Masukวทานิกานั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณวรรณา โดยแม่ของเธอนำเธอมาฝากคุณวรรณาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่แล้ววันหนึ่งผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้ากลับทิ้งเธอไป
คุณวรรณาพยายามตามหาทุกวิถีทาง ทว่ากลับไร้ร่องรอย เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักและความผูกพันก็ได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ท่านตัดสินใจรับทารกน้อยผู้แสนอาภัพไว้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว
ตั้งแต่เล็กจนโต ครอบครัวของเธอมีเพียงสองคนยายหลาน คุณวรรณาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอ ท่านสู้อุตส่าห์ทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียให้หลานรักได้เรียนสูง ๆ ซึ่งวทานิกาก็ตระหนักถึงความฝันของท่านได้เป็นอย่างดี เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดความสามารถ อีกทั้งยังเป็นนักเรียนทุนมาโดยตลอด ทำให้คุณวรรณาภูมิอกภูมิใจในตัวหลานคนนี้อยู่เสมอ ทุกครั้งที่เธอนำผลการเรียนมาอวด ก็ทำเอาคนเป็นยายยิ้มหน้าบานไปหลายวัน
เธอเคยวาดฝันเอาไว้ว่าหลังจากเรียนจบ มีงานมีการดี ๆ ทำ เธอจะเป็นฝ่ายดูแลคุณวรรณาเพื่อทดแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี
ทว่า...
เมื่อราวหนึ่งปีก่อน ในวันที่เธอเพิ่งจะได้รับผลการเรียนในชั้นปีที่สองมาอวดผู้เป็นยายอย่างเช่นที่เคย โดยหวังว่าจะเห็นท่านได้ยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข
วทานิกาก็ต้องได้รับข่าวร้ายว่าคุณวรรณาประสบอุบัติเหตุ ถูกคนเมาแล้วขับชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้คุณวรรณาบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลังหลายตำแหน่ง ทำให้ท่านต้องกลายเป็นอัมพาตท่อนล่างถาวร ส่วนร่างกายท่อนบนก็ไม่สามารถใช้การได้ตามปกติ ต้องนอนเป็นผู้ป่วยวิกฤตินานหลายเดือน
แต่ในความโชคร้าย เธอก็ยังได้คนดี ๆ เช่นคุณศิริกัญญายื่นมือเข้ามาช่วย
แรกเริ่มเดิมทีคุณวรรณาเป็นพยาบาลวัยเกษียณที่เข้ามาทำงานเป็นพยาบาลประจำศูนย์ดูแลผู้ป่วยแห่งนี้ตั้งแต่สมัยที่คุณศิริกัญญาเริ่มบุกเบิกศูนย์ดูแลผู้ป่วย นั่นจึงทำให้ท่านทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น
ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ คุณศิริกัญญาคือคนที่ช่วยดูแลเรื่องการรักษา การดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ สุดท้ายท่านก็รับคุณวรรณาเข้ามาดูแลภายในศูนย์แห่งนี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ หนำซ้ำยังจะช่วย
ส่งเสียเธอให้เรียนต่อจนจบ ทว่าวทานิการู้สึกละอายใจเหลือเกินที่จะรอรับความช่วยเหลือจากท่านเพียงอย่างเดียว เธอจึงขอรับไว้เพียงความช่วยเหลือเรื่องของคุณวรรณาเท่านั้นวทานิกาไล่สายตามองร่างกายของ
คุณวรรณาที่เนื้อตัวสะอาดสะอ้านเนื่องจากได้รับการดูแลเป็นอย่างดีก็รู้สึกเบาใจหญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืน ขยับผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าอกของผู้เป็นยาย ก่อนหันไปคว้าเหยือก
สเตนเลสบนโต๊ะข้างหัวเตียง หวังจะเทน้ำใส่แก้วเพื่อดื่มดับกระหาย ทว่าเหยือกนั้นกลับว่างเปล่าเธอจึงตัดสินใจถือเหยือกออกไปเติมน้ำจากตู้น้ำดื่มด้านนอก
ร่างเล็กเดินไปตามทางเดินทอดยาว ในใจก็มัวคิดถึงเรื่องต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมจากทุนการศึกษาที่ได้รับ ไหนจะค่าห้องเช่าเก่าซอมซ่อที่เธอใช้ซุกหัวนอน
เหนือสิ่งอื่นใดยังมีภาระหนี้สินที่คุณวรรณาเคยไปเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน ซึ่งวทานิกาก็ยังคงไปผ่อนชำระให้ทุกเดือนไม่เคยขาด
“วันนี้ต้องขอเบิกล่วงหน้าให้ได้เลย”
วทานิกาบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินเลี้ยวไปยังทางเดินอันเป็นที่ตั้งของตู้กดน้ำ
“ว้าย!”
