Teilen

บทที่ 7

last update Veröffentlichungsdatum: 14.07.2026 03:28:25

เมื่อพักกันจนหายเหนื่อยแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินทางต่อ

เส้นทางในช่วงบ่ายเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ป่ารกทึบค่อย ๆ โปร่งขึ้น ลำแสงสีทองของดวงอาทิตย์ส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบพื้นหญ้าเป็นหย่อม ๆ

ลู่หลินเดินตามเฟิงอวี่ไปเงียบ ๆ พลางกวาดตามองรอบตัวอย่างสนใจ

เฟิงอวี่หันกลับมามองนางเพียงนิดเดียว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“หากเหนื่อยก็บอกข้านะ”

ลู่หลินรีบส่ายหน้า

“ฉันยังเดินไหวอยู่”

เธอยืนยันด้วยรอยยิ้ม แม้เหงื่อจะซึมตามไรผมเล็กน้อยก็ตาม

เฟิงอวี่ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำต่อไป

เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ต้นไม้สูงใหญ่ก็เริ่มลดจำนวนลง แทนที่ด้วยพุ่มไม้เตี้ยและดอกไม้สีสดที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

แม้แต่สายลมก็ยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของเกสรดอกไม้ลอยปะปนมาด้วย

ลู่หลินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตา

“ที่นี่กลิ่นหอมมากเลยนะ”

เฟิงอวี่หันกลับมามองนาง ก่อนตอบเสียงเรียบ

“เขตนี้เป็นพื้นที่ของเผ่านกยูง”

“เผ่านกยูงเหรอ?”

ดวงตาของลู่หลินเป็นประกายขึ้นมาทันที

“พวกเขาแปลงร่างเป็นนกยูงได้จริง ๆ เหรอ?”

เฟิงอวี่หลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของนาง

“เจ้าคิดว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรล่ะ”

“ก็...”

ลู่หลินทำท่าครุ่นคิดจริงจัง

“พวกเขาต้องสวยมากแน่ ๆ เลยใช่ไหม”

เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนปรายตามองนางช้า ๆ

“แล้วข้าล่ะ”

“หืม?”

“เจ้าคิดว่าข้าดูดีเหมือนกันหรือไม่”

ลู่หลินชะงักไปทันที ใบหน้าค่อย ๆ ร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

“คะ... คุณถามอะไรเนี่ย!”

เฟิงอวี่กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินนำต่อราวกับพอใจกับปฏิกิริยาของนางมาก

ลู่หลินรีบเดินตามไปติด ๆ พลางพึมพำเบา ๆ อย่างเขินอาย

“ทำไมชอบพูดอะไรแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะ”

เฟิงอวี่เพียงยิ้มบาง ๆ โดยไม่หันกลับมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นระหว่างเดิน

“ข้าจะพาเจ้าแวะพักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เราค่อยเดินทางต่อ”

ลู่หลินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปด้านใน

ยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไร กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

ไม่นานนัก สิ่งปลูกสร้างแปลกตาก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า

บ้านไม้ขนาดเล็กถูกสร้างกระจายอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสี บางหลังประดับด้วยขนนกสีสดที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายอย่างงดงาม

ลู่หลินมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง

“ว้าว...”

เธอเผลอพึมพำออกมาอย่างลืมตัว

แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปใกล้ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นเสียก่อน

ร่างหลายร่างทะยานลงมาจากกิ่งไม้ด้านบนอย่างรวดเร็ว

ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหญิงรูปร่างงดงามหลายคนยืนขวางทางอยู่

พวกเขามีเส้นผมสีสันแตกต่างกันไป และมีขนนกประดับอยู่ตามร่างกาย ดวงตาคมเรียวดูหยิ่งทะนงอย่างเห็นได้ชัด

และเมื่อสายตาของคนเหล่านั้นตกลงบนเฟิงอวี่ บรรยากาศก็พลันเปลี่ยนไปทันที

หนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเย็น

“ที่นี่ไม่ต้อนรับสัตว์นักล่า”

ลู่หลินชะงักไปทันที แต่เฟิงอวี่กลับดูสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

“ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง”

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับแฝงแรงกดดันบางอย่างเอาไว้จนคนฟังเงียบไปชั่วขณะ

จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

ตัวเมียรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมา ทันทีที่นางปรากฏตัว ทุกคนรอบด้านก็ถอยเปิดทางให้อย่างพร้อมเพรียง

ลู่หลินเผลอมองค้างไปชั่วขณะ ตัวเมียคนนี้มีหน้าตางดงามมากจริง ๆ

เส้นผมยาวสีน้ำเงินเข้มแซมเขียวสะท้อนแสงราวขนนกยูง ดวงตาเรียวยาวดูเย่อหยิ่งตามธรรมชาติ ชุดยาวพลิ้วไหวประดับขนนกสีฟ้าเขียวอย่างวิจิตร ทุกย่างก้าวของนางดูสง่างามจนแทบละสายตาไม่ได้

นางหยุดยืนมองเฟิงอวี่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าต้องการอะไร”

เฟิงอวี่ตอบเสียงเรียบ

“ข้าแค่มาขอพักชั่วคราวเท่านั้น”

นางมองเขานิ่ง ๆ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดที่ลู่หลิน

ทันทีที่เห็นตัวเมียตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายเขา ดวงตาของนางก็ฉายแววบางอย่างขึ้นมาทันที

“โอ้?”

นางกวาดตามองลู่หลินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย

“น่าสนใจจริง ๆ”

ลู่หลินถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอจึงขยับเข้าไปใกล้เฟิงอวี่โดยอัตโนมัติ

เฟิงอวี่เองก็ขยับมายืนด้านหน้าเธอเล็กน้อยทันที ราวกับป้องกันสายตาของอีกฝ่าย

ท่าทางนั้นทำให้นางหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ข้าไม่ได้คิดจะแย่งตัวเมียของเจ้าเสียหน่อย”

เฟิงอวี่ตอบกลับทันที

“ต่อให้เจ้าคิด เจ้าก็แย่งไปไม่ได้หรอก”

บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ ก่อนคนรอบข้างจะเริ่มหน้าตาแตกตื่นขึ้นเล็กน้อย

นางหัวเราะหึในลำคอ

“ช่างปากร้ายจริง ๆ ... นี่เจ้ามาเพื่อขอที่พัก หรือตั้งใจมาหาเรื่องกันแน่?”

เฟิงอวี่ไม่ได้ตอบอะไร เขาส่งเพียงสายตาเรียบเฉยกลับไป

ท่าทีนั้นทำให้นางแค่นหัวเราะในลำคอ คล้ายยอมจำนนต่อความเย่อหยิ่งของฝ่ายตรงข้าม

“เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าพาตัวเมียมาด้วย ข้าจะให้พวกเจ้าเข้าพักคืนนี้ก็ได้”

นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อเรียบ ๆ

“แต่เจ้าก็น่าจะรู้ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี ๆ”

ลู่หลินชะงักไปนิดหนึ่งทันที แต่เฟิงอวี่กลับไม่มีท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย

เขาล้วงเข้าไปที่ถุงหนังสัตว์ข้างเอว ก่อนจะหยิบผลึกสีทองอ่อนชิ้นหนึ่งขึ้นมา

ทันทีที่เห็นสิ่งนั้น สีหน้าของคนรอบข้างก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

หัวหน้าเผ่านกยูงเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ก่อนจะรับผลึกนั้นไป

“ผลึกระดับสูง...”

เฟิงอวี่เอ่ยถามเสียงเรียบ

“พอหรือไม่”

นางหัวเราะเบา ๆ

“มากเกินพอเสียอีก”

จากนั้นนางก็หันหลังเดินกลับไป พร้อมทิ้งท้าย

“ตามข้ามา”

ลู่หลินรีบหันไปกระซิบถามเฟิงอวี่ทันที

“นางคือใครเหรอ”

เฟิงอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ

“หัวหน้าเผ่านกยูง”

“งั้นเหรอ นางสวยมากเลยนะ...”

