Share

บทที่ 7

Author: สุ่ยสุ่ย
เมื่อได้ยินลูกชายร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางระบายความทุกข์ หัวใจของซูอวี่อินก็ปวดร้าวราวกับถูกบิดจนแทบแหลกสลาย

เธอกอดลูกชายที่ได้กลับคืนมาอีกครั้งไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย

“อีกไม่นานแล้ว จื่อเยี่ยน แม่จะพาลูกไปจากที่นี่ ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครหาเราเจอ จะไม่มีใครทำร้ายลูกได้อีก”

หลังปลอบเฟิงจื่อเยี่ยนจนสงบลง ซูอวี่อินก็อุ้มเขาเดินไปตามทางภูเขาอยู่นานถึงสามชั่วโมง

ขาของเธอเต็มไปด้วยแผลพุพองแตกเลือด ร่างกายถูกใบหญ้าบาดจนเป็นรอยไปทั่ว หน้าผากที่แตกมีสะเก็ดเลือดเกาะเต็มไปหมด ดูราวกับว่าอีกเพียงครู่เดียวก็จะเป็นลมล้มลง

แต่ด้วยแรงใจอันมหาศาล เธอก็พาลูกชายกลับถึงบ้านได้

ทันทีที่ผลักประตูวิลล่าเข้าไป ซูอวี่อินก็เห็นเฟิงเยี่ยนหลี่กำลังนั่งกินข้าวกับแม่ลูกตระกูลหลี

เขาลงมือแกะกุ้ง ปรุงรส แล้วป้อนเนื้อกุ้งให้หลีซุ่ยด้วยตัวเอง ค่อย ๆ เขี่ยต้นหอม ขิง และกระเทียมออกจากอาหาร ก่อนจะกล่อมเซียวเซียวที่เลือกกินให้ยอมกินข้าว อีกทั้งยังไม่รังเกียจของว่างที่สองแม่ลูกกินเหลือแล้วส่งมาให้ เขายิ้มก่อนจะกินต่ออย่างเต็มใจ

ซูอวี่อินที่ทั้งเหนื่อยล้าและหิวจนแทบหมดแรง มองภาพคนทั้งสามที่สนิทราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ห่าง ๆ ดวงตาของเธอเย็นชาราวกับไร้ชีวิต

เธอไม่พูดอะไรสักคำ ตั้งใจจะกลับเข้าห้องเงียบ ๆ แต่เฟิงเยี่ยนหลี่กลับเรียกเธอไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าต่อไปให้อยู่ห่างจากจื่อเยี่ยนหน่อย คุณพาเขาไปไหนมา ถึงได้สภาพแบบนี้!”

เมื่อได้ยินว่าเขากลับมาตำหนิเธอแทน ความอัดอั้นที่กดทับอยู่ในใจของซูอวี่อินมานานก็ระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟ

“บาดแผลพวกนี้ของจื่อเยี่ยน แล้วก็อุบัติเหตุทุกอย่างที่เขาเจอตลอดช่วงนี้ เป็นเพราะฉันหรือเพราะคุณกันแน่ คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอ? เขามองไม่เห็นแล้ว แต่คุณยังปล่อยให้เซียวเซียวลวกเขา แถมยังทำให้เขาสะดุดล้ม! เขาถูกทิ้งไว้คนเดียวบนหน้าผา ไม่มีใครเหลียวแลเลย ถ้าฉันไม่ไปหา เขาคงไม่รอดถึงคืนนี้! คุณไม่เคยสนใจเลยว่าเขาเป็นยังไง แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาตำหนิฉัน!”

เมื่อได้ยินคำร้องไห้สะอึกสะอื้นของเธอ เฟิงเยี่ยนหลี่ก็ชะงักไปชั่วขณะ

เขามองบาดแผลใหม่ที่เพิ่มขึ้นตามตัวของเฟิงจื่อเยี่ยน ขมวดคิ้วน้อย ๆ กำลังจะพูด แต่หลีซุ่ยที่ทำหน้าราวกับถูกกลั่นแกล้งและน่าสงสารกลับรีบแทรกขึ้นมาก่อน

“เซียวเซียวอายุยังน้อย แถมซุกซน ทำอะไรไม่ค่อยระวัง ถึงทำให้จื่อเยี่ยนบาดเจ็บ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ เขาแค่เห็นน้องอยู่คนเดียว เลยอยากทำให้น้องมีความสุข วันนี้ตอนทัศนศึกษา เขายังข้อเท้าแพลงเพราะจะไปเด็ดดอกไม้ให้จื่อเยี่ยนเลย ตอนนั้นฉันร้อนใจมาก เลยลืมจื่อเยี่ยนไปชั่วคราว...”

