Share

คำวิงวอน

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:33:54

“ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้า

ก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผม

ดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวัน

ในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไม

ทำไมล่ะ

ทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้

ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเอง

อีกนิดเดียวเองแท้ๆ

เพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว

ผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้

มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย

“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”

ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอ

ไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไป

เหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า

“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแบบไหนอยู่

ในฐานะคนที่ใช้มา 1 ชีวิตแล้ว ผมคิดว่าผมรู้จักสิ่งที่เรียกว่าความรักบ้างเสียอีก จากประสบการณ์ จากผู้คนรอบตัว

แต่เมื่อผมพบกับเขา ราวกับว่าผมไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับมันเลย

ความรู้สึกที่ราวกับพายุหมุนที่พัดทุกอย่างให้กระเด็นนี่น่ะ

แรงลมที่ราวกับจะทำลายทุกอย่างให้ราบคาบ

และเมื่อมันสงบลงแล้ว ก็ราวกับว่าผมเหลือเพียงซากปรักหักพังด้านในที่พังทลายหมดสิ้น

.

.

.

.

.

.

ในกลางดึกคืนนั้นที่ผมนอนไม่หลับ ผมได้ยินเสียงโวยวายและต่อสู้กันดังลั่น ผมลืมตาขึ้นแล้วพบกับชายคนหนึ่งที่มาคร่อมตัว

“ถึงเวลาตายของแกแล้ว นายน้อยแห่งอะควาเซีย” เขาลากผมลงจากเตียงไปกองกับพื้น “ค่าหัวของแกจะทำให้พวกเรามีกินไปทั้งปี”

ใครอีกที่ตั้งค่าหัวผม ไอ้รัชทายาทเวรนั่นเหรอ

ผมไม่ได้แคร์แล้วว่าผมจะตายหรือเปล่า

เพราะคนเดียวที่ผมแคร์ เขา…

ผมจะได้ไปอยู่กับเซอร์เบอรอสไหม ถ้าตายไป

ผมไม่รู้ว่าตัวเองถูกพามาที่ไหน แต่โดนลากถูลู่ถูกังแล้วถูกจับโยนในพื้นห้องขังที่เย็นยะเยือก ผมลองกวาดตาดูรอบๆ ไม่มีคนอื่นอีก ดูเหมือนดยุกอิลเครนจะพามารีนหนีไปได้สำเร็จ

ดีแล้วล่ะ น้องสาวไม่ควรต้องมาอยู่ที่แย่ๆ แบบนี้ ให้เป็นผมตายคนเดียวก็พอ นางเอกไม่เหมาะกับความเจ็บปวดและน้ำตา

ให้เป็นผมคนเดียวก็พอที่ต้องเจ็บปวด

.

.

.

ที่ท้องพระโรง ที่มีแต่เสียงซุบซิบนินทา ทอร์คออฟเดอะทาวน์ของวันนี้ก็คือองค์ชายหนึ่ง ราอีล ผู้ที่ถูกลือกันว่าตายแล้ว ได้กลับมายังราชวัง ขนาบข้างด้วยอัศวินชุดดำสองคนที่ได้รับภารกิจมาให้ปกป้องเขา

อัศวินชุดดำคือสโครว์และสเตมป์ฟา ผู้ที่ได้รับภารกิจให้นำตัวองค์ชายองค์แรกผู้สาปสูญกลับมา พวกเขาเดินเข้ามาโดยปิดบังใบหน้า แต่ไร้เงาของดยุกเฮลดันไฮม์ผู้เป็นนาย

องค์ชายราอีลเดินเข้ามาด้วยความองอาจ และมีนัยน์ตาสีเฮเซลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ ดูงามสง่า ราอีลเป็นองค์ชายที่เกิดจากสนมผู้เป็นเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเรอา แต่ก่อนหน้านี้ได้หายตัวไป มีข่าวลือว่าเขาถูกลอบฆ่า แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น

“ข้ากลับมาแล้วฝ่าบาท” องค์ชายหนึ่ง ราอีล โค้งทำความเคารพองค์กษัตริย์

“ลูกข้า” องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรอาร์คเอามือลูบเคราแล้วน้ำตารื้น “ยินดีต้อนรับกลับ”

“หมายความว่าอย่างไร เขากลับมาได้อย่างไร” องค์รัชทายาทแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แล้วมองเขาเหมือนเห็นผี

