แชร์

7จับเป็นตัวประกัน

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-03 14:21:35

บทที่เจ็ด

จับเป็นตัวประกัน

แสงสุดท้ายของตะวันกำลังจางหายไป ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง เงาของป่าเขาค่อย ๆ กลืนกินแสงสว่าง สร้างบรรยากาศอันน่าหวาดระแวงยิ่งขึ้น

แผนการขององค์ชายใหญ่หวางเสี่ยเฟิงดำเนินไปตามที่พระองค์วางไว้

เด็กชายตัวเล็กที่เป็นเหยื่อล่อเดินแบกตะกร้าไม้ใส่สมุนไพรและปลาตัวเล็ก ๆ เดินตามทางที่ลัดเลาะลงมาจากเชิงเขา ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ท่าทางไม่ระแวงสิ่งใดเลย

แต่ที่จริงแล้ว…ทุกฝีก้าวของเขา ล้วนตกอยู่ในสายตาของคนที่ซุ่มดูอยู่อย่างเหล่าทหารปฏิบัติการ

ก่อนหน้านี้ชาวบ้านในตลาด ร้านอาหาร และโรงเตี๊ยม ล้วนถูกกำชับให้พูดถึงเด็กชายคนนี้เสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว

"วันนี้เจ้าลูกชายข้าขึ้นเขาไปคนเดียว กลับมาอีกทีก็ใกล้ค่ำแล้ว"

"เด็กนั่นเก่งนัก หาเห็ดป่ากับสมุนไพรได้เก่งกว่าใครเลยล่ะ!"

คำพูดเหล่านี้ถูกส่งต่อไปตามร้านค้าต่าง ๆ อย่างจงใจ พวกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่คงได้ยินหากมีความโลภมากพอย่อมตกหลุมพรางเป็นแน่

ความจริงแล้วองค์ชายใหญ่ไม่ได้คิดว่าแผนการจะเห็นผลเร็วขนาดนี้ ทว่า…คงเป็นคนร้ายกลับโลภมากเกินไป พวกมันมิอาจต้านทานโอกาสเช่นนี้ได้

เพราะไม่นานพวกมันก็เผยตัวออกมา

ฟึบ!

ชายฉกรรจ์สามคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ พวกมันสวมเสื้อผ้าสีทึบ ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมดำ หนึ่งในนั้นตรงเข้าหาเด็กชาย มือหยาบกระชากตัวเด็กขึ้นอย่างไม่ปรานี

"อื้อ! ปล่อยข้านะ!" เด็กชายดิ้นรน แต่แรงของเด็กตัวเล็กไม่มีทางสู้พวกมันได้

ซวบ!

กระสอบหยาบถูกคลุมทับลงบนตัวเด็ก

พวกมันมิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย อุ้มกระสอบขึ้นพาดบ่า ก่อนรีบพาเด็กน้อยหนีหายไปทางป่า

ขณะที่ทุกอย่างเกิดขึ้นนั้น ทหารซึ่งซุ่มอยู่รอบๆ มิได้เคลื่อนไหวทันที

พวกเขารอ…รอให้พวกมันพาเด็กไปยังรังของพวกมัน

เพราะเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่จับโจรสามคนนี้ แต่เป็นการทำลายขบวนการค้ามนุษย์ให้สิ้นซากสักที

จางจิ่วเม่ยมองทุกอย่างอยู่บริเวณห่างไกลจากบริเวณเกิดเหตุ เนื่องจากพื้นที่ปลอดภัยที่อนุญาติให้อยู่คือทางด้านกลุ่มทหารกำลังเสริมนั่นเอง

หัวใจของนางร้อนรนเหมือนไฟเผา

นางกำมือแน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือ ความรู้สึกอัดแน่นในอก นางอยากจะกระโจนออกไปเพื่อช่วยเด็กน้อยคนนั้นแม้เห็นเพียงไกล ๆ เช่นนี้

แต่ก็ได้แต่คิดเพราะนี่คือแผนการจับโจรของพวกเขา หญิงสาวรู้ดี ตอนนี้นอกจากเฝ้ามองอยู่ที่ห่างไกลแล้วก็ได้เพียงแค่คิดกังวล จิตใจว้าวุ่นเท่านั้น

ผิงผิงจะอยู่ที่นั่นด้วยหรือไม่?

