Share

บทที่ 6

Author: สุ่ยสุ่ย
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที ลำคอของซูอวี่อินเจ็บปวดจนไม่อาจเปล่งเสียงได้ สติของเธอค่อย ๆ พร่าเลือนลงเรื่อย ๆ

เธอทรมานจนถึงขีดสุด ความอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง น้ำตาค่อย ๆ เหือดแห้ง

เธออยากหนีออกไปจากที่นี่แทบขาดใจ อยากรู้ว่าช่วงนี้เฟิงจื่อเยี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง แต่กลับทำได้เพียงถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินที่มืดมิดไร้แสง ทนทุกข์ทรมานอยู่เช่นนั้น

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ซูอวี่อินก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฝีเท้า

พ่อบ้านเปิดประตูห้องใต้ดิน เธอรีบพุ่งเข้าไปหาราวกับเห็นผู้มาโปรด น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความไร้ที่พึ่งและหวาดหวั่น

“จื่อเยี่ยนล่ะ? ช่วงนี้เขาเป็นยังไงบ้าง? มีใครรังแกหรือทำให้เขาบาดเจ็บไหม? เขาคิดถึงฉันจนร้องไห้ไม่หยุดใช่ไหม...”

เมื่อเห็นใบหน้าที่ซูบซีดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ของเธอ แววตาของพ่อบ้านก็ฉายแววสงสาร เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก

“คุณนาย... คุณก็รู้ว่าคุณผู้ชายงานยุ่งมาก คุณชายน้อยเลยอยู่ในความดูแลของคุณหลี ภายนอกเธอทำทุกอย่างจนไม่มีใครจับผิดได้ แต่คุณชายน้อยตระกูลหลีมักอาศัยการเล่นหยอกล้อเป็นข้ออ้างเพื่อรังแกคุณชายน้อยอยู่บ่อย ๆ หลายวันที่ผ่านมา ตอนกินข้าวเขาถูกจงใจลวกจนบาดเจ็บ อยู่ในบ้านก็ถูกจงใจขัดขาจนล้มและมีแผลเต็มตัว ส่วนกลางคืนยังถูกขังไว้ที่ระเบียงให้ทนหนาวตลอดทั้งคืนอีก...”

เมื่อได้ยินว่าลูกชายถูกทรมานมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา หัวใจของซูอวี่อินก็ราวกับกำลังหลั่งเลือด

เธอฝืนร่างกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นจะออกไป แต่พ่อบ้านกลับขวางไว้

“คุณนาย วันนี้เป็นวันทัศนศึกษาฤดูใบไม้ผลิของโรงเรียนอนุบาล คุณหลีพาคุณชายหลีเซียวออกไป แล้วบังคับพาคุณชายน้อยไปด้วย พวกเราห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง ครึ่งชั่วโมงก่อนคุณหลีกลับมาถึงบ้าน แต่พวกเราไม่เห็นคุณชายน้อยกลับมาด้วย กลัวว่าจะเกิดเรื่อง เลยรีบมาแจ้งคุณ”

ข่าวนี้สำหรับซูอวี่อินในเวลานี้ ไม่ต่างจากฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ

หัวไหล่ของเธอสั่นสะท้านอย่างแรง ใบหน้าที่ซีดเผือดอยู่แล้วยิ่งไร้สีเลือดลงไปอีก

เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบพุ่งออกไปเพื่อตามหาเฟิงจื่อเยี่ยน

ทันทีที่มาถึงห้องรับแขกและเห็นหลีซุ่ยนั่งอยู่บนโซฟา อารมณ์ของเธอก็พลันควบคุมไม่อยู่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้น

“คุณเอาลูกฉันไปทิ้งไว้ที่ไหน!”

หลีซุ่ยเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ลูกคุณวิ่งซนตอนทัศนศึกษาแล้วก็หายตัวไป เซียวเซียวข้อเท้าแพลง ฉันรีบกลับมารักษาเขา ก็เลยไม่ได้สนใจว่าลูกคุณไปอยู่ที่ไหน ถ้าเป็นห่วงเขานัก ก็คุกเข่าก้มกราบฉันสามสิบครั้งสิ ถ้าฉันอารมณ์ดี จะบอกว่าเขากำลังเดินเตร่อยู่บนภูเขาลูกไหน”

เมื่อเห็นแววตากระหยิ่มใจของอีกฝ่าย ซูอวี่อินก็เข้าใจทันทีว่าหลีซุ่ยจงใจทำให้เธออับอาย

แต่เพียงคิดว่าลูกชายวัยห้าขวบของเธอมองไม่เห็น ทั้งยังถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังบนภูเขา เธอก็ร้อนใจราวกับถูกไฟเผา จนไม่อาจสนใจศักดิ์ศรีหรือหน้าตาของตนได้อีก

ดังนั้นซูอวี่อินจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย คุกเข่าลงตรงหน้าหลีซุ่ย แล้วก้มศีรษะโขกพื้นอย่างแรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำวิงวอน

“ฉันกราบ... ฉันกราบ... ได้โปรดบอกฉันที จื่อเยี่ยนอยู่ที่ไหนกันแน่!”