เพราะความประมาทของเธอที่มัวแต่เดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จึงทำให้ไม่ทันระวัง
ร่างเล็กปะทะกับกำแพงมนุษย์เข้าอย่างจัง ก่อนที่เธอจะเสียหลักและเกือบหงายหลังล้มลงกับพื้น ทว่ามีอ้อมแขนแข็งแกร่งเข้ารวบเอวบางเอาไว้ และดึงเธอกลับเข้าหา
ดวงหน้าสวยหวานแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เธอเพิ่งจะเดินชนไปหมาด ๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดสดชื่นลอยมากระทบจมูกเล็ก
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่เดินไม่ระวัง” เสียงนุ่มทุ้มเจือความอ่อนโยน ทำให้
วทานิกาเงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเธอนั้นเป็นใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกที่หลุดออกมาจากเทพนิยายชวนฝัน โดยเฉพาะดวงตาสีดำคู่นั้นช่างแสนอบอุ่นจนเธอเผลอมองอย่างลืมตัวคนตัวโตเองก็ไม่ต่างกัน นัยน์ตาคู่คมจ้องมองดวงหน้างดงามอันไร้ซึ่งเครื่องสำอางใด ๆ ทว่ากลับสวยจัดเสียจนไม่อาจละสายตาได้
คนทั้งคู่จ้องมองกันนิ่งงันท่ามกลางความเงียบ ต่างคนต่างรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอีกฝ่าย นั่นยิ่ง
ทำให้ทั้งคู่จับจ้องมองกันอยู่แบบนั้น ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างตรึงดวงตาของทั้งคู่เอาไว้จนกระทั่งมีเสียงดังขึ้นตรงโถงทางเดิน นั่นจึงทำให้ทั้งคู่สติสตังคืนกลับมา และรีบผละออกจากกัน
“ขอโทษด้วยนะคะ หวานเองก็เดินไม่ทันระวังเหมือนกัน”
วทานิกาว่าพร้อมกอดเหยือกสเตนเลสไว้แนบอกและก้มศีรษะลง คนตัวโตเห็นแบบนั้นก็เผลอกระตุกยิ้มออกมา ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยตอบอะไรกลับไป หญิงสาวก็รีบกลับหลังหันและเดินหนีหายไปยังโซนห้องพักผู้ป่วย ทำเอาชายหนุ่มยกมือค้างพลางมองตามแผ่นหลังบอบบางตาละห้อย
ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก
“ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา
ร่างบางหยุดยืนหน้าบานประตูกระจกของห้องรักษาการผู้อำนวยการ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นห้องพักผ่อนของคุณศิริกัญญา ทว่าตอนนี้ลูกชายได้เข้ายึดครองเป็นห้องทำงานเป็นที่เรียบร้อยวทานิกาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ เพื่อควบคุมอาการประหม่าที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อได้อยู่ใกล้ปฐวีมือเล็กยกขึ้นเ
รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด ซึ่งแออัดไปด้วยอาคารหอพักสภาพเก่าซอมซ่อ ปฐวีหันมองสองข้างทางสลับไปมา ก่อนหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหลัง“ถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าซ้ายมือ”สิ้นเสียงหวานล้อทั้งสี่ก็ค่อย ๆ ชะลอก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่ ปฐวีรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้กับวทา
ปฐวีหันกลับมาก็พบกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรักที่มีสาวสวยสองคนนั่งยิ้มหวานอยู่ภายในอ้อมกอดซ้ายขวา“เล่ามาเลยมึง”“ไม่มีอะไรก็แค่เด็กที่คุณแม่กูเอ็นดูน่ะ น้องเขาลำบากมาก แต่กูไม่คิดว่าเขาจะลำบากถึงขนาดต้องมาทำงานที่นี่” ปฐวีกล่าวจบก็คว้าแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นมากระดกดื่มพรวด“แม่มึงเอ็นดูคนเดียวเ
“นี่มึงพากูมาทำอะไรที่นี่วะ” ปฐวีหันไปถามขณะที่เพื่อนรักเลี้ยวรถเข้าจอดภายในลานจอดรถของสถานบันเทิงชื่อดังหลังจากที่ปฐวีกลับจากอังกฤษก็ทุ่มเทเวลาให้กับการรับช่วงต่อตำแหน่งผู้อำนวยการ Great Care จนแทบไม่มีเวลาได้ปลีกตัวไปไหน ทำให้กิตติชัย แพทย์ศัลยกรรมต




![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