เพียงไม่กี่ประโยค เธอก็ปัดเรื่องทั้งหมดให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย

และเฟิงเยี่ยนหลี่ก็ถูกคำพูดของเธอดึงความสนใจไปตามคาด เขาก้มลงตรวจดูอาการบาดเจ็บที่ขาของเซียวเซียว สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“เซียวเซียวข้อเท้าแพลง ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรก เจ็บมากไหม? ตอนนี้ยังปวดอยู่หรือเปล่า? ไปโรงพยาบาลกันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมไม่สบายใจ”

เขาพูดพลางอุ้มเด็กขึ้น แล้วรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ราวกับเป็นห่วงจนแทบทนไม่ไหว

ซูอวี่อินมองแผ่นหลังของเขาที่กำลังรีบจากไป ก่อนจะก้มมองเฟิงจื่อเยี่ยนในอ้อมแขนที่ทั้งอ่อนล้าและเต็มไปด้วยบาดแผล จมูกของเธอก็พลันแสบขึ้นมา

เธอพยายามอดกลั้นความรู้สึกไว้ แล้วอุ้มลูกกลับเข้าห้องนอน ค่อย ๆ ทำแผลให้เขาอย่างทะนุถนอม

แม้แต่ในความฝัน เฟิงจื่อเยี่ยนก็ยังร้องไห้พลางเรียกหาแม่ไม่หยุด

ซูอวี่อินลูบหลังเขาเบา ๆ แววตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา ในใจเหลือเพียงความคิดเดียว

ขอให้เวลาเดินเร็วขึ้น เร็วกว่านี้อีก

เธอแค่อยากให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็ว แล้วหายไปตลอดกาล

หลายวันต่อมา ทั้งเฟิงเยี่ยนหลี่และหลีซุ่ยก็ไม่กลับบ้าน

ซูอวี่อินไม่สนใจว่าพวกเขาไปไหน เธอดูแลลูกชายไปพร้อมกับเตรียมตัวจากไป

เธอแบ่งทรัพย์สินที่ได้รับจากการหย่าครั้งก่อนออกเป็นหลายส่วน แล้วทยอยบริจาคให้พื้นที่ภูเขาทุรกันดารที่ยากจน และโอนเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตของแม่ลูกในอนาคต

นอกจากนี้ เธอยังถ่ายสำเนารายงานเวชระเบียนของเฟิงจื่อเยี่ยนเก็บไว้ทั้งหมด เพื่อใช้สำหรับการตรวจและรักษาในภายหน้า

รวมถึงข้อมูลและความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียทั้งหมด ตลอดจนประวัติการโทรและการติดต่อสื่อสาร เธอก็ลบทิ้งจนหมด ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 21

    เฟิงเยี่ยนหลี่หัวเราะขึ้นกะทันหัน รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาสั่นเทาพลางปลดกระดุมสูท ก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตออกอย่างแรง—รอยแผลเป็นน่าหวาดหวั่นพาดยาวทั่วท้องด้านซ้าย ราวกับตะขาบตัวมหึมาไหมเย็บแผลยังตัดออกไม่หมด บาดแผลแดงก่ำจนน่ากลัว“อวี่อิน เสี่ยวเยี่ยน พวกคุณดูสิ...” เขายื่นมือไปหาสองแม่ลูกด้วยท่าทางเลื่อนลอย“ผมไปบริจาคไตมาจริง ๆ... ผมรู้แล้วว่าตัวเองผิด แบบนี้พอจะชดเชยให้พวกคุณได้บ้างไหม?”“ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหม... ยกโทษให้ผมได้หรือเปล่า?”หลินเยี่ยนตกใจจนรีบซุกเข้าไปในอ้อมอกของแม่หลินหว่านรีบยกมือปิดตาลูกชาย เมื่อเห็นสีหน้าเลื่อนลอยราวกับคนเสียสติของเฟิงเยี่ยนหลี่ ความหนาวเยือกก็ผุดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่"อาทิตย์หน้าก็ถึงคิวบริจาคดวงตาแล้ว ผมเคยพรากดวงตาทั้งสองข้างของเสี่ยวเยี่ยนไป ตอนนี้ผมจะคืนให้พวกคุณ" เฟิงเยี่ยนหลี่โซเซก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สีหน้าแทบจะคลุ้มคลั่ง“แค่นี้พอไหม? พอแลกให้พวกคุณกลับมาได้หรือยัง?”“อวี่อิน บอกผมสิ! บอกมาสิ!”เสิ่นเหิงอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเหวี่ยงหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรงปัง!เฟิงเยี่ย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 20

