LOGINคำพูดของพี่สาวทำหยางเสี่ยวอิงน้ำตารื้นขอบตา รู้สึกซาบซึ้งใจในความดีของอีกฝ่าย ทั้งที่เพิ่งเจอกันแ
ใช้เวลาประมาณสองเค่อ หมอถังก็เข้ามาตรวจอาการของอนุเหวิน สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก เพราะนอกจากอนุเหวินจะแท้งบุตรแล้ว นางยังมีภาวะแทรกซ้อนเสี่ยงต่อเลือดไม่แข็งตัว หากช้ากว่านี้นางอาจตายได้" เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอถัง" หยางเต๋อหมิงถามอย่างร้อนใจ ชะโงกหน้ามองใบหน้าซีดเซียวของอนุรักที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง" นางเสียเลือดมาก ข้าเกรงว่า...เอ่อ" หมอถังอึกอักไม่ยอมตอบ" ว่าอะไรเล่า? " หยางเต๋อหมิงยังคงรบเร้าเอาคำตอบ" เกรงว่านางอาจมีชีวิตอยู่ไม่พ้นหนึ่งชั่วยามนี้ ข้าน้อยพยายามแล้ว เพียงแต่อาการของนางค่อนข้างสาหัสนัก ไม่ทราบว่าพวกท่านได้นำสมุนไพรต้องห้ามเข้ามาในจวนบ้างหรือไม่ สาเหตุที่นางแท้งลูกเป็นเพราะได้รับกลิ่นหรือกินสมุนไพรชนิดนั้นเข้าไป " หมอถังกวาดสายตามองผู้ที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลหยางทุกคนหยางเต๋อหมิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ รู้สึกเสียใจที่อนุที่เขารักที่สุดต้องมาตายเช่นนี้" นี่มันเป็นเพราะเจ้า! "เขาตวาดลั่น พลางหันกลับไปมองบุตรสาวคนเล็กที่กำลังยืนก้มหน้าหลบอยู่ข้างหลังพี่สาว" หากตัวกาลกิณีอย่างเจ้าไม่กลับมา หลิง
ชีวิตของหยางเสี่ยวอิงเหมือนเป็นไปด้วยดี หลายวันมานี้ต้วนฮูหยินเรียกนางกับหยางซินหรานไปหาทุกวัน ส่วนหนึ่งเพราะอยากสอนงานบ้านงานเรือนให้แก่คนทั้งสอง แต่นัยหนึ่งเป็นเพราะนางอยากแสดงให้ผู้เป็นสามีเห็นว่า สิ่งที่เขาเคยคิดก่อนหน้านี้มันคือเรื่องผิดพลาดยามนั้นนางพยายามห้ามปรามแล้ว แต่กลับไม่มีผู้ใดฟังนาง ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและเลวร้ายต้วนฮูหยินมองภาพสองพี่น้องช่วยกันเย็บผ้า บางคราที่หยางเสี่ยวอิงไม่เข้าใจ นางก็จะถามพี่สาวบ้าง ต้วนฮูหยินบ้าง จากไม่เคยพูดคุยกันก็เปลี่ยนเป็นคุ้นเคยกันทีละน้อย" แม่ว่าพวกเจ้าคงพร้อมออกเรือนแล้วละ "หยางซินหรานเงยหน้ามองมารดา ในแววตาเจือไปด้วยความสงสัย " แต่พวกลูกยังไม่ปักปิ่นกันเลยนะเจ้าคะ "" พิธีปักปิ่นของพวกเจ้า แม่คิดว่าจะจัดให้พร้อมกัน "สิ่งที่ต้วนฮูหยินคิดในตอนนี้คือ รีบหาใครสักคนมาแต่งงานกับบุตรสาวทั้งสองคน เพื่อให้พวกนางได้มีที่พึ่งพา ยามนี้ในจวนสกุลหยางกำลังเกิดคลื่นใต้น้ำ อนุเหวินกำลังตั้งครรภ์ พื้นเพครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นถึงคหบดีใหญ่ ร่ำรวยมีเงินทองมากมาย หยางเต๋อหมิ
คำพูดของพี่สาวทำหยางเสี่ยวอิงน้ำตารื้นขอบตา รู้สึกซาบซึ้งใจในความดีของอีกฝ่าย ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียว แต่นางกลับรู้สึกผูกพันอย่างมากล้น เผลอโน้มตัวลงไปกอดอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัวซึ่งหยางซินหรานก็อ้าแขนรอรับน้องสาวเช่นนั้น ความเป็นอยู่ของหยางเสี่ยวอิงนางรู้ดีที่สุด รู้แม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายต้องลำบากมากเพียงใด เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไปดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้นางต้องทำร้ายอีกฝ่าย สิ่งที่หยางเสี่ยวอิงต้องการหาใช่ทรัพย์สมบัติหรือยศถาบรรดาศักดิ์ไม่ สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือ การถูกยอมรับจากคนในครอบครัวต่างหาก....หลายวันผ่านไปภาพของสองพี่น้องที่นั่งสอนกันปักเย็บตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นมารดา นางทอดสายตามองทั้งคู่ พลางแย้มยิ้มปลาบปลื้มใจ นานมากแล้วที่นางไม่ได้เห็นบรรยากาศอบอุ่นเช่นนี้ ล่าสุดที่เห็นก็คงเมื่อสี่ปีก่อนกระมัง ยามนั้นบุตรชายของนางทั้งสองคนยังอยู่ที่จวน ทุกพลบค่ำสามคนพี่น้องมักจะมานั่งเล่น และพูดคุยเรื่องสนุกสนานกันบนศาลาแห่งนี้เสมอหยางซินหรานเป็นน้องเล็กจึงถูกตามใจจากพวกพี่ชายมาก ทุกวันจะตั้งหน้ารอเล่นกับพวกพี่ๆ แต
