เข้าสู่ระบบหนุ่มสาวพากันเดินเข้ามาภายในงาน เพื่อร่ำลาแขกคนสำคัญในช่วงสุดท้าย โดยทั้งคู่ต่างเดินจูงมือกันไม่ห่าง สร้างความอิจฉาให้กับคนในงานเป็นอย่างมาก
ขณะที่แขกกำลังทยอยพากันกลับ ชายในชุดดำก็เดินเข้ามาหาธันวา ก่อนจะมากระซิบที่ข้างหูของเจ้าบ่าว ทันใดนั้นเขากลับมีสีหน้าเคร่งขรึมในทันที ทำให้แอรินเกิดความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” แอรินถาม ธันวานิ่งไป ก่อนจะตัดสินใจบอกให้เธอทราบ
“พ่อของเธอมาโวยวายที่หน้าฟรอนต์โรงแรม” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ สังเกตสีหน้าภรรยาที่ดูตกใจไม่ใช่น้อย ใบหน้าหวานซีดเผือดเมื่อได้ยินว่าใครมาเยือน
ก่อนหน้านี้ธันวาให้คนตามสืบประวัติของแอริน และได้รู้ความสัมพันธ์ของหญิงสาวกับพ่อของเธอ
เด็กสาวที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุสิบห้า หลังจากที่แม่เธอเสียไม่กี่วัน พ่อของเธอก็พาภรรยาใหม่เข้าบ้าน ถลุงเงินประกันที่ทำให้ภรรยาเสียจนหมด
เรื่องทั้งหมดมันช่างเหมาะเจาะเกินไป จนเขาให้คนตามสืบประวัติที่มาที่ไปของสามีภรรยาคู่นั้น และได้รับรู้ความจริงอะไรบางอย่าง
“ถ้าเธอไม่โอเค ไม่ต้องไปก็ได้นะ”
แอรินเงียบไปสักพัก พลางคิดว่าทำไมนิพนธ์ถึงถ่อมาหาเธอถึงที่นี่ได้ ถ้าไม่ใช่ว่าทรัพย์สินที่แม่เธอหามาได้ กับเงินประกันก้อนโตจะหมดแล้วอย่างนั้นหรือ
อย่างที่เคยว่าไว้ แอรินเคยกลับบ้านอยู่ครั้งหนึ่ง เธอไร้ที่พึ่ง แต่กลับถูกแม่เลี้ยงของเธอแสดงอากัปกิริยาไม่พอใจอย่างแรง หนำซ้ำยังถูกพ่อแท้ๆ ไล่ออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา จนเธอต้องระเห็จไปของความช่วยเหลือจากลดา
“กูจะคุยกับลูกกู พวกมึงจะขัดขวางทำไมวะ กูเป็นพ่อของเจ้าสาวนะโว้ย” ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงดัง
“ถ้าพวกคุณไม่หยุดโวยวาย ฉันจะเรียกรปภ.แล้วนะคะ”
พนักงานสาวพยายามพูดเกลี้ยกล่อม ชายร่างสูงวัยกลางคนเบาเสียงลง เพื่อที่ไม่ให้เป็นการรบกวนแขกท่านอื่น
“นี่มันโรงแรมของลูกเขยกูนะ กูจะโวยวายยังไงก็เรื่องของกู พวกมึงนั่นแหละจะถูกไล่ออกเป็นคนแรก” นิพนธ์พูดขู่ จนจันทิมาต้องเข้ามาดึงสามี
“คุณค่ะ หยุดเถอะ ฉันอายเขา”
“กูไม่หยุด จนกว่าจะได้เจอยัยแอร์ลูกสาวของกู”
นิพนธ์ท้าทาย จนคนที่อยู่แถวนั้นเริ่มให้ความสนใจ ชายที่แอบอ้างว่าเป็นพ่อของเจ้าสาว แต่กลับไม่ได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมพิธี มันช่างน่าสนใจไม่น้อย
“ยัยแอร์” กำลังจะสบถคำด่า หางตากลับเห็นลูกสาวคนสวยเดินมาพอดิบพอดี
“คุณจะหยุดได้หรือยังคะ” แอรินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เพราะเห็นว่าพ่อกำลังสร้างเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่ก็รีบเข้ามาห้าม
“ทำไมหนูถึงไม่บอกพ่อเลยว่าจะแต่งงาน รู้ไหมว่าพ่อตกใจแค่ไหน ที่เห็นข่าวว่าลูกสาวอยู่ในทีวี หนูสบายดีใช่ไหมลูก”
เขาอ้าแขนกว้างจะกอดร่างบาง แต่กลับถูกเธอถอยหนี ใบหน้าสวยตอนนี้ไร้ซึ่งความดีใจ ที่ได้เห็นผู้ให้กำเนิดในรอบหลายปี
