LOGIN“ห้าร้อยดื่มค่ะ” เสียงตะโกนของหญิงสาว ทำให้ทุกคนภายในร้านหันไปตามเสียงหวานนั้นด้วยความสนใจ เกิดเสียงฮือฮากันสนั่น บางคนหันไปกระซิบกระซาบ เพราะสถิติยอดดื่มนั้นสูงกว่าท็อปโฮสต์คนก่อนเสียอีก
ธันวาเองก็เช่นกัน ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าหวานแสนคุ้นเคยอย่างไม่ชอบใจนัก เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นถูกส่งไปให้หนุ่มรุ่นน้อง
ทีกับเขาทำหน้าเหมือนเหม็นอะไรอยู่ตลอดเวลา มิหนำซ้ำยังมีหน้ามาโปรยเงินเด็กในร้าน ทั้งที่อีกไม่กี่วันเขาและเธอจะเข้าประตูวิวาห์อยู่ร่อมรอ
ความเดือดดาลทำให้ธันวานั่งไม่ติดเก้าอี้ เขากำลังจะลุกเดินไปหาเจ้าของร่างบางที่นั่งอยู่ด้านล่างแล้วลากออกจากร้าน
“จะไปไหนเหรอคะธัน” ปลายฟ้าเอ่ยถาม อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ลุกพรวดขึ้นไม่บอกไม่กล่าว
“ผมจะไปทักทายเพื่อนหน่อย” ธันวาตอบเสียงเรียบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเขาพูดจบ
“เพื่อนที่ไหนคะ ฟ้ารู้จักหรือเปล่า?”
“ผมบอกคุณแล้วไงฟ้า ว่าอย่าล้ำเส้น เราสองคนตกลงกันแล้วไง” ชายหนุ่มพูดกดเสียงต่ำ ตอกย้ำว่าเขากับเธอมีสถานะเพียงแค่คู่นอนเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่าคนหนึ่งต้องการความสุขทางเพศ ส่วนอีกคนต้องการเงินเพื่อไว้ใช้จ่ายประทังชีวิต
“แต่เราไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือนแล้วนะคะธัน ยังไงซะวันนี้ธันก็ต้องกลับคอนโดกับฟ้า” ปลายฟ้าลุกขึ้น ก่อนคว้ามือหนามาจับไว้แน่น อย่างไรซะวันนี้เธอก็ต้องลากธันวากลับคอนโดกับเธอให้ได้
“คุณผิดสัญญาเองนะฟ้า ผมบอกไม่ให้คุณมาหาผม ตอนที่ผมทำงานอยู่” เขาย้ำเตือนคำพูดที่เคยบอกก่อนหน้า
“แล้วไงคะ คุณเล่นเทฟ้าไม่ยอมมาหาฟ้าเป็นเดือนๆ แบบนี้จะไม่ให้ฟ้าร้อนใจได้ยังไง” ปลายฟ้าบอกเหตุผล
ดูก็รู้ว่าธันวากำลังจะเทเธอ เห็นได้จากตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มไม่ได้ติดต่อเธอมาเลย เจอกันครั้งล่าสุดก็ประมาณอาทิตย์กว่าๆ ชายหนุ่มเข้าร่วมการประมูลดื่มเพราะว่าเด็กในร้านถูกเชิญออกกระทันหัน พอเห็นดังนั้นเธอจึงควักทุนทรัพย์ที่มีอยู่ร่วมประมูลเพื่อหวังให้เขาประทับใจ
แต่แผนของเธอกลับไม่เป็นผล เมื่อคนที่ประมูลได้เป็นหญิงสาวที่นั่งกันอยู่สามคน ด้วยยอดสูงลิ่วทำให้เธอละทิ้งความพยายาม ได้แต่นั่งมองธันวาอย่างเงียบๆ
“แล้วเรื่องที่คุณจะแต่งงานมันจริงหรือเปล่าคะธัน” ปลายฟ้าเอ่ยถามเสียงสั่น เธอเพิ่งรู้ข่าวจากสื่อโซเชียลว่าธันวากำลังจะแต่งงาน ก็เมื่อเช้านี้เอง จนเธอต้องรีบบึ่งมาหาเขาถึงร้าน
“ฉันว่าเราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย”
ธันวาไม่แม้ที่จะหันมามองหน้าปลายฟ้า เขาเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งบาดแผลไว้ให้ปลายฟ้าที่กำลังยืนกำหมัดด้วยความเจ็บใจ
“โอ๊ยพี่...ขอบคุณนะครับ ผมหัวใจจะวาย” ธีร์พูดเสียงดังแข่งกับเสียงจังหวะเพลงอีดีเอ็มที่ดีเจกำลังเปิดอยู่ บรรยากาศภายในร้าน ยิ่งดึกก็ยิ่งครึกครื้นจนทำให้แอรินลืมเรื่องธันวาไปเสียสนิท
“เป็นค่าที่เราช่วยพี่ไง ที่สำคัญธีร์ก็สมควรจะได้อยู่แล้ว” มุมปากเล็กยกขึ้นเล็กน้อย
“พี่อุตส่าห์มานั่งรอพี่ธัน ยังต้องมาเสียเงินกับผมอีก” หนุ่มโฮสต์พูดก็ทำให้เธอนึกขึ้นได้ ว่าวันนี้เธอต้องการมาพบกับธันวา พอคิดดังนั้นก็รีบหันไปมองที่โต๊ะชั้นสองริมสุด ปรากฎว่าตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว
แอรินถอนหายใจยาว วันนี้เธอคงไม่ได้เจอธันวาสินะ แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมาถึงร้านดัง เธอจึงเปลี่ยนความคิดมานั่งคุยกับโฮสต์รุ่นน้องให้สบายใจดีกว่า
ช่างหัวธันวาสิ...