ลู่หลินพึมพำตามตรง

เฟิงอวี่ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะเหลือบตามองนาง

ดวงตาสีอำพันที่เคยนิ่งเฉยกลับไหววูบคล้ายมีรอยยิ้มจาง ๆ

เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“สวยงามน่ะใช่... แต่ข้าว่าเจ้างดงามกว่านางเยอะ”

ลู่หลินหน้าแดงก่ำจนไปไม่เป็น ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังเขาไปเงียบ ๆ โดยไม่กล้าชมใครอีกเลย

เฟิงอวี่เห็นท่าทางเขินอายของนางเช่นนั้น ก็กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายเบา ๆ

“อย่าชมใครต่อหน้าข้าอีกล่ะ... ข้าไม่ค่อยชอบใจรู้หรือไม่”

เธอไม่ตอบอะไรเขาอีก ได้แต่เดินก้มหน้าตามไปเรื่อย ๆ

ยิ่งเดินลึกเข้าไปในใจกลางเผ่า ลู่หลินก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจกับความงดงามที่เห็นตรงหน้า

ทั่วบริเวณถูกประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสันและบ้านไม้ที่ตกแต่งด้วยขนนกแวววาวทอแสงสวยงาม

ทว่าท่ามกลางความวิจิตรเหล่านั้น สายตาของชาวเผ่านกยูงที่จับจ้องมายังพวกเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เป็นมิตรปะปนอยู่

ทำให้ลู่หลินอดไม่ได้ที่จะขยับตัวเข้าใกล้เฟิงอวี่มากขึ้น

สายตาส่วนใหญ่ตกอยู่ที่เฟิงอวี่อย่างระแวดระวัง ขณะที่บางส่วนกลับมองลู่หลินด้วยความสงสัยใคร่รู้

“นางเป็นตัวเมียเผ่าใดกัน ตัวเล็กจังเลย...”

“หน้าตาน่ารักดีนะ”

เสียงกระซิบดังแว่วมาจากรอบด้านจนลู่หลินรู้สึกประหม่า

เฟิงอวี่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของนาง เขาปรายตามองนางเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นโอบเอวบางของนางไว้หลวม ๆ ราวกับจะประกาศให้ทุกคนรอบข้างได้รับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไรสักคำ

ท่าทีที่ดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของเขา ทำให้เสียงซุบซิบที่ดังอยู่รอบด้านค่อย ๆ เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าเผ่านกยูงพาพวกเขามาหยุดอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างห่างจากจุดศูนย์กลางของเผ่าเล็กน้อย

“คืนนี้พวกเจ้าพักที่นี่ได้”

นางเอ่ยเรียบ ๆ

ลู่หลินมองบ้านไม้ตรงหน้าอย่างสนใจ รอบ ๆ บ้านมีเถาวัลย์ดอกไม้สีม่วงพันอยู่ ดูสวยงามราวกับบ้านในเทพนิยาย

“ที่นี่สวยจัง...”

เธอพึมพำออกมาเบา ๆ

หัวหน้าเผ่านกยูงเหลือบมองนาง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิด ๆ

“หากเจ้าชอบ พรุ่งนี้ก่อนจากไปข้าจะให้คนพาเดินชมรอบเผ่าดีหรือไม่”

ดวงตาของลู่หลินเป็นประกายขึ้นทันที

“จริงเหรอ?”

แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้พูดอะไรต่อ เฟิงอวี่ก็เอ่ยแทรกขึ้นเรียบ ๆ

“พรุ่งนี้พวกข้าจะออกเดินทางแต่เช้า”

ลู่หลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเขาอย่างเสียดายนิด ๆ

หัวหน้าเผ่านกยูงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะเบา ๆ

“เจ้าช่างหวงตัวเมียเสียจริง”

เฟิงอวี่ไม่ตอบอะไร เขาเพียงส่งสายตาเรียบนิ่งกลับไปเท่านั้น

นางจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ

“ข้าชื่อชิงหลัว... หากมีเรื่องใดก็ให้คนมาบอกข้าได้”

พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไป พร้อมกับคนของเผ่าที่ทยอยแยกย้ายกันตามไป

