Share

บทที่ 6

Author: SixFourTwo
last update publish date: 2026-07-14 03:27:11

แสงแดดยามเช้าค่อย ๆ ส่องลอดผ่านม่านหมอกและซอกหินของถ้ำเข้ามาอย่างแผ่วเบา

ไออุ่นสีทองตกกระทบปลายขนกระต่ายสีขาวนุ่มที่ห่มอยู่บนร่างเล็กของลู่หลิน จนเธอขยับตัวงัวเงียเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

กลิ่นหอมจาง ๆ ของขนสัตว์ผสมกับกลิ่นป่าเย็นสดชื่นลอยวนอยู่รอบตัว ทำให้เธอเผลอซุกหน้าลงกับความนุ่มนั้นอีกนิดอย่างไม่รู้ตัว

ลู่หลินยันตัวลุกขึ้นช้า ๆ ผมสีดำยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการนอนทำให้เธอดูเหมือนลูกสัตว์ตัวน้อยที่เพิ่งตื่นจากจำศีล

ดวงตากลมโตยังง่วงงุนอยู่เล็กน้อยขณะหันมองไปรอบถ้ำ

แต่แล้วสายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของเฟิงอวี่

เขายืนอยู่ตรงปากถ้ำ ผมยาวสีทองปลิวเบา ๆ ตามแรงลม

เขาไม่ได้สวมชุดคลุม เผยให้เห็นไหล่หนาและกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ดูแข็งแกร่งภายใต้ผิวสีซีดขาวนวล

“ตื่นแล้วหรือ เจ้าตัวเมียตัวน้อยขี้เซา”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ทั้งที่เขายังไม่ได้หันมา

ลู่หลินทำหน้ามุ่ยทันที

“ฉันไม่ได้ขี้เซาสักหน่อย… อากาศมันน่านอนต่างหาก”

เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอ ก่อนจะหันกลับมา

ในมือของเขามีผลไม้ป่าสีแดงสดหลายลูกวางอยู่บนใบไม้ขนาดใหญ่

“กินเสีย”

เขาเดินเข้ามาหาแล้วนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้านาง

“วันนี้เราต้องเดินทางอีกไกล”

ลู่หลินรับผลไม้มาถือไว้ กลิ่นหวานหอมลอยขึ้นแตะปลายจมูกทันที

เธอกัดลงไปคำหนึ่งก่อนดวงตาจะเป็นประกาย

“หวานมากเลย”

เฟิงอวี่มองท่าทางนั้นของนางด้วยสายตาอ่อนโยน

“หากเจ้าชอบ วันหลังข้าจะหามาให้อีก”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ลู่หลินเอ่ยถามขณะยังเคี้ยวอยู่เต็มปาก

“เราจะไปไหนกันต่อเหรอ”

“เมืองหมอก”

ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ

“เมืองหมอกเหรอ”

เฟิงอวี่พยักหน้าเล็กน้อย สายตาคมมองออกไปด้านนอกถ้ำ

“ป่าแถบนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหรอก กลิ่นของเจ้าชัดเกินไป หากยังเร่ร่อนอยู่ด้านนอก ต่อให้เป็นข้าก็อาจปกป้องเจ้าได้ไม่ทั่วถึง”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อเสียงต่ำ

“อีกอย่าง… ที่เมืองหมอกมีบ้าน มีเตียง มีที่พักที่อบอุ่นกว่าในถ้ำ ข้าอยากให้เจ้าอยู่สบายกว่านี้”

หัวใจของลู่หลินกระตุกเบา ๆ เธอรีบก้มหน้ากินผลไม้ต่อเพื่อกลบอาการเขิน

หลังจากจัดการอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองก็ออกเดินทางต่อทันที

ช่วงเช้าอากาศยังเย็นสบาย หมอกบาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามยอดไม้ แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาเป็นเส้นสวยงาม

เฟิงอวี่ยังคงเดินอยู่ไม่ห่างจากนางเลยแม้แต่น้อย

ทุกครั้งที่ทางชันขึ้น มือหนาของเขาจะเอื้อมมาจับเอวบางประคองไว้โดยอัตโนมัติ ราวกับกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ลู่หลินเองก็เริ่มชินกับสัมผัสนั้นของเขา

แต่ทว่าเมื่อเดินต่อได้ไม่นาน เธอกลับสังเกตเห็นว่า ในจังหวะที่เขาขยับตัวแรง ๆ คิ้วเข้มของเขามักจะขมวดมุ่นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

ลู่หลินจึงหยุดเดินแล้วเอ่ยถามเบา ๆ

“เฟิงอวี่... คุณเจ็บแผลไหม?”