หากลูกสาวอยู่ที่นั่น ลูกน้อยจะเป็นอันตรายหรือไม่นะ

เวลาผ่านไปไม่นาน พวกโจรพาเด็กไปยังถ้ำรกร้างที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง

นี่คงเป็นรังกลบดานของพวกมัน...ที่ซึ่งมีเด็กคนอื่นอาจถูกกักขังอยู่ภายใน

มือหนาของหัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการยกขึ้นและนี่ก็คือสัญญาณของการเริ่มปฏิบัติการ

องค์ชายใหญ่ที่ซุ่มอยู่กับทหารของตนเอง แค่นยิ้มบาง ๆ ก่อนสะบัดพัดในมือ

“ได้เวลาแล้ว จัดการให้หมด…อย่าปล่อยให้ผู้ใดหนีรอดไปแม้แต่คนเดียว”

ซวบ! ซวบ!

เสียงฝีเท้าของทหารเรือนร้อยเคลื่อนตัว พวกเขากระจายกำลังกันล้อมถ้ำไว้ทุกด้าน

แสงคบเพลิงวูบไหวสะท้อนกับใบดาบและหอก ทุกอย่างเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบ

ขณะที่ทหารเริ่มบุกเข้าไปในถ้ำ เสียงโห่ร้องของพวกโจรดังขึ้น!

"พวกเราถูกล้อม!"

"เป็นพวกทหาร"

เสียงการต่อสู้ปะทุขึ้นภายในถ้ำ เสียงกรีดร้อง เสียงอาวุธปะทะกันดังสะท้อนไปทั่วป่า

จางจิ่วเม่ยยืนตัวแข็งอยู่ด้านนอก หัวใจเต้นระรัว นางมิอาจห้ามความวิตกกังวลของตนเองได้

เสียงดาบกระทบกันดังขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไปเป็นดั่งการลงทัณฑ์ต่อความอดทนของนาง

"ผิงผิงอยู่ข้างในหรือไม่...ผิงผิงลูกแม่อย่าเป็นอะไรไปเลย"

ทุกความคิดโหมกระหน่ำในใจของนาง

แล้วจู่ ๆ มีทหารนายหนึ่งรีบวิ่งออกมาจากปากถ้ำ!

เขาวิ่งตรงไปยังหัวหน้าของตนเองซึ่งคือองค์ชายหวางเสี่ยเฟิง ท่าทางของทหารหนุ่มตื่นตระหนก จางจิ่วเม่ยมองจากที่ไกล ๆ จับจ้องไปที่เงาร่างทหารคนนั้น มือของนางเย็นเฉียบ

ดูเหมือนเขากำลังรายงานบางเรื่อง...

พวกนางอยู่ไกลมากจึงไม่สามารถเห็นสีหน้าและได้ยินทำพูดของพวกเขาได้เลย

ทางด้านองค์ชายใหญ่หวางเสี่ยเฟิงยืนตระหง่านอยู่หน้าโพรงถ้ำ แววพระเนตรเฉียบคมจับจ้องไปยังทหารใต้บังคับบัญชาที่รีบร้อนวิ่งออกมารายงาน ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่วูบไหวสะท้อนเงาสีแดงสลัว ทหารนายหนึ่งคุกเข่าลง ลมหายใจของเขาหอบหนัก สีหน้าตื่นตระหนกเต็มที่

"องค์ชายพะย่ะค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"

องค์ชายใหญ่ยังคงยืนนิ่ง สีพระพักตร์ของพระองค์มิได้แสดงอารมณ์ตกใจหรือหวาดหวั่น แต่กลับฉายแววเย็นชา ราวกับคาดเดาไว้แล้วว่ามันการจะจบคดีนี้อาจไม่ง่ายถึงเพียงนั้น

ทหารที่คุกเข่าอยู่ยังคงรายงานต่อ

"ตอนนี้หัวหน้าคนร้ายจับเด็กที่พวกมันลักพาตัวมาเป็นตัวประกันพะยะค่ะ มันขู่ว่าหากพวกเรายังไม่ถอยและไม่ปล่อยพวกมันไป มันจะฆ่าเด็กผู้นั้นในทันที"

ดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ หรี่ลงเพียงเล็กน้อย

เสียงโหวกเหวกจากภายในถ้ำยังคงดังออกมา เสียงร้องไห้ของเด็ก เสียงตะคอกของพวกโจร และเสียงกรีดร้องอันตื่นตระหนกของเด็กน้อยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง

"เช่นนั้นหรือ"

องค์ชายใหญ่ตรัสออกมาเพียงเบา ๆ แต่กลับทำให้ทุกคนรอบข้างเงียบกริบ

ทหารที่คุกเข่าต่อหน้าพระองค์ยังคงรอรับคำสั่ง

แต่แทนที่จะออกคำสั่ง…

หวางเสี่ยเฟิงกลับก้าวเท้าตรงเข้าไปในถ้ำ

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าทหาร พระองค์มิได้ลังเลแม้แต่น้อย ฝีเท้าของพระองค์แน่วแน่และรวดเร็วราวกับกำลังเข้าไปสู่สนามล่า มิใช่สนามรบ

บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง ทุกคนต่างเฝ้ามองร่างสูงที่หายเข้าไปในความมืด

ห่างออกไป…

จางจิ่วเม่ยยืนมองจากระยะไกล มือของนางเย็นเฉียบ

นางมองเห็นเพียงเงาการเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารจากเมืองหลวง ดูเหมือนว่า…สีหน้าของพวกเขาตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม

บางสิ่งต้องผิดแผนแน่!

หัวใจของนางเต้นแรง นางพยายามเพ่งสายตาไปยังปากถ้ำ แต่มองไม่เห็นว่าภายในนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง

ลางสังหรณ์ในอกของนางรุนแรงยิ่งขึ้น…

"ผิงผิงของข้า…"

นางจะรออยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร?

แม้ว่าจะรู้ว่าการบุกเข้าไปในถ้ำตอนนี้เป็นเรื่องอันตราย แต่ความเป็นแม่ของนางไม่อาจให้รออยู่เฉยได้อีกต่อไป!

จางจิ่วเม่ยวิ่งพุ่งออกจากที่ซ่อนทันที!

"คุณหนู กลับมาก่อน!" เสียงตะโกนของสาวใช้ที่อยู่ด้านหลังดังขึ้น แต่ไม่มีสิ่งใดจะรั้งฝีเท้าของนางได้อีกแล้ว

"จางจิ่วเม่ย!"

เสียงของเจ้าเมืองเฒ่าดังก้องอยู่ด้านหลัง แม้แต่ท่านลุงเจ้าเมืองก็หยุดยั้งนางไม่ทัน ร่างบางวิ่งฝ่าผ่านกลุ่มทหารของตระกูลอู๋ตรงไปยังปากถ้ำ ฝีเท้าของนางเบาและรวดเร็วยิ่งนัก ว่องไวขนาดที่สามารถวิ่งปราดแซงทหารฝีมือดีบางคนจนนำหน้าได้

หญิงสาวในเวลานี้ไม่สนว่าการกระทำนี้จะหุนหันพลันแล่นเพียงใดเสียแล้ว

หากผิงผิงอยู่ข้างใน…นางต้องช่วยลูกสาวตัวน้อยออกมาให้ได้

เจ้าเมืองเฒ่าทำได้เพียงตวัดมือตะโกนสั่งทหารของตนเอง

"ตามนางไป!"

แต่ช้าไปแล้ว…

เงาร่างของจางจิ่วเม่ย หายเข้าไปในความมืดของถ้ำเสียแล้ว…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   49สี่จากห้าเป้า