“คุณพูดจุดประสงค์ของคุณมาเถอะค่ะ อย่าแสดงละครให้เหนื่อยเลย” เธอพูดเข้าประเด็นไม่อยากมากความ เพราะรู้นิสัยกันดีอยู่แล้ว
นิพนธ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เหลือบมองผ่านไหล่เล็กเห็นชายหนุ่มชุดสูทยืนอยู่ด้านหลังของลูกสาว ก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นใคร เจตนาของเขาไม่ได้มาแสดงความยินดี หากแต่เพื่อหวังผลประโยชน์แค่เพียงเท่านั้น
“ถึงเราจะโกรธพ่อแค่ไหน แต่อย่าลืมว่าพ่อเลี้ยงดูเรามาตั้งสิบห้าปี อย่างน้อยก็น่าจะเห็นหัวพ่อบ้างนะ” นิพนธ์ตำหนิ แอรินจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง
สิบห้าปีที่ที่แม่ของเธอต้องทนทุกข์ทรมาน พยุงความสัมพันธ์ทั้งที่จับได้ว่าสามีมีบ้านเล็กน้อย แถมสามีไม่เอาไหนก็ขยันกู้หนี้ยืมสิน จนเธอต้องทำงานหนักจนตัวตาย ทั้งหมดก็เพื่อคำว่าครอบครัวเพียงคำเดียว
ถามถึงด้านความเป็นพ่อก็ไม่ดีเช่นกัน แม้กระทั่งลูกเจ็บป่วย ก็ไม่มีสักครั้งที่เขาจะดูดำดูดี ทั้งหมดก็มีแต่แม่ที่คอยอยู่เคียงข้าง ทั้งที่ตัวเองก็ป่วยหนักขนาดนั้น
“อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะ ค่าสินสอดคือค่าเลี้ยงดู หนูก็น่าจะแบ่งให้พ่อบ้าง อย่างน้อยก็สิบล้าน หนูว่าไหม?” เจตนาคือสิ่งที่ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมาในช่วงท้าย
แอรินยืนกำหมัด ตั้งสติระงับสติอารมณ์โกรธ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้ม
“เงินประกันของแม่หมดแล้วเหรอคะ” เธอถาม เงินส่วนนั้นเธอไม่เคยได้ และไม่คิดอยากได้เพราะมันแลกกับชีวิตของแม่เธอ
“หนูว่าไงนะ” นิพนธ์ถาม
“เพราะแบบนี้ใช่ไหมที่คุณบากหน้ามาถึงที่นี่ สุดท้ายก็เรื่องเงิน” เธอเน้นท้ายประโยค นั่นทำให้อารมณ์ของนิพนธ์พลุ่งพล่าน
“เป็นลูกประสาอะไร ทำไมถึงพูดจากับพ่อแบบนี้ยัยแอร์” จันทิมาพูดเสียงดัง สังเกตว่าคนเริ่มเอามือถือขึ้นมาตั้งกล้องถ่าย
“ไม่เอาน่าจัน ลูกก็แค่พูดเล่นกับผมเอง ใช่ไหมน้องแอร์”
“ค่าสินสอดที่คุณอยากได้ ทั้งหมดหนูให้แม่บุญธรรมของหนูหมดแล้วค่ะ” แอรินพูดบอก
“มึงว่ายังไงนะ นี่มึงยกค่าสินสอดให้คนที่ไม่รู้จักไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” นิพนธ์ตวาดเสียงดังลั่น คนโลภโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“ค่ะ แต่แปลกนะคะ คนที่ไม่รู้จักที่คุณว่า กลับเลี้ยงดูหนูมาดีกว่าพ่อแท้ๆ เสียอีก” แอรินพูดเหน็บ ก่อนที่นิพนธ์จะชี้หน้าด่า
“อีลูกเวรตะไล มึงกล้าพูดกับกูแบบนี้เหรอ” ชายวัยกลางคนง้างมือ หวังจะฟาดไปที่ข้างแก้มของลูกสาว วินาทีนั้นแอรินไม่คิดจะหลบ แต่กลับยืนนิ่ง มองคนเป็นพ่อด้วยหัวใจแสนด้านชา กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอต้องเจอกับความรุนแรงในครอบครัว และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมผู้ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว
ทว่าแขนแกร่งกลับถูกรั้งไว้ด้วยมือของใครบางคน
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







