แชร์

เข็มทิศ

ผู้เขียน: tartarussword
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-20 17:33:35

พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้ว

หาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับ

พวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง

“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่

“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน

“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมา

สิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพวกเรา แต่ที่มองไม่เห็นในทีแรกเพราะรอบข้างดูมืดไปหมด

ดยุกเอาดาบฟันก้ามของปูยักษ์ ดาบของเขาเป็นดาบพลังแสงสว่างที่เจิดจ้า แต่นั่นกลับเหมือนแสงไฟที่เรียกเหล่ามอนสตอร์ที่มารุมล้อมพวกเรามากขึ้น นอกจากปูยักษ์ยังมีมอนสเตอร์แมลงเข้ามาด้วย

โว้ยยย นี่มันมอนสเตอร์หรือแมงเม่า

“เอ่อ ท่านดยุกแบบว่า ดาบศักดิ์สิทธิ์มันแบบว่า ปิดไฟได้ไหม” ดยุกอิลเครนสตั๊นไปแว่บหนึ่ง เชื่อได้เลยว่าเขาไม่เคยคิดจะปิดไฟดาบตัวเอง

“ข้าไม่เคยลอง ข้าคิดว่าได้นะ” เขาตอบแล้วมองดาบด้วยสายตาว่างเปล่าครู่หนึ่งก่อนไฟจะดับ

เมื่อไฟก็ดับลง มอนเตอร์ชะงักลง ในขณะที่พวกมันมัวมองหาว่าพวกเราอยู่ไหน

“วิ่ง” ผมตะโกนบอกมารีนและวิ่งไปตามทิศทางที่เข็มทิศชี้บอก ดยุกอิลเครนก็วิ่งตามพวกเรามา ตอนแรกวิ่งกันแบบมองไม่เห็นทาง แต่เมื่อสายตาชินกับความมืดแล้วแสงจันทร์ทำให้พวกเรามองเห็นด้านหน้ารางๆ

หลังจากวิ่งกันจนหอบ เราก็พบว่าเราวิ่งเข้ามาที่หน้าปากถ้ำ 

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง พวกเราก็เดินเข้าไป มันเป็นถ้ำที่มนุษย์เดินเข้าไปได้พอดี แสดงว่าพวกเราอยู่ในถ้ำของตัวอะไรบางอย่างที่น่าจะตัวเล็กกว่าพวกปูยักษ์เหล่านั้น

ในถ้ำไม่วกวนมากนัก แต่เป็นทางโค้งไปโค้งมาชวนเวียนหัว มีพืชน้ำแปลกๆ คล้ายสาหร่ายขึ้นอยู่ มารีนเกาะแขนผมแน่นเพราะเธอกลัวความมืด

ดยุกอิลเครนจึงเปิดไฟดาบแห่งแสงอีกครั้งแต่เปิดเหมือนไฟหรี่ เแม้เขาจะเพิ่งรู้ว่าดาบตัวเองทำอะไรแบบนี้ได้ แต่แป๊บเดียวก็เริ่มชินกับการคุมแสงไฟดาบแล้ว จึงเปิดไฟแค่เพียงให้พวกเรามองทางเห็น

พวกเราเดินตามเข็มทิศไปเรื่อยๆ จนพบตัวเองอยู่ในโถงถ้ำที่กว้างใหญ่ ใจกลางความกว้างนั้นมีเปลือกหอยสีชมพูที่เรืองแสงอยู่

ผมมองด้วยความหลงใหลและเอื้อมมือไปจับไข่มุกใจกลางเปลือกหอยนั้น ตอนแรกมันเป็นสีเทาดูไร้ชีวิตชีวาจนผมนึกว่าของปลอมก๊อปเกรดบี แต่เมื่อเอามือไปจับ มันกลับเปล่งแสงเป็นสีรุ้งประหลาดๆ ก่อนจะแน่นิ่งในมือผม

“เรย์” ผมหันไปตามเสียงเรียก มีคนตามพวกเราเข้ามาในถ้ำ! พวกเราตกใจและหันไปทางปากถ้ำ และคนคนนั้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ นั่นก็คือเซอร์เบอรอส

“เซอร์เบอรอส เจ้า ตามมาได้ยังไง” ผมเอ่ยด้วยความดีใจระคนกับความประหลาดใจ แต่เมื่อเขาเดินมาถึงผมก็ต้องผงะเมื่อเห็นสภาพเขาที่ดูแย่มากๆ เขาเหมือนโดนพลังปีศาจกลืนกินมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำเป็นส่วนๆ รวมถึงตาขาว

“แหวนนั่นไง ข้าดัดแปลงมันนิดหน่อย” เซอร์เบอรอสแสยะยิ้ม แล้วชี้มาที่อาร์ติแฟกต์แหวนของผมที่ผมเอาไว้ติดตัว “ข้าฝังที่ติดตามลงไปด้วย ข้ากลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับท่านพี่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องมาใช้กันแบบนี้” เขาแหงนหน้าหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูไม่ขำเลยสักนิด