เมื่อเห็นสภาพน่าเวทนาของเธอที่ยอมวิงวอนอย่างต่ำต้อยและโขกศีรษะจนเลือดอาบ หลีซุ่ยก็พอใจอย่างยิ่ง ก่อนบอกพิกัดให้เธอ

ซูอวี่อินพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซเซ ก่อนวิ่งพรวดออกไปโบกรถ

ตอนที่เธอไปถึงก็เป็นช่วงพลบค่ำแล้ว ฤดูใบไม้ผลิทำให้หญ้าขึ้นรกและป่าทึบ เธอเดินตามหาเฟิงจื่อเยี่ยนอยู่เพียงลำพังบนภูเขา

ตลอดทางเธอล้มไม่รู้กี่ครั้ง ร่างทั้งร่างเจ็บปวดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

แต่เธอไม่กล้าผ่อนแรงแม้แต่น้อย ฝืนทนความเจ็บออกค้นหาไปทั่ว พร้อมตะโกนเรียกชื่อลูกชายจนเสียงแหบแห้ง

ฟ้ายิ่งมืดลง ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังในใจก็ยิ่งทวีขึ้น

กระทั่งตอนที่เธอแทบจะหมดแรงแล้ว ในที่สุดก็ได้ยินเสียงร้องไห้และตามไปจนพบเฟิงจื่อเยี่ยน

เขานั่งอยู่ริมหน้าผา ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็เป็นหุบเขาลึกหลายร้อยเมตร และอาจพลัดตกลงไปเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ

เมื่อเห็นภาพนั้น หัวใจของซูอวี่อินแทบหยุดเต้น

เธอเกร็งทุกเส้นประสาท รีบอุ้มลูกชายออกมายังจุดที่ปลอดภัย เหงื่อชุ่มไปทั่วทั้งตัว

เฟิงจื่อเยี่ยนร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ “ฮือ... แม่ ผมรู้อยู่แล้วว่าแม่ต้องมาช่วยผม ผมไม่อยากแยกจากแม่อีกแล้ว แม่จะพาผมไปเมื่อไรครับ?”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 21

    เฟิงเยี่ยนหลี่หัวเราะขึ้นกะทันหัน รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาสั่นเทาพลางปลดกระดุมสูท ก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตออกอย่างแรง—รอยแผลเป็นน่าหวาดหวั่นพาดยาวทั่วท้องด้านซ้าย ราวกับตะขาบตัวมหึมาไหมเย็บแผลยังตัดออกไม่หมด บาดแผลแดงก่ำจนน่ากลัว“อวี่อิน เสี่ยวเยี่ยน พวกคุณดูสิ...” เขายื่นมือไปหาสองแม่ลูกด้วยท่าทางเลื่อนลอย“ผมไปบริจาคไตมาจริง ๆ... ผมรู้แล้วว่าตัวเองผิด แบบนี้พอจะชดเชยให้พวกคุณได้บ้างไหม?”“ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหม... ยกโทษให้ผมได้หรือเปล่า?”หลินเยี่ยนตกใจจนรีบซุกเข้าไปในอ้อมอกของแม่หลินหว่านรีบยกมือปิดตาลูกชาย เมื่อเห็นสีหน้าเลื่อนลอยราวกับคนเสียสติของเฟิงเยี่ยนหลี่ ความหนาวเยือกก็ผุดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่"อาทิตย์หน้าก็ถึงคิวบริจาคดวงตาแล้ว ผมเคยพรากดวงตาทั้งสองข้างของเสี่ยวเยี่ยนไป ตอนนี้ผมจะคืนให้พวกคุณ" เฟิงเยี่ยนหลี่โซเซก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สีหน้าแทบจะคลุ้มคลั่ง“แค่นี้พอไหม? พอแลกให้พวกคุณกลับมาได้หรือยัง?”“อวี่อิน บอกผมสิ! บอกมาสิ!”เสิ่นเหิงอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเหวี่ยงหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรงปัง!เฟิงเยี่ย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 20

