Share

เบาะแส

Penulis: tartarussword
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 17:28:54

แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกาย

เฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้น

ระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้า

พูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)

สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วย

และแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดของสิ่งของชิ้นหนึ่ง มันถูกเขียนว่า ‘เข็มทิศทองคำของนักสำรวจ’ เป็นเข็มทิศเก่าแก่ที่ไม่มีที่มา และไม่รู้ชี้ไปที่สิ่งใด

ทันใดนั้นผมก็นึกถึงเนื้อเรื่องในนิยาย พระเอกได้เข็มทิศมาอันหนึ่งเข็มทิศอันนั้นชี้ไปยังอาร์ติแฟกต์พิเศษชิ้นหนึ่ง สิ่งนั้นมีพลังหักล้างพลังปีศาจ ทำให้เขาและมารีนรักษาบาดแผลที่เกิดจากดาบของเซอร์เบอรอสได้สำเร็จ

เข็มทิศที่ว่าคือเข็มทิศอันนี้งั้นเหรอ

เหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ถ้ามันมีพลังเช่นนั้นจริง บางทีสิ่งนี้อาจเป็นคำตอบ ผมรีบวิ่งไปหาเซอร์เบอรอส

“เซอร์เบอรอส ข้า…” เฮือก ผมกลืนถ้อยคำหายไปในลำคอเมื่อเห็นสภาพของเขา

เซอร์เบอรอสดูซีดเซียวกว่าทุกวัน และลูกตาขาวของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ

“ท่านพี่เรย์ ข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก” เซอร์เบอรอสบอกกับผม “แต่ไม่เป็นไร ท่านพี่ช่วยอยู่ข้างๆ ข้า อยู่ข้างๆ ข้าตอนนี้ก็พอ” มือของเขาจับมือของผมไว้

“ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพี่ห่างข้าไปไหนเด็ดขาด”

“แต่ข้ามีวิธีที่อาจจะช่วยเจ้าได้” ผมพยายามจะบอกเขา แต่เซอร์เบอรอสส่ายหน้า

“ไม่มีหรอก ไม่เช่นนั้นทุกคนในตระกูลข้าคงไม่ตายอย่างอนาถ ถ้าหากมีวิธีที่ว่า ก็คงค้นพบกันไปนานแล้ว อย่าให้ความหวังข้าเลย ข้าไม่อยากหวังว่าจะได้อยู่กับท่าน”

“แต่…”

ดวงตาของเขาเหมือนคนที่หมดหวังไปแล้ว ส่วนผมที่ยังไม่แน่ใจในวิธีที่ตัวเองคิดจึงไม่อยากให้ความหวังอะไรเขา

หากมันไม่ได้ผลล่ะ หากมันกลายเป็นทำให้เขาตายเร็วขึ้นล่ะ

เป็นไปได้ว่าวิธีนี้ได้ผลกับดยุกอิลเครน พระเอกในนิยายนั่น เพราะเขาเป็นมนุษย์ แต่เซอร์เบอรอสคือผู้ใช้พลังปีศาจ เป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้เขาตาย และถ้าเขาตายเร็วขึ้นเพราะผมพยายามช่วยชีวิตเขา ผมคงไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้

ผมนั่งคิดกับตัวเองอยู่ทั้งวัน ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา และกุมมือเซอร์เบอรอส ทุกครั้งที่อาการเขาแย่ลง มันทำให้ผมเศร้าจนไม่รู้จะทำอย่างไร

เขาเป็นโลกทั้งใบของผมไปแล้ว และหากเขาจากไป ผมเองก็คงพังทลายลง

ระหว่างที่ผมคิดว่าจะออกนอกปราสาทไปได้ยังไงเพื่อหาทางช่วยเซอร์เบอรอส อีกอย่าง ปราสาทมืดมีทั้งโซนนอกและโซนใน ต่อให้ออกจากโซนในไปได้ คนโซนนอกก็คงจับผมโยนกลับมาที่เดิมได้อยู่ดี หรือดีไม่ดีอาจจะโดนฆ่าทิ้งเลยเพราะคิดว่าผมเป็นนักโทษแหกคุกของเซอร์เบอรอส

ระหว่างที่ผมร้อนใจเพราะไม่รู้ว่าจะไปยังงานประมูลอย่างไรนั้นเอง แต่ค่ำคืนหนึ่งที่อากาศร้อนแทบบ้า ผมที่กำลังลงไปในครัวของปราสาทและเดินผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ได้ยินเสียงกรอบแกรบแปลกๆ ที่ดังมาจากสวนของปราสาทโซนใน และเมื่อผมมองออกไปก็ต้องช็อคสุดขีด

นั่นมัน มารีนกับ ดยุกอิลเครน?