เฟิงอวี่ชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับมามองนาง

ดวงตาสีอำพันคู่นั้นทอดมองตัวเมียตัวน้อยที่สูงเพียงระดับอกของเขาอย่างเงียบงัน แววตาลุ่มลึกจนยากจะคาดเดาความคิด

“เจ้ากังวลเรื่องของข้ามากกว่าตัวเองอีกแล้วนะ”

ลู่หลินเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเถียงกลับเสียงเบา

“ก็ฉันเป็นคนทำแผลให้คุณนี่นา ถ้าคุณเป็นอะไรไป... ฉันก็ลำบากสิ”

แม้คำพูดจะฟังเหมือนแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ แต่แววห่วงใยในดวงตากลับปิดไม่มิดเลยแม้แต่น้อย

เฟิงอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง

เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมา เพียงแต่กระชับมือที่กุมมือนางไว้แน่นขึ้น ขณะพานางก้าวข้ามขอนไม้ใหญ่ที่ขวางทางอยู่ตรงหน้า

“ถ้าเจ้าเป็นห่วงข้า...”

เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาพลางหันมามองนางด้วยสายตาที่อ่อนลง

“ก็อย่าเดินห่างจากข้าเกินสามก้าว เข้าใจหรือไม่”

ลู่หลินพยักหน้าตอบรับเบา ๆ พลางก้าวเดินตามหลังเขาไปติด ๆ

สองข้างทางของป่าเริ่มเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าสีสันแปลกตาจนชวนให้หลงใหล

เธอก้าวเดินไปเรื่อย ๆ พลางกวาดสายตามองความงามเหล่านั้นจนลืมสังเกตเส้นทางเบื้องหน้า

“ระวัง!”

เฟิงอวี่ดึงตัวนางเข้าหาตัวทันทีเมื่อพื้นด้านหน้าเป็นโคลนลื่น ร่างเล็กเซถลาเข้าไปชนอกแกร่งเต็มแรง

“อ๊ะ!”

แขนแข็งแรงของเขารับร่างเธอไว้ทันที

ลู่หลินเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบว่าใบหน้าของเขาอยู่ใกล้มากจนแทบสัมผัสกันได้ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นมองเธอนิ่ง ๆ

“เดินเหม่ออะไรอยู่หรือ”

“กะ... ก็ดอกไม้ข้างทางมันสวยน่ะ ฉันเลยมองเพลินไปหน่อย”

เฟิงอวี่มองแก้มแดง ๆ ของนางแล้วหลุดยิ้มมุมปาก

“เจ้าดูเหมือนลูกสัตว์ตัวเล็กที่ต้องคอยเฝ้าตลอดเวลาเลยนะ”

“ฉันไม่ใช่ลูกสัตว์สักหน่อยนะ!”

เธอเถียงทันที แต่เฟิงอวี่กลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะปล่อยมือจากเอวบางช้า ๆ

เมื่อเดินต่อไปได้อีกสักพัก

ลู่หลินก็เริ่มสังเกตเห็นว่าป่าแถบนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

สองข้างทางไม่ได้มีเพียงดอกไม้ป่าสีสันแปลกตาที่ชวนให้หลงใหลเท่านั้น แต่ยังมีต้นไม้มากมายที่ออกผลสีสดใสสะดุดตาไปทั่วทั้งผืนป่าด้วย

“ที่นี่สวยจังเลย…”

เธอพึมพำเบา ๆ สายตาของเธอกวาดมองไปรอบข้างอย่างหลงใหล

เฟิงอวี่ที่เดินเคียงข้างมาตลอดทางหันมามองนางเล็กน้อย มุมปากของเขาคลี่ยิ้มจาง ๆ

“ที่ที่เจ้าเคยอยู่ ไม่มีป่าเช่นนี้หรือ”

“มี... แต่ต่างกันมาก”

ลู่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก

“ป่าที่นี่ถึงจะน่ากลัวไปหน่อย แต่ก็สวยกว่าที่ที่ฉันเคยอยู่เยอะเลย”

เฟิงอวี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้ถามต่อว่า ที่ที่เคยอยู่ คือที่ไหน

แม้เขาจะยังอยากรู้เกี่ยวกับตัวนางมากมาย แต่เขาก็เริ่มรู้แล้วว่า… นางยังไม่พร้อมจะเล่าเรื่องพวกนั้น เขาจึงเลือกที่จะรอ

ไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินมาถึงลำธารสายเล็กที่น้ำใสจนมองเห็นก้อนหินด้านล่าง

เฟิงอวี่หยุดฝีเท้าลง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“พักก่อนเถอะ”

ลู่หลินถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ในที่สุดก็ได้พักสักที”

เธอนั่งยอง ๆ ลงข้างลำธาร มองปลาตัวโตที่ว่ายผ่านไปมาในน้ำอย่างสนใจ ก่อนดวงตาจะเป็นประกายขึ้น

“เฟิงอวี่!”