“น้องชายข้า เจ้าทำหน้าเช่นนั้น คนเขาก็รู้หมดสิว่าคนที่ลอบฆ่าข้านั้นคือผู้ใด” ราอีลแย้มยิ้มน้อยๆ ออกมา “อย่างไรข้าก็ต้องกลับมา อาณาจักรอาร์คต้องการข้ามากกว่าองค์รัชทายาทที่เอาแต่ไม่พอใจผู้ใดก็หาเรื่องปลิดชีวิตเขา ทั้งที่กำเนิดจากสายเลือดอันสูงส่งกลับทำตัวเหมือนพวกอันธพาลข้างถนน”

“เจ้า!” องค์รัชทายาทชี้หน้าด้วยความโมโห “พูดกล่าวหาข้าลอยๆ เช่นนี้ได้เหรอ”

“เรื่องนี้ข้าจะส่งหลักฐานให้เสด็จพ่อโดยตรง” ราอีลมองด้วยสายตาเหยียด “เจ้าคงไม่รู้ว่าดยุกแห่งเฮลดันไฮม์มีเอกสารการกระทำผิดของเจ้าเยอะแค่ไหน”

“ดยุกแห่งเฮลดันไฮม์ ฮ่า” องค์รัชทายาทแองเจลทวนคำแล้วแกล้งทำเป็นหัวเราะ “หมาบ้าแห่งสนามรบเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ได้ข่าวตายแล้วไม่ใช่เหรอ เสด็จพ่อจะเชื่อเจ้านั่นไม่ได้นะขอรับ”

เมื่อได้ยินดังนั้นองค์กษัตริย์เองก็ถอนใจ

“ลูกข้า ดยุกแห่งเฮลดันไฮม์ที่ผู้คนเรียกเขาเป็นหมาบ้า แท้จริงไม่ใช่หมาบ้าแห่งสนามรบ ไม่ใช่แม้แต่ของราชวงศ์ แต่หมายถึงหมาบ้าผู้ปกป้องอาณาจักรอาร์ค และคนที่ออกคำสั่งให้เขาไปพาตัวราอีลกลับมาก็คือข้าเอง”

ขณะองค์ชายทั้งสองนิ่งอึ้ง องค์กษัตริย์จึงเล่าต่อ “กษัตริย์องค์แรกของอาณาจักรนี้ เมื่อห้าร้อยปีก่อน ได้ทำสัญญาเอาไว้ เขาได้ขอพรจากปีศาจให้ได้รับพรอันแข็งแกร่งที่ทำให้สามารถปกปักษ์รักษาอาณาจักรได้ และดยุกคู่บัลลังก์ของเขาก็สาบานเช่นกันที่จะจงรักภักดี แต่ไม่ได้หมายถึงจงรักภักดีต่อราชวงศ์หากแต่เป็นต่ออาณาจักร เพื่อให้อำนาจไม่อยู่ในมือคนผิด”

องค์กษัตริย์หันไปมององค์รัชทายาทด้วยความผิดหวัง “แองเจล ข้าถึงบอกให้เจ้าสนิทกับเขาไว้ เพราะหากไม่มีดยุกเฮลดันไฮม์ก็ไม่มีผู้ปกป้องอาณาจักร แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำแต่เรื่องเลวร้ายลับหลังข้าเช่นนี้ ดยุกเฮลดันไฮม์บอกข้าทุกอย่างแล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ข้างกายเจ้า ข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นคนแข็งแกร่งจึงเหมาะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป แต่ยามนี้ข้าผิดหวังในตัวเจ้ามาก” กษัตริย์สูงวัยพูดแล้วถอนใจเฮือก

“ระหว่างสอบสวนให้กระจ่าง ข้าขอปลดองค์ชายแองเจลออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาท” สิ้นเสียงจากองค์กษัตริย์ เสียงอื้ออึงด้วยความช็อคดังทั่วท้องพระโรง รวมทั้งองค์ชายทั้งสองเองก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เพราะองค์ชายแองเจลถูกวางตัวเป็นรัชทายาทมาตลอด เพราะด้วยเกิดจากองค์ราชินี และความสามารถที่พรั่งพร้อมกว่าองค์ชายองค์อื่น แต่กลับถูกปลดอย่างกะทันหัน

.

.

.