“เซอร์เบอรอส มันไม่ใช่แบบนั้น” ผมรีบพยายามจะอธิบายตัวเอง

“แค่ข้าบอกให้อยู่กับข้า เพราะเวลาข้าเหลือไม่มากแล้ว ข้าขอเจ้าเพียงเท่านั้น” เซอร์เบอรอสเดินเข้ามาหาผม ใบหน้าของเขาฉายแววโกรธ

“แค่นั้นท่านพี่เรย์ยังต้องหนีมากับชายอื่นเลยเหรอ”

“ม..ไม่ใช่นะ” ผมปฏิเสธ พยายามจะอธิบายให้เขาฟัง แต่เขากลับเอาดาบจ่อคอผม

“ถ้าเจ้าไม่เต็มใจอยู่กับข้าตอนมีชีวิต งั้นเจ้าก็ตายไปพร้อมข้าตอนนี้เลย ข้าจะไม่แบ่งเจ้าให้ใคร หรืออะไรทั้งนั้น” ใบหน้าคมคายดูเต็มไปด้วยความแค้น ดวงตาของเขาเริ่มมีสีดำเจือปนมากขึ้นทุกที “เจ้าเป็นของข้า”

“ด…เดี๋ยว…ทำไมเจ้าไม่ลองฟังข้าก่อน อึก” ผมพยายามคุยกับเขาอีก แต่ดาบของเขาทิ่มเข้ามาที่คอของผม ผมเจ็บจนหยุดพูด 

โว้ยยย ปราสาทมืดควรเพิ่มหลักสูตรผู้ฟังที่ดีใส่ไว้นะ

“หยุดนะ ท่านดยุกเฮลดันไฮม์” ดยุกอิลเครนตรงเข้ามา ดาบแห่งแสงฟันดาบสีดำของเซอร์เบอรอสจนเกิดเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูขึ้น พลังแห่งแสงสว่างและความมืดลั่นเปรี๊ยะและปะทะกันอย่างดุเดือดภายในถ้ำ

“เรย์คาลัส ท่านหลบไปก่อน” ชายผมสีขาวตะโกนบอกผม ทำให้เกิดช่องว่าง เมื่อได้ยินดังนั้นเซอร์เบอรอสยิ่งโมโห และแทงเขาเต็มแรง แม้ดยุกอิลเครนจะหลบได้เพราะเซอร์เบอรอสอาการแย่เลยช้ากว่าปกติ แต่ก็ได้แผลที่ขาถากๆ ไป

“เจ้าเป็นใคร ยุ่งอะไรด้วย” เซอร์เบอรอสถามด้วยความโมโห แล้วเอาดาบฟันใส่ไม่ยั้ง

“แค่เป็นดยุกแดนเหนือที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น” ดยุกอิลเครนย่อตัวหลบทำให้ดาบพลาดเป้า และเขาดีดตัวขึ้นมา ทั้งสองเอาดาบยันกันไว้แบบนั้นอีกรอบ

“ท่านพี่เรย์ ท่านเก่งนัก ข้าจะตาย ท่านยังจะมีหน้าไปหาดยุกคนอื่นได้อีก” เสียงเขาขาดห้วงเหมือนพยายามสะกดความเจ็บปวด เมื่อได้ยินเสียงนั้นหัวใจผมเองก็เจ็บปวด

“มันไม่ใช่แบบนั้นเลย เซอร์เบอรอส” ผมพยายามบอกเขา

“ข้าก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องของคู่รักหรอก แต่พวกท่านช่วยคุยกันดีๆ ได้หรือไม่ขอรับ” ดยุกผมขาวพูดขณะกัดฟัน แม้มีพลังแห่งแสงสว่างแต่เขาเองก็ต้านพลังปีศาจไว้ไม่ไหว

“เหอะ แล้วคนแดนเหนืออย่างเจ้ามาสอดเรื่องอะไรของข้า” เซอร์เบอรอสสวนกลับ

เซอร์เบอรอสเริ่มมือสั่น ยิ่งเขาใช้พลัง ร่างกายของเขายิ่งถูกพลังสีดำกลืนกิน แม้แต่ดวงตาก็กลายเป็นสีดำทั้งหมด และสีเริ่มไหลไปตามใบหน้า ดยุกอิลเครนเห็นเขาที่เป็นแบบนั้นเลยตกใจผงะถอยหลังออกมา

“เซอร์เบอรอส” ผมตะโกนเรียกเขา “ไม่ว่าเจ้าจะเข้าใจผิดแบบไหน ข้ายังอยากใช้ชีวิตร่วมกับเจ้า”

“เหอะ” เซอร์เบอร์รอสหัวเราะ เขาหัวเราะออกมาอย่างโศกเศร้า

“ใช้ชีวิตร่วมกับข้าเหรอ ยังไง”