“มีอะไรหรือ”

“คุณช่วยจับปลาหน่อยได้ไหม เอาสักสอง... ไม่สิ สามตัวเลย!”

เฟิงอวี่มองนางที่กลับมาร่าเริงอีกครั้งแล้วหลุดขำในลำคอเบา ๆ

เขาใช้กรงเล็บพุ่งลงน้ำเพียงไม่กี่ครั้ง ปลาก็ถูกโยนขึ้นมาบนฝั่งอย่างแม่นยำ

ลู่หลินรีบวิ่งไปเก็บทันที

เธอเริ่มเดินวนหาใบไม้และรากพืชแถวลำธาร ก่อนจะเจอสมุนไพรกลิ่นคล้ายขิงป่ากับใบไม้รสเปรี้ยวบางชนิด

เฟิงอวี่นั่งมองนางก่อกองไฟอย่างคล่องแคล่วด้วยสายตาเงียบ ๆ

ท่ามกลางแสงจากกองไฟเล็ก ๆ

ภาพของลู่หลินนั่งยอง ๆ สะท้อนอยู่ในดวงตาสีอำพันของเขา

แสงสีส้มอบอุ่นจากเปลวไฟอาบไล้ใบหน้าของนาง ทำให้ดูนุ่มนวลจนเขาละสายตาไม่ได้เลย

ไม่นาน กลิ่นหอมของปลาย่างก็เริ่มลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ

เฟิงอวี่ที่เดิมตั้งใจเฝ้าระวังรอบด้าน กลับถูกกลิ่นนั้นดึงความสนใจจนต้องหันกลับมามองกองไฟอีกครั้ง

“เจ้าทำอะไรแปลก ๆ อีกแล้ว”

ลู่หลินหัวเราะเบา ๆ

“นี่เรียกว่าปลาอบสมุนไพรฉบับฉันต่างหาก”

เธอฉีกเนื้อปลาชิ้นหนึ่งแล้วยื่นไปตรงหน้าเขาโดยไม่คิดอะไร

“ลองชิมดูสิ”

เฟิงอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง

นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองปลายนิ้วเรียวที่ถือเนื้อปลาป้อนเขาอย่างนิ่งงัน ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมางับเนื้อปลาชิ้นนั้นช้า ๆ

ริมฝีปากของเขาแตะถูกปลายนิ้วของลู่หลินเบา ๆ จนเธอสะดุ้งรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน

หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก

เฟิงอวี่กลับยังคงมองนางนิ่ง ๆ ขณะเคี้ยวปลาอย่างเชื่องช้า

“อืม...”

เขาพึมพำเสียงต่ำ

“รสชาติดีมาก”

ดวงตาสีอำพันหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ

“เจ้าใส่ความลับอะไรลงไปในอาหารกันแน่”

เฟิงอวี่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยต่อ

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่า ยิ่งกินของที่เจ้าทำ ข้าก็ยิ่งเสพติดเจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ”

ลู่หลินรีบก้มหน้ากินปลาของตัวเองทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

“ก็แค่... ใส่สมุนไพรนิดหน่อยเอง”

เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ของเขาดังขึ้นข้างหูอย่างอารมณ์ดี

สายลมเย็นพัดผ่านผืนป่าเบา ๆ เปลวไฟจากกองไฟส่ายไหวไปตามแรงลม

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เฟิงอวี่มองรอยยิ้มของนางแล้วเอ่ยเบา ๆ

"ดูเหมือนเจ้าจะชอบที่นี่มาก"

สายตาของเขาทอดมองไปยังผืนป่าเบื้องหน้า

“ชอบมากสิ”

ลู่หลินตอบตามตรง ก่อนจะเงียบไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะแห้ง ๆ

“แต่ฉันยังไม่ชินกับการต้องเดินป่าไกล ๆ แบบนี้เลย ขาฉันล้าไปหมดแล้ว”

เฟิงอวี่หลุบสายตามองขาเรียวของนางที่โผล่พ้นชุดขนสัตว์ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

เขาขยับตัวลงไปนั่งที่พื้นเบื้องล่างของนาง แล้วถือวิสาสะคว้าข้อเท้าเล็ก ๆ ของนางมาวางบนหน้าขาแกร่งของเขา

“อุ๊ย! คุณจะทำอะไร?”