    แม้วันนั้นหลินหว่านจะปฏิเสธเฟิงเยี่ยนหลี่อย่างใจเย็นและหนักแน่น แต่ตลอดครึ่งเดือนถัดมา เธอกลับใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่ไปส่งหลินเยี่ยนที่โรงเรียนอนุบาล เธอจะคอยมองรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แน่ใจว่าไม่มีคนต้องสงสัย ระหว่างทางกลับจากที่ทำงาน พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบหันกลับไปมองยิ่งกว่านั้น กลางดึกเธอยังสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ฝันว่าเฟิงเยี่ยนหลี่มาชิงตัวลูกไปแต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากเธอทุกวัน—ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่เธอออกจากบ้าน ตอนที่เธอไปส่งหลินเยี่ยนเข้าโรงเรียนอนุบาล หรือตอนเลิกงานเดินกลับบ้านยามค่ำเฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่เคียงข้างเธอเสมอ คอยมองแม่ลูกทั้งสองอย่างเหม่อลอยไม่วางตาจนวันหนึ่งเกิดพายุหิมะ หลินหว่านทำโอทีจนดึกรถประจำทางหยุดวิ่ง เธอจึงต้องฝ่าหิมะเดินกลับบ้านทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง—"อย่าเข้ามา!" หลินหว่านหันกลับทันที ยกสเปรย์กันคนร้ายขึ้นอย่างระแวดระวังเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่เสื้อโค้ตสีดำของเขาเต็มไปด้วยหิมะ แต่ในมือกลับถือร่มใหม่ที่ยังไม่ได้แกะบรรจุภัณฑ์"ผมแค่...แค่อยากเอาร่มมาให้คุณ

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 19

    ตีสามของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในยุโรปเหนือ หิมะกำลังตกหนักเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนอยู่หน้าบ้านไม้สีขาวหลังนั้นในรูปถ่าย ไม่รู้ว่ารออยู่เงียบ ๆ มานานแค่ไหนแล้ว หิมะทับถมบนเสื้อโค้ตสีดำของเขาจนหนาเตอะขนตาของเขาเกาะด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นิ้วมือม่วงคล้ำเพราะความหนาว แต่ดวงตากลับจ้องหน้าต่างชั้นสองที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่โดยไม่กะพริบภายในห้อง หลินหว่านกำลังอ่านนิทานก่อนนอนให้หลินเยี่ยนฟัง"แม่ครับ คุณพ่อเสิ่นจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?" หลินเยี่ยนขยี้ตา ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ช่วงนี้คุณพ่อเสิ่นไปทำงาน อีกสองสามวันก็กลับแล้ว" เธอจุมพิตหน้าผากลูกชายเบา ๆ พลางตอบอย่างอ่อนโยนก่อนปิดไฟ หลินหว่านมองออกไปนอกหน้าต่างตามความเคยชินแต่เพียงแค่แวบเดียว ลมหายใจของเธอก็แทบหยุดชะงักร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านเธอก็ยังจำได้—นั่นคือเฟิงเยี่ยนหลี่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ทั้งที่พวกเธอเปลี่ยนชื่อแล้ว แถมยังย้ายมาไกลถึงขนาดนี้ เขาหาพวกเธอเจอได้อย่างไร?มือของหลินหว่านกำแน่นความทรงจำอันเจ็บปวดตลอดห้าปีนั้น ราวกับหลั่งไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองของเธอในพริบตา จนร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างห้ามไม่อย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 18

    หลังจากวันนั้น เฟิงเยี่ยนหลี่ก็เอาแต่นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดเก่า ๆ ของคฤหาสน์ตระกูลเฟิงเขารู้ว่าตัวเองเคยเข้าใจแม่ลูกคู่นั้นผิดมามากมาย แต่เมื่อในที่สุดได้รู้ความจริงและคิดจะแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดต่อพวกเธอเขากลับไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ชดเชยอีกแล้วเขาสั่งให้คนรับใช้ทั้งหมดออกจากคฤหาสน์ แล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ทุกวันเอาแต่มองสถานที่ที่ทั้งสามคนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน รวมถึงร่องรอยของซูอวี่อินที่แทบไม่เหลืออยู่แล้วตอนนั้นเองเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงได้ตระหนักว่า ที่ผ่านมาเขาใส่ใจแม่ลูกคู่นี้น้อยเกินไปไม่เพียงไม่เคยเชื่อใจพวกเธอ เขายังไม่เคยมอบความห่วงใยให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อมองแผ่นหลังผอมบางที่ตรากตรำของซูอวี่อินในภาพ และใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของตัวเอง หัวใจของเฟิงเยี่ยนหลี่ก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดเขาจำต้องใช้แอลกอฮอล์ทำให้จิตใจของตัวเองด้านชา ถึงจะพอข่มความสิ้นหวังในใจและประคองชีวิตผ่านไปแต่ละวันได้กระทั่งวันหนึ่ง พ่อบ้านผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทีหวาดหวั่นเฟิงเยี่ยนหลี่ดูซอมซ่อไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่ได้ดูแลตัวเองมาหลายวัน ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้ารุนแรง“ใครอนุญาตให้นายเข

