Share

บทที่ 37 ม้วนตำรา

last update Tanggal publikasi: 2025-02-23 17:30:06

บทที่ 37 ม้วนตำรา

“ในที่สุดก็เสร็จสิ้นสักที นึกว่าข้าจะตายก่อนเสียแล้ว” หลังจากที่เขียนตัวอักษรสุดท้ายลงบนม้วนตำราเรียบร้อยแล้ว นางก็ถึงกับถอนหายใจยาวแล้วนอนแผ่กายลงบนฟูกหนังสัตว์

ในช่วงสิบวันที่ผ่านมา นางลงมือลงแรงไปกับสิ่งที่เรียกว่าม้วนตำรานี้มากที่สุด เพราะหลังจากที่นางคิดใคร่ครวญมาพักใหญ่ และทบทวนความทรงจำที่มีอยู่ในตอนนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมตัวนางถึงสามารถจำมันได้อย่างชัดเจน ทั้งยังเข้าใจ อ่านออก เขียนได้ ทั้งๆที่ก่อนนางจะตายนั้นนางไม่เห็นจะจำได้เลยว่านางเคยเรียนรู้ภาษาจีนไปตั้งแต่เมื่อไหร่และตอนไหน

แต่ในที่สุดนางก็สามารถสร้างม้วนตำรา ที่จะเอาไว้ใช้สอนเด็กๆได้สำเร็จ

ย้อนความกลับไปก่อนหน้า ถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าทำไมนางถึงสามารถเรียนรู้และเข้าใจภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว แต่นางก็พอจะจดจำได้ว่านางได้เรียนรู้วิธีการสร้างม้วนตำรานี้มาจากอินเทอร์เน็ต 

ในช่วงเวลาหนึ่งที่นางเคยอยากจะเข้าใจ การใช้ชีวิตอยู่แบบในหนังในซีรีย์ที่นางเคยดู ถึงจะเป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ ช่วงหนึ่งในชีวิตของหน้า แต่นางเคยศึกษาการสร้างม้วนตำรานี้อย่างละเอียด

หากอิงตามยุคตามสมัยประวัติศาสตร์และก่อนประวัติศาสตร์แล้ว วัตถุชิ้นแรกๆที่ผู้คนใช้จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ หากไม่นับต้นไม้แล้วก็ ผนังถ้ำ ต่างๆแล้ว ก็จะมีพวกกระดูก สัตว์หนังสัตว์ เกล็ด ที่ถูกบันทึกว่า เป็นตำราในช่วงแรกเริ่มที่สุด

แล้วหลังจากนั้นมาในช่วงยุคแรกของราชวงศ์จีนโบราณ ก็เริ่มมีการใช้ไม้ไผ่แทนสิ่งของอย่างกระดูกสัตว์หรือหนังสัตว์ เนื่องจากความยากง่ายในการจัดหา และการเก็บรักษาที่ง่ายกว่า อีกทั้งภาษาจีนเองก็เป็นหนึ่งในภาษาที่เขียนต่อกันลงมาในแนวตั้ง เมื่อตัวอักษรถูกบันทึกลงบนแผ่นไม้ไผ่ แล้วม้วนเก็บต่อๆกันด้วยเชือกป่านหรือเส้นไหม มันก็จะง่ายต่อผู้ที่จะทำการศึกษาในภายหลัง

วิธีทำเองก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ก็เพียงแค่ตัดไม้ไผ่มาแล้วผ่า ออกตามขนาดที่ต้องการ นำไปเหลาเอาคมออกแล้วตากให้แห้ง จากนั้นใช้เส้นไหม หรือเชือกป่านเท่าที่พอจะหาได้ มาร้อยเรียงต่อๆกันตามจำนวนที่ต้องการ ส่วนจะมากจะน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความหนาของไม้ไผ่ หรือความต้องการของผู้ใช้

