แชร์

ตอนที่ 3 หมายเลขหนึ่ง [50%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 22:55:43

เจ้าของดวงตากลมกะพริบถี่ เงยหน้ามองป้ายไฟสีขาวเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เขียนว่า Thunder Host ตัวเบ้อเร่อติดอยู่หน้าร้าน เรียกแขกให้เลี้ยวพวงมาลัยเข้ามาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก

ทั้งลูกค้าที่เป็นผู้หญิงหรือแม้กระทั่งชายต่างพากันเดินเข้าร้านกันให้ควั่ก จุดประสงค์ก็คือการซื้อความสุขจากเด็กผู้ชายมากหน้าหลายตา ที่กำลังยืนเรียงรายอวดใบหน้าหล่อเหลา อยู่หน้าบนเวที

นี่เป็นครั้งแรกที่แอรินเที่ยวบาร์โฮสต์ ซึ่งเธอพอจะรู้กติกามาบ้าง ว่าถ้าอยากให้เด็กคนหนึ่งมานั่งกับพวกเธอต้องประมูลดื่มสู้กัน

ตอนนี้มิกกิ สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นตัวเล็กผมยาวถึงกลางหลัง ตัดผมหน้าม้า ดวงตากลมโต ในชุดเดรสสีชมพู มาสมทบกับพวกเธอด้วย

สามสาวเลือกนั่งอยู่ตรงมุมสุด ซึ่งที่ตรงนี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน หนำซ้ำยังเห็นเวทีได้อย่างชัดเจนอีกต่างหาก ทำเลทองขนาดนี้แน่นอนว่าปิ่นยอมที่จ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับความเป็นส่วนตัว

“ไม่คิดว่าแกจะลากยัยแอร์มาด้วยได้นะปิ่น” มิกกิตะโกนแข่งกับเสียงเพลง ซึ่งนั่นก็ทำให้แอรินกับปิ่นหัวเราะเบาๆ

“ก็แน่สิยะ ตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงอกหักอยู่นะ ยังไงก็ต้องหาคนมาดามใจ อย่างเช่นเด็กหล่อๆ สักคน” ปิ่นเอ่ยพลางกระดกแก้วไวน์จนหมดแก้ว

ตั้งแต่มาถึงเธอก็กินไปหลายแก้วแล้ว ทำเอาเจ้าของใบหน้าหวานเริ่มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สติสัมปชัญญะในการคิดวิเคราะห์ลดลงจากเดิม

“จ้า เอาพอหอมปากหอมคอเนอะ จะหมดตัวเสียก่อน” แอรินพูดเตือน ส่วนปิ่นก็ได้แต่จิ๊ปากอย่างขัดใจ

“เงินแค่นี้ ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอกจ้ะ แต่เพื่อเป็นการตอบแทน ที่พวกแกมาเป็นเพื่อนฉัน วันนี้ฉันจะเปย์ผู้มานั่งกับพวกแกด้วยแล้วกัน” ปิ่นพูดบอก

เป็นจริงอย่างที่ปิ่นพูดมาทั้งหมด บ้านของเธอร่ำรวยจากค้าขายเพชรพลอยตั้งแต่รุ่นทวด จนตอนนี้กลายมาเป็นเธอที่เข้ามาดูแลกิจการให้ครอบครัวแทนพ่อแม่ที่ตัดสินใจเกษียณงานไปอยู่ที่ฮ่องกง

แอรินกับมิกกิต่างสบตากัน และไม่มีใครขัด หากปิ่นยังทำตัวอยู่ในขอบเขตที่พวกเธอสามารถควบคุมได้ เธอจึงปล่อยให้เพื่อนสนุกเต็มที่

กระทั่งพิธีกรเริ่มเรียกเด็กแต่ละคน ออกมายืนแนะนำตัว การแข่งขันแย่งชิงเด็กหนุ่มก็เริ่มขึ้น

“น้องธีร์หมายเลขแปดเชิญมาตรงหน้าค่ะลูก”

ทันทีที่หมายเลขแปดเดินมาตรงหน้า แขกเหรื่อภายในร้านต่างส่งเสียงกรีดร้องออกมา รวมถึงปิ่นเองเช่นกัน เหมือนเธอถูกใจหมายเลขแปดคนนี้ด้วยสิ

“กรี๊ดๆๆ หมายเลขแปดของพี่ปิ่น น่ารักมากค่ะ” คนตัวเล็กตะโกนอย่างไม่อาย จนแขกหลายคนต่างหันมองโต๊ะของสามสาวเป็นตาเดียว