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 17

    ภายในประเทศ เมือง Bหลีซุ่ยกำลังลองกระเป๋าอยู่ในร้านสินค้าแบรนด์เนมหรูกระเป๋าหนังจระเข้คอลเลกชันใหม่ติดป้ายราคาหกหลัก แต่เธอไม่แม้แต่จะกะพริบตา สั่งให้พนักงานแพ็กให้ทันทีเซียวเซียวกระตุกแขนเสื้อของเธออยู่ข้าง ๆ พลางงอแงไม่หยุด"แม่! ผมเอาหุ่นยนต์ตัวนั้น! เมื่อวานแม่รับปากว่าจะซื้อให้ผมนะ!"“ซื้อ ๆ ซื้อให้หมดนั่นแหละ” เธอขมวดคิ้วตอบส่ง ๆ ก่อนรูดบัตรอย่างไม่ใส่ใจสายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บัตรเสริมซึ่งเฟิงเยี่ยนหลี่ให้ไว้ ในใจกำลังวางแผนว่าคืนนี้จะอ้อนเขาอย่างไรให้ซื้อรถคันใหม่ให้แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นชื่อ “เฟิงเยี่ยนหลี่” บนหน้าจอ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ“ฮัลโหล เยี่ยนหลี่?” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“ฉันกับเซียวเซียวอยู่...”แต่เสียงจากปลายสายกลับไม่ได้อ่อนโยนและเอ็นดูเหมือนทุกครั้ง“กลับมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของเฟิงเยี่ยนหลี่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหน ภายในครึ่งชั่วโมงต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าผม ผมรออยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟิง”หัวใจของหลีซุ่ยดิ่งวูบทำไมเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงมีท่าทีแบบนี้กับเธอ?หรือว่าเขารู้อะไรแล้ว?เป็นไปไม่ได้ภา

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 16

    วันที่หลินเยี่ยนออกจากโรงพยาบาล เสิ่นเหิงอวี้ขับรถมารับสองแม่ลูกกลับบ้านด้วยตัวเองเขายืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย เปลี่ยนจากเสื้อกาวน์สีขาวเป็นเสื้อโค้ตสีเทาเข้ม ในมือถือกระเป๋าเป้เด็กทรงดอกทานตะวันใบเล็ก“คุณอาเสิ่น!” หลินเยี่ยนวิ่งเข้าไปกอดขาเขาอย่างดีใจเสิ่นเหิงอวี้ย่อตัวลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็กน้อย ก่อนถามอย่างอ่อนโยน “ตายังเจ็บอยู่ไหม?”หลินเยี่ยนส่ายหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนเปิดผ้าพันแผลที่ตาขึ้นมุมหนึ่ง เผยให้เห็นดวงตาที่ยังแดงอยู่นิดหน่อยเสิ่นเหิงอวี้แตะแก้มเขาเบา ๆ“ต่อไปทุกวันพุธ คุณอาจะมารับไปตรวจติดตามที่โรงพยาบาล ดีไหม?”หลินหว่านยืนถือกระเป๋าสัมภาระอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินก็ลังเลเล็กน้อย"จะรบกวนคุณเกินไปหรือเปล่า?"“รบกวนอะไรล่ะ” เสิ่นเหิงอวี้รับกระเป๋าในมือเธอไปอย่างนุ่มนวล ก่อนพูดเสียงเบา“ฉันผ่านทางเดียวกันพอดี”หลินหว่านรู้ดีว่าไม่ใช่ความจริงโรงพยาบาลอยู่ฝั่งตะวันออกของเมือง แต่บ้านพวกเธออยู่ฝั่งตะวันตก จะผ่านทางเดียวกันได้อย่างไร?แต่เธอไม่ได้ปฏิเสธอีก เพียงมองเขาอุ้มหลินเยี่ยนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างใส่ใจรถแล่นผ่านถนนกว้างที่แทบไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status