ในส่วนของวิธีการทำน้ำหมึกนั้นก็ง่ายไม่แพ้กัน นั่นก็คือการใช้ถ่านของกองไฟที่เหลือจากการเผาไหม้ นำไปบดเป็นผงทิ้งเอาไว้ แล้วจัดทำกาวที่เอาไว้ใช้ในการเชื่อมประสานน้ำหมึกให้เข้มข้น โดยการนำกระดูกสัตว์ หนังสัตว์ และพืชที่มียางเหนียว มาต้มเข้าด้วยกันจนกลายเป็นน้ำเหนียวหนืด เมื่อได้ที่แล้วก็นำไปผสมกับผงถ่านไฟ ก็จะกลายเป็นน้ำหมึกที่พอจะสามารถทนต่อการกระทบกระเทือนได้บ้าง

เมื่อได้ทั้งม้วนตำราและน้ำหมึกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เย่หัวก็ใช้เวลาในตลอดช่วงสิบวันที่ผ่านมา เพื่อทำการจดบันทึกตัวอักษร ต่างๆ ไปตลอดจนถึงสิ่งที่นางคิดว่าจำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่มีทั้งตัวเลขฮินดูอาราบิก ซึ่งนิยมใช้กันในโลกปัจจุบัน เนื่องจากว่ามันง่ายในการคิดคำนวณมากกว่าตัวสอนภาษาจีน

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีบันทึกเรื่องของวัน เวลา ฤดูกาล ค่าเงิน มาตรวัดระยะต่างๆ มาตราวัดพื้นที่ และข้อมูลปลีกย่อยทั้งหมด เท่าที่นางพอจะนึกออก

ซึ่งนางคิดเอาไว้แล้วว่า ก่อนหน้าหนาว จะมาถึงโดยสมบูรณ์ นางจะขอให้พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านช่วยขึ้นไปตัดไม้ไผ่ให้นางมาเพิ่ม เพราะอย่างน้อยที่สุดมันก็ควรจะมีตำราแบบนี้อีกหลายชุด เพื่อให้เด็กๆทุกคนในหมู่บ้านสามารถเรียนรู้และเข้าใจ ได้ แล้วเพื่อว่าเผื่อผู้ใหญ่เองก็ต้องการจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ก็จะได้ไม่ต้องมายื้อแย่งตำราชุดเดียวนี้กัน

ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยที่ผู้คนหวั่นเกรงสำหรับการขึ้นเขา นางก็แค่ให้เจ้าสังเป็นผู้คุ้มกันตามขึ้นไปด้วย ก็คงจะสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้

ซึ่งในระหว่างนั้นเองนางก็อยากที่จะสอนให้เด็กๆ เรียนรู้และเข้าใจตัวอักษรเหล่านี้ก่อน เพราะนางก็ไม่คิดที่จะคัดลอกตัวอักษรทั้งหมดลงไปในม้วน ตำราอีกหลายๆชุดเช่นเดียวกัน 

ถ้าหากไม่ติดว่านี่เป็นความต้องการของตัวนางเอกแล้วล่ะก็ จริงๆนางก็แทบจะถอดใจไปตั้งแต่เขียนตำราม้วนแรกแล้ว...

“เสร็จแล้วก็พอเท่านี้ดีกว่า ปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเลย” นางเปรยกับตัวเองเบาๆ “รีบเข้านอนดีกว่าพรุ่งนี้จะได้เข้าหมู่บ้านแต่เช้า เห็นว่าน้องของหัวหน้าหมู่บ้านกลับมาด้วย แถมยังเอาของกลับมามากมาย เผื่อจะมีอะไรที่ข้าอยากได้สักอย่างสองอย่าง...

