แชร์

เรย์คาลัส

ผู้เขียน: tartarussword
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-20 17:34:15

ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ 

แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้

เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วง

นี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้น

และนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา

“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”

“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ 

“เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่ต้องออกแรงสักนิดที่จะฆ่า สวะอ่อนแออย่างเจ้า” พูดจบเขาก็ผลักผมร่วงลงน้ำ

ผมอยู่ในน้ำที่เย็นยะเยือก น้ำนั้นทำให้หนาวสั่นและน่ากลัว ภาพบางอย่างแว่บขึ้นมา แต่ไม่ใช่ความทรงจำของผม นั่นคือชีวิตของเรย์คาลัส อะควาเซียในนิยาย ตัวละครที่รังแกนางเอกและเสเพลไปวันๆ และโดนตัวร้ายอย่างเซอร์เบอรอสฆ่าตาย

“ข้าขอให้คนบางคนมาแทนที่ข้า ใช้ชีวิตของข้า และทำมันให้ดีกว่าข้า” ผมได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู “ขอบคุณนะ ในที่สุดข้าก็ไม่มีห่วง เจ้าช่วยแก้ไขในสิ่งที่ข้าเสียใจหมดสิ้นแล้ว”

ผมจมน้ำลึกไปเรื่อยๆ 

ผมกำลังจะตาย

.

.

.

.

.

.

“เฮือกกก” ผมสะดุ้ง เมื่อตื่นมาผมก็เห็นมือของเซอร์เบอรอส มือใหญ่ของเขากุมมือผมอยู่ ดูจากความเปียกเหงื่อจนชุ่มโชกของมือผม เขาน่าจะกุมอยู่แบบนั้นนานแล้ว 

ในหัวใจของผมค่อยๆ อุ่นขึ้น คนคนนี้คือเซอร์เบอรอสของผม

ที่นี่คือปราสาทเฮลดันไฮม์ ผมอยู่ในห้องนอนของเซอร์เบอรอส เตาผิงถูกจุดลุกโชนอยู่ ในห้องนี้อุ่นมากแม้ว่าด้านนอกมีฝนตก ในห้องนอกจากเซอร์เบอรอส หน้าห้องที่ประตูเปิดอยู่ยังมี สโครว์ สเตมป์ฟา และสติกซ์ ปูผ้านอนเรียงกันเป็นระเบียบอยู่ที่พื้นหน้าประตู ดูเหมือนพวกเขามาเฝ้าผมเช่นกัน

“ท่านพี่เรย์ ท่านฟื้นแล้วเหรอ” เซอร์เบอรอสลุกพรวดเมื่อผมพยายามค่อยๆ ดึงมือออกจากมือเขา 

“อ่า ใช่ พวกเจ้ามาเฝ้าไข้ข้าเหรอ” ผมรู้สึกเขินหน่อยๆ เมื่อมาเฝ้ากันเยอะขนาดนี้

“ก็…หมอบอกข้าว่า ท่านพี่แค่เป็นไข้เพราะอยู่ในที่หนาวเย็นนานเกินไป แต่ท่านพี่เรย์ไม่ฟื้นสักที ข้าก็เลยมาเฝ้า” เซอร์เบอรอสบอก

“พวกเราก็ด้วยขอรับท่านดัชเชส” ทั้งสามคนที่พื้นไม่รู้ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ สโครว์พูดด้วยโทนเสียงยะเยือก ส่วนเสตมป์ฟากับสติกซ์โค้งให้ผมเหมือนทำความเคารพ สโครว์เมื่อเห็นดังนั้นก็เลิ่กลั่กแล้วโค้งตาม

“ใครให้พวกเจ้ามาเสนอหน้า หา ห้ามยุ่งกับดัชเชสของข้า” เซอร์เบอรอสหันไปแยกเขี้ยวใส่พวกลูกน้อง

“ถ้าพวกเราไม่ยุ่ง นายท่านก็คงไม่นั่งอยู่ตรงนี้หรอก ท่านดัชเชสรู้ไหมว่านายท่านเอาดาบฟาดข้าเกือบตาย เพราะข้าปล่อยให้ท่านหนีไป” สติกซ์บ่นเหมือนจะฟ้องผม 

“จริงไหม ทำไมเจ้าทำแบบนั้นเซอร์เบอรอส” ผมมองเซอร์เบอรอสดุๆ จนอีกฝ่ายทำตัวเป็นหมาหงอย “ถ้าสติกซ์ไม่ปล่อยข้าออกมา เจ้าก็ตายไปแล้ว”

“ก็…ข้าอยากอยู่กับท่านพี่เรย์”

“ห้ามอยู่ใกล้ข้าเกินระยะ 2 เมตร” ผมบอกเขา 

“...” เซอร์เบอรอสหันไปมองสติกซ์ด้วยสายตาคาดโทษ ทำเอาสติกซ์ทำจมูกย่น นั่นทำให้เขายิ่งดูเหมือนแมว

.