    บทที่สี่สิบเก้าสี่จากห้าเป้าหลังจากช่วงร่วมดื่มน้ำชากับฮองเฮาสิ้นสุดลง เหล่าสตรีและบุรุษทั้งหลายก็ได้รับคำเชื้อเชิญให้เคลื่อนตัวไปยังลานกว้างด้านหลังศาลาบุปผาสุกสงบ ซึ่งตกแต่งด้วยผืนพรมยาวและพุ่มบุปผาชาติบานสะพรั่ง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดแผ่วอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ สองข้างทางส่วนใหญ่มีต้นหลี่ที่ดอกผลิบานตามทางทอดไปยังสนามจัดกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นทหารองครักษ์ยืนเรียงเป็นแถวเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยอยู่สองฟากทางเดิน หากแหงนหน้าขึ้นไปหน่อยจะเห็นเป้าธนูถูกแขวนอยู่ตามกิ่งต้นหลี่ พร้อมรอให้ผู้กล้าทั้งหลายทดสอบฝีมือในกิจกรรมต่อไปเสียงฆ้องดังก้องกังวานไปทั่วลานฝึกอันกว้างใหญ่ของวังหลวง ขันทีน้อยผู้ทำหน้าที่แทนฮองเฮาก้าวขึ้นมายังแท่นประกาศ สีหน้าขึงขังกล่าวเสียงดังฟังชัด“วันนี้คือวันฤกษ์งามยามดี ตามพระดำรัสของฮองเฮาแห่งแคว้นหาน ทรงจัดงานขี่ม้าชมบุปผา เพื่อสร้างความรื่นเริงผ่อนคลายแก่เหล่าคุณชายคุณหนูทั้งหลาย และทรงประสงค์จะทอดพระเนตรความสามารถของบุตรหลานขุนนางอันเป็นเสาหลักของแผ่นดิน”เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นจากผู้คนโดยรอบขันทีผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย ก่อนยกมือชี้ไปยังสนามกลางซึ่งตกแต่งด้วยธงผ้าและริ้ว

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   48เจ้าสนิทสนมกับพระโอรสของเรารึ

    บทที่สี่สิบแปดเจ้าสนิทสนมกับพระโอรสของเรารึ“องค์หญิงหนิงเยว่เสด็จ”เสียงขันทีผู้หนึ่งขานก้องพร้อมโค้งตัวถวายคำนับก่อนนำนางเข้าสู่ลานด้านในจัดงานเหล่าสตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างลอบมองกันตาไม่กะพริบ บางคนซุบซิบนินทา บางคนดวงตาจ้องจับผิดอย่างเงียบงัน "นี่หรือ…คุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลจางที่ไปอยู่บ้านนอกเสียหลายปี พอกลับมาก็กลายเป็นองค์หญิงไปเสียแล้วรึ"“ข้าเหมือนได้ยินว่านางได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงตั้งแต่ยังเด็กไม่ใช่หรือ”“ข้ามิเห็นได้ยินข่าวนั้นเลยแม้แต่น้อย”"อ้าวหรือ ข้าคงจำผิดกระมังแต่เห็นว่าที่นางได้รับพระราชทานตำแหน่งครานี้เพราะถวายผ้าไหมชิงหลัวล้ำค่า…""เพียงเพราะผืนผ้า ถึงกับได้รับพระราชทานนามองค์หญิง…หรือว่ายังมีเหตุอื่นแอบแฝง"เสียงเหล่านั้นลอยมาเป็นระลอกเบา ๆ จางจิ่วเม่ยเพียงแค่นยิ้มมิได้ใส่ใจใด ดวงตาคมทอดมองผ่านสวนดอกไม้ตามฤดูที่เบ่งบานอย่างเต็มที่"คุณหนู…เอ่อ…องค์หญิงเพคะ" อาซิ่นที่เดินเคียงข้างเอ่ยเบา ๆ "พวกเขามองมาทางนี้หมดเลยเพคะ""ให้มองไปเถิด เจ้าไม่ต้องสนใจใคร" หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ "ตราบใดที่ข้าไม่คิดทำผิด ก็ไม่มีเหตุผลใดต้องหลบสายตา"จางจิ่วเม่ยก้าวเข้าสู่ลาน

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   47ข้าแทบจะควักปิ่นเสียบหัวนาง