ถ้ามีพวกเครื่องปรุงเครื่องเทศมาบ้างก็คงจะดี กินแต่อาหารเดิมๆ เบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

.................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)

    บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)จากแสงของดวงตะวันที่เริ่มอ่อนแรงลงในยามโพล้เพล้ เปลี่ยนเป็นแสงสว่างที่สาดกระทบลงมาทั่วหุบเขาในเสี้ยวพริบตา ทำให้ชาวบ้านทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปโดยเฉพาะความรู้สึกเคารพ นอบน้อม และหวั่นเกรงต่อแสงสว่างเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาทุกคนจะไม่สามารถมองเห็นต้นเหตุของแสงสว่างเหล่านั้นได้ แต่ว่าความรู้สึกของพวกเขาทุกคน แทบจะไม่แตกต่างกันเลยและในเวลาเดียวกัน สายตาของทุกคนก็หันมองไปทางนางเซียนน้อยของพวกเขา ผู้ซึ่งนำพาแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์สงบร่มเย็นมายังหุบเขาแห่งนี้ ที่ตอนนี้แม้แต่ตัวนางเองก็ยังมองไปยังฟากฟ้าไม่แตกต่างจากทุกคน...ส่วนที่แตกต่างกันนั้นก็คงจะเป็นภาพ ที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของเยว่หัวนั้น มันเป็นกลุ่มก้อนรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์โปร่งใส แต่มีขนาดและสีสันต์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ตัวเล็กๆ กว่าปลายเข็ม ไปจนกระทั่งตัวโตจนสูงกว่ายอดเขาที่สูงที่สุดด้วยซ้ำ...“ไม่อยากจะเชื่อ ตกลงว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่...”เยว่หัวมองไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้าของนาง ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดไปไกลเกินกว่านั้น

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์

    บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์อีกไม่นานหลังจากนี้...ดินแดนแห่งนี้จะเป็นที่กล่าวถึงของผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ที่เคยเป็นดินแดนแห่งความตายดินแดนแห่งนี้ที่ผู้คนเคยหลีกหนีดินแดนแห่งนี้ที่เคยถูกทอดทิ้งโดยผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ ที่แทบจะไม่เหลือใครในอีกไม่กี่ปีต่อมา ถ้าหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆดินแดนแห่งนี้ ที่ผู้คนภายนอกส่วนใหญ่ต่างมองว่า มันคือดินแดนที่ตายไปแล้วดินแดนแห่งนี้คือหุบเขาที่มีเพียงแค่ความแห้งแล้ง ที่มีเพียงแค่ซากแห่งชีวิต ที่ค่อยๆ แห้งเหือดลงไปในทุกทุกขณะมันคือดินแดนแห่งความสิ้นหวัง ที่ไม่มีใครอยากจะไปเข้าใกล้มัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นดินที่แห้งแล้ง ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร แล้วยังมีความลับต่างๆมากมาย ที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วนในตลอดระยะเวลา 10 ปี จนทำให้ภูเขาแห่งนี้ เป็นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสมบูรณ์ เพราะว่าแม้แต่คนภายในเองก็ยังพยายามที่จะหลีกหนี พวกเขาพยายามที่จะกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดออกมาจากดินแทนแห่งนั้น…แต่อยู่มาวันหนึ่ง...ดินแดนที่เคยไร้ซึ่งชีวิตและความหวัง ก็ได้เกิดปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน จนผู้คนที่พบ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)

    บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)“…!!”ในทันทีที่ชาได้สติขึ้นมา มองไปยังใบหน้าของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างออก ปากอ้าหุบอ้าหุบพะงาบพะงาบราวกับต้องการจะพูดบางสิ่งบางอย่างออกไป แต่เขารู้ดีว่าความหวังของเขามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้ใบหน้านั้นจักคุ้นเคยและคล้ายคลึงกับคนที่เขาเฝ้าตามหามาช่วยชีวิตสักแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่ใครสักคนหนึ่งจะมีใบหน้าเหมือนอีกคน ขนาดนี้จะเป็นคนคนเดียวกัน...‘บางทีอาจเป็นข้าเองที่จำผิด...’เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วดึงสติกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเขาจะช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว…“พระคุณเจ้าขอรับ...”“เรารู้ว่าเจ้ามหาเราทำไม พูดออกมาเถิดเพราะว่าเจ้าคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเรานั้นสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้”สิ่งที่พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้นกล่าวออกมานั้นไม่ผิดเลย สำหรับคนที่เคยเข้าเฝ้าพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้ามาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน สำหรับเขาที่มีชีวิตอยู่มานานมากขนาดนั้น มีหรือที่เขาจะไม่รู้ในข้อนี้เพราะว่าสำหรับพระที่บรรลุอรหันต์แล้ว