ลู่หลินสะดุ้ง หน้าแดงก่ำ รีบพยายามดึงขาคืนทันที

“อยู่นิ่งๆ ... ข้าแค่จะช่วยให้เจ้าเดินต่อได้”

มือหนาที่แสนอบอุ่นเริ่มบีบนวดที่น่องและฝ่าเท้าของนางอย่างเบามือ

แรงกดที่พอดีทำให้ความเมื่อยล้าที่สะสมมาค่อย ๆ จางหายไป

หัวใจของลู่หลินเต้นแรงขึ้นกับสัมผัสที่อ่อนโยนของเขา

เธอตัวแข็งทื่อ พยายามก้มหน้ามองปลายนิ้วเท้าตัวเองที่ดูเล็กจ้อยเมื่ออยู่ในมือของเขา

“ขอบคุณนะ... คุณใจดีกว่าที่ฉันคิดเยอะเลย”

เธอพึมพำเสียงเบา

เฟิงอวี่ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยนเท่านั้น

ขณะที่เขากำลังบีบนวดเท้าเล็ก ๆ ของลู่หลินอยู่นั้น

คิ้วเข้มของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อนิ้วโป้งของเขาลูบไปโดนรอยแดงที่เท้าของนาง

“เท้าของเจ้า... บอบบางถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

น้ำเสียงของเขาแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยนิ่งเฉยกลับมีความรู้สึกผิดบางอย่างเจืออยู่

“เจ้าเจ็บมากหรือไม่”

“ฉันไม่เจ็บมากหรอกนะ…คุณไม่ต้องกังวลหรอก”

เฟิงอวี่นิ่งเงียบไป

เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสัตว์ที่เก็บไว้ออกมา แล้วใช้กรงเล็บคมกริบตัดแต่งหนังสัตว์อย่างชำนาญและรวดเร็ว

ลู่หลินมองตามอย่างอึ้ง ๆ

“คุณ... จะทำรองเท้าให้ฉันเหรอ?”

“เจ้าจะเดินเท้าเปล่าไปถึงเมืองหมอกได้อย่างไร ขืนปล่อยไว้เช่นนี้ เท้าเจ้าได้เยินจนเดินไม่ไหวแน่”

เขาโน้มตัวไปหยิบหญ้าชนิดหนึ่งที่มีความเหนียวเป็นพิเศษมาถักเป็นเชือก ก่อนจะประกอบหนังสัตว์เข้าด้วยกันอย่างคล่องแคล่ว

ไม่นาน รองเท้าหนังสั้นที่บุขนสัตว์ด้านในก็ถูกทำขึ้นอย่างเรียบร้อย

เฟิงอวี่ค่อย ๆ สวมมันให้ลู่หลินอย่างระมัดระวัง

นิ้วมือหนาแตะผ่านข้อเท้านุ่มเบา ๆ จนเธอเผลอเกร็งตัวเล็กน้อย

เมื่อเขามัดเชือกให้จนแน่นพอดี เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือทันที นิ้วหัวแม่มือคลึงผ่านส้นเท้าของนางเบา ๆ ผ่านเนื้อหนังสัตว์

“ลองเหยียบดูสิ ว่ายังเจ็บอยู่หรือไม่”

ลู่หลินลองลุกขึ้นยืนแล้วขยับเท้าเบา ๆ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นทันที

“นุ่มมากเลย! ไม่เจ็บแล้วด้วย... ขอบคุณนะ”

เธอยิ้มกว้างอย่างดีใจ แววตาที่จ้องมองเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

เฟิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มนั้น

ภาพลู่หลินที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ท่ามกลางแสงแดดร่ำไรที่ส่องลงมา ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระตุกอย่างแรง

เขาค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างช้า ๆ จนลู่หลินต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อจะสบตากับเขา

ระยะห่างที่ใกล้เกินไป ทำให้ใบหน้าของเธออยู่ในระดับแผงอกแกร่งของเขาพอดี

กลิ่นอายเย็นสดชื่นเหมือนป่าหลังฝนตกจากกายเขาปะทะเข้ากับจมูกของเธอจนสมองเริ่มพร่าเบลอ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ในเมื่อเจ้าเป็นตัวเมียของข้า ข้าก็ย่อมต้องดูแลให้ดีที่สุด...”

เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วอยู่เหนือศีรษะ

ลู่หลินรู้สึกเหมือนใจมันหล่นวูบเมื่อเขาโน้มตัวลงมาหาเล็กน้อย

นิ้วเรียวยาวเชยคางมนของเธอขึ้นช้า ๆ บังคับให้เธอต้องสบตากับดวงตาสีอำพันคู่นั้นโดยตรง

“ถ้าเจ้าชอบอะไรนุ่ม ๆ”

เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่ทั้งอันตรายและชวนใจสั่นในเวลาเดียวกัน

“คืนนี้... จะลองเปลี่ยนจากกองใบไม้พวกนี้ มานอนบนแขนของข้าแทนดีหรือไม่”

เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำชิดใบหู

“ข้ารับรองว่า มันจะทั้งนุ่ม... และอุ่นกว่ากองใบไม้แน่ ๆ”

“คะ... คุณพูดอะไรเนี่ย!”

ลู่หลินหน้าแดงจัดจนแทบลุกเป็นไฟ เธอรีบใช้มือดันอกเขาไว้ทันที ทว่าร่างสูงกลับแทบไม่ขยับแม้แต่น้อย

“ฉัน... ฉันนอนคนเดียวได้!”

เธอรีบถอยกรูดหนีไปอีกด้านอย่างลุกลี้ลุกลน แต่สายตาของเฟิงอวี่ยังคงทอดมองตามแผ่นหลังเล็กนั้นไม่วาง

เขาหัวเราะต่ำ ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้าย

“ข้าล้อเล่นเท่านั้น... แต่หากเจ้าเปลี่ยนใจเมื่อใด... อ้อมกอดของข้าก็ว่างสำหรับเจ้าเสมอนะ”

คำพูดนั้นทำเอาลู่หลินแทบไม่กล้าหันกลับไปมองเขาอีก

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวไม่หยุดราวกับจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 200

    “คุณ...” ลู่หลินเม้มริมฝีปาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าถามออกไป “คุณจะไม่ไปส่งฉันหน่อยเหรอ” เฟยหลงมองนางนิ่ง ๆ “ข้าจะไปส่งหรือไม่... มันก็ไม่ต่างกันหรอก” “มันต่างกันสิ!” คำตอบของเธอดังขึ้นแทบจะทันที เฟยหลงนิ่งไปเล็กน้อย แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่ามันต่างกันอย่างไร”

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 199

    โถงตำหนักเทพ เฟิงอวี่และซือเยี่ยยืนรออยู่ด้วยความร้อนใจ หลังจากเดินทางมาถึง พวกเขาก็แทบไม่อาจอยู่นิ่งได้ แม้จะได้รับข่าวว่าลู่หลินปลอดภัยดี แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นนางด้วยตาตัวเอง ความกังวลในใจก็ยังไม่อาจคลี่คลาย ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของเฟยหลงก็ปรากฏขึ้นตรงทางเดิน เฟิงอวี่ก้าวออกไปข้างหน้าทันที

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 198

    “อื้อ...” ลู่หลินขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหลงเช่นเดิม เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับในอ้อมแขน เฟยหลงก็กระชับวงแขนรอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ลู่หลินหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าซบอยู่กับลาดไหล่ของเธอ ราวกับยังไม่คิดจะปล่อยให้เธอลุกไปไหนง่าย ๆ “คุณ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 197

    “ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครอย่างเดียวนี่ การที่ฉันทำอะไรได้บ้าง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้” เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขามองดวงตากลมโตของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ “ลู่หลิน” “หืม?” “หากวันหนึ่งเจ้าไม่สามารถปรุงยาได้อีก เจ้าคิดว่าตัวเองจะหมดคุณค่าไปด้วยหรือ” ลู่

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 196

    ณ พระราชวังเงาจันทร์ บรรยากาศภายในโถงบัลลังก์เต็มไปด้วยความตึงเครียด “เรียนองค์ราชา... ท่านผู้อาวุโสสูงสุดส่งข้ามาแจ้งข่าวว่า ท่านลู่หลินพำนักอยู่ที่ตำหนักเทพเมืองดาราขอรับ” ผู้ส่งสารจากตำหนักเทพเมืองดารารีบรายงานทันทีที่มาถึงพระราชวังเงาจันทร์ หลังใช้เวลาเดินทางติดต่อกันถึงห้าวัน ฉางเหยียนที่นั

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status