แชร์

บทที่ 9 งานแต่ง [100%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:01:29

ช่วงค่ำเป็นช่วงเวลาการเฉลิมฉลองของบ่าวสาว ผู้คนต่างแห่แหนเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่กันอย่างเนืองแน่น เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงด้วยศิลปินมีชื่อเสียงอยู่หน้าเวที

ในงานประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาวสลับกับสีชมพูอ่อน บ่งบอกความรักบริสุทธิ์ของเจ้าของงาน ทั้งที่มันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

ขณะที่เจ้าสาวได้แต่ลอบถอนหายใจ รู้สึกว่าวันนี้เวลาเดินช้าเสียจริง กว่าจะผ่านไปแต่ละวินาทีมันช่างดูเนิ่นนาน จนเธอเองอยากจะหนีความวุ่นวายกลับบ้านเสียเดี๋ยวนี้

หญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีขาว ตรงเกาะถูกเอาโบว์ที่เคยอยู่ด้านหลังมาปกปิดดูเรียบร้อย กระโปรงยาวเข้ารูปมีอีกชั้นซ่อนอยู่ด้านหลังยาวลากพื้น เวลาเดินดูพลิ้วไหว เป็นจุดสนใจจนทำให้คนหันมอง

“อีกไม่กี่นาทีก็จบแล้ว อดทนหน่อย” ธันวากระซิบที่ข้างหูภรรยา แสร้งยิ้มให้คนที่เดินผ่าน จนหลายคนมองเป็นภาพที่น่ารักเสียอย่างนั้น

“เขยิบออกไปหน่อยสิคะ ฉันอึดอัด” แอรินพูดบอก เพราะถูกอีกฝ่ายเบียดเข้าหาจนตัวแทบจะติดกัน แต่ต้องแสร้งยิ้มเมื่อแขกในงานต่างเรียงรายเข้ามาอวยพร

“สมกันจริงๆ เลยนะคะบ่าวสาวคู่นี้ เจ้าบ่าวก็หล่อ เจ้าสาวก็สวย” หญิงวัยกลางคน รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ชุดชมพูบานเย็น ทั้งรอบคอและข้อมือประดับไปด้วยเพชรพลอย สะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ

คุณนายลั่นทมเป็นลูกค้าวีไอพีของทางโรงแรม หนำซ้ำแกยังเป็นลูกค้าประจำที่ธันเดอร์โฮสต์อีกด้วย

“ขอบคุณครับคุณนาย ว่าแต่ถ้าเข้ากรุงเมื่อไหร่อย่าลืมแวะไปร้านผมนะครับ น้องคินบ่นว่าคิดถึงคุณนายมากเลย” ธันวาพูดทิ้งท้าย

“ว๊ายตายแล้ว น้องคินบ่นคิดถึงฉันด้วยเหรอเนี่ย อย่างนี้ต้องแวะไปหาให้เด็กมันคลายความคิดถึงบ้างแล้วสิ” คุณนายลั่นทมกล่าวใบหน้าแดงด้วยความขวยเขิน

“เดี๋ยวผมบอกทางร้านลดให้คุณนายสิบเปอร์เซ็นต์ ดีไหมครับ” พอรู้ว่าได้ส่วนลดหญิงอ้วนก็ตาวาวขึ้นมา รู้สึกดีเมื่อได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษ ซึ่งนั่นสร้างความประทับใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก

“แหม...คุณธันไม่คิดจะเปิดบาร์โฮสต์ที่พัทยาบ้างเหรอคะ ฉันจะได้ไม่ต้องขับรถไกลถึงกรุงเทพ”

“มีแน่ครับคุณลั่นทม รอข่าวดีได้เลย” เขาพูดเปรยให้คุณนายได้ฟังเป็นคนแรก ซึ่งนั่นทำให้ลั่นทมถึงกับตาเป็นประกาย

“กรี๊ดดดด จริงเหรอคะ เดี๊ยนจะตั้งตารอนะคะคุณธัน”

แอรินทึ่งในฝีปากของธันวา เธอคิดว่าเธอเป็นคนขายเก่งแล้ว แต่พอมาเจอเจ้าของร้านธันเดอร์โฮสต์คุยกับลูกค้าแล้ว เธอชิดซ้ายไปเลย

การยืนเคียงข้างเขาก็ไม่เลวร้ายเท่าไร มีหลายคนพยายามถามถึงชาติกำเนิดของเธอ แต่ก็ถูกเบี่ยงเบนจากธันวา ทำให้แอรินไม่ต้องอึดอัดหาคำตอบว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากไหน

กระทั่งงานเลี้ยงใกล้จะสิ้นสุด แอรินที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับการตื่นแต่เช้ามาแต่งหน้า การรับไหว้ผู้คนเยอะๆ จนตาลาย ทำให้แอรินตัดสินใจ เดินออกมาทางประตูหลังเพื่อหลบผู้คน ขณะที่คนในงานกำลังเพลิดเพลินกับสิ่งบันเทิงยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับ

แสงจันทร์กระทบกับผืนน้ำ เห็นเป็นรอยเกลียวคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในยามมืดมิด ลมทะเลพัดเข้าปะทะกายเล็ก ทำให้รู้สึกสดชื่น เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด โชคดีที่โรงแรมใหญ่ติดทะเล เดินทะลุประตูหลังออกมา ก็เจอกับทะเลแสนกว้างใหญ่แล้ว

ร่างบางทอดถอนใจกับอนาคตในวันข้างหน้า ชีวิตของเธอกับลูกต่อจากนี้จะเป็นเช่นไรก็มิอาจรับรู้ได้ นึกย้อนไป ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนตอนนั้นไม่มีผิด

ตอนที่เธอยืนอยู่หน้าบ้านหลังเดิม บ้านที่เธอเติบโต บ้านที่มีร่องรอยความทรงจำของเธอกับแม่ เธอจำเป็นต้องออกจากเพราะถูกภรรยาใหม่ของพ่อขับไล่ทุกวี่วัน เด็กสาววัยสิบห้าคิดไม่ออกว่าถ้าก้าวออกจากบ้านไปชีวิตของเธอจะเป็นเช่นไร

แต่โชคดีว่าความคิดนั้นเธอคิดถูก และหวังว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นเช่นเดียวกัน

ขณะที่กำลังยืนคิดอยู่นั้น หญิงสาวไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังเดินมาจากทางด้านหลัง ก่อนจะต้องตกใจ เมื่อเสื้อสูทตัวใหญ่ถูกคลุมไหล่ให้

“ทำไมหนีออกมาจากงานคนเดียว” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เขามองหาเจ้าสาวตัวเองไม่เจอ จึงเดินออกมาตามหา พอเห็นเธอก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ขะ ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา รู้สึกว่าตัวเองผิดจริงๆ ที่ไม่ได้บอกธันวาก่อน

“การที่เธอเข้ามายืนข้างฉัน รู้ไหมว่าเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง” เจ้าของรอยสักหัวกะโหลกเอ่ยถามสีหน้าดูจริงๆ

“...” แอรินไม่ได้ตอบเพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆ

“มันไม่ใช่เพียงแต่ทรัพย์สินเงินทองหรืออำนาจที่เธอจะได้หรอกนะแอริน” เขาพูดเว้นวรรค

“...”

“มันรวมถึงอันตรายที่เธอกับพีพีต้องเจอ เพราะฉะนั้นอย่าไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว ถ้าไม่มีฉันและคนของฉันไปด้วย”

เจ้าของดวงตากลมเงยหน้าสบตากับสามี นั่นแหละคือสิ่งที่เธอกังวลใจมากที่สุด ในเมื่อเธอต้องขึ้นหลังเสือโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอก็ต้องปกป้องสิ่งที่เธอรักอย่างสุดกำลังเช่นกัน

“คุณจะทำตามสัญญาที่ให้ฉันไว้บนเวทีใช่ไหมคะคุณธัน”

แอรินถามย้ำ แม้ว่าการแต่งงานจะเป็นเพียงฉากบังหน้า แต่คำสัญญาที่ชายหนุ่มให้ไว้ เธอกลับจำได้แม่นยำ

ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ ทุกคำพูดที่เปล่งออกมาล้วนเป็นความจริงทุกประการ

“ผม นายธันวา อิสระภักดี...ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลคุณแอรินกับลูกอย่างดีที่สุดครับ” ชายหนุ่มเปล่งคำสัญญาสั้นๆ ก่อนที่สปอตไลต์จะเปลี่ยนทิศไปที่เจ้าสาวคนสวย

“ดิฉัน แอริน อนันตญา ไมยราศวร...ให้สัญญาว่า จะดูแลสามีคุณธันวา ไม่ว่าทั้งสุขหรือทุกข์ ต่อจากนี้เป็นต้นไปเช่นกันค่ะ”

เรียกเสียงปรบมือของแขกที่มาร่วมงาน ต่างแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่ ก่อนที่ชายหญิงจะแลกแหวนแต่งงานซึ่งกันและกัน

“จูบเลยๆๆๆๆ”

เสียงเชียร์จากผู้คน ทำให้แอรินรู้สึกลำบากใจ ต่อมาก็ต้องรู้สึกตกใจเมื่อชายหนุ่มดึงตัวเธอเข้ามาประชิดกายอย่างไม่ทันตั้งตัว

ทั้งสองสบตากันอยู่ชั่วครู่ หลังจากนั้นก็เหมือนว่าโลกหยุดหมุน ริมฝีปากประกบเข้าหากันราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูด สองมือสอดประสาน เมื่อคำสาบานของทั้งคู่ได้กลายเป็นพันธะผูกพันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status