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)

    บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)#บทนี้เป็น บท ย่อยแยกอีกบทหนึ่งนะครับ#ย้อนกลับไปในตอนก่อนที่เขาจะมอบระฆังธรรมให้กับเพื่อน ในขณะนั้นชาได้สังเกตเห็น ถึงความตั้งใจที่จะสั่งสอนธรรมะของเพื่อน แต่ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การที่นางไม่สามารถจดจำข้อธรรมใดๆ ได้มากนักก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเนื่องจากว่าการที่เขาได้ทำการล้วงเอาจิตของนางขึ้นมาจากนรกนั้น มันเป็นเรื่องที่ทำการฝืนชะตากรรมของคนคนหนึ่ง และการที่เขา เรียกดวงจิตเดิมของนางที่ควรจะแตกดับไปนานแล้ว ตลอดไปจนถึง สัญญาสังขารและวิญญาณแต่เดิมของนาง ในภพแรกที่พวกเขาทั้ง 2 คนได้เจอกันโดยวิธีการเปิดพระธรรมคำสั่งสอนจากระฆังธรรม ให้ดวงจิตที่แตกสลายของนางได้ฟังซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยาวนานนับหมื่นปีกว่าที่ดวงจิตของนางจะสามารถเรียกสติกลับคืนมาได้อีกครั้ง ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เหล่าสัตว์นรกบางส่วนที่พอมีฤทธิ์สามารถแทรกออกมายังบนโลกอีกครั้ง...และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมจู่ๆ นางถึงเหมือนกับว่า สามารถอธิบายข้อธรรมคำสั่งสอนทั้งหลาย ออกมาได้ราวกับเคยศึกษามันมาอย่างถ่องแท้ ทั้งๆ ที่ตัวนางแทบจะไม่เคยศึกษาเรื่องราวในแน

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   คุยกันแบบจริงจังก่อนขึ้นเล่มสาม(เนื้อเรื่องที่แท้จริง)

    ก่อนอื่นเลยที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้(น่าจะเหลือไม่ถึง1/10ของคนที่หลงเข้ามาที่จะเดินมาจนถึงจุดนี้) ดีใจที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงจุถดเริ่มต้นที่แท้จริงของนิยายเรื่องนี้ครับใช่แล้วครับ…ตั้งแต่บทนำมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะเป็นส่วนที่ปูจุดเริ่มต้นของ เย่หัว-เยว่หัว ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนและสภาพแวดล้อมของนาง โลกที่นางอยู่ ผู้คน สังคม รายละเอียดที่จะทำให้เข้าใจเนื้อหาหลัก และเหตุผลของการกระทำต่างๆ ที่นางจะทำต่อจากนี้ไป จนบางครั้งอาจจะเป็นการกระทำที่ “โหดเหี้ยม” แบบไร้เหตุผลเลยก็มี เล่ม1-2จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในส่วนของ “บทนำ” แต่หลังจากเล่ม 3 เป็นต้นไปก็จะเข้าสู่ปฐมบทที่แท้จริง ตามชื่อบทของบทนี้ครับ เราจะคุยกันแบบจริงจังกับเนื้อเรื่องที่แท้จริงกันครับ อย่างแรกเลยก็คือหลังจากนี้จะต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความแฟนตาซีที่แท้จริง ของแม่ครัวตัวจิ๋วที่รักในการทำอาหารให้ผู้คนได้ลิ้มรส เป็นหนึ่งในความสุขของนาง และเป็นสิ่งสำคัญที่จะคอยยึดเหนี่ยวตัวนางเอาไว้ ส่วนยึดนางจากอะไรนั้นต้องไปติดตามในเนื้อเรื่องครับอย่างที่สองก็คือเรื่องของความแฟนตาซีและโลกในจินตนาการที