ไอ้บ้านั่นมันเอาน้องสาวผมมาทำอะไรที่นี่

ผมมองซ้ายมองขวาด้วยความเลิ่กลั่กกลัวคนมาเห็น เสียงกรีดร้องน่าขนลุกทำให้รู้ว่าเซอร์เบอรอสอยู่ด้านล่างคุก เขาคงยังไม่ขึ้นมาอีกพักใหญ่

ผมจึงรีบวิ่งไปหาสองคนนั่นแล้วลากตัวไปในพุ่มไม้

“ดยุกอิลเครน เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ เจ้าเข้ามาทำไม แล้วเอาน้องสาวข้ามาเนี่ยนะ เจ้าสติดีอยู่หรือเปล่า รู้หรือไม่ว่าที่นี่ที่ไหน” ผมด่าด้วยความโมโหจนไม่สนว่าเขาเป็นดยุก

“ท่านพี่เรย์” มารีนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วเข้ามากอดผม “น้องเป็นคนให้เขามาเองค่ะ น้องจะมาช่วยท่านพี่”

“ช่วยข้าเหรอ ช่วยอะไรข้า…” ผมพูดด้วยความโมโหที่ดยุกอิลเครนพาน้องสาวผมเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้า

จะตายก็ตายไปเถอะ แต่น้องสาวผมเกี่ยวอะไรด้วย

“น้องจะมาช่วยท่านพี่ออกไปค่ะ” มารีนที่ร้องไห้ทำให้ผมใจอ่อน

แต่เดี๋ยวนะ ถ้าหากสองคนนี้พาผมออกไปได้ทันวันประมูลที่จะเกิดขึ้นในสองสามวันนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด

ผมคิดวกวนกลับไปกลับมาแล้วจึงบอกทั้งสองคน

“งั้นพวกเจ้าช่วยพาข้าออกจากที่นี่ที เร็วเข้า” ผมบอกแล้วตกลงไปกับทั้งสองคน พวกเราค่อยๆ เดินอย่างระมัดระวังไปยังทางออกจากปราสาทโซนด้านใน

วันนี้เป็นคืนเดือนมืดจึงไม่มีแสงจันทร์ที่ทำให้มองเห็นบริเวณโดยรอบ สโครว์กับสเตมป์ฟาเองก็ไม่อยู่ เซอร์เบอรอสใช้พวกเขาไปทำภารกิจอะไรบางอย่าง เพราะงั้นบางทีพวกเราอาจจะหนีสำเร็จในคืนนี้

รอบๆ ปราสาทมืดเฮลดันไฮม์นั้นเงียบงันและวังเวง เหมือนไม่มีใครอยู่ แว่บหนึ่งผมจึงคิดว่าพวกเราจะหนีได้ง่ายๆ

แต่ตอนที่ผมกำลังชะล่าใจอยู่นั้นเอง

“เจ้าไปไม่ได้” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมมือมือหนึ่งจับไหล่ผมไว้แน่น

เมื่อผมหันมอง

“อ๊ากกกกกกก อะไรเนี่ย” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ!

มือนั้นเป็นเงาดำ ไม่ใช่แม้แต่มือคน เงาดำที่ระโยงระยางออกมาจากตัวคนเป็นรูปมือ ดูหลอนเหมือนหนังสยองขวัญ และคนที่อยู่ท่ามกลางเงาดำนั้นก็คือ

“สติกซ์” ผมอ้าปากค้างตัวแข็งทื่อ หันไปเห็นสติกซ์ออกมาจากเงามืดพร้อมกับอาวุธครบมือ

ซึ่ง ‘มือ’ ที่ว่านอกจากสองมือแล้ว ยังมีมืออื่นๆ ที่เป็นเงาดำและถืออาวุธอยู่ในมือเช่นกัน มือหนึ่งถือดาบ มือหนึ่งถือมีด อีกมือถือธนู เหล่านั้นเหมือนยืดยาวงอกออกมาจากพื้น และเขาเป็นผู้ควบคุมมัน พวกมันลอยตามเขาและเคลื่อนไหวไปมา

เวรแล้ว ผมนึกว่าเขาเป็นอัศวินพิทักษ์ปราสาทที่ต้องทำงานจิปาถะ เพราะไม่ถนัดต่อสู้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สินะ

มือเงาดำผุดขึ้นมาพื้นแล้วคว้าแขนผมไว้ทั้งสองข้าง อีกมือเลื้อยขึ้นมาบีบคอผม

“พอนายท่านของข้าใกล้ตายก็จะหนีอย่างงั้นเหรอ” ใบหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปจากชายหนุ่มที่ดูหน้าตาน่ารักเหมือนแมว กลายเป็นชายน่ากลัวผู้เต็มไปด้วยจิตสังหาร ดวงตาสีฟ้านั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง “นายท่านของข้าชอบเจ้ามากเท่าไหร่ เจ้าไอ้คนสับปลับหลอกหลวง เจ้าไม่คู่ควรกับนายท่านของข้าเลยสักนิด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status