.

.

.

.

.

ข้าคือเซอร์เบอรอสที่เพิ่งฟื้นจากความตาย 

หลังจากข้าอุ้มท่านพี่เรย์ออกมาจากห้องขัง ท่านพี่เรย์ผอมลงกว่าที่ข้าจำได้เล็กน้อย เขาต้องลำบากเพราะข้ามามาก ทั้งที่ร่างกายก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว

เมื่อหมอบอกว่าเขาเป็นแค่ไข้หวัดเพราะอยู่ในที่อากาศหนาว เพราะต้องนอนในห้องขังเย็นๆ นั่น เลยทำให้เขาไข้ขึ้นหลายวัน ตัวร้อนตลอด ข้าเฝ้าเช็ดตัวให้เขา เหมือนสภาพเรากลับกันจากก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่ทำอะไรแบบนี้ให้ข้า ข้าชอบมืออุ่นๆ ของท่านพี่เรย์ มือของเขาที่สัมผัสตัวข้านั้นทำให้ช่วงเวลาทุกข์ทรมานเพราะพลังปีศาจนั้นไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก

“ซ…เซอร์เบอรอส” ระหว่างเป็นไข้ท่านพี่เรย์ละเมอชื่อข้าแล้วคว้าจับไปทั่วเหมือนหวาดผวาอะไรบางอย่าง

“ข้าอยู่นี่” ข้ากุมมือของเขาไว้ ทำให้เขาสงบลง

ในขณะที่ท่านพี่เรย์ป่วย ร่างกายของข้ากลับค่อยๆ ฟื้นตัว ไข่มุกที่ท่านพี่เรย์หามาให้นั่นได้ผล เหมือนทุกอย่างดีขึ้นทีละน้อย แม้เสียงในหัวของข้าจะยังอยู่ แต่มันไม่ก่อกวนข้ามากนักเหมือนตอนที่ข้าร่างกายอ่อนแอ

ในที่สุดหลังจากผ่านไปหลายวัน ท่านพี่เรย์ก็ตื่น แต่เขาไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้ นั่นเป็นเพราะข้าเอาดาบไล่ฟาดสติกซ์เพราะหมอนั่นปล่อยท่านพี่เรย์หนีไป ไอ้หอกนั่น! ข้าฟาดมันโดนที่ไหนกันล่ะ สติกซ์มันหลบไวจะตาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช้วิธีไหน มีแค่ปราสาทที่พังไปบางส่วน ซึ่งข้าก็ต้องจ่ายค่าซ่อมเอง แถมช่างพอรู้ว่าต้องไปซ่อมปราสาทเฮลดันไฮม์ก็ไม่ค่อยกล้ามา บางคนมาไม่กี่วันก็ทิ้งงาน จนต้องให้พวกอัศวินไปตามกลับมา พอตามก็กลายเป็นข่าวลือว่าข้าข่มขู่ชาวบ้านอีก 

“ท่านพี่เรย์” ข้าดึงผ้าห่มเขาเพื่อเรียก เพราะเขาไม่ยอมให้เข้าเข้าใกล้หลังจากเรื่องนั้น

“มีอะไรก็พูดมา แต่อยู่ตรงนั้นล่ะ” ชายหนุ่มผมสีเขียวที่ยังคงดูซีดเซียว ทำท่าขีดเส้นไม่ให้ข้าเข้าใกล้ ผมเขายาวขึ้นนิดหน่อย ยิ่งทำให้หน้าเขาดูหวาน ข้ามองริมฝีปากเขาที่แม้ซีดเซียวแต่ก็ยังดูน่าจูบ ข้าอยากจูบเขาอีกแล้ว แต่ทำไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะไม่หายป่วยสักที