    แม้วันนั้นหลินหว่านจะปฏิเสธเฟิงเยี่ยนหลี่อย่างใจเย็นและหนักแน่น แต่ตลอดครึ่งเดือนถัดมา เธอกลับใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่ไปส่งหลินเยี่ยนที่โรงเรียนอนุบาล เธอจะคอยมองรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แน่ใจว่าไม่มีคนต้องสงสัย ระหว่างทางกลับจากที่ทำงาน พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบหันกลับไปมองยิ่งกว่านั้น กลางดึกเธอยังสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ฝันว่าเฟิงเยี่ยนหลี่มาชิงตัวลูกไปแต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากเธอทุกวัน—ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่เธอออกจากบ้าน ตอนที่เธอไปส่งหลินเยี่ยนเข้าโรงเรียนอนุบาล หรือตอนเลิกงานเดินกลับบ้านยามค่ำเฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่เคียงข้างเธอเสมอ คอยมองแม่ลูกทั้งสองอย่างเหม่อลอยไม่วางตาจนวันหนึ่งเกิดพายุหิมะ หลินหว่านทำโอทีจนดึกรถประจำทางหยุดวิ่ง เธอจึงต้องฝ่าหิมะเดินกลับบ้านทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง—"อย่าเข้ามา!" หลินหว่านหันกลับทันที ยกสเปรย์กันคนร้ายขึ้นอย่างระแวดระวังเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่เสื้อโค้ตสีดำของเขาเต็มไปด้วยหิมะ แต่ในมือกลับถือร่มใหม่ที่ยังไม่ได้แกะบรรจุภัณฑ์"ผมแค่...แค่อยากเอาร่มมาให้คุณ

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 19

    ตีสามของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในยุโรปเหนือ หิมะกำลังตกหนักเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนอยู่หน้าบ้านไม้สีขาวหลังนั้นในรูปถ่าย ไม่รู้ว่ารออยู่เงียบ ๆ มานานแค่ไหนแล้ว หิมะทับถมบนเสื้อโค้ตสีดำของเขาจนหนาเตอะขนตาของเขาเกาะด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นิ้วมือม่วงคล้ำเพราะความหนาว แต่ดวงตากลับจ้องหน้าต่างชั้นสองที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่โดยไม่กะพริบภายในห้อง หลินหว่านกำลังอ่านนิทานก่อนนอนให้หลินเยี่ยนฟัง"แม่ครับ คุณพ่อเสิ่นจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?" หลินเยี่ยนขยี้ตา ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ช่วงนี้คุณพ่อเสิ่นไปทำงาน อีกสองสามวันก็กลับแล้ว" เธอจุมพิตหน้าผากลูกชายเบา ๆ พลางตอบอย่างอ่อนโยนก่อนปิดไฟ หลินหว่านมองออกไปนอกหน้าต่างตามความเคยชินแต่เพียงแค่แวบเดียว ลมหายใจของเธอก็แทบหยุดชะงักร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านเธอก็ยังจำได้—นั่นคือเฟิงเยี่ยนหลี่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ทั้งที่พวกเธอเปลี่ยนชื่อแล้ว แถมยังย้ายมาไกลถึงขนาดนี้ เขาหาพวกเธอเจอได้อย่างไร?มือของหลินหว่านกำแน่นความทรงจำอันเจ็บปวดตลอดห้าปีนั้น ราวกับหลั่งไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองของเธอในพริบตา จนร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างห้ามไม่อย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 18

    หลังจากวันนั้น เฟิงเยี่ยนหลี่ก็เอาแต่นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดเก่า ๆ ของคฤหาสน์ตระกูลเฟิงเขารู้ว่าตัวเองเคยเข้าใจแม่ลูกคู่นั้นผิดมามากมาย แต่เมื่อในที่สุดได้รู้ความจริงและคิดจะแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดต่อพวกเธอเขากลับไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ชดเชยอีกแล้วเขาสั่งให้คนรับใช้ทั้งหมดออกจากคฤหาสน์ แล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ทุกวันเอาแต่มองสถานที่ที่ทั้งสามคนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน รวมถึงร่องรอยของซูอวี่อินที่แทบไม่เหลืออยู่แล้วตอนนั้นเองเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงได้ตระหนักว่า ที่ผ่านมาเขาใส่ใจแม่ลูกคู่นี้น้อยเกินไปไม่เพียงไม่เคยเชื่อใจพวกเธอ เขายังไม่เคยมอบความห่วงใยให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อมองแผ่นหลังผอมบางที่ตรากตรำของซูอวี่อินในภาพ และใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของตัวเอง หัวใจของเฟิงเยี่ยนหลี่ก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดเขาจำต้องใช้แอลกอฮอล์ทำให้จิตใจของตัวเองด้านชา ถึงจะพอข่มความสิ้นหวังในใจและประคองชีวิตผ่านไปแต่ละวันได้กระทั่งวันหนึ่ง พ่อบ้านผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทีหวาดหวั่นเฟิงเยี่ยนหลี่ดูซอมซ่อไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่ได้ดูแลตัวเองมาหลายวัน ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้ารุนแรง“ใครอนุญาตให้นายเข