“ยังไม่ทันซื้อดริ้งให้เด็ก ก็เมาก่อนเด็กซะแล้ว” มิกกิพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมา สองสาวได้แต่นั่งกอดอกมองดูเพื่อนร่างบางอย่างเงียบๆ ปล่อยเพื่อนปลดปล่อยให้เต็มที่

“ใครอยากให้น้องทีไปเทคแคร์ถึงโต๊ะ ก็เปย์ดริ้งเข้ามาได้เลยนะจ๊ะ” ทันทีที่พิธีกรประกาศ สงครามการแย่งชิงหมายเลขแปดก็เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด

“ห้าสิบดื่มค่ะ”

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ

“แปดสิบดื่ม”

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ

“ร้อยดื่ม”

และก็เป็นไปตามคำพูดของเพื่อนสาว ปิ่นชนะการประมูลน้องธีร์หมายเลขแปดมาได้รวมร้อยหกสิบดื่ม ซึ่งถือว่าเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนในห้องเป็นอย่างมาก

“น้องที ป้อนพี่ปิ่นหน่อยสิคะ” หญิงสาวพิงไหล่กว้างของที ทำน้ำเสียงออดอ้อนจนแอรินและมิกกิถึงกับบึนปากพร้อมกัน

“จะให้ผมป้อนด้วยมือหรืออย่างอื่นดีครับพี่” ธีร์ชายหนุ่มหน้าหวาน ตาตี๋ ผิวขาวจัด ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำเอ่ยด้วยถ้อยคำหวาน ทำเอาร่างบางถึงกับเขินตัวบิดไปมา

“พูดแบบนี้พี่ก็เขินสิคะ งั้นป้อนด้วยปากแล้วกันเนอะ น่าจะอร่อยดี”

“เพื่อนพี่เมาแล้วค่ะ ป้อนด้วยมือแหละน้อง ถ้ามันกินไม่ได้ เดี๋ยวพี่ป้อนมันเอง” มิกกิเอ่ยเสียงเข้ม จนทำให้ปิ่นจิ๊ปากอย่างขัดใจ

“ขัดใจจริง นี่เพื่อนหรือแม่ค่ะ ยัยมิก” ปิ่นโวยวายปรายตามองมิกกิอย่างจิกกัด

แต่สาวลูกครึ่งกลับไม่สะทกสะท้าน เธอนั่งไขว่ห้างยกแก้วขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหันกลับมาหาแอรินที่นั่งเอามือเท้าคางมองคนทั้งสามอย่างเงียบๆ

“ถ้าสนใจเด็กคนไหน บอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจนะแอร์” ปิ่นเอ่ยพร้อมกับเอามือโอบเอวหนาของโฮสต์รุ่นน้อง

“และแล้วก็มาถึงเวลาสุดพิเศษ โต๊ะไหนยังไม่ได้น้องๆ ไปนั่งด้วยยกมือขึ้นค่ะ” พิธีกรสาวเอ่ยถามพร้อมกับชูแขนขึ้น กวาดตามองด้านล่างเวที มีหลายโต๊ะชูมือตามเพราะยังไม่ได้เด็กที่ถูกใจ หรือแม้กระทั่งประมูลสู้โต๊ะอื่นไม่ได้ก็มี

“ได้เวลาที่เราจะแนะนำท็อปโฮสต์อันดับหนึ่งให้ทุกคนได้รู้จัก กระซิบว่าน้องคนนี้แซ่บจนต้องร้องขอร้องชีวิต ถ้าไม่เชื่อก็ลองชิมดูได้นะคะทุกคน”

ทันทีที่พิธีกรประกาศ ไฟบนเวทีปิดมืด เสียงเพลงเปิดตัวท็อปอันดับหนึ่งก็ดังขึ้น ไม่นานไฟสปอตไลต์ก็ส่องสว่างไปยังชายคนหนึ่งที่เดินขึ้นมาบนเวที

เจ้าของใบหน้าคมคราม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนา ดวงตาเฉี่ยวราวกับราชสีห์ กวาดตามองผู้คนด้วยความมั่นใจ ต้นคอขาวมีรอยสักรูปหัวกะโหลกและงูพันรอบ

เขาแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดจนเผยลอนกล้ามท้อง ที่เจ้าตัวต้องออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อให้ได้กล้ามเนื้อมัดสวยเช่นนี้

เขาดูหล่อเหลาและน่าเกรงขามในคราเดียวกัน จนมิอาจละสายตาได้เลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status