ไม่เป็นไร เดี๋ยวหายป่วยค่อยจูบชดเชยเยอะๆ เลยก็ได้

“ข้าสำนึกผิดแล้ว” ข้าทำหน้าหงอยใส่เขา

“สำนึกผิดเรื่องอะไร” ท่านพี่ทำตาโตทำให้ดูน่ารักมากๆ เขาน่าจะแปลกใจในคำพูดข้า

“ข้ารู้ว่าการที่ท่านพี่เรย์รักข้า มันทำให้เรย์ลำบาก” ข้าพูด

“อ่าฮะ” ท่านพี่เรย์พยักหน้าหงึกๆ

“ทำให้ท่านพี่เรย์วุ่นวาย”

“ใช่ใช่” เขายังคงผงกหัว

“ทำให้ท่านพี่เรย์ปวดหัว”

“อืม… ก็ใช่” ท่านพี่เรย์เห็นด้วย

“นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ได้ร้องไห้หาข้า”

“ไอ้หมาบ้า ก็ไม่ขนาดนั้น…แค่บางที ก็แบบตอนเจ้าจะตายอะไรอย่างงี้” ท่านพี่เรย์เอามือกุมหัว

“แต่ท่านพี่เรย์…ก็รักข้าต่อไปนะ” ข้าพูด

“เอ้า” ท่านพี่เรย์ทำหน้าเบ้เมื่อโดนข้ากวนประสาท “ไม่ล่ะ ไม่รัก ก็เจ้ามันไม่น่ารักซักหน่อย” 

“ข้าเป็นหมาบ้าแห่งอาณาจักรนี่ จำได้ไหม จะน่ารักได้ไง” ข้าหยักไหล่ “แต่ท่านพี่เรย์ก็บอกเองว่าอยากอยู่กับข้า ร่วมชีวิตกับข้า ทั้งที่ข้าเป็นประเภทที่แย่ที่สุด”

“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย” ท่านพี่เรย์ด่าข้าเสร็จก็ขำออกมา

“ข้าสำนึกผิดก็ได้…ที่ข้ารักท่าน ท่านพี่เรย์” ข้าพูดอ้อนๆ เขา

“ข้าก็รักเจ้า” เรย์คาลัสพูดออกมาแล้วหน้าแดง สิ้นคำนั้นข้าก็กระโจนข้ามเขตสองเมตรอะไรนั่นแล้วถึงตัว และกอดเขาไว้ นั่นเป็นครั้งแรกที่ท่านพี่เรย์พูดคำนั้นกับข้า คำที่ข้าอยากได้ยินมาตลอด

ข้าเติบโตมาอย่างขาดความรัก โดดเดี่ยว พลังปีศาจที่ไร้เทียมทานไม่ได้ช่วยให้จิตใจข้าดีขึ้น มันเฝ้าดึงให้ข้าเข้าสู่ด้านมืด เขาเป็นคนที่คอยดึงข้าออกมา เขาเป็นคนเดียวที่ห่วงใยข้า ทำให้ข้ายึดติดกับเขา และกลายเป็นความรักที่ไม่น่าจะจบลงด้วยดี

คนอย่างข้าน่ะเหรอ จะมีคนมาอยากร่วมชีวิตด้วย?

เสียงในหัวของข้าบอกว่า ข้าอาจทำให้เขาเสียใจ หรือข้าเองอาจจะเสียใจ ร่างกายของข้าเหมือนห้องที่เต็มไปด้วยวิญญาณแค้น พวกมันต่างส่งเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายทั้งวันทั้งคืน ความรักของคนแบบข้า เป็นไปได้เหรอที่จะมีเรื่องดีๆ อยู่ในนั้น

คนที่เกิดมาเป็นปีศาจอย่างข้า การได้นอนกอดเขาอยู่ตอนนี้ ก็เหมือนข้าอยู่ในความฝันแล้ว

ถึงเสียงในหัวพวกนั้นจะสาปแช่งข้า แต่ข้าก็ไม่ได้สนใจ ข้ากอดท่านพี่เรย์ไว้ในอ้อมแขนแนบแน่น เขาลูบผมข้า ความอบอุ่นจากมือของเขาราวเวทมนตร์ที่ทำให้เสียงกระซิบเหล่านั้นเบาจนดับลง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status