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 17

    ภายในประเทศ เมือง Bหลีซุ่ยกำลังลองกระเป๋าอยู่ในร้านสินค้าแบรนด์เนมหรูกระเป๋าหนังจระเข้คอลเลกชันใหม่ติดป้ายราคาหกหลัก แต่เธอไม่แม้แต่จะกะพริบตา สั่งให้พนักงานแพ็กให้ทันทีเซียวเซียวกระตุกแขนเสื้อของเธออยู่ข้าง ๆ พลางงอแงไม่หยุด"แม่! ผมเอาหุ่นยนต์ตัวนั้น! เมื่อวานแม่รับปากว่าจะซื้อให้ผมนะ!"“ซื้อ ๆ ซื้อให้หมดนั่นแหละ” เธอขมวดคิ้วตอบส่ง ๆ ก่อนรูดบัตรอย่างไม่ใส่ใจสายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บัตรเสริมซึ่งเฟิงเยี่ยนหลี่ให้ไว้ ในใจกำลังวางแผนว่าคืนนี้จะอ้อนเขาอย่างไรให้ซื้อรถคันใหม่ให้แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นชื่อ “เฟิงเยี่ยนหลี่” บนหน้าจอ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ“ฮัลโหล เยี่ยนหลี่?” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“ฉันกับเซียวเซียวอยู่...”แต่เสียงจากปลายสายกลับไม่ได้อ่อนโยนและเอ็นดูเหมือนทุกครั้ง“กลับมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของเฟิงเยี่ยนหลี่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหน ภายในครึ่งชั่วโมงต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าผม ผมรออยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟิง”หัวใจของหลีซุ่ยดิ่งวูบทำไมเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงมีท่าทีแบบนี้กับเธอ?หรือว่าเขารู้อะไรแล้ว?เป็นไปไม่ได้ภา

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 16

    วันที่หลินเยี่ยนออกจากโรงพยาบาล เสิ่นเหิงอวี้ขับรถมารับสองแม่ลูกกลับบ้านด้วยตัวเองเขายืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย เปลี่ยนจากเสื้อกาวน์สีขาวเป็นเสื้อโค้ตสีเทาเข้ม ในมือถือกระเป๋าเป้เด็กทรงดอกทานตะวันใบเล็ก“คุณอาเสิ่น!” หลินเยี่ยนวิ่งเข้าไปกอดขาเขาอย่างดีใจเสิ่นเหิงอวี้ย่อตัวลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็กน้อย ก่อนถามอย่างอ่อนโยน “ตายังเจ็บอยู่ไหม?”หลินเยี่ยนส่ายหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนเปิดผ้าพันแผลที่ตาขึ้นมุมหนึ่ง เผยให้เห็นดวงตาที่ยังแดงอยู่นิดหน่อยเสิ่นเหิงอวี้แตะแก้มเขาเบา ๆ“ต่อไปทุกวันพุธ คุณอาจะมารับไปตรวจติดตามที่โรงพยาบาล ดีไหม?”หลินหว่านยืนถือกระเป๋าสัมภาระอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินก็ลังเลเล็กน้อย"จะรบกวนคุณเกินไปหรือเปล่า?"“รบกวนอะไรล่ะ” เสิ่นเหิงอวี้รับกระเป๋าในมือเธอไปอย่างนุ่มนวล ก่อนพูดเสียงเบา“ฉันผ่านทางเดียวกันพอดี”หลินหว่านรู้ดีว่าไม่ใช่ความจริงโรงพยาบาลอยู่ฝั่งตะวันออกของเมือง แต่บ้านพวกเธออยู่ฝั่งตะวันตก จะผ่านทางเดียวกันได้อย่างไร?แต่เธอไม่ได้ปฏิเสธอีก เพียงมองเขาอุ้มหลินเยี่ยนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างใส่ใจรถแล่นผ่านถนนกว้างที่แทบไม่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status