เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
9
“ตกลงว่าคุณจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้คะ” ซ่งลี่อินถามขึ้นเมื่อเฉินหวังเหว่ยเอาแต่นั่งหน้าตึง ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ
เพราะระหว่างที่เธอกับฟางไฉ่หลงกำลังพูดจากันอยู่ เฉินหวังเหว่ยก็กลับเข้ามาที่บ้านพอดี ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้เขาถึงได้กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน
เมื่อเขานั้นมาถึงก็ออกจะตกใจเล็กน้อยที่เห็นฟางไฉ่หลงที่นี่ เพียงแค่แวบเดียวเขาก็ปรับสีหน้ามาเหมือนดังเดิม
ซ่งลี่อินจึงไม่รอช้า จึงได้พูดเรื่องที่เกิดก่อนหน้าที่เขานั้นจะมาทั้งหมด โดยที่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง
“ลี่อิน ผมอยากให้คุณใจเย็นๆก่อน” เฉินหวังเหว่ยตัดสินใจพูดออกมา เพราะเขาเองก็ไม่ร้ที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
“ฮึ..ถ้าคุณตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันจะเป็นคนที่ตัดสินใจในเรื่องนี้เอง” ซ่งลี่อินไม่ใช่นางเอกในนิยายนะที่จะมาร้องไห้ฟูมฟายให้น่าสงสาร ในเมื่อคิดกันไม่ได้เธอเองนี่แหละที่จะตัดสินใจให้เอง
“พี่เหว่ย พี่ต้องไม่ทิ้งฉันกับลูกนะคะ” ฟางไฉ่หงรีบออดอ้อนคนรักทันที อย่างไแล้วเธอจะต้องมาอยู่ที่นี่ให้ได้ และก็จะต้องได้เป็นคุณนายผู้พันให้ได้ด้วย เธอจะไม่ยอมเสียโอกาสไปอีกแล้ว
“แต่นี่ก็…” เฉินหวังเหว่ยก็อยากที่จะพูดออกมาเหมือนกัน ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขานั้นก็เป็นภรรยาของเขาเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะเคยมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวก็ตาม แต่ยังไงเธอก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา และก็ยังมีลูกชายตัวน้อยด้วยกันอีกด้วย
“ว่ายังไงคะสามี” ลี่อินถามพร้อมรอยยิ้ม เพราะเธอพอที่จะเดาออกว่าเฉินหวังเหว่ยนั้นจะพูดอะไรออกมา อย่ามาใช้คำพูดแบบนั้นกับเธอเลยดีกว่า เธอไม่หลงคารมหรอกนะ แล้วเรื่องที่จะให้เธออยู่แบบสามคนผัวเมียเธอก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ
“เอ่อ..คือผม” ตอนนี้เขานั้นไม่อยากที่จะหย่ากับเธอ เพราะเขานั้นเองก็รักลูกชายเหมือนกัน และเขาก็ไม่ต้องการแยกทางกับเธอเพราะได้รับปากพ่อของลี่อินไปแล้ว เขาไม่อยากที่จะผิดคำพูดกับคนตาย แล้วอย่างนี้เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องเจอกันในปรโลก แล้วเขานั้นจะกล้าไปขอขมาพ่อของลี่อินได้อย่างไร
“ในเมื่อคุณไม่สามาถที่จะตัดสินใจได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคนตัดสนใจเองดีหรือเปล่าคะ” ลี่อินพูดเสียงเข้ม ไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเหมือนก่อนหน้านั้นอีกแล้ว เธอชักจะลำคาญเต็มทน มันมีอะไรที่ต้องคิดมากกันล่ะ ก็แค่พูดมันออกมาแค่นั้นเอง
“หวังเหว่ยคะ ในเมื่อเราทั้งสองคนไม่ได้รักกัน เราก็หย่ากันเถอะค่ะ” ในเมื่อเขาไม่พูด เธอก็พูดออกมาเสียเลย
“ลี่อิน!!!” เฉินหวังเหว่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจมาก เขาไม่คิดว่าภรรยาที่ไม่มีปากมีเสียงตลอดมาจะกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้
“หย่าเลยค่ะพี่เหว่ย” ฟางไฉ่หงที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มดีใจออกมา ในที่สุดผู้หญิงคนนี้ก็จะไปให้พ้นทางเธอเสียที เธอรอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้อยู่กับผู้ชายที่เธอรักเสียที
"ลี่อิน ผมว่าคุณอย่าพึ่งตัดสินใจเรื่องนี้ดีกว่านะครับ" เฉินหวังเหว่ยอยากจะคิดเรื่องนี้อีกที ตอนนี้เขายอมรับเลยว่าลังเลมาก เพราะถึงอย่างไรแล้วเราก็มีลูกด้วยกัน
“ฉันว่าเอาแบบที่ฉันพูดเถอะค่ะ ถ้าคุณไม่หย่า ฉันจะยื่นฟ้องกับทางศาลและที่ทำงานของคุณว่าคุณนั้นมีชู้ คุณต้องการแบบนี้หรือเปล่าคะ” เรื่องนี้ถ้าไปถึงศาลและที่ทำงานของเขา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้น
“นี่แก มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ฟางไฉ่หงที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าถอดสีขึ้นมาทันที ถ้าพี่เหว่ยของเธอถูกฟ้องหย่า หน้าที่การงานก็ต้องเสียหายไปด้วย แล้วอย่างนี้ที่เธอเฝ้าอุตส่าห์พยายามมาจะมีผลอะไร
“กล้าดียังไง ในเมื่อฉันเป็นภรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เธอมีสิทธิ์อะไที่จะมาพูดกับฉันแบบนี้” ซ่งลี่อินไม่ยอมถูกต่อว่า เป็นแค่น้อยไม่มีสิทฑิ์มาโอหังกับเธอ
“เอาสิ ฉันไม่ใช่แค่จะฟ้องแค่คุณเท่านั้น เธอเองก็เหมือนกัน ดูซิว่าถ้าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เธอจะทำยังไง” ซ่งลี่อินไม่ได้ขู่ ในเมื่อคนที่ทำผิดก็ต้องยอมรับกับผลกรรมที่ตามมา นี่เธอยอมหย่าด้วยดีมันก็มากเกินพอแล้ว
แต่ถ้าเทียบกับลี่อินที่จากไป เธอคิดว่ามันไม่ได้คุ้มกันเลย
……………………………………………….
ตอนที่ 11 เป็นต้นไป ไรท์ขออนุญาติติดเหรียญนะคะ
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







