Masukเสียงปืนยังคงดังไม่ขาดสาย ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนจากปลายม่านในโถงใหญ่ ไซรัสเคลื่อนไหวอย่างนักล่าที่ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน แต่คืนนี้มันต่างออกไป
เพราะทุกกระสุนที่พุ่งเข้ามา เขาคิดเพียงอย่างเดียว ต้องไม่ให้เซเรน่าบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว
ซิกถอยหลังเข้ามาในเงามืด พร้อมลูกน้องอีกหลายคนปิดล้อมทั้งสองด้าน ทำให้ไซรัสขยับตัวบังเซเรน่าไว้
“ถ้าแกแตะต้องเธอ ฉันจะฆ่าแก”
“พูดเหมือนนายจะมีโอกาสทำแบบนั้น ยิงมัน!” ซิกหัวเราะเยาะ
ปัง!
เสียงลั่นไกดังขึ้น ไซรัสผลักเซเรน่าออกก่อนที่กระสุนจะเจาะเข้าที่สีข้างของเขา เลือดไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตทันที
“ไซรัส!” เธอร้องสุดเสียง ก่อนรีบเข้าประคองเขาไว้
“อย่ามองฉันแบบนั้น...” เขาหอบหายใจพลางขบกรามแน่น มือข้างหนึ่งยังถือปืน อีกข้างกำเอวตัวเองจนเลือดเปื้อนฝ่ามือ “ฉันยังไม่ตาย”
“อย่าพูดแบบนี้สิ!” น้ำตาเธอรื้นขึ้นในแสงไฟที่กระพริบ
ซิกเดินเข้าใกล้ช้า ๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้เปียกฝนดังเป็นจังหวะเย็นเยียบ
“น่าสงสาร... บอสมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ของเขตใต้ แต่ตอนี้ต้องมาตายเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง”
“อย่าพูดถึงเธอด้วยปากสกปรกของแก” ไซรัสหันขวับ ดวงตาคมเต็มไปด้วยโทสะ
ปัง!
เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง กระสุนพุ่งเฉียดซิกไปแค่คืบ ทำให้ซิกยกยิ้ม ก่อนยิงสวนกลับกระสุนถากไหล่ไซรัสจนเลือดสาด ร่างสูงเซถอยหลัง ล้มลงข้างเสาไม้ใหญ่
“ไซรัส!”
เซเรน่าคลานเข้าไปคว้าตัวเขา ดึงร่างเขามากอดแน่นทั้งที่มือสั่นระริก
“ฉันขอร้อง อย่าหลับนะ ได้ยินไหม...”
“ฟังฉัน... เซเรน่า ไปทางห้องหนังสือ มีทางลับ...ออกไป...” ไซรัสพยายามฝืนลืมตา จับมือเธอแน่น
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งนายไว้!”
“ถ้าเธออยู่ ฉันจะไม่มีทางยิงได้...” เสียงเขาเริ่มแผ่ว “ไปเถอะ...ก่อนที่มันจะ---”
เสียงระเบิดจากชั้นล่างดังขึ้น สั่นสะเทือนไปทั้งคฤหาสน์ ก่อนที่ไฟจะดับพรึ่บ ความมืดเข้ากลืนทุกอย่าง หลงเหลือเพียงแสงจากเปลวเพลิงสีส้มที่สะท้อนบนใบหน้าทั้งคู่
เซเรน่าไม่รอช้า กัดฟันลากร่างไซรัสไปทางทางเดินหลังโถง โดยที่เสียงกระสุนยังตามหลังไม่ห่าง
“เร็วเข้าครับนายหญิง!” ศรันตะโกนจากทางอีกฝั่ง พลางยิงคุ้มกันไว้ “ผมจะถ่วงเวลาเอง!”
“ขอบคุณนะ ศรัน!” เธอพยักหน้าทั้งน้ำตา
มือเล็กของเธอสั่นขณะพยุงร่างสูงที่แทบยืนไม่ไหว เดินฝ่าควันและไฟไปทางห้องหนังสือ
“อย่าร้อง...ฉันไม่ชอบเห็นน้ำตาเธอ” ไซรัสกัดฟันแน่นทุกก้าวที่ขยับ
“อย่าพูดมาก เดี๋ยวเลือดไหลมากกว่าเดิม” เธอพูดเสียงสั่นแต่ยังฝืนยิ้ม”
เมื่อถึงชั้นหนังสือบานใหญ่ เธอเอื้อมมือเปิดกลไก ทำให้ไม่นานช่องลับหลังตู้เลื่อนก็เปิดออก และเสียงปืนจากด้านนอกกำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ไซรัสพยุงตัวขึ้นด้วยแรงสุดท้าย ก่อนดึงเธอเข้าไปด้านในแล้วกดแผงปิด
ทันทีที่ประตูเลื่อนปิด ความมืดและเสียงหายใจหนัก ๆ ของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน เลือดหยดลงพื้นทีละหยาด เธอรีบฉีกชายเสื้อของตัวเองมาพันแผลให้เขา มือสั่นจนแทบจับผ้าไม่อยู่
“อย่าหลับนะ ได้ยินไหม...”
“เธอกลัวเหรอ” ไซรัสยกมือขึ้นแตะหน้าเธอ
“กลัวสิ แต่กลัวเสียนายไปมากกว่า”
“ฉันบอกแล้ว ฉันไม่แพ้ใคร แต่ตอนนี้...ฉันอาจจะแพ้เธอแล้ว” เขายิ้มอ่อน รอยยิ้มที่อ่อนแรงแต่เต็มไปด้วยความรัก
“อย่าพูดเหมือนจะลา...” เซเรน่าก้มลงจูบมือเขาที่เย็นเฉียบ น้ำตาหยดลงบนแผลเลือด
“ฉันไม่ได้ลา...ฉันแค่...พัก...” เสียงของเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนดวงตาคมค่อย ๆ ปิดลง
“ไซรัส!” เธอสั่นร่างเขาแรงขึ้น “อย่าหลับนะ ได้ยินไหม!!”
ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำลงบนหลังคาช่องทางลับ และกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งในอากาศ เซเรน่ารวบรวมแรงทั้งหมด พยุงร่างเขาเดินต่อไปในอุโมงค์มืด แสงจากไฟฉุกเฉินสีแดงกระพริบสะท้อนบนใบหน้าของเธอ เต็มไปด้วยน้ำตาความกลัว
“ขอแค่นายยังอยู่ ฉันจะทำทุกอย่าง...”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