ผมนอนอยู่บนพื้นห้องขังที่เยียบเย็น แม้ว่าผมจะรู้สึกแย่จนไม่รู้สึกถึงความเย็นมากเท่าไหร่ สุดท้ายผมก็มาลงเอยด้วยการโดนขังอีกครั้ง ผมเป็นห่วงก็แต่ร่างของเซอร์เบอรอสที่ผมเอากลับมา เขาหมดลมหายใจไปแล้วแต่ผมก็ยังทำใจไม่ได้ เลยเก็บเขาไว้ในห้องเย็นใต้บ้านที่เอาไว้เก็บไวน์ กับดาบของเขา

หากพวกมันจะทรมานผม ผมจะตายตามเขาไป ผมมองไปทั่วห้องขังพยายามหาของที่พอจะทำอันตรายตัวเองได้ แต่ห้องว่างเปล่าและมืด

ผมหลับตา

อย่างน้อยในชีวิตครั้งนี้ ผมก็ได้รักใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ และได้ทุ่มเทเพื่อรักเขา ผมทำใจและเตรียมตัวตาย อย่างน้อยขอให้มันไม่ทรมานมากนัก

“เป็นไปได้ยังไง!” เสียงร้องด้วยความตกใจดังขึ้น

“อ๊ากกก” ผมได้ยินเสียงโวยวายดังออกมาจากด้านนอก

“ใครกล้ามัดดัชเชสของข้าเหรอ ไอ้พวกเหี้*” ชายผมดำที่ท่อนบนมีเพียงผ้าพันแผลเอาดาบฟันลูกกรงของผมหลุดเป็นชิ้นราวกลับเหล็กพวกนั้นทำจากเนย

“เซอร์เบอรอส?” ผมพูดงงๆ แล้วกะพริบตา เพราะไม่แน่ใจว่าเรื่องจริงหรือฝันไป เขามองมาที่ผม ด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับปีศาจที่ล่อลวงนั่นยังคงเหมือนเดิม เขาก้าวยาวๆ ตรงเข้ามาที่ผม

“ดัชเชสของข้าน่ะข้ามัดได้คนเดียวเว้ย” เอ่อ อันนั้น…จะดีใจดีไหม มันต้องอย่ามัดสิ

“ไหนว่าเอาดาบของมันออกไปแล้วไงวะ” ผู้คุมคนหนึ่งเอ็ดตะโรลูกน้อง “ดาบมาอยู่กับมันได้ยังไง”

“อ่อ นี่น่ะเหรอ” เซอร์เบอรอส “เพราะว่าดาบข้ามันไม่ใช่ดาบ”

ดาบของเขาละลายกลายเป็นน้ำข้นหนืดสีดำ ของเหลวสีดำนั้นลอยไปยังดาบของพวกผู้คุมที่ตกอยู่ แล้วน้ำสีดำนั้นก็เลื้อยพันมันกลายเป็นดาบสีดำขนาดใหญ่ ดาบนั้นลอยเลื้อยเข้ามาที่มือเซอร์เบอรอสที่กำด้ามที่ไหลพันมือเขาไว้ คมดาบฟันผู้คุมที่โวยวายขาดเป็นสองท่อน พวกลูกน้องเห็นดังนั้นก็วิ่งหนีออกไป

เซอร์เบอรอสหันมาหาผม

“ท่านพี่เรย์ คราวที่แล้วท่านบอกว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับข้าใช่ไหม ท่านรับผิดชอบคำพูดนั้นไหวเหรอ” ใบหน้าคมคายนั้นเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ข้าน่ะ เป็นประเภทที่แย่สุดๆ เลยนะ”

“พูดยังกับข้าไม่รู้จักเจ้า” ผมตอบเขา “ทำไมข้าจะไม่รู้”

“แต่ข้าอยากรู้ว่าข้าตายแล้วท่านจะเสียใจหรือเปล่า” เซอร์เบอรอสมองผม

“จ..เจ้า อย่าบอกนะว่าเจ้าแกล้งตาย” 

“ข้าไม่ได้แกล้ง” ไม่ได้แกล้งแต่ไม่ได้บอกว่าจะฟื้น หรือว่ายังไงนะ จากที่ดีใจอยู่ผมทั้งโกรธทั้งโมโหจนพูดไม่ออก

เขาเดินเข้ามาหาผมแล้วจับมือผมลุกขึ้น ผมไม่รู้ว่าผมทำหน้ายังไง 

เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของผมเลยจริงๆ แม่งเอ๊ย ไอ้คนชั่ว 

“อะไร? ดีใจที่เห็นข้าจนร้องไห้เลยเหรอ” เซอร์เบอรอสหัวเราะลั่น แล้วเอามือมาเช็ดน้ำตาให้ผม เสียงหัวเราะของเขาสดใสเหมือนกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามายังห้องขังที่เย็นเฉียบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status