LOGINครั้นพูดคุยกันพอประมาณแล้ว หยางซินหรานก็เอื้อมไปจับมือของหยางเสี่ยวอิงให้เดินออกมาพร้อมกัน มุ่งตร
ชายวัยกลางคนแผดเสียงอย่างโกรธจัด เมื่อนึกใบหน้าเปื้อนน้ำตาของบุตรสาวคนรอง ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น สำหรับเขาต่อให้เป็นพ่อลูกกัน ก็หาได้มีความผูกพันรักใคร่ไม่ ขนาดความเอ็นดูนางสักเสี้ยวหนึ่งเขาก็ยังไม่มีเซี่ยเส้าอันได้ยินเช่นนั้นมีหรือจะปล่อยผ่าน เรื่องเช่นนี้หากไม่ตามสืบให้ถี่ถ้วน ก็ไม่อาจรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังที่เกิดขึ้นได้" ท่านอา หากข้าจะขอเข้าไปดูศพอนุเหวินจะได้หรือไม่ "หยางเต๋อหมิงมองสีหน้าเรียบเฉยของเซี่ยเส้าอัน ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะไปแจ้งทางการอยู่แล้ว ดังนั้นให้เซี่ยเส้าอันเข้าไปตรวจดูก่อนก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าตุลาการผู้คุมอำนาจทางกฎหมาย สามารถตัดสินชะตาชีวิตของนักโทษทุกคนได้ในชั่วพริบตา ฉะนั้นให้อีกฝ่ายเข้าไปตรวจสอบย่อมเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว" ได้สิ ข้าจะพาเจ้าไป "ในเรือนหลันฮวา หยางซินหรานกำลังนั่งกอดหยางเสี่ยวอิง พลางลูบหลังให้คลายความกังวล ตั้งแต่กลับมาอีกฝ่ายยังไม่หยุดร้องไห้ ปากพร่ำเพ้อแค่คำว่า'ขอโทษ' ซ้ำๆ และบอกว่าตนไม่ได้เป็นคนทำซึ่งหยางซินหรานก็เชื่อ หยางเสี่ยวอิ
หยางเต๋อหมิงไม่คิดจะสืบหาความจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือ กำจัดหยางเสี่ยวอิงไปให้พ้น แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยอนุญาตให้นางอยู่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไว้วางใจเสียทีเดียว คนเคยมีบาดแผลย่อมระแวดระวังเป็นธรรมดา" เพราะเจ้ามันเป็นตัวซวย จึงทำให้คนรักของข้าต้องตาย หากนางไม่คลอดคนเช่นเจ้าออกมา ป่านนี้ข้ากับนางคงมีความสุขด้วยกันไปแล้ว หยางเสี่ยวอิง วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย "อนุเสิ่นเป็นรักแรกของเขา แต่กลับตกแต่งนางมาเป็นภรรยาเอกไม่ได้ ด้วยฐานะทางบ้านของนางค่อนข้างยากจน มีที่ดินทำกินเพียงหยิบมือเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เขาหลงรักนาง เห็นจะเป็นความใจดีและความอ่อนโยนของนางแต่ความรักของเขากลับพังทลายลง เพียงเพราะสายเลือดที่เกิดมาคนหนึ่ง เขากับอนุเสิ่นเกิดการขัดแย้งกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาที่นางใช้มองเขาก็หาได้เจือไปด้วยความรักความห่วงใยเหมือนอย่างแต่ก่อนไม่ กลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นระคนน้อยใจทว่า...ก่อนที่หยางเต๋อหมิงจะทันได้ยกไม้ขึ้นมาฟาดคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตั่งไม้ จู่ๆ คนเฝ้าประตูจวนก็เข้ามารายงานอย่างรีบร้อนว่า" นายท่
ใช้เวลาประมาณสองเค่อ หมอถังก็เข้ามาตรวจอาการของอนุเหวิน สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก เพราะนอกจากอนุเหวินจะแท้งบุตรแล้ว นางยังมีภาวะแทรกซ้อนเสี่ยงต่อเลือดไม่แข็งตัว หากช้ากว่านี้นางอาจตายได้" เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอถัง" หยางเต๋อหมิงถามอย่างร้อนใจ ชะโงกหน้ามองใบหน้าซีดเซียวของอนุรักที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง" นางเสียเลือดมาก ข้าเกรงว่า...เอ่อ" หมอถังอึกอักไม่ยอมตอบ" ว่าอะไรเล่า? " หยางเต๋อหมิงยังคงรบเร้าเอาคำตอบ" เกรงว่านางอาจมีชีวิตอยู่ไม่พ้นหนึ่งชั่วยามนี้ ข้าน้อยพยายามแล้ว เพียงแต่อาการของนางค่อนข้างสาหัสนัก ไม่ทราบว่าพวกท่านได้นำสมุนไพรต้องห้ามเข้ามาในจวนบ้างหรือไม่ สาเหตุที่นางแท้งลูกเป็นเพราะได้รับกลิ่นหรือกินสมุนไพรชนิดนั้นเข้าไป " หมอถังกวาดสายตามองผู้ที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลหยางทุกคนหยางเต๋อหมิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ รู้สึกเสียใจที่อนุที่เขารักที่สุดต้องมาตายเช่นนี้" นี่มันเป็นเพราะเจ้า! "เขาตวาดลั่น พลางหันกลับไปมองบุตรสาวคนเล็กที่กำลังยืนก้มหน้าหลบอยู่ข้างหลังพี่สาว" หากตัวกาลกิณีอย่างเจ้าไม่กลับมา หลิง