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)

    บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)หลังจากที่เยว่หัวสามารถเรียกสติของผู้คนกลับมาได้อีกครั้ง ตลอดช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยง นางก็ทำการจัดแจงแบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่มๆ โดยที่ไม่ลืมนำวัตถุดิบจำนวนมากออกมา แล้วจัดแจ้งเตรียมการฝึกซ้อมทั้งหมด กว่าที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ปาเข้าไปจนถึงช่วงเที่ยงแล้วซึ่งในระหว่างที่ทำการฝึกซ้อมปรุงอาหารชนิดต่างๆ นั่นเอง เหล่าแม่บ้านและเด็กๆทุกคนต่างก็ได้ลองชิมอาหารกันอย่างเต็มอิ่ม และเมื่อเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกคนเลยหยุดพักกันในตอนเที่ยงพอดิบพอดี และถือเป็นการพักท้องอีกครั้ง เนื่องจากในตอนนี้ทุกคนแทบจะท้องแตกเสียแล้วส่วนฝั่งของจางหลงที่เป็นฝ่ายจัดเตรียมสถานที่ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็ทำเต็มที่ในหน้าที่ของตนเอง แต่ด้วยข้อจำกัดของหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเวลาที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น พวกเขาจึงตกลงกันใหม่ว่า จะจัดเป็นโต๊ะไม้ยาวๆ ขนาด 6 ถึง 8ที่ แทนที่แผนการจะทำโต๊ะชุดวงกลม และโต๊ะทั้งหมดจะหันหน้าเข้าหาเวที ด้านเดียว ส่วนตัวเวทีเองก็จะสร้างขึ้นมา โดยการขุดดินมาถมเป็นเนินสูงขึ้นประมาณหัวเข่า ใช้ดินเหนียวในการป้ายโดยรอบเพื่อไม่ให้หน้าดินพัง

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 69 หนึ่งเดือนต่อมา

    บทที่ 69 หนึ่งเดือนต่อมาหนึ่งเดือนต่อมา...ในตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านพ้นไป ความเปลี่ยนแปลงมากมายก็เกิดขึ้นกับหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ เริ่มต้นด้วยข่าวดีที่ทยอยผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นั่นก็คือการตั้งครรภ์ อีกครั้งของผู้หญิงในหมู่บ้าน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คน 2 คนเท่านั้น แต่ผู้หญิงนับร้อยที่อยู่ในช่วงที่

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 43 เย่หัว-เยว่หัว(2)

    บทที่ 43 เย่หัว-เยว่หัว(2)“แต่...แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับคุณหนู”“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 42 เย่หัว-เยว่หัว(1)

    บทที่ 42 เย่หัว-เยว่หัว(1)“ข้ามีเรื่องจะปรึกษาทุกท่านด้วยเจ้าค่ะ”หลังจากที่ทุกคนได้ดูสิ่งของซึ่งจางหู่ได้นำมาจากโลกภายนอกแล้ว เย่หัวก็นึกถึงบางสิ่งที่นางคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก ก่อนที่จะมาพบกับทุกคน“คุณหนูมีอะไรหรือขอรับ” จางลงที่อยู่ข้างเด็กหญิงไม่ห่างกาย ก็ได้เป็นคนที่ถามขึ้นมา “หรือว่าคุณหนูมีอะไ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 41 ใจกลางความมืดมิด(จบ)

    บทที่ 41 ใจกลางความมืดมิด(จบ)เย่หัวเองก็สงสัยเหมือนกัน เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่เด็กเหมือนกับร่างกายนี้แล้ว ต่อให้หากเทียบเวลาแล้วจริงๆนางจะเป็นเพียงแค่เด็กมากๆ สำหรับพวกเขาทุกคนก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นประสบการณ์ชี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status