    บทที่สี่สิบเจ็ดข้าแทบจะควักปิ่นเสียบหัวนางช่วงสายของวันภายในเรือนบัวขาว อันเป็นเรือนของคุณหนูใหญ่จวนตระกูลจางอาซิ่นเพิ่งต้มน้ำชาเสร็จ ยังไม่ทันจะยกกาน้ำออกจากเตา เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็วิ่งเข้ามาตามทางเดินของสวนด้านข้าง ก่อนจะปรากฏร่างของสาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบ ๆ ใบหน้าเรียบตึงแฝงความไม่สบอารมณ์ยามต้องมายังเรือนของคุณหนูใหญ่ซึ่งไม่ถูกกับเจ้านายตนเอง“คุณหนูเจ้าคะ...สาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่นำของมาเจ้าค่ะ” จางจิ่วเม่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่างทำเพียงเอ่ยเสียงเบา “ให้เข้ามา”สาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่ยกกล่องไม้ลายสลักโบราณมาวางตรงหน้า พร้อมกับพับผ้าห่อผืนหนึ่งที่ห่อหนังสือหลายเล่มเอาหไว้“ฮูหยินให้ข้าน้อยนำหนังสือบัญชีสินเดิมของอดีตฮูหยินที่ล่วงลับมามอบให้เจ้าค่ะ...รวมถึงกุญแจเรือนเก็บเจ้าค่ะ” จางจิ่วเม่ยรับของอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันไปสั่ง “อาเหมย ไปหยิบรายการสินเดิมที่มารดาข้าเคยเขียนเอาไว้มาเทียบ และเดินไปตรวจสอบสินทรัพย์ในเรือนเก็บของทั้งหมดก่อนรับเดี๋ยวนี้”“!!”“เจ้าค่ะคุณหนู”อาเหมยรับคำ ก่อนจะเดินไปพร้อมกับสาวใช้ของแม่เลี้ยงที่ดูท่าทางไม่ใคร่เต็มใจนักเว

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   46ฮูหยินใหญ่สำคัญตัวผิดไปหรือไม่

    บทที่สี่สิบหกฮูหยินใหญ่สำคัญตัวผิดไปหรือไม่ถึงเวลาที่จางจิ่วเม่ยต้องกลับมายังจวนตระกูลจางซึ่งเปรียบเสมือนบ้านแต่เพียงในนามของนางเท่านั้น รถม้าคันเล็กเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้าจอดหน้าจวนตระกูลจาง เมื่อจางจิ่วเม่ยก้าวลงจากรถม้า สายตาของนางทอดมองไปรอบ ๆ อย่างเฉยเมยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือจางจิ่วเม่ยต้องกลับมาคือนางมีธุระต้องเร่งสะสางก่อนที่เรื่องจะบานปลายนำหายนะมาให้นางในที่สุดเสียงรองเท้ากระทบพื้นศิลาอย่างมั่นคงดังขึ้นจากด้านใน ไม่นานนักร่างสูงของจางเซียวเจ๋อก็ปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดขุนนางเรียบร้อย มีบ่าวคนสนิทเดินตามหลังมาสองสามคนดวงตาของบิดาและบุตรสาวสบกันเพียงครู่เดียวเนื่องจากชายชรารีบเบือนสายตาหนีราวกับไม่เห็นบุตรีคนโตหรือไม่ก็คิดว่านางเป็นอากาศธาตุหนึ่งเท่านั้นเขาเดินผ่านนางไปโดยไม่เอ่ยแม้แต่คำทักทายสั้น ๆ ไม่หยุดชะงัก และไม่ชายตามองบุตรีคนนี้อีกเลยจางจิ่วเม่ยยืนนิ่ง นางไม่ได้เรียก ไม่ได้ขยับ ยังคงยืนอยู่ที่เดิมให้บิดาเดินผ่านไปราวรูปปั้นแกะสลักบ่าวผู้หนึ่งที่คอยเปิดประตูให้จางเซียวเจ๋อเห็นเหตุการณ์นั้นเต็มตา แต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดราวกับคุ้นชินกับภาพเช่นนี้มานานแล้วหญิงสาวหล