ชีวิตของหยางเสี่ยวอิงเหมือนเป็นไปด้วยดี หลายวันมานี้ต้วนฮูหยินเรียกนางกับหยางซินหรานไปหาทุกวัน ส่วนหนึ่งเพราะอยากสอนงานบ้านงานเรือนให้แก่คนทั้งสอง แต่นัยหนึ่งเป็นเพราะนางอยากแสดงให้ผู้เป็นสามีเห็นว่า สิ่งที่เขาเคยคิดก่อนหน้านี้มันคือเรื่องผิดพลาดยามนั้นนางพยายามห้ามปรามแล้ว แต่กลับไม่มีผู้ใดฟังนาง ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและเลวร้ายต้วนฮูหยินมองภาพสองพี่น้องช่วยกันเย็บผ้า บางคราที่หยางเสี่ยวอิงไม่เข้าใจ นางก็จะถามพี่สาวบ้าง ต้วนฮูหยินบ้าง จากไม่เคยพูดคุยกันก็เปลี่ยนเป็นคุ้นเคยกันทีละน้อย" แม่ว่าพวกเจ้าคงพร้อมออกเรือนแล้วละ "หยางซินหรานเงยหน้ามองมารดา ในแววตาเจือไปด้วยความสงสัย " แต่พวกลูกยังไม่ปักปิ่นกันเลยนะเจ้าคะ "" พิธีปักปิ่นของพวกเจ้า แม่คิดว่าจะจัดให้พร้อมกัน "สิ่งที่ต้วนฮูหยินคิดในตอนนี้คือ รีบหาใครสักคนมาแต่งงานกับบุตรสาวทั้งสองคน เพื่อให้พวกนางได้มีที่พึ่งพา ยามนี้ในจวนสกุลหยางกำลังเกิดคลื่นใต้น้ำ อนุเหวินกำลังตั้งครรภ์ พื้นเพครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นถึงคหบดีใหญ่ ร่ำรวยมีเงินทองมากมาย หยางเต๋อหมิ
คำพูดของพี่สาวทำหยางเสี่ยวอิงน้ำตารื้นขอบตา รู้สึกซาบซึ้งใจในความดีของอีกฝ่าย ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียว แต่นางกลับรู้สึกผูกพันอย่างมากล้น เผลอโน้มตัวลงไปกอดอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัวซึ่งหยางซินหรานก็อ้าแขนรอรับน้องสาวเช่นนั้น ความเป็นอยู่ของหยางเสี่ยวอิงนางรู้ดีที่สุด รู้แม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายต้องลำบากมากเพียงใด เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไปดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้นางต้องทำร้ายอีกฝ่าย สิ่งที่หยางเสี่ยวอิงต้องการหาใช่ทรัพย์สมบัติหรือยศถาบรรดาศักดิ์ไม่ สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือ การถูกยอมรับจากคนในครอบครัวต่างหาก....หลายวันผ่านไปภาพของสองพี่น้องที่นั่งสอนกันปักเย็บตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นมารดา นางทอดสายตามองทั้งคู่ พลางแย้มยิ้มปลาบปลื้มใจ นานมากแล้วที่นางไม่ได้เห็นบรรยากาศอบอุ่นเช่นนี้ ล่าสุดที่เห็นก็คงเมื่อสี่ปีก่อนกระมัง ยามนั้นบุตรชายของนางทั้งสองคนยังอยู่ที่จวน ทุกพลบค่ำสามคนพี่น้องมักจะมานั่งเล่น และพูดคุยเรื่องสนุกสนานกันบนศาลาแห่งนี้เสมอหยางซินหรานเป็นน้องเล็กจึงถูกตามใจจากพวกพี่ชายมาก ทุกวันจะตั้งหน้ารอเล่นกับพวกพี่ๆ แต
ครั้นพูดคุยกันพอประมาณแล้ว หยางซินหรานก็เอื้อมไปจับมือของหยางเสี่ยวอิงให้เดินออกมาพร้อมกัน มุ่งตรงไปยังเรือนพักของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้กับเรือนของนาง" ข้าเรียกเจ้าว่าอิงเอ๋อร์ได้หรือไม่ " หยางซินหรานเอ่ยถาม ด้วยว่าอายุของนางห่างกับอีกฝ่ายแค่สิบเดือนเท่านั้น นางเกิดต้นปี ส่วนหยางเสี่ยวอิงเกิดท้ายปี เป็นพี่น้องที่อายุสิบเจ็ดปีเท่ากันคนถูกถามพยักหน้า " ได้เจ้าค่ะ"สตรีในชุดฮั่นฝูสีเขียวอ่อนหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองคนที่นางจูงมืออยู่ " อิงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงเดินก้มหน้าก้มตาเช่นนั้น เจ้ากลัวข้างั้นหรือ"ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของผู้เป็นน้องค่อยๆ เงยขึ้นมาสบตากับพี่สาว " ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าแค่..."นางไม่ชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ออกไปทางเจียมเนื้อเจียมตัวเสียมากกว่า ไม่กล้าอาจหาญเดินเชิดหน้าเทียบเทียมกับพี่สาวปลายนิ้วเรียวเล็กเชยปลายคางหยางเสี่ยวอิงขึ้นมา ก่อนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า " ตอนนี้เจ้ามีตำแหน่งเป็นถึงบุตรสาวคนรองของท่านเสนาบดีกรมคลังเชียวนะ เดินหลบหน้าหลบตาผู้คนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เจ้าต้องทำให้ทุกคนได้เห็นสิว่า...เจ้างดงามมากเพ