ไม่นานบริเวณรอบด้านก็กลับมาเงียบลงอีกครั้ง

ลู่หลินถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองเฟิงอวี่

“คนที่นี่สวยกันทุกคนเลยนะ”

เฟิงอวี่เลิกคิ้วนิดเดียว

“เจ้าจะเริ่มอีกแล้วหรือ”

ลู่หลินรีบปิดปากตัวเองทันที สีหน้าดูตกใจจนเขาหลุดหัวเราะออกมา

“ข้าล้อเล่น”

เขายกมือขึ้นลูบศีรษะนางหนึ่งครั้ง ก่อนจะผลักประตูบ้านไม้เข้าไปด้านใน

ภายในบ้านมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยอยู่ ลู่หลินเดินสำรวจรอบ ๆ อย่างสนใจ

“ที่นี่น่านอนมากเลย”

เฟิงอวี่มองนางด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

“อย่างน้อยคืนนี้เจ้าก็ไม่ต้องนอนบนพื้นหินแล้ว”

ลู่หลินหัวเราะแห้ง ๆ ทันทีเมื่อนึกถึงเมื่อคืนก่อน

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

“หัวหน้าเผ่าให้พวกข้านำอาหารมาให้”

เฟิงอวี่หันไปเปิดประตู ก่อนจะพบตัวเมียเผ่านกยูงสองคนยืนอยู่ด้านนอก

ในมือของพวกนางถือถาดผลไม้สีสันสดใสหลายชนิด

เฟิงอวี่พยักหน้า ก่อนจะยื่นมือไปรับมา

ทันทีที่เห็นผลไม้ ลู่หลินก็ตาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย

เฟิงอวี่เดินเข้ามานั่งลงใกล้นาง แล้วยื่นผลไม้ลูกหนึ่งส่งให้ ลู่หลินรับมาแล้วกัดทันที

“หวานมาก!”

เธอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

เฟิงอวี่มองนางกินด้วยความเอ็นดู

“เจ้ากินง่ายกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”

“ก็มันอร่อยนี่”

เธอตอบพลางกัดผลไม้อีกคำอย่างอารมณ์ดี

เฟิงอวี่มองแก้มที่พองนิด ๆ ของนาง ก่อนสายตาจะอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

พักหนึ่ง ลู่หลินก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้กินอะไรเลย

“แล้วคุณล่ะ ไม่หิวเหรอ?”

“ข้ากินเมื่อไรก็ได้ เจ้ากินเถอะ”

ลู่หลินมองเขา ก่อนจะยื่นผลไม้ในมือไปตรงหน้า

“ลองกินดูก่อนสิ อร่อยมากเลยนะ”

เฟิงอวี่เหลือบตามองผลไม้ที่ถูกส่งมาตรงหน้า ก่อนจะมองนางนิ่ง ๆ

“เจ้าจะป้อนข้าหรือ”

ลู่หลินชะงักทันที

"มะ... ไม่ใช่แบบนั้น! ฉันแค่จะให้คุณลองชิม...”

ยังพูดไม่ทันจบ เฟิงอวี่ก็โน้มตัวเข้ามากัดผลไม้จากมือเธอไปทั้งคำ

แววตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างมีความหมาย จนลู่หลินเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้เธอได้กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ จากกายเขาชัดเจนขึ้น หัวใจดวงเล็กเริ่มเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

เฟิงอวี่เคี้ยวผลไม้ช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ

“หวานจริงด้วย”

ลู่หลินรีบชักมือกลับทันทีราวกับเพิ่งรู้ตัว ใบหน้าแดงจัดจนแทบไม่กล้ามองเขา

“ทำไมคุณชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อยเลย...”

