FAZER LOGIN“ขอแค่นายยังอยู่ ฉันจะทำทุกอย่าง...”
เสียงของเธอก้องอยู่ในอุโมงค์ ในขณะที่ด้านบนของคฤหาสน์ ไฟกำลังลุกโชน และเสียงของซิกหัวเราะเบา ๆ ดังแว่วผ่านเปลวเพลิง
“หนีไปไซรัส สุดท้ายมึงก็ต้องพ่ายกูอยู่ดี”
สายฝนยังคงกระหน่ำตกลงมาไม่หยุด แสงฟ้าแลบสว่างวาบเหนือยอดไม้ ก่อนจะดับหายไปในความมืดสนิทของป่าลึก เซเรน่ากัดฟันแน่น พยุงร่างของไซรัสที่หมดแรงจนแทบหมดสติ พวกเขาเดินตัดทางลูกรังเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยโคลนและกลิ่นดินฝน ร่างสูงของเขาเอนพิงตัวเธอ แรงจากบาดแผลทำให้เลือดหยดลงตามทาง
“อีกนิดเดียว แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น” เธอกระซิบ เสียงหอบแผ่วเบาราวจะขาดห้วง
ไม่นานกระท่อมไม้เล็ก ๆ โผล่ขึ้นในม่านหมอก หลังคาสังกะสีเก่า ๆ มีเถาไม้เลื้อยคลุม มันคือที่พักลับที่ไซรัสเคยพาเธอมาครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน
“ที่นี่ปลอดภัยที่สุด...ถ้าเกิดอะไรขึ้น”
เขาเคยพูดไว้ และวันนี้คำคำนั้นก็กลายเป็นจริง
เซเรน่าใช้เท้าถีบประตูไม้จนเปิดออก พยุงร่างเขาเข้ามาวางบนเตียงเล็กกลางห้อง เสียงหอบของเขาหนักและขาดช่วง สีหน้าเย็นซีดจนใจเธอแทบหยุดเต้น
“ไม่...นายอย่าเป็นอะไรนะ”
เซเรน่าพูดเสียงสั่น มือรีบหาผ้าสะอาดและกล่องยาเก่า ๆ ที่อยู่บนชั้น มือที่เคยสั่นเพราะความกลัว ตอนนี้สั่นเพราะรีบ และเพราะหัวใจที่เจ็บ เธอใช้กรรไกรตัดเสื้อของเขาออก เผยแผลกระสุนตรงสีข้างที่ยังมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด
ไซรัสขบกราม พยายามไม่ครางออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่ทุกครั้งที่เขาสะอึก เธอก็รู้สึกเจ็บปวดแทน “ฉันต้องเอากระสุนออก...” เซเรน่ากลืนน้ำลาย พยายามกดความกลัวไว้ในลมหายใจ
มือเธอสั่นขณะคีบเศษโลหะเล็ก ๆ ออกจากแผล เสียงโลหะกระทบถาดเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมเลือดที่ไหลออกมา
“เจ็บใช่ไหม...”
“ฉันเคยเจ็บกว่านี้...แต่ไม่เคยเจ็บเท่าตอนเห็นเธอร้องไห้” เขากระซิบแผ่ว เสียงพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
เซเรน่าชะงัก น้ำตาหยดลงบนแผลที่เธอกำลังทำแผลอยู่
“หยุดพูดเถอะ นายต้องพัก...”
“พูดไม่ได้เหรอ ว่าฉัน...รักเธอ...”
เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซึม ก่อนก้มลงแตะแก้มเขาเบา ๆ
“อย่าพูดแบบนั้นตอนที่เลือดยังไม่หยุดสิ...”
เธอพันผ้าให้แน่น กดมือไว้จนแน่ใจว่าเลือดหยุด แล้วนั่งลงข้างเตียง ร่างของไซรัสเย็นจนเธอต้องจับมือเขาไว้แน่น อบอุ่นมือเขาด้วยฝ่ามือเล็กของตัวเอง เธอเอื้อมมือจัดผ้าห่มให้เขา แล้วเอนตัวลงข้าง ๆ วางศีรษะไว้ตรงอกเขา แล้วฟังเสียงหัวใจที่ยังเต้นช้าแต่ชัดเจน
“เสียงหัวใจของนาย...ยังอยู่”
“เสียงเธอต่างหาก...ที่ทำให้มันยังเต้น”
ไซรัสพยายามลืมตา ดวงตาคมที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้อ่อนลงจนแทบละลาย เงาไฟจากตะเกียงสะท้อนในดวงตาคู่นั้น
เซเรน่าคลานขึ้นเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วแตะใบหน้าเขาเบา ๆ ลูบผ่านสันกรามที่เปื้อนเลือดและเงื่อ
“ฉันกลัวจะเสียนายไป...”
“ฉันเคยอยู่กับความตายมาทั้งชีวิต แต่คืนนี้...ฉันกลัวมันครั้งแรก เพราะมันอาจพรากเธอไปจากฉัน”
เธอเงียบ ริมฝีปากสั่น ก่อนจะโน้มลงจูบเขาแผ่วเบา จูบที่สั่นไหวแต่เต็มไปด้วยคำสัญญา ไซรัสยกมือขึ้นแตะแผ่นหลังเธอไว้แน่น แม้แรงจะเหลือน้อยเต็มที แต่สัมผัสนั้นหนักแน่นพอจะบอกว่าเขายังอยู่
ฝนด้านนอกยังคงตกอย่างต่อเนื่อง แต่ในกระท่อมเล็ก ๆ ที่มีเพียงเสียงหายใจของสองคนและเปลวไฟในตะเกียง ความอบอุ่นกลับแผ่ซ่านราวกับคืนทั้งคืนถูกกลืนไปด้วยความรัก เวลาผ่านไปจนแสงรุ่งแรกเริ่มลอดผ่านช่องไม้เข้ามา เซเรน่ายังไม่หลับ เธอยังคงกุมมือเขาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อย เขาจะหายไปกับแสงเช้า
“นี่ไซรัส ตื่นได้แล้ว...พระอาทิตย์ขึ้นแล้วนะ”
“แสงเช้า...สวยกว่าที่ฉันจำได้” ไซรัสขยับเล็กน้อย ลืมตาช้า ๆ ก่อนส่งยิ้มบาง
“เพราะนายยังมีชีวิตอยู่...” เธอยิ้มทั้งน้ำตา
“และเพราะเธอเป็นคนทำให้ฉันยังอยู่” เขายกมือขึ้นแตะแก้มเธอ
เสียงนกร้องแว่วมาแผ่วเบา แต่ใต้ความเงียบงันนั้น ที่ปลายทางมีเงาของรถ SUV สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ในระยะไม่ห่างไกลนัก โดยที่ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังมองกระท่อมในหมอกหนา ก่อนจะยกวิทยุขึ้นแนบปาก
“พบตัวบอสแล้วครับ! เขายังไม่ตาย!”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







