แชร์

บทที่ 18 คนหลงทาง [50%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:07:25

“ทำไมมาเมาอยู่คนเดียวล่ะพี่ชาย” เจ้าของร่างสูงตบไหล่กว้างพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ด้านข้าง ขณะที่ธันวาไม่ได้สนใจ เขากระดกดื่มน้ำสีอำพันจนหมดแก้ว เนื้อตัวสปกรกเพราะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน แถมมีแต่กลิ่นเหล้าหึ่งจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาเอ่ยถามน้องชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันตลอดสองปี เพราะเจ้าตัวมัวแต่คลั่งไคล้การบ่มไวน์อยู่ทางภาคเหนือ

“ก็เฮียไม่ยอมทำงาน พ่อก็เลยเรียกมาดูงานแทน” ธาราเอ่ยพร้อมกับยกนิ้วชี้ให้กับบาร์เทรนเดอร์หนุ่ม เพื่อสั่งเครื่องดื่มให้ตนเอง

ธารา อิสระภักดี ลูกชายคนที่สองของธนินทร์กับผกามาศ ใบหน้าหล่อคมครามภายใต้หนวดเครารุงรัง จมูกโด่งเป็นสัน มัดกล้ามแขนแน่นเพราะเจ้าตัวชอบทำไร่ทำสวน มากกว่ามานั่งตากแอร์อยู่ในเมืองกรุง

“ตาแก่เจ้าเล่ห์” เขากดเสียงต่ำดวงตาวาวโรจน์

นี่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่แอรินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าเขาจะจ้างนักสืบเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่มีใครได้เบาะแสของทั้งคู่ ไม่ต้องเดาว่าใครอยู่เบื้องหลังของการหายตัวไป แน่นอนว่าต้องเป็นธนินทร์ ที่ให้คนคอยตามปกปิดที่อยู่ของภรรยากับลูกน้อยอย่างแน่นอน

“เมียทิ้งแล้วพาลหรือไง?” คิ้วหนาเลิกขึ้นเอ่ยถาม

“เสือก”

“หึหึ อย่างนี้แหละพวกปากไม่ตรงกับใจ รู้ตัวก็ช้าเกินไปแล้ว” ธาราหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูดแทงใจดำดำ ทำเอาธันวาถึงกับเงียบไป

“...”

“เงียบแบบนี้แสดงว่าจริง”

“อืม” เขาตอบ

“เหี้ย...ยอมรับง่ายจังวะ ไม่หนุกเลยอ่ะ” ธาราเบะปากคว่ำ รู้สึกหมั่นไส้ในความหัวรั้นของพี่ชาย จนอยากจะยกเท้าถีบอีกคนให้ตกโต๊ะ

“ก็เหมือนที่มึงพูดนั่นแหละ กูรู้ตัวช้าไปจริงๆ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเหม่อลอย นัยน์ตาคมร้อนผ่าว ก่อนจะกระดกเหล้าจนหมดไปอีกแก้ว

เพิ่งรู้ตัวว่ารักมาก ในวันที่เสียมันไป ถ้าย้อนไปได้ก็จะไม่ทำอีก...

นี่แหละสัจธรรมของมนุษย์ ตอนรักกันก็ทำร้ายกัน พอรู้ตัวก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้แล้ว

“แล้วมึงจะนั่งอยู่แบบนี้หรือไง” ธาราเอ่ยถาม แต่ทว่าไร้ซึ่งคำตอบของธันวา

“...”

“รีบกลับมาเป็นคนเก่าได้แล้ว กูขี้เกียจอยู่กรุงเทพฯนาน อาบน้ำประปาที่นี่แล้วมันคัน สู่อาบน้ำคลองที่ไร่ก็ไม่ได้” ธาราสบถด้วยความหัวเสีย เหลือบมองดูพี่ชายที่ยังคงทำหูทวนลมอยู่อย่างนั้น แล้วแบบนี้เขาจะได้กลับไร่ธาราสุขได้อย่างไร

Rrrrrrr

ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหาร พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็รีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอย่างลวกๆ ก่อนที่จะเดินมารับโทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่น

“ไร่ธาราสุขสวัสดีค่ะ ตอนนี้คุณธาราไม่อยู่ มีอะไรแจ้งดิฉันได้เลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยกับปลายสายด้วยถ้อยคำสุภาพ

(พี่สะใภ้ นี่ผมเอง)

“ธาร” แอรินเอ่ย พอรู้ว่าปลายสายคือใคร ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

สองอาทิตย์แล้วที่เธอย้ายมาอยู่อาศัยในไร่ธารารัก ซึ่งเป็นไร่ของน้องชายแท้ๆ ของธันวา ด้วยความช่วยเหลือของธนินทร์และธารา ทำให้ธันวาไม่สามารถตามสืบได้ว่าเธอมาหลบซ่อนที่ใด

แอรินตัดใจทิ้งใบหย่าที่ตัวเองเซ็นไว้ หวังว่าธันวาจะยอมเซ็นง่ายๆ เพราะไม่อยากไปถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกัน แต่ล่าสุดที่ได้ฟังจากธนิทร์ ธันวาไม่ยอมหย่าเธอท่าเดียว ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด

(พี่สะใภ้กินข้าวหรือยังครับ)

“พี่กำลังทำกับข้าวอยู่เลย วันนี้ธารจะกลับกี่โมงจ้ะ” เธอถาม ปกติเวลานี้ธาราจะกลับมากินข้าวด้วยกันกับเธอ