เฟิงอวี่ยกยิ้มบาง ๆ

บรรยากาศภายในบ้านไม้ค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมยามเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างไม้เบา ๆ พร้อมกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนจากด้านนอก

แสงสีทองของยามเย็นค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย ท้องฟ้านอกหน้าต่างเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีน้ำเงินเข้ม

ดวงอาทิตย์ลับหายหลังแนวป่าอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงแสงจันทร์นวลจางที่เริ่มส่องลงมายังเผ่านกยูงอันเงียบสงบ

ลู่หลินนั่งมองภาพนั้นอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าหนังตาค่อย ๆ หนักขึ้นทีละนิดจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

เฟิงอวี่เห็นท่าทางนั้นของนาง จึงลุกขึ้นเดินไปปูหนังสัตว์ให้ ก่อนจะเรียกนางเสียงเบา

“ง่วงแล้วก็มานอนเถอะ”

ลู่หลินพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“อื้อ”

เธอลุกเดินไปยังผ้าปูหนังสัตว์ที่เขาทำให้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้า

ลู่หลินที่กำลังสะลึมสะลือเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย

“แล้วคุณล่ะ...”

“ข้ายังไม่ง่วงเท่าไหร่”

เขาตอบสั้น ๆ พลางนั่งลงข้าง ๆ นาง

ลู่หลินพยักหน้ารับอย่างงัวเงีย ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ ไม่นานลมหายใจของเธอก็เริ่มสม่ำเสมอ

เฟิงอวี่นั่งมองใบหน้าที่หลับสนิทของนางอยู่เงียบ ๆ แสงจันทร์อ่อน ๆ ที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาตกกระทบใบหน้าหวานนั้นจนดูอ่อนโยนเกินจริง

เขายกมือขึ้นใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มนางออกอย่างทะนุถนอม

“เจ้าช่างไม่ระวังตัวเอาเสียเลย...”

เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง

เฟิงอวี่ทอดสายตามองนางด้วยแววตาล้ำลึก ก่อนจะนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ นาง อย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางค่ำคืนอันสงบของเผ่านกยูง
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 198

    “อื้อ...” ลู่หลินขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหลงเช่นเดิม เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับในอ้อมแขน เฟยหลงก็กระชับวงแขนรอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ลู่หลินหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าซบอยู่กับลาดไหล่ของเธอ ราวกับยังไม่คิดจะปล่อยให้เธอลุกไปไหนง่าย ๆ “คุณ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 197

    “ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครอย่างเดียวนี่ การที่ฉันทำอะไรได้บ้าง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้” เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขามองดวงตากลมโตของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ “ลู่หลิน” “หืม?” “หากวันหนึ่งเจ้าไม่สามารถปรุงยาได้อีก เจ้าคิดว่าตัวเองจะหมดคุณค่าไปด้วยหรือ” ลู่

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 196

    ณ พระราชวังเงาจันทร์ บรรยากาศภายในโถงบัลลังก์เต็มไปด้วยความตึงเครียด “เรียนองค์ราชา... ท่านผู้อาวุโสสูงสุดส่งข้ามาแจ้งข่าวว่า ท่านลู่หลินพำนักอยู่ที่ตำหนักเทพเมืองดาราขอรับ” ผู้ส่งสารจากตำหนักเทพเมืองดารารีบรายงานทันทีที่มาถึงพระราชวังเงาจันทร์ หลังใช้เวลาเดินทางติดต่อกันถึงห้าวัน ฉางเหยียนที่นั

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 194

    “เจ้าจะเลือกฝ่ายใด?” ลู่หลินมองลงไปยังลานประลอง แล้วยกมือขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด ชายเผ่าจระเข้มีเขี้ยวแหลม กรงเล็บคม แถมยังดูดุดันมาก ส่วนชายเผ่ากระทิงก็มีกล้ามเนื้อใหญ่โต แต่กลับดูเชื่องช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่บ้าง เธอใช้เวลาคิดเพียงไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ “ต้องเผ่าจระเข้อยู่แล้ว!” เฟยหลงเลิก

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 193

    “อืม” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในลานประลองพร้อมกัน เมื่อเข้ามาภายในลานประลอง ก็มีผู้คุมลานประลองเดินเข้ามาต้อนรับทันที เขาก้มศีรษะลง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด” เฟยหลงพยักหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ต้องมากพิธี” “ขอรับ” “ข้าต้องการที่นั่งที่ดีที่สุด” “ได้ขอรับ เชิ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status