“วันนี้พี่คงไม่ได้พบเจ้านายเราแล้วล่ะ”
“ผมถามตรงๆ ได้ไหมพี่ พี่ชอบพี่ธันเหรอครับ” ธีร์ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ เขายิงคำถามที่ตัวเองอยากรู้ทันที ทำให้แอรินต้องรีบส่ายหน้าอย่างแรง
“เปล่า พี่มีธุระจะคุยกับเขาน่ะ”
“ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พี่ยังจะเอาเจ้านายผมเข้าคุกอยู่เลยเหรอคับ” คิ้วหนาเลิกขึ้น นึกขำกับเหตุการณ์ครั้งก่อนที่แอรินโวยวายในร้าน จนทำให้พนักงานเอาไปพูดกันปากต่อปาก ว่าเจ้านายจะถูกแขกผู้หญิงจับเข้าคุก
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก พี่มีเรื่องต้องถามเขาจริงๆ แค่สิบนาทีก็ได้ แต่ช่างเถอะ...ดูเหมือนเจ้านายเราจะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่ามาก”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน รู้สึกหมั่นไส้ว่าที่สามีในอนาคตอย่างไม่ทราบสาเหตุ
มือบางคว้าแก้วเหล้ามายกดื่มในรวดเดียวหมด โดยมีธีร์นั่งมองด้วยความรู้สึกแปลกใจ รสขมและปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีมาก ทำให้ดื่มไม่กี่แก้วก็ทำให้หน้าขึ้นสีเสียแล้ว
ส่วนเรื่องการให้นมบุตร โชคดีเธอสต็อกนมไว้เต็มตู้เย็น เรื่องการดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่มีผลกระทบต่อการให้นมบุตร
“ถ้าพี่อยากคุยกับพี่ธัน งั้นผมไปตามให้ไหมครับ” ธีร์ที่รู้สึกเห็นใจหญิงสาวจึงเอ่ยอาสา
“ไม่ต้องหรอก อึก ป่านนี้เขาคงมีความสุขอยู่ พี่ว่าอยู่ดื่มเป็นเพื่อนพี่นี่แหละ” พูดพร้อมกับยัดแก้วเหล้าให้กับธีร์ ส่วนตัวเองก็ยกแก้วดื่มตามไปติดๆ
ชายหนุ่มสังเกตอาการของลูกค้าสาว ก็พอรู้ว่าเธอเริ่มเมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น สีหน้าของแอรินก็ยังดูเคร่งเครียด เหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่ถึงจะเหล้าเข้าปาก เธอก็ยังไม่ปริปากเรื่องที่ไม่สบายใจออกมาอยู่ดี จนทำให้โฮสต์หนุ่มมองเธอด้วยสายตานึกเอ็นดู
“มากับฉัน”
ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งดื่มอย่างสนุกสนาน ร่างสูงใหญ่ของธันวาก็เดินเข้ามากระชากข้อมือแอรินให้ลุกขึ้น
“คุณทำอะไรเนี่ย” คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างไม่พอ ขณะที่แรงบีบตรงข้อมือเพิ่มมากขึ้น
“เป็นแม่ประสาอะไร เธอยังให้นมพีพีอยู่นะ กินเหล้าแบบนี้ใช้ได้เหรอ” ร่างสูงตวาดเสียงดังลั่น ทำให้หลายคนหันมาสนใจ ธีร์เองก็เช่นกัน เขานั่งมองเหตุการณ์ที่เจ้านายกำลังยื้อยุดฉุดกระชากลูกค้าสาวด้วยความประหลาดใจ
“หึ แล้วคุณล่ะ เป็นพ่อที่ดีนักเหรอคะคุณธันวา”
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