ครั้นพูดคุยกันพอประมาณแล้ว หยางซินหรานก็เอื้อมไปจับมือของหยางเสี่ยวอิงให้เดินออกมาพร้อมกัน มุ่งตรงไปยังเรือนพักของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้กับเรือนของนาง" ข้าเรียกเจ้าว่าอิงเอ๋อร์ได้หรือไม่ " หยางซินหรานเอ่ยถาม ด้วยว่าอายุของนางห่างกับอีกฝ่ายแค่สิบเดือนเท่านั้น นางเกิดต้นปี ส่วนหยางเสี่ยวอิงเกิดท้ายปี เป็นพี่น้องที่อายุสิบเจ็ดปีเท่ากันคนถูกถามพยักหน้า " ได้เจ้าค่ะ"สตรีในชุดฮั่นฝูสีเขียวอ่อนหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองคนที่นางจูงมืออยู่ " อิงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงเดินก้มหน้าก้มตาเช่นนั้น เจ้ากลัวข้างั้นหรือ"ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของผู้เป็นน้องค่อยๆ เงยขึ้นมาสบตากับพี่สาว " ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าแค่..."นางไม่ชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ออกไปทางเจียมเนื้อเจียมตัวเสียมากกว่า ไม่กล้าอาจหาญเดินเชิดหน้าเทียบเทียมกับพี่สาวปลายนิ้วเรียวเล็กเชยปลายคางหยางเสี่ยวอิงขึ้นมา ก่อนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า " ตอนนี้เจ้ามีตำแหน่งเป็นถึงบุตรสาวคนรองของท่านเสนาบดีกรมคลังเชียวนะ เดินหลบหน้าหลบตาผู้คนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เจ้าต้องทำให้ทุกคนได้เห็นสิว่า...เจ้างดงามมากเพ
ไม่เพียงพ้นโทษ แต่กลับได้เลื่อนยศขึ้นมาด้วย คนร้ายตัวจริงถูกจับได้และซัดทอดไปถึงขุนนางอีกคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากนั้นหยางเต๋อหมิงก็ปักใจเชื่อในทันทีว่า หยางเสี่ยวอิงต้องเป็นตัวกาลกิณีที่มีดวงวิญญาณร้ายสิงสู่ เหมือนอย่างที่นักพรตคนนั้นบอกจริงๆหยางซินหรานเดินมาถึงประตูทางเข้า สายตาเหลือบมองไปยังสตรีร่างซูบผอมที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีซีด ใบหน้าก้มงุดไม่กล้าสบตาผู้ใด บนเก้าอี้ไม้ทั้งหกตัวมีผู้อาวุโสนั่งอยู่ เบื้องหน้าเป็นบิดากับมารดานาง ส่วนด้านขวาเป็นอนุเหวินกับอนุสวี ด้านซ้ายเป็นอนุเจียงกับอนุหลี่ หยางเสี่ยวอิงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางลานห้องรับรอง ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใด" ทำไมจึงไม่ตอบ" น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามอีกครั้ง" ท่านพ่อ" หยางซินหรานเดินเข้ามาในห้องรับรอง ส่งยิ้มให้ทุกคนพลางยอบกายคำนับบิดามารดา " ลูกได้ยินว่าน้องหญิงรองมาถึงแล้ว จึงอยากมาพบหน้านางเสียหน่อยเจ้าค่ะ"" หรานเอ๋อร์ ตอนนี้แม่ว่าไม่เหมาะสมนัก เจ้าช่วยกลับไปก่อนจะได้หรือไม่ "ต้วนฮูหยินเอ่ยกับบุตรสาวคนเล็กของตน นางมีบุตรทั้งหมดสามคน เป็นบุ
" เฮ้อ!" นี่ก็สองเดือนแล้ว ที่นางเข้ามาอยู่ในโลกนิยาย มิหนำซ้ำยังได้รับบทเป็นตัวประกอบ ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดาของหยางเสี่ยวอิงนางร้ายในนิยายเรื่อง 'ร้อยเล่ห์วังหลวง' นามว่า หยางซินหราน แต่ที่นั่งถอนหายใจเป็นเพราะนึกถึงบทสรุปสุดท้ายของตระกูลหยาง แม้แต่หยางซินหรานก็ไม่รอดพ้นความตายในครั้งนั้น นับจากตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งปีเท่านั้น ก่อนที่หยางเสี่ยวอิงจะถูกแต่งตั้งเป็นนางสนม หากนางรอให้โชคชะตาเป็นฝ่ายกำหนดชีวิต ไม่แน่ว่าความโชคร้ายอาจมาเยือนนางในอีกไม่ช้า " จะทำเช่นไรดี" ภายในศาลากลางสระ ที่มีดอกบัวสีขาวและสีชมพูล้อมรอบบริเวณอยู่ มีสตรีร่างบอบบางนางหนึ่งกำลังนั่งกุมขมับอย่างคิดไม่ตก ริมฝีปากสีระเรื่อเม้มแน่น มือที่เกาศีรษะเร่งเร้าหนัก ทำให้เส้นผมที่ถูกจัดเป็นทรงอย่างดียุ่งเหยิง นางนิ่วหน้าแล้วคลายออกหลายครั้ง คิดหาวิธีทำให้หยางเสี่ยวอิงกลับมีจิตใจที่ปกติ ไม่บิดเบี้ยวเหมือนในเนื้อหานิยาย หากทำได้ คนในจวนสกุลหยางก็จะรอดพ้นความตาย แต่ถ้าไม่สำเร็จ วิญญาณของนางก็คงล่องลอยไปในที่แสนไกล ไม่มีโอกาสได้







