่าจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนอาหาร หนังสัตว์ อาวุธ และของหายาก”
เขาอธิบายเสียงเรียบพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
ลู่หลินพยักหน้าช้า ๆ ดวงตากลมโตยังคงกวาดมองสิ่งของแปลกตาด้วยความตื่นเต้น
เธอเดินเพลิดเพลินไปตามทางโดยไม่ได้สังเกตเลยว่า รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอนั้น กำลังกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายในตลาด
เฟิงอวี่ขมวดคิ้วมุ่นทันที เมื่อเริ่มรับรู้ถึงสายตาหิวกระหายหลายคู่ที่จับจ้องมาที่นาง
แม้เขาจะหาหนังสัตว์ผืนใหญ่มาคลุมร่างให้นางไว้อย่างมิดชิดแล้ว แต่นั่นก็ไม่อาจปิดกั้น กลิ่นหอมหวาน ประจำตัวของนางที่โชยอ่อน ๆ ออกมาได้เลย
เฟิงอวี่จึงกระชับอ้อมแขนที่เอวของนางแน่นขึ้น
กลิ่นอายอันทรงพลังของเขาแผ่ออกมาทำให้เหล่าสัตว์อสูรต่างหันหน้าหนี ไม่กล้ามองอีก
“อยู่ใกล้ข้าไว้นะ”
น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความมึนงง
“มีอะไรหรือเปล่า”
เฟิงอวี่ก้มลงมองนางนิ่ง ๆ
“ไม่มีหรอก...”
เขาเอ่ยเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะกระชับเอวบางให้จมหายเข้าไปในอ้อมอกแกร่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกสายตา
“ข้าแค่ไม่ชอบให้ใครมามองคู่ครองของข้าด้วยสายตาหิวกระหาย”
ลู่หลินหน้าแดงระเรื่อทันที