(ผมมาธุระที่กรุงเทพฯ น่าจะกลับอาทิตย์หน้าเลยนะครับ) ธาราตัดสินใจโทรมาบอก ก่อนที่แอรินจะเป็นห่วงเพราะต้องรอเขา

“งั้นเหรอ...พี่อุตส่าห์ทำขนมจีนน้ำเงี้ยวของโปรดของเราไว้ด้วยสิ” เธอเอ่ย

(โห...น่ากินอะ)

“หึหึ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่กินเผื่อเราแล้วกันนะ” ตั้งใจพูดแหย่พร้อมกับหัวเราะชอบใจ

(พี่สะใภ้ใจร้าย)

ปลายสายโอดครวญ คิดอยากกลับบ้านไปกินของอร่อยตอนนี้เลย แต่ติดอยู่ที่พี่ชายตัวดีก่อเรื่องไว้นี่สิ

(มึงคุยกับใครอยู่ไอ้ธาร)

เสียงที่ลอดออกมาทำให้แอรินถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมร้อนผ่าว ถึงจะสองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอกัน เธอกลับจำเสียงสามีได้ไม่มีลืม

“...”

(งั้นแค่นี้นะครับ ถ้ามีเรื่องอะไรติดต่อผมได้ตลอด)

ตุ๊ดๆๆๆๆ

เมื่ออีกฝั่งวางสายไป แอรินถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก หวังว่าธันวาจะไม่จับได้หรอกนะว่าเธออยู่ที่นี่

อีกฝั่ง...

ธาราที่ยืนพิงรถหรูคุยโทรศัพท์ ต้องรีบตัดสายทิ้ง กลัวว่าพี่ชายจะจับได้ว่าเขาคุยอยู่กับพี่สะใภ้ เขารีบหันมาปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ เมื่อเห็นว่าธันวาเดินมาทางนี้

“มึงคุยกับใครไอ้ธาร”

“เด็กในไร่น่ะเฮีย มันโทรมาบอกว่าไร่ข้างๆ จะจุดไฟเผาหญ้า กลัวลามเข้ามาในไร่ผม” ธารารีบหาข้อแก้ต่าง ขณะที่อีกฝ่ายดูจะสงสัยอยู่ไม่น้อย

“เผาหญ้าตอนสี่ทุ่มเนี่ยนะ?”

“ก็ตอนสี่ทุ่มเนี่ยแหละ ไม่งั้นมันจะโทรมาเหรอ”

ธันวาจ้องหน้าน้องชายราวกับจะหาคำตอบ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจ เมื่อกี้นี้เขาได้ยินธาราเรียกปลายสายว่าพี่สะใภ้ คงนอนน้อยจนหูฟาดไปแน่ๆ

“แล้วมึงจะเอาไง กลับเลยไหม?” เขาถามเสียงเรียบ

“พูดเหมือนกรุงเทพฯ-เชียงราย อยู่แค่หน้าปากซอยเนอะ ผมให้ไอ้แสงไปดูให้แล้ว ว่าไฟมันลามเข้าไร่ผมหรือเปล่า” ธันวาพยักหน้าเบาๆ

“แล้วเฮียจะกลับกับผมเลยไหม” ธาราเอ่ยถาม

“ไม่ว่ะ กูไม่อยากกลับบ้าน” เขาตอบสั้นๆ

“ทำไมวะ”

“กูคิดถึงเขา แล้วที่นั่นก็มีความทรงจำของแอรินกับพีพีเต็มไปหมด” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย พลางคิดถึงหน้าภรรยากับลูก

เป็นเพราะเขาที่ทำให้แอรินต้องเจ็บปวด ทั้งที่เธอชัดเจนกับใจตัวเองแล้ว ว่าในใจแอรินมีเพียงเขา มีแต่เขาที่กลับโยนโอกาสนั้นทิ้งไปราวกับเป็นขยะ

“มาบอกผม แล้วเขาจะรู้ไหมวะ” ธาราเอ่ยถาม

“แล้วมึงจะให้กูทำไงวะ กูแทบพลิกแผ่นดินหาเมียกับลูกกู ก็ยังไม่เจอ ถ้าไม่ใช่เพราะตาแก่นั่น กูคงหาเจอไปแล้ว”

“คนอย่างเฮียเนี่ยนะฉลาดมาทุกเรื่อง เสือกโง่เรื่องนี้ เฮ้อ...”

“มึงหมายความว่าไงไอ้ธาร?”

“ไปคิดดูเอาเอง วุ๊ย ผมจะกลับแล้ว เฮียเองก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้หอมๆ เอาเวลาไปตามหาพี่สะใภ้เถอะ” พูดจบก็รีบเปิดประตูขับรถออกไป ทิ้งความสงสัยให้กับธันวา

ทว่า...คำว่าพี่สะใภ้มันช่างคุ้นหู รู้สึกตงิดใจ จนต้องหยิบเอาโทรศัพท์โทรหาใครบางคน

(ครับนาย)

“ที่จอด VIP2 กล้องวงจรปิดสามารถได้ยินเสียงคนคุยกันหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามกับลูกน้อง

(ได้ยินครับนาย)

“งั้นขอภาพเมื่อประมาณห้านาทีก่อนให้หน่อย ฉันอยากรู้ว่าไอ้ธารมันคุยอยู่กับใคร”

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status