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   45ฤดูแล้งจะผันเปลี่ยน

    บทที่สี่สิบห้าฤดูแล้งจะผันเปลี่ยนรถม้าสีดำคันใหญ่เคลื่อนตัวต่อเนื่องเข้าสู่เส้นทางซับซ้อนที่โอบล้อมด้วยแมกไม้แน่นหนา สองข้างทางมีต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายบดบังทิวทัศน์ไม่ให้เห็นทางเข้าออกได้ง่าย ภายในรถยังคงเงียบงัน องค์ชายใหญ่เอนหลังนิ่งเฉย ดวงตาเหม่อมองนอกหน้าต่าง ทว่าแววตากลับเฉียบคมและเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะเมื่อรถม้าเคลื่อนตัวมาถึงคฤหาสน์ตากอากาศ ทหารเวรประจำการที่ประตูหน้าเคลื่อนตัวเข้ามาทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มผงกศีรษะรับก่อนหันไปสั่งทหารของตน“พาตัวนางลงมา”ทหารสองนายก้าวขึ้นรถม้า ใช้ผ้าดำเนื้อหนาผืนหนึ่งปิดดวงตาของสตรีผู้ที่เพิ่งถูกประมูลก่อนานางลงมา“ทำ...ทำไมต้องปิดตาข้าน้อยด้วยเจ้าคะ...” นางเปล่งเสียงออกมาสั่นเครือ ร่างกายสั่นน้อย ๆราวกับกำลังหวาดกลัวทว่าไม่มีผู้ใดตอบ ทำเพียงลากแขนพาร่างบอบบางนั้นลงจากรถม้า ท่ามกลางการเฝ้ามองขององค์ชายหวางเสี่ยวเฟิงพอเท้าเหยียบพื้นหินของลานในจวน ทหารสองนายดันหลังพานางเดินอ้อมผ่านเรือนใหญ่ไปยังส่วนท้ายสุดของคฤหาสน์ ที่ซึ่งมีเรือนหลังหนึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากจุดอื่น อยู่ในบริเวณที่ห่างไกลสายตาผู้คนในจวนเรือนหลังนั้นแม้มีขนาดไม่ใหญ่

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   44ชดใช้หนี้หนึ่งข้อ

    บทที่สี่สิบสี่ชดใช้หนี้หนึ่งข้อบรรยากาศภายในรถม้าเงียบงันราวกับทุกสรรพเสียงถูกกลืนหายไปกับบทสนทนาก่อนหน้า มีเพียงเสียงล้อรถเคลื่อนผ่านถนนดินเบา ๆ เท่านั้นที่ย้ำเตือนว่ายามนี้โลกภายนอกยังคงหมุนต่อไปหวางเสี่ยวเฟิง ยกมือขึ้นประสานนิ้วไว้บนตัก พลางปรายตามองเด็กชายตัวน้อยที่หลับสนิทอยู่ข้างกายสตรีผู้กล้าทำเรื่องบ้าบิ่นราวกับไม่กลัวว่าตนเองจะเดือดร้อน“หากเจ้ายังคิดไม่ออกว่าจะให้เด็กผู้นั้นไปอยู่ที่ใดต่อเช่นนั้นเจ้า…ยกเขาให้ข้าเถอะ”จางจิ่วเม่ยที่กำลังห่มผ้าผืนบางให้เด็กน้อยชะงักมือทันที ดวงตางามวาววับหันมาจ้ององค์ชายหนุ่มอย่างระแวดระวัง“ยกให้พระองค์หรือเพคะ...หม่อมฉันควรเชื่อใจท่านหรือ” นางยิ้มน้อย ๆ ทว่าดวงตากลับไม่ยิ้มตาม “ที่องค์ชายขอเด็กผู้นี้เพราะเหตุใด หรือแท้จริงแล้วท่านก็มีความคิดไม่ต่างจากบุรุษหื่นกามในโรงประมูล...”หวางเสี่ยวเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“เจ้ากล้าพูดวาจาเหล่านั้นออกมาได้ ช่างใจกล้ายิ่งนัก…หากข้าคิดอย่างคนพวกนั้น เจ้าไม่มีทางเห็นเด็กนั่นนั่งหลับตาพริ้มพิงเจ้าสบายใจเช่นนี้หรอกกระมัง”“หม่อมฉันก็เพียงพูดดักป้องกันเอาไว้ก่อนเพคะ” จางจิ่วเม่ยตอบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status