“ข้าอยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเจ้า หัวเราะด้วยกันยามเจ้าสุข ร้องไห้กับเจ้ายามเจ้าเศร้า ข้าอยากทำอาหารให้เจ้ากิน ยามหลับข้าอยากนอนกอดเจ้า ข้าอยากจับมือเดินเล่นในวันอากาศดีด้วยกัน ข้ายังไม่ได้ไปเดินเล่นรอบเมืองกับเจ้าสักครั้งเลย ข้าอยากทำทุกๆ อย่างกับเจ้า เจ้าช่วยฟังข้าหน่อยเถอะ ได้โปรด ข้าหาทางช่วยเจ้าได้แล้ว” ผมพูดความในใจออกมารวดเดียวในขณะที่เขาเดินตรงมาที่ผม

“นั่น” เซอร์เบอรอสเหมือนจะพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง “ฟังดูดีเกินไปสำหรับปีศาจอย่างข้า”

“อีกอย่าง…มันสายไปแล้ว ท่านพี่เรย์” เซอร์เบอรอสขยับเข้ามาใกล้ผมโดยถือดาบอยู่ “ร่างกายของข้าถึงขีดจำกัดแล้ว” ในทันใดนั้นเองผมก็เอามือที่กำไข่มุกวางบนหลังมือเขา ให้สัมผัสมือที่กำดาบนั้นไข่มุกสัมผัสโดยตรงกับมือเขา

มันเปล่งแสงสว่างวาบ แสงจางๆ ของมันลามไปตามร่างของเซอร์เบอรอส

“สุดท้าย เจ้าก็จะฆ่าข้าเหรอ” ผมมองตาเขาด้วยความเสียใจ ขณะที่ดาบของเขาชี้มาที่ผม

เขาเอามืออีกข้างกุมทับมือผม มือของเขายังคงอุ่น ในขณะเขาเปลี่ยนทิศทางดาบ 

“ข้าน่ะ ฆ่าท่านพี่เรย์ไม่ได้หรอก” 

เขาจับดาบเสียบท้องตัวเอง ในขณะที่สายตาเรายังสบตากัน

“แต่ข้าอยากให้ใบหน้าท่านพี่ เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะได้เห็น” เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดออกมา

ผมได้ยินเสียงมารีนกรีดร้อง

“ข้าขอโทษนะ ข้ารักท่าน” เซอร์เบอรอสยิ้มให้ผม ในขณะที่ดวงตาค่อยๆ เปลี่ยนจากสีดำกลับเป็นสีแดง “ข้ารักท่านมาตลอด เรย์คาลัส ตั้งแต่วันที่ท่านช่วยข้าขึ้นมาจากหลุมนั่น”

เขาล้มลงในอ้อมแขนของผม

“อ๊ากกกกกกก” ผมเองก็เริ่มกรีดร้องออกมา กรีดร้องไปเรื่อยๆ จนไม่มีเสียงกอดร่างเซอร์เบอรอสที่โชกไปด้วยเลือด มีดาบสีดำปักที่ท้อง ลมหายใจของเขาแผ่วลงจนดับสนิท ผมไม่มีสติแม้แต่จะบอกคำที่เขาอยากได้ยินในลมหายใจสุดท้าย ด้านนอกถ้ำ ฝนริมทะเลที่มืดสนิทตกลงอย่างไม่มีลางบอก ทุกหยาดหยดราวกับจะร้องไห้แทนผม ทั้งทะเลและท้องฟ้าต่างก็มืดไปหมด ไม่มีแสงสว่างใดบนท้องฟ้าอีก

เขาคือคนที่แข็งแกร่งและไม่น่าเข้าใกล้ นั่นเป็นภาพที่คนอื่นมอง

สำหรับผม เสียงที่เขาหัวเราะนั้นคือเสียงที่ผมชอบที่สุดในโลก

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมชอบที่เขามาอ้อน ชอบเวลาลูบหัวเขาเหมือนลูกหมา

ชอบเวลาเขาทำหน้าหงุดหงุดแล้วดุผมเพราะเขิน

ไม่รู้ทำไมผมมองว่าทั้งหมดนั่นมันน่ารัก

เมื่อเราดูพลุด้วยกัน นาทีนั้นผมหวังว่าจะได้ดูพลุกับเขาอีกตลอดชีวิตที่เหลือ

เขาคือดอกไม้ไฟของผมเพียงหนึ่งเดียวบนฟากฟ้า

ผมรู้ว่าระหว่างเรามันอาจจบลงด้วยความเลวร้าย ผมรู้ว่าผมอาจจะตายเพราะเขาตามเนื้อเรื่องหลัก และความอบอุ่นในอ้อมแขนของปีศาจอาจเป็นภาพลวงตาที่คงอยู่เพียงชั่วครู่

แต่ผมเต็มใจก้าวขาเข้าไปเอง

ผมรู้ว่าทุกก้าวอาจก้าวสู่ความตาย

ทุกๆ ครั้งที่เสี่ยงอันตราย ผมรู้สึกว่าหากตนเองตายไป คงไม่เสียใจมากนัก 

ถ้าคนฆ่าผมไม่ใช่เขา

ขอแค่เพียงเท่านั้น

แต่คนที่ฆ่าเขากับมือตัวเอง กลับเป็นผม

.

.

.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status