Share

6

last update publish date: 2026-10-03 14:21:25

บทที่หก

ใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อ

"พวกเราจะใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อ"

เสียงรายงานนั้นดังชัดเจนทั่วห้อง ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่บุรุษหนุ่มที่ทอดกายอย่างเกียจคร้านบนที่นั่งสูงสุด

"พวกมันเป็นขบวนการที่เห็นแก่เงิน หากมีเด็กไร้เดียงสาเดินอยู่เพียงลำพังในเขตเป้าหมาย ถึงแม้จะเป็นการหลบหนีทว่าพวกมันย่อมต้องลงมือแน่นอน" ทหารคนสนิทกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"จากนั้นกองกำลังของเราจะซุ่มจับกุมทันที"

เหล่าขุนนางตำแหน่งเล็กไม่กล้าขัดใจผู้เป็นใหญ่ในห้องประชุมพากันพยักหน้า ยกเว้นเจ้าเมืองชราผู้ครองตำแหน่งปกครองเมืองหลัวซาน

"กระหม่อมไม่เห็นด้วยพะยะค่ะ...หากการใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อเช่นนี้ หากเกิดอันตรายอะไรขึ้น เด็กผู้นั้นจะทำอย่างไร" เสียงของเขาหนักแน่น เต็มไปด้วยความกังวลอย่างจริงใจเนื่องจากชายหนุ่มเป็นทั้งเจ้าเมืองและเป็นพ่อคน มีครอบครัวและลูกน้อยจึงรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของความเป็นพ่อเป็นแม่ดีไม่แพ้ใคร

"ขอองค์ชายใหญ่ทรงพิจารณาแผนการอื่นเถิดพะยะค่ะ"

ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งองค์ชายใหญ่เคลื่อนสายพระเนตรมองเจ้าเมืองชราด้วยแววตาเยียบเย็น

ริมพระโอษฐ์ของหวางเสี่ยเฟิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

"หากต้องการทำการใหญ่ให้สำเร็จอย่าคิดเล็กคิดน้อย"

“...”

"เด็กที่ใช้เป็นเหยื่อล่อ ข้ามิได้บังคับเขาแต่อย่างใด เด็กผู้นั้นและครอบครัวของเขาเป็นฝ่ายเสนอตัวเองอาสาเองด้วยซ้ำ"

“...”

คำพูดของพระองค์ทำให้เจ้าเมืองชรานิ่งงันไปชั่วขณะ

"พวกเขาได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนมาก และทหารของข้าจะคอยเฝ้าดูเด็กผู้นั้นตลอดเวลา ไม่มีทางเกิดอันตรายใด ๆ ได้"

"แต่หาก..." เจ้าเมืองกลืนน้ำลายฝืดคอ "หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเล่าพะยะค่ะ"

"ข้าไม่มีทางทำงานเล็กน้อยเช่นนี้พลาด"

เสียงขององค์ชายใหญ่เยียบเย็นลงเรื่อย ๆ สายตาของพระองค์คมปลาบราวกับใบมีด

"คดีเล็กน้อยเพียงเท่านี้…หากข้าพลาดพลั้งไป อย่าเรียกข้าว่าองค์ชายเลย!" เสียงที่ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมทำให้ไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้ง

บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด

ท้ายที่สุดจึงไม่มีใครกล้าคัดค้านอีก

เจ้าเมืองชราทำได้เพียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง พลางมององค์ชายและคิดว่าพระองค์เป็นบุรุษที่แผ่รังสีอันน่ากดดันออกมาได้เก่งยิ่งนัก

ข่าวลือที่เมืองหลวงบอกว่าองค์ชายใหญ่เป็นบุรุษที่ไม่เอาถ่าน เอาแต่เที่ยวเล่น หาความรับผิดชอบมิได้นั้นชายชรากำลังคิดว่าข่าวเหล่านั้นเป็นเพียงข่าวลือโคมลอยใช่หรือไม่

หากไม่ใช่ข่าวลือโคมลอยแล้วเหตุใด…ดวงตาของบุคคลในข่าวลือจึงดูอำมหิตและน่าเกรงขามได้ถึงเพียงนี้กัน

เจ้าเมืองหลัวซานเงยหน้ามององค์ชายใหญ่ที่กำลังเดินนำทหารของตนออกจากห้องระชุมไปอีกครั้ง ทว่ายิ่งมอง ก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นอย่างน่าประหลาด

องค์ชายใหญ่ หวางเสี่ยเฟิง มิได้เป็นเพียงองค์ชายเสเพลธรรมดาเช่นที่ข่าวลือกล่าวไว้แน่นอน

ในตอนนั้นเอง...

ทหารคนสนิทขององค์ชายใหญ่เดินย้อนกลับเข้ามา โน้มตัวกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเจ้าเมือง

"ท่านไม่ต้องตกพระทัยไปนักขอรับท่านเจ้าเมือง"

เจ้าเมืองขมวดคิ้ว "หมายความว่าอย่างไร"

"องค์ชายใหญ่ของข้าเป็นคนตรงไปตรงมา" ทหารคนสนิทนามว่าเมิ่งฉินกระซิบ "สาเหตุที่พระองค์ดูอารมณ์ไม่ดีหรือหงุดหงิดเป็นพิเศษในครานี้ นั่นเพราะ…พระองค์ทรงถูกฮ่องเต้บังคับให้ทำภารกิจนี้น่ะขอรับ"

เจ้าเมืองเลิกคิ้วขึ้น "ถูกบังคับหรือ?"

ทหารคนสนิทหัวเราะเบา ๆ "พระราชโองการของฮ่องเต้ บังคับให้องค์ชายใหญ่ต้องมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง...และที่สำคัญ…"

“...”

"ภารกิจครั้งนี้ดันเกี่ยวกับสิ่งที่องค์ชายใหญ่เกลียดที่สุด"

เจ้าเมืองหลัวซานขมวดคิ้วแน่นขึ้น "แล้วองค์ชายใหญ่… เกลียดสิ่งใดกัน?"

ทหารคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เด็กขอรับ"

“!!”

"องค์ชายใหญ่ของข้าน้อยเกลียดเด็ก"

เจ้าเมืองถึงกับเบิกตากว้าง "เกลียดเด็กหรือ"

"ใช่ เพราะเด็กคือสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางที่สุดในโลกอย่างไรเล่าขอรับ องค์ชายทรงเคยบอกว่าทั้งอ่อนแอ…ไร้ประโยชน์ โดยปกติแล้วองค์ชายใหญ่มักจะหาทางหลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเด็ก แต่ครั้งนี้พระองค์ไม่อาจเลี่ยงได้ เพราะเป็นพระราชโองการของฮ่องเต้"

หลังจากกล่าวจบ ทหารคนนั้นก็ค้อมศีรษะแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าเมืองหลัวซานมองแผ่นหลังของชายผู้นั้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

"บุรุษที่ไม่ชอบเด็กถึงเพียงนี้…จะสร้างครอบครัวได้หรือ"

แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว บุรุษเช่นนั้นในชาตินี้คงไม่มีทางมีครอบครัวได้หรอกกระมัง

ในยามที่ประตูจวนทางการเปิดออก กลุ่มคนจากเมืองหลวงนำโดยองค์ชายใหญ่หวางเสี่ยเฟิงก้าวออกมาอย่างสง่างาม

พระองค์เดินนำด้วยท่วงท่าราวกับมิได้ใส่ใจสิ่งใดในโลก ใบหน้าหล่อเหลากระจ่างภายใต้รอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาของพระองค์เหยียดมองรอบด้านประหนึ่งว่าภารกิจนี้เป็นเพียงสิ่งไร้ความหมายในชีวิตอันแสนสำราญของพระองค์

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง…

รถม้าคันไม่ใหญ่นักทว่าวัสดุที่ทำล้วนมองออกว่าเป็นวัสดุเนื้อดีราคาสูง กำลังแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าประตูจวนทางการพอดี ฝุ่นจากถนนลอยคละคลุ้งขณะล้อไม้บดกับพื้นหิน

สตรีเจ้าของรถม้า ก้าวลงมาจากรถอย่างรีบร้อน

นางคือจางจิ่วเม่ย

ชั่วพริบตาแรก...เพียงแค่เสี้ยวเวลาแห่งการสวนทางกัน จางจิ่วเม่ยและองค์ชายใหญ่เกือบจะได้เห็นหน้ากันแล้วทว่าความบังเอิญที่แปลกประหลาด...ในตอนนั้นต่างคนต่างรีบร้อนจึงทำให้ต่างคนรีบเดินผ่านกันไป มองเห็นเพียงแค่ด้านข้างของกันและกันเท่านั้น

จางจิ่วเม่ยหันหลังกลับมามองแผ่นหลังของบุรุษในชุดขุนนางสูงศักดิ์ ดวงหน้าคมคายที่ทอดมองไปข้างหน้าแวบหนึ่ง…

กลิ่นไอจากอีกฝ่ายมันทำให้หญิงสาวรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

คุ้นเคยจนหัวใจเต้นระรัวแปลก ๆ

ราวกับว่านาง…เคยแผ่นหลังสูงส่งเช่นนี้มาก่อน

นางหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังก้าวเดินห่างออกไปทุกทีทุกที

"คุณหนูเจ้าคะ…"

เสียงของสาวใช้ที่เดินตามหลังดังขึ้นเบา ๆ นางเหลือบตามองใบหน้าของเจ้านายสาวที่มีสีหน้าแปลกไป

สาวใช้กระซิบกระซาบด้วยท่าทีตื่นเต้น "คุณหนู...เขาคือใครกันเจ้าคะ ข้าไม่เคยเห็นบุรุษใดงามล้ำถึงเพียงนี้มาก่อน"

จางจิ่วเม่ยหลุดจากภวังค์ นางสะบัดศีรษะ "ไม่รู้สิ พวกเราอย่ามัวเสียเวลากับไร้สาระอยู่เลย"

เวลานี้นางไม่มีเวลาสนใจเรื่องใด เพราะผิงผิงลูกสาวของนางหายตัวไป!

ลูกน้อยของนางอาจตกอยู่ในอันตราย นางมิอาจปล่อยให้ตนเองวอกแวกกับเรื่องใดได้อีก

จางจิ่วเม่ยเร่งฝีเท้าเข้าสู่จวนทางการ

เมื่อกวาดตามองรอบด้าน นางก็พบท่านลุงเจ้าเมืองกำลังยืนสั่งการแก่เหล่านักปราบปฏิบัติการประจำเมืองอยู่

"ท่านลุง!" จางจิ่วเม่ยรีบตรงเข้าไปหา "ลูกสาวของข้าหายตัวไปเจ้าค่ะ ข้าต้องการมาขอความช่วยเหลือจากท่าน ว่าแต่...เหตุใดจวนทางการถึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ทุกคนมารวมกันที่นี่ราวกับต้องเร่งเคลื่อนย้ายไปที่ใดเช่นนี้"

เจ้าเมืองเฒ่าถอนหายใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

"มีคดีใหญ่เกิดขึ้นน่ะสิ"

เขาหันมามองจางจิ่วเม่ยอย่างจริงจัง ก่อนจะกล่าวเสียงขรึม

"มีคนร้ายจากเมืองหลวง หลบหนีมายังเมืองหลัวซาน พวกมันคือขบวนการลักพาตัวเด็ก เพื่อไปทำการค้าเด็กผิดกฎหมายน่ะ"

โลกของจางจิ่วเม่ยเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ

ลมหายใจของนางติดขัด ดวงตาเบิกกว้าง

ราวกับทุกอย่างกลายเป็นเสียงสะท้อนอันแผ่วเบาในโสตประสาท

มีคนร้ายคดีลักพาตัวเด็กหนีมาจากเมืองหลวง

หรือว่า...

ผิงผิงของนาง…

"ท่านลุง…" เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าขอร่วมออกไปจับคนร้ายด้วยเจ้าค่ะ!"

"จางจิ่วเม่ย!" เจ้าเมืองเฒ่าตกใจ "มันอันตราย! เจ้าเป็นสตรี..."

"อย่ามาอ้างเรื่องสตรีบุรุษกับข้าเลยเจ้าค่ะ" นางแค่นหัวเราะ "ท่านลุงก็น่าจะรู้ดีนี่เจ้าคะว่า หากท่านห้ามข้าจะฟังหรือไม่"

เจ้าเมืองเฒ่าชะงักไป… คำพูดของจางจิ่วเม่ยนั้นมิผิดเลยสักนิด

แม้พวกเขาไม่ได้เป็นญาติกันทางสายเลือดทว่าชายชรานั้นก็นับถือนายหญิงแห่งตระกูลอู๋จากใจจริงจึงมักไปมาหาสู่กับตระกูลอู๋จนเปรียบเสมือนญาติมิตรกัน ทำให้ชายชรารู้ว่า...

หญิงสาวผู้นี้ ต่อให้เขาห้ามนางก็มิอาจหยุดยั้งได้

จางจิ่วเม่ยมองไปที่เขาด้วยสายตาแน่วแน่ นางกัดริมฝีปาก ดวงตาฉายประกายดื้อรั้น

"ข้าต้องไปด้วยเจ้าค่ะ ลูกสาวของข้าหายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกับที่เมืองของเรามีคนร้ายลอบเข้ามา ข้าไม่มีวันอยู่นิ่งรออยู่ที่นี่ได้หรอกเจ้าค่ะยิ่งคดีของพวกท่านอาจเกี่ยวกับลูกสาวของข้าด้วยแล้ว"

"เจ้า..."

"ต่อให้ท่านห้าม ข้าก็จะแอบตามไปด้วยตัวข้าเอง นั่นอาจเกิดอันตรายมากกว่ามิใช่หรือท่านลุง..."

เจ้าเมืองเฒ่าสบตาหญิงสาวตรงหน้า นางดื้อดึงกว่าที่เขาคิดไว้มาก

ในที่สุด...เขาก็ถอนหายใจยอมแพ้ "ก็ได้…แต่เจ้าต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพวกข้า"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" จางจิ่วเม่ยค้อมศีรษะ แม้จะไม่มีเวลามาแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ แต่นางก็รู้ดีว่าเจ้าเมืองเฒ่าเอ็นดูนางมาตั้งแต่เล็ก

“หวังว่าข้าจะไม่โดนยายของเจ้ามาถอนหงอกหรอกนะ”

"ท่านลุงไม่ต้องกังวล ท่านยายของข้าไม่ว่าอะไรหรอกเจ้าค่ะ" จางจิ่วเม่ยกล่าวเสริม "เพราะหากข้ารออยู่เฉย ๆ นางต่างหากที่จะเป็นคนตำหนิข้าเองด้วยซ้ำ"

เจ้าเมืองเฒ่าแค่นหัวเราะเบา ๆ "เพราะนายหญิงแห่งตระกูลอู๋ก็เป็นคนดื้อดึงไม่ต่างจากเจ้าน่ะสิ"

"เจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราไปเลยดีหรือไม่"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   7จับเป็นตัวประกัน

    บทที่เจ็ดจับเป็นตัวประกันแสงสุดท้ายของตะวันกำลังจางหายไป ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง เงาของป่าเขาค่อย ๆ กลืนกินแสงสว่าง สร้างบรรยากาศอันน่าหวาดระแวงยิ่งขึ้นแผนการขององค์ชายใหญ่หวางเสี่ยเฟิงดำเนินไปตามที่พระองค์วางไว้เด็กชายตัวเล็กที่เป็นเหยื่อล่อเดินแบกตะกร้าไม้ใส่สมุนไพรและปลาตัวเล็ก ๆ เดินตามทางที่ลัดเลาะลงมาจากเชิงเขา ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ท่าทางไม่ระแวงสิ่งใดเลยแต่ที่จริงแล้ว…ทุกฝีก้าวของเขา ล้วนตกอยู่ในสายตาของคนที่ซุ่มดูอยู่อย่างเหล่าทหารปฏิบัติการก่อนหน้านี้ชาวบ้านในตลาด ร้านอาหาร และโรงเตี๊ยม ล้วนถูกกำชับให้พูดถึงเด็กชายคนนี้เสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว"วันนี้เจ้าลูกชายข้าขึ้นเขาไปคนเดียว กลับมาอีกทีก็ใกล้ค่ำแล้ว""เด็กนั่นเก่งนัก หาเห็ดป่ากับสมุนไพรได้เก่งกว่าใครเลยล่ะ!"คำพูดเหล่านี้ถูกส่งต่อไปตามร้านค้าต่าง ๆ อย่างจงใจ พวกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่คงได้ยินหากมีความโลภมากพอย่อมตกหลุมพรางเป็นแน่ความจริงแล้วองค์ชายใหญ่ไม่ได้คิดว่าแผนการจะเห็นผลเร็วขนาดนี้ ทว่า…คงเป็นคนร้ายกลับโลภมากเกินไป พวกมันมิอาจต้านทานโอกาสเช่นนี้ได้เพราะไม่นานพวกมันก็เผยตัวออกมาฟึบ!

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   6

    บทที่หกใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อ"พวกเราจะใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อ"เสียงรายงานนั้นดังชัดเจนทั่วห้อง ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่บุรุษหนุ่มที่ทอดกายอย่างเกียจคร้านบนที่นั่งสูงสุด"พวกมันเป็นขบวนการที่เห็นแก่เงิน หากมีเด็กไร้เดียงสาเดินอยู่เพียงลำพังในเขตเป้าหมาย ถึงแม้จะเป็นการหลบหนีทว่าพวกมันย่อมต้องลงมือแน่นอน" ทหารคนสนิทกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"จากนั้นกองกำลังของเราจะซุ่มจับกุมทันที"เหล่าขุนนางตำแหน่งเล็กไม่กล้าขัดใจผู้เป็นใหญ่ในห้องประชุมพากันพยักหน้า ยกเว้นเจ้าเมืองชราผู้ครองตำแหน่งปกครองเมืองหลัวซาน"กระหม่อมไม่เห็นด้วยพะยะค่ะ...หากการใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อเช่นนี้ หากเกิดอันตรายอะไรขึ้น เด็กผู้นั้นจะทำอย่างไร" เสียงของเขาหนักแน่น เต็มไปด้วยความกังวลอย่างจริงใจเนื่องจากชายหนุ่มเป็นทั้งเจ้าเมืองและเป็นพ่อคน มีครอบครัวและลูกน้อยจึงรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของความเป็นพ่อเป็นแม่ดีไม่แพ้ใคร"ขอองค์ชายใหญ่ทรงพิจารณาแผนการอื่นเถิดพะยะค่ะ"ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งองค์ชายใหญ่เคลื่อนสายพระเนตรมองเจ้าเมืองชราด้วยแววตาเยียบเย็นริมพระโอษฐ์ของหวางเสี่ยเฟิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   5องค์ชายใหญ่

    บทที่ห้าองค์ชายใหญ่สายลมพัดผ่าน กลีบดอกเหมยปลิวกระจายไปตามแรงลมอย่างไรจางจิ่วเม่ยไม่สนใจเท้าบางเร่งฝีเท้าก้าวยาวไปข้างหน้า นางมิอาจเสียเวลาได้แม้เพียงชั่วลมหายใจ ผิงผิง…เจ้าตัวน้อยหายไป หญิงสาวรู้ดีว่าหากไม่รีบตามหา นางอาจต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปเลยก็ได้เมื่อเร่งตามหามาถึงกำแพงด้านหลังจวนสถานที่อันพบบางสิ่งปกติ ดวงตาคมจับจ้องเข้ากับบางสิ่งที่ตกอยู่บนพื้นหญ้า ด้ายไหมสีแดงปักเป็นลวดลายละเอียดอ่อน ถุงหอมใบเล็กที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดี สีครามอ่อน…ถุงหอมของผิงผิงหัวใจของจางจิ่วเม่ยกระตุกวูบจางจิ่วเม่ยจำได้ดี…นางเป็นผู้เย็บถุงหอมนี้ด้วยมือตนเอง ด้ายทุกเส้น ทุกปมล้วนร้อยเรียงจากความรักของมารดา นางให้ลูกสาวพกติดตัวเสมอ…แต่ตอนนี้มันกลับตกอยู่ที่นี่?หญิงสาวคุกเข่าลงหยิบมันขึ้นมาแนบกับมือ ปลายนิ้วที่มักสุขุมและเยือกเย็นสั่นไหวเล็กน้อย นางเม้มริมฝีปากแน่น มองดูรอบ ๆ หากผิงผิงเพียงเล่นซุกซน แล้วเหตุใดถุงหอมนี้จึงตกอยู่สายตาของนางไล่มองไปตามแนวพุ่มไม้…และแล้ว สิ่งที่ดึงความสนใจของนางได้ ก็คือช่องขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในเงาของพุ่มไม้ใหญ่ช่องหมาลอดจางจิ่วเม่ยขยับเข้าไปใกล้ นางใช้มือแหวกพ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   อย่าเป็นอันใดไป

    สี่ อย่าเป็นอันใดไปเวลาต่อมาทางด้านจางจิ่วเม่ยเพิ่งเสร็จสิ้นการสนทนากับแขกอีกสองวันต้องไปเมืองหลวงแม้จะไม่ได้เต็มใจแต่ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้โดยให้ขบวนของตระกูลจางที่เดินทางมาเข้าพักที่เรือนซอมซ่อท้ายจวน ซึ่งปกติเป็นเรือนเปล่าทิ้งร้าง ไม่ใช่เรือนหลักของตระกูลอู๋นางมิได้ใส่ใจมากนัก…แต่ในขณะที่จางจิ่วเม่ยกำลังคิดวางแผนการเดินทางในอนาคตอันใกล้อยู่นั้นเอง…"คุณหนูเจ้าคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"เสียงตะโกนแหลมของสาวใช้ผู้หนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู นางรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา ท่าทางของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตระหนกและหวาดหวั่น"มีอันใด ไยเจ้าจึงทำสีหน้าเช่นนั้น" จางจิ่วเม่ยขมวดคิ้ว นางไม่คุ้นเคยกับการที่สาวใช้ของตนตกใจถึงเพียงนี้ก่อนที่สาวใช้จะเอ่ยคำใดต่อ มีเสียงเด็ก ๆ ดังแทรกขึ้นมา"ท่านอา! ท่านอา!"เด็กน้อยสามคน สหายของผิงผิง วิ่งตามหลังสาวใช้มาต้อย ๆ ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความไร้เดียงสา"ผิงผิงเก่งเกินไป พวกเราหาไม่เจอเลย!""ใช่! ผิงผิงไปซ่อนที่ใดก็ไม่รู้!"จางจิ่วเม่ยฟังแล้วรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล…เด็กพวกนี้ยังเล็กนักย่อมไม่รู้ถึงความผิด

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   คงกลัว

    คงกลัว“เจ้าค่ะ”"คิดถึงและคงกลัวข้าลำบากถึงขนาดส่งรถม้าเก่าซอมซ่อเช่นนั้นเดินทางไกลมารับข้ากลับจวนเลยรึ"แม่นมเฒ่ารู้ทันทีว่าหากนางกล่าวอะไรออกไป จะกลายเป็นคนที่ถูกระบายโทสะอีกครั้งดังนั้นปากคล้ำจึงพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนที่ร่างของนางจะยิ่งหวาดกลัวจนตัวสั่น เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหญิงสาว"หากเจ้ายังไม่พูดความจริงอีก...ข้าจะให้เจ้าโขกศีรษะต่อ"ดวงตาของแม่นมเฒ่าเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น นางรีบคุกเข่าลงต่ำกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทาไปหมด"ข้า...ข้าน้อยบังอาจ... มิกล้าโป้ปดต่อไปแล้วเจ้าค่ะ! ความจริงก็คือ...ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการลงมาที่จวนตระกูลจาง ให้เรียกตัวองค์หญิงบุญธรรมไปเข้าเฝ้าพระองค์โดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ"บรรยากาศเงียบลงฉับพลันจางจิ่วเม่ยหรี่ตาลง"ที่แท้ก็เพราะมีเหตุจำเป็น...จึงสร้างเรื่องทำดีกับข้านี่เอง" นางถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงเย้ยหยัน "สงสัยว่าท่านพ่อกับฮูหยินใหญ่ของข้านั้นลืมอดีตที่เคยทำไว้กับข้าแล้วกระมัง"“...”“ได้ ข้าจะกลับไปในอีกสองวัน”จางจิ่วเม่ยแสยะยิ้มก่อนหันหลังเดินเข้าจวน โดยมิแม้แต่จะหันกลับไปมองแม่นมเฒ่าที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังดวงตาของหญิ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   เล่นซ่อนหาจนเกิดเรื่อง

    สาม เล่นซ่อนหาจนเกิดเรื่องบรรยากาศรอบลานหินหน้าจวนกลับร้อนระอุไปด้วยความตึงเครียดแม่นมเฒ่าผู้หยิ่งยโสเมื่อครู่บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ร่างของนางยังคงทรุดอยู่บนพื้นเนื่องจากแรงตบของจางจิ่วเม่ย มุมปากยังคงเปื้อนเลือดจากแรงสะบัดมือของหญิงสาวตอนแรกนางยังพยายามทำใจดีสู้เสือ หวังใช้อำนาจของฮูหยินใหญ่แห่งจวนตระกูลจางข่มขู่แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘กบฏ’ และเห็นท่าทีเฉียบขาดของไร้ความลังเลของเจ้านายสาวตรงหน้า ความกลัวก็เข้าจู่โจมร่างของนางอย่างสมบูรณ์นางมิใช่คนโง่เง่าเมื่อเห็นว่าผู้คุ้มกันของจวนอู๋เริ่มเคลื่อนไหวไปตามคำสั่งของจางจิ่วเม่ย นางก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองถึงคราวซวยแล้วจริง ๆ"ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าน้อยสมควรตาย ได้โปรดเมตตาให้อภัยข้าด้วยเถิด!" หญิงชรารีบคุกเข่าก้มศีรษะกระแทกพื้นจนเกิดเสียงกระทบหินดังตึก! ตึก! ตึก!"ข้า...ข้าน้อยมันแก่จนโง่เง่าไปหมดแล้วเจ้าค่ะคุณหนู" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "...ที่บังอาจล่วงเกินเจ้านายเช่นคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยรู้ตัวแล้วเจ้าค่ะ! ได้โปรดเมตตาข้าเถอะ!"แต่จางจิ่วเม่ยหาได้ตอบรับคำขอนั้นไม่ หญิงสาวปล่อยให้หญิงชราโขกศีรษะกับพื้นอีกหลายครั้งเพื